facebook-icon

ขอบคุณนักอ่านที่รักทุกคน

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 (NC)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ค. 2564 15:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 (NC)
แบบอักษร

ตอนที่ 3 

“อื้อ...” เธอครางออกมาแต่แทบไม่ได้ยินเสียง เพราะท่อนชายของเขาที่มีขนาดใหญ่ทำให้ภายในปากไม่มีพื้นที่ให้เสียงได้เล็ดลอดออกมาดาริกาเริ่มขยับหัวตามแรงมือของภาคินที่คอยกำกับอยู่ เขาแทรกมือแกร่งไปตามไรผม ดึงศีรษะของเธอให้เคลื่อนที่เข้าออกอย่างเบามือ

ในตอนนี้เหมือนเธอจะรู้แล้วว่าต้องทำยังไง จะพูดไปทักษะการเรียนรู้ของเธอก็ถือว่าไม่เลวสอนเพียงนิดเดียวก็สามารถเข้าใจได้ นับว่าเป็นคนที่เรียนรู้เร็วใช้ได้

ดาริกาขยับหัวเข้าออกดูดอมสิ่งนั้นลิ้มลองรสชาติใหม่ที่เธอไม่เคยลองมาก่อนในชีวิตนี้ เรียวลิ้นเล็กตวัดไล้ไปทั่วทุกส่วนก่อนมาหยุดอยู่ตรงส่วนหัวที่เปียกชุ่ม เธอทั้งเลียทั้งดูดจนอีกฝ่ายจิกมือดึงเส้นผมของเธอไว้แน่น

“ซี้ดด…อ่าห์” เสียงครางของภาคินทำให้เธอจองหอง ดวงตากลมโตเหลือบไปมองใบหน้าของอีกฝ่ายที่บูดเบี้ยวเต็มที ดาริกาก้มลงบรรเลงลิ้มรสหวานหอมนั้นอีกครั้งคราวนี้หนักหน่วงและรุนแรงกว่าครั้งก่อนเป็นทวีคูณ เรียวปากบางทำงานได้อย่างคล่องแคล่วดูดและขบเม้มจนภาคินเสียวแทบขาดใจถึงกับต้องแอ่นตัวเข้าหาอุ้งปากของเธอ ดาริกาดูดท่อนชายแข็งแกร่งอย่างเมามันราวกับดูดกินไอติมรสหวานหยดย้อย

“อ่าห์…โอ๊ยน้ำมนต์” มือแกร่งจิกหัวเธอจนแทบหลุดออกจากคอ ร่างใหญ่กระตุกแรงสองสามครั้ง หลังจากนั้นเธอก็รับรู้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างถูกปล่อยเข้ามาในปากของเธอ

เขาร้องครางจนสุดเสียงราวกับคนใกล้จะขาดใจ นี่เป็นครั้งแรกที่การช่วยเหลือจากปากคนอื่นทำให้เขาขึ้นสู่สรวงสวรรค์จนแอบแปลกใจไม่ได้ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของเธอด้วยซ้ำแต่กลับทำให้เขาสุขใจจนต้องปล่อยน้ำกามสีขาวขุ่นออกมา

แม้เขาจะถึงจุดสูงสุดดุจนิพพานแล้วก็ตาม แต่ก็ใช่ว่าภาคินจะอิ่มซะที่ไหน…

“อื้ออ” ของเหลวใสกระจายตัวอยู่ในอุ้งปากเล็ก ภาคินเอื้อมมือไปหยิบกระดาษทิชชูที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วยื่นให้กับเธอทันที

ดาริกาหลับตาปี๋กลั้นใจกลืนสิ่งนั้นลงไป ใบหน้างามยู้ยี้เมื่อรสชาติของมันก็ไม่ได้หวานน่ารับประทานสักเท่าไหร่ เธอหยิบกระดาษทิชชูจากมือของเขามาซับริมฝีปากก่อนทิ้งลงบนพื้น

“เธอทำอะไร”

“บอสส่งมาให้มนต์เช็ดปากไม่ใช่เหรอคะ” ดาริกาทำหน้างง ยื่นกระดาษทิชชูมาให้ไม่ใช่เพราะต้องการให้เธอเอามาเช็ดปากหรอกหรือ

“คายออกมา”

“ห๊า…” คำพูดของเขาทำให้เธอต้องกลืนน้ำลายลงคออีกครั้ง คายงั้นเหรอแต่ว่าเมื่อกี้เธอกลืนมันลงไปแล้วถึงว่าทำไมรสชาติของมันไม่ได้น่ากินเลยสักนิด

