ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

4# ฉันคือหลินหวาย...หลินหวายก็คือฉัน

ชื่อตอน : 4# ฉันคือหลินหวาย...หลินหวายก็คือฉัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 47

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ค. 2564 22:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
4# ฉันคือหลินหวาย...หลินหวายก็คือฉัน
แบบอักษร

เรือนไผ่หยก 

         แสงดวงอาทิตย์ในยามเช้าสาดส่องเข้าผ่านม่านหน้าต่างกระทบผิวขาวคนงามที่กำลังหลับไหล....ปลายขนตางอนดูคล้ายกำลังไหวสั่น...เด็กสาวค่อยๆลืมตาพร้อมกับถอดหายใจ..... ‘เฮ้ย.......หลินหวาย....ต่อจากนี้ตัวฉันคือหลินหวาย..หลินหวายก็คือฉัน และฉันจะอยู่ต่อไปให้ดีที่สุด....’ เจินเหนียงได้ทบทวนเรื่องราวทั้งหมดทั้งคืนและตัดสินใจจะใช้ชีวิตต่อไปด้วยการเป็น เสิ่นหลินหวาย....

        มู่มู่เดินเข้ามาพร้อมอ่างล้างหน้า เมื่อเห็นคนบนเตียงคล้ายจะตื่นแล้วจึงเรียก “คุณหนูตื่นแล้วหรือเจ้าคะ?” มู่มู่ยกอ่างล้างหน้ามาวางไว้ที่ข้างเตียง หลินหวายลุกขึ้นปล่อยให้ทุกอย่างเป็นหน้าที่ของมู่มู่ เพราะเธอรู้สึกว่าร่างกายไม่ค่อยจะเป็นใจเท่าไหร่นัก....

       หลินหวายนั่งอยู่หน้ากระจกจ้องมองเด็กสาวที่มีหน้าเหมือนตน ‘ว้าว....คนโบราณนี่ผิวดีจริงๆ...ถ้าเป็นเราต้องนี้คงได้วิ่งหัวฟูไปตึกผู้ป่วยแน่ๆ...สภาพนักศึกษากับผู้ป่วยนั้น...ตกลงใครกันแน่ที่ป่วย....ดีเหมือนกันไม่ต้องนอนดึกเพราะแพลนงาน รายงานเคสกับอาจารย์ตอนเช้าท้ายเตียง ได้กลับมาใช้ชีวิตช่วงวัยเด็กอีกครั้ง...แต่เอ๊ะ..ตอนนี้เราอายุเท่าไหร่กันแน่นะ..’ ว่าแล้วก็หันไปถามคนข้างหลังที่กำลังจัดการกับผ้าพันหัว

“เอ่อ...มู่มู่ตอนนี้ฉะ..ขะ..ข้าน่ะ..อายุเท่าไหร่แล้ว?”  มู่มู่ได้ยินดังนั้นก็อดถอนหายใจไม่ได้.....แม้แต่อายุของตนก็จำไม่ได้สิ้น  

“ตอนนี้ท่านอายุสิบสี่ปีจะย่างสิบห้าเจ้าค่ะ....อีกสามเดือนก็จะเป็นวันเกิดคุณหนูแล้วเจ้าค่ะ”

หลังจากฟังคำตอบเสร็จหลินหวายก็ให้ตกใจ เพราะในโลกปัจจุบันที่ตนจากมาจำว่าได้ช่วงที่ไปล่องแพนั้นก็อีกสามเดือนจะถึงวันเกิดของเธอ เรื่องตัวตนอีกคนในโลกขนานหรอ.... 

“เจ้าช่วยเล่าให้ข้าฟังที่สิว่าเรื่องข้าเจ็บตัวครั้งนี้เพราะเหตุใด...?” หลินหวายต้องการรู้เรื่องทุกอย่างเพื่อเตรียมรับมือ มู่มู่อดเศร้าไม่ได้ที่ต้องเล่าเรื่องจำพวกนั้นให้คุณหนูของตนฟังเพราะกลัวเรื่องราวจะกระทบถึงจิตใจ จิตใจถึงร่างกายที่อ่อนแอ แต่เพื่อความปลอดภัยของคุณหนูนางจึงยอมเล่า มู่มู่ได้แต่นั่งข้างเด็กสาว  

“ต้องเริ่มที่เรื่องหมั่นของนายท่านทั้งที่ตกลงกันไว้....หลังจากที่รับคุณหนูมาอยู่ด้วยตอนนั้นทั้งคุณชายใหญ่และคุณหนูต่างยังเด็กจึงไม่ทราบเรื่องพวกนี้ความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องกันดี ถึงคุณชายใหญ่จะค่อนข้างเย็นชาไปหน่อยแต่กับคุณหนูก็เรียกได้ว่าความสัมพันธ์ที่ดีเลยที่เดียว แม้คุณชายใหญ่จะไม่แสดงออกมากนักแต่เมื่อคุณคุณหนูต้องการอะไร อยากได้สิ่งใดล้วนแต่นำมาให้เสมอ แม้แต่ต้นอู่ถงข้างเรือนก็เป็นคุณชายใหญ่ที่นำมาปลูกให้ด้วยตนเองเกรงคุณหนูจะคิดถึงบ้าน....เวลาผ่านไปหลายปีเข้าทั้งสองต่างเติบโตขึ้น เมื่อคุณชายรู้เรื่องที่ต้องหมั่นกับคุณหนูคุณชายใหญ่ไม่พอใจอย่างมาก....จากน้องสาวจะเป็นภรรยาได้อย่างไร? ....แต่...แต่...”

หลินหวายกำลังฟังได้ออกรสอดถามไม่ได้

“แต่อะไร?”