“อย่าบอกนะว่ากลืนไปแล้ว” เธอพยักหน้าหงึกๆ ไม่รู้จะเอาหน้าวางไปที่ไหนในตอนนี้ทั้งเขินทั้งอายแต่ก็ทำได้เพียงเอาหน้าวางไว้บนบ่าเช่นเดินเพราะไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหนได้นอกจากตรงนั้น ภาคินหัวเราะออกมาอย่างขบขันไม่คิดว่าเธอจะใสซื่อได้เพียงนี้

“หยุดขำมนต์นะบอส ก็มนต์ไม่รู้นิ” เธอพูดแล้วเดินออกไปอย่างแง่งอน แต่ทว่าเขากลับรั้งร่างเล็กเข้าไปกอด เลื่อนมือไปเช็ดคราบขาวขุ่นที่ยังติดอยู่ข้างปากของเธอ

“เลอะเทอะไปหมด คนเก่งของฉัน” อะไรกันอีกล่ะเนี่ย

หัวใจเพิ่งจะหยุดเต้นไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ เขากลับพูดให้เธอต้องรู้สึกอุ่นวาบในอกอีกครั้งแต่ไม่เพียงแค่คำพูดเท่านั้นนะสิ สายตาของเขาในตอนนี้มองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อจนเธอไม่กล้าสบตาตอบเพราะกลัวจะอ่อนระทวยลงอีกรอบ

เขาอาศัยจังหวะที่เธอกำลังเคลิ้ม อุ้มร่างเปลือยเปล่าให้ขึ้นไปนั่งบนโต๊ะอีกครั้งก่อนเอนร่างบางให้แหงนไปทางด้านหลังเล็กน้อย ก่อนหน้านี้เธอทำให้เขาเสียวจนแทบขาดใจเดี๋ยวเขาจะสอนให้เธอรู้ว่าความสุขหน้าตามันเป็นยังไง

ภาคินรุกเร้าทันทีเมื่อแก่นกลางร่างกายกำลังร้องประท้วง มือแกร่งจึงไม่อยู่นิ่งทำหน้าที่ของมันโดยการบีบคลึงเนินอกอวบอิ่มราวกับอดอยากมานานแรมปี ปากหนาก็ไม่อยู่เฉยดูดเนื้อเนินอกจนผิวขาวนวลเกิดเป็นรอยแดงช้ำจากริมฝีปากที่ลากผ่านแทบทุกจุดของร่างกายเขาระดมจูบตั้งแต่หน้าอกไปจนถึงปลายเท้าร่างเล็กหดเกร็งบิดเร่าไปมาเมื่อปลายลิ้นสากเลียไล้ความหอมหวานจากทุกซอกทุกมุมไม่มีเหลือ

ก่อนที่เขาจะผละมือร้อนผ่าวออกจากหน้าท้องแบนราบ เอวอ่อนบิดพลิ้วเข้าหาหน้าท้องแกร่งภาคินคุกเข่าลงกับพื้นใช้ปลายลิ้นสากแทรกเข้าไปยังกลีบดอกไม้งามกลางกายสาว ลิ้นร้อนบวกลมหายใจอุ่นเป่ารดจนกลีบดอกจนบานสะพรั่ง

เรียวขาสวยแยกออกจากกันโดยไม่ต้องรอให้เขาบอก ยิ่งถูกเขาแหย่ปลายลิ้นตวัดความชุ่มฉ่ำข้างในก่อนดูดดื่มความหวานไปทั่วจนหนำใจ ดาริการู้สึกถึงแก่นกลางความสาวที่บีบรัดจนปวดตุบไปทั้งตัวร่างกายกระตุกเกร็งแต่ลิ้นสากยังคงขยับขึ้นลงเป็นจังหวะจนน้ำหวานไหลเยิ้มเลอะไปทั่วทั้งปากของชายหนุ่ม

“อูยยย….ซี้ด” เสียงครางปลุกเร้าให้เขายิ่งรุกหนักจนเธอเสียวซ่านจนแทบทนไม่ไหว หญิงสาวแลบลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผากของตัวเองหายใจถี่หอบราวกับคนใกล้ตาย

“เธอเก่งกว่าที่ฉันคิด” ภาคินเอ่ยชมการตอบสนองของเธอก่อนลุกขึ้นยืนและรั้งเอวบางให้เลื่อนมาข้างหน้าจนสุดขอบโต๊ะ ใช้มือหนาแยกเรียวขางามออกจากกันค่อยๆ ยัดเยียดความแข็งแกร่งเข้าสู่แก่นกายสาว