“แต่...แต่คุณหนูกลับยินยอมและดีใจมาก... นั้นเป็นเพราะคุณหนูมีใจให้กับคุณชายใหญ่เสมอมา....แต่นั้นยิ่งกลับทำให้คุณชายใหญ่โมโหมาก.....ตั้งแต่นั้นมาความสัมพันธ์ของคุณหนูและคุณชายใหญ่.....เริ่มห่างเหินกันเจ้าคะ มีพียงคุณหนูเท่านั้นที่ตามตื้นคุณชายใหญ่ทุกวัน จนเมื่อวันก่อนมีคนส่งจดหมายมาบอกว่าคุณชายใหญ่นัดท่านไปพบที่สะพานสระบัว ตอนนั้นคุณหนูดีใจมากจึงรีบไปตามนัด คุณหนูให้บ่าวรอด้านนอกบ่าวจึงไม่ได้เดินตามไปที่ริมสระน้ำ ผ่านไปซักพักก็ได้ยินเสียงคนตกน้ำ ร้องขอให้ช่วยบ่าวจึงรีบตามไปที่ริมสระบัวพบว่าคุณหนูกำลังจะจมน้ำแต่ไม่พบผู้ใดอยู่บริเวณนั้นเลยสักคนเจ้าคะ บ่าวจึงตะโกนเรียกคนช่วย ดีที่คุณชายใหญ่มาทันช่วยคุณหนูขึ้นมาได้ทัน แต่ตอนนั้นก็พบว่าคุณหนูไม่รู้สึกตัวแล้ว..... ”

มู่มู่เพียงนึกภาพถึงเหตุการณ์วันนั้นช่างรู้สึกสะเทือนใจยิ่งหนักภาพร่างคุณหนูที่ไม่รู้สึกตัวช่างเหมือน.....ร่างไร้วิญญาณ.....มู่มู่ไม่กล้าคิดเลยจริงๆ ขอบตาร้อนคลอด้วยน้ำตา คุณหนูของบ่าวช่างน่าสงสารนัก................. 

หลินหวายเห็นภาพนี้แล้วก็ให้ความรู้สึกอุ่นใจ จึงเอ่ยปลอบใจ  “มู่มู่ไม่ร้องๆ....ไม่ต้องร้องแล้ว..เห็นไหมว่าตอนนี้ข้าปลอดภัยแล้ว เพียงแต่ยังต้องพักผ่อนอีกหน่อยเท่านั้นเอง...” มู่มู่ยิ่งได้ยิ่งเช่นนี้ยิ่งขอบตาร้อนในที่สุดที่กลั้นเอาไว้ก็หลั่งออก หลินหวายไร้คำพูดได้แต่นั่งใจอยู่ข้างๆ

เป็นอีกคืนที่เจินเหนียงหรือหลินหวายนอนไม่หลับ ตอนนี้เธอเริ่มจะเชื่อแล้วละว่าตัวเธอคือหลินหวาย แม้จะอยู่ที่นี้เพียงหนึ่งสัปดาห์เรียบเรียงเรื่องราวต่างๆก็เริ่มกระจ่างมากขึ้น หลินหวายตัวคนเดียวในที่ที่ไม่ใช่บ้านเกิด ญาติพี่น้องที่บ้านคล้ายจะแยกกันไปเพราะเป็นตระกูลหมอชาวบ้าน เดินทางไปทั่วทุกทิศ แล้วตัวเราก็ไม่รู้จักใคร มีเพียงมู่มู่และท่านพ่อเท่านั้นที่ดีต่อเรา เท่าที่ฟังมาดูเหมือนคุณชายใหญ่บ้านหลังนี้จะไม่ชอบสถานะคู่หมั่น หากจะอยู่บ้านหลังนี้คงจะต้องคลายปมเรื่องนี้ก่อน นอกจากนี้ในบ้านหลังนี้ยังมีคุณหนูรอง ไป๋หยวนอวี้ จากที่ได้ยินมาคุณหนูรองน่ารักสดใสเป็นเพื่อนสนิทกับหลินหวาย คุณชายรอง ไป๋หยวนชุน ที่เกิดจากเซวียอี้เหนียงนิสัยนิดเงียบพูดน้อยอายุน้อยกว่าไป๋หยวนเฉินแค่หนึ่งปี และส่วนลูกสาวคนเล็ก ไป๋หยวนอิน อายุเพียงแปดขวบกำลังน่ารักนิสัยนิ่งเงียบเช่นพี่ชายเพียงพบปะเป็นบางครั้งเท่านั้น ส่วนเราเองนั้น.....หลินหวายได้แต่ถอนหายใจ...เมื่อไม่รู้ว่าตนจากโลกอีกใบมายังอีกใบได้อย่างไร ทางกลับยิ่งนึกไม่ออกเลย งั้นก็อยู่ต่อไปก่อนค่อยว่ากัน นอกจากท่านพ่อแล้วก็ไม่เคยมีใครมาเยี่ยมเธอ แค่นี้ก็รับรู้ได้แล้วว่าบ้านหลังนี้คิดยังไงกับฉัน...เฮ้ยยยย..... 

หลินหวานพร่างนอนคิดไปพบว่าแสงจันทร์วันนี้สวยจังอากาศก็เย็นสบาย จึงลุกจากเตียงไปที่หน้าต่าง สายลมพัดอ่อนๆพาพัดให้ไรผมสีดับคลับไหวเบาๆ ข้างแก้มนวล ผมทิ้งยาวไปด้านหลังสีดำตัดกับเสื้อสีขาวบางไหวให้ความรู้สึกโดดเดี่ยว  

“ว้าว...สวยจริงๆด้วย...” ว่าแล้วหลินหวายก็นั่งลงข้างหน้าต่าง........................................  

ความคิดเห็น