“โอ๊ย…ฮืออ…มนต์เจ็บ” ดาริกาส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เธอส่ายหน้าไปมาเมื่อเขายังคงดันท่อนชายของตัวเองเข้าไปข้างในจนสุด ขนาดของเขาใหญ่เกินกว่าที่เธอจะรับไหวดาริกาทำได้เพียงกัดฟันทนรับความเจ็บปวด

แต่ก็ใช่ว่าเธอจะรู้สึกฝ่ายเดียวซะที่ไหน ความคับแน่นของเธอบีบรัดท่อนชายแข็งแกร่งเมื่อเขาค่อยๆ ดึงเข้าออกอย่างช้าๆ จังหวะนั้นเขาเองก็เสียวจนแทบขาดใจเช่นกัน

อาจเป็นเพราะนี่คือครั้งแรกของดาริกา จึงไม่เคยมีสิ่งแปลกปลอมขนาดใหญ่คลืบคลานเข้าไปในทุ่งดอกไม้งามของเธอมาก่อน มันจึงคับแคบพอสมควรถ้าเทียบกับผู้หญิงคนอื่นที่เขาเคยลิ้มลอง

“บอสค่ะมนต์เจ็บ เบาๆ หน่อยได้ไหม”

“เจ็บแป๊บเดียวนะคนเก่ง” เขาเร่งจังหวะการเข้าออกให้เร็วขึ้นค่อยๆ ขยับสะโพกแกร่งเมื่อรู้ว่ามันคือครั้งแรกของเธอเสียงเนื้อที่หยาดเหงื่อไหลปกคลุมกระทบกันดังลั่น

จากความเจ็บปวดเริ่มกลายเป็นความเสียวสยิว ดาริกายกมือขึ้นเสยผมร่างกายของเธอเริ่มกระตุกเมื่ออีกฝ่ายเร่งเร้าจังหวะหนักหน่วงขึ้น ปลายเท้าเกร็งเข้าหากันส่วนมือเล็กก็ทนความเสียวไม่ไหวเผลอจิกแผ่นหลังของชายหนุ่มจนเป็นรอยเล็บ

“อ๊า…ซี้ดด” เสียงครางบ่งบอกว่าเธอมีความสุข แม้รู้สึกเจ็บแสบกับท่อนขนาดใหญ่ที่ล่วงล้ำเข้าไปในร่างกายแต่ทว่าความเสียวซ่านที่เข้ามาภายหลังทำให้ความเจ็บนั้นค่อยๆ หายไป

ภาคินขยับช้าลงเมื่อสัมผัสได้ถึงน้ำหวานที่ไหลเยิ้มชโลมท่อนชายของตัวเองทำให้ความคับแน่นเมื่อครู่คลายลง เขาถอนความเป็นชายออกจากร่างเล็กก่อนยกดาริกาลงจากโต๊ะแล้วดันก้นงอนงามให้แนบชิดกับร่างกาย พร้อมกับสอดใส่ท่อนชายแข็งแกร่งเข้าสู่แก่นกลางความสาวอีกครั้งแต่ทว่าครั้งนี้ไม่ได้อ่อนโยนเหมือนครั้งก่อนชายหนุ่มกระแทกร่างหนากับก้นงอนจนหญิงสาวต้องใช้มือดันขอบโต๊ะเอาไว้ ก่อนจะส่งเสียงกรีดร้องออกมาจนดังไปทั่วห้อง

โชคดีแค่ไหนที่ช่วงเวลานี้เป็นตอนกลางคืน ทุกคนที่บริษัทต่างพากันหลับใหลอยู่ในบ้านของตัวเองมีเพียงเขาและเธอที่ยังทำกิจกรรมอันเร่าร้อนซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดลงตอนไหน หากเวลานี้เป็นตอนกลางวันเสียงร้องของเธอคงไม่สามารถหลุดรอดจากเหล่าพนักงานไปได้

“มนต์ไม่ไหวแล้ว” หลังจากนี้ชายหนุ่มเหลือเพียงส่งเธอขึ้นสู่สรวงสวรรค์ ภาคินกระแทกอย่างแรงอีกสองสามครั้งจนผิวเนื้อจากก้นงอนดีดเด้งไปมา ก่อนที่เขาจะส่งเสียงครวญออกมาเช่นกันเมื่อได้ปลดปล่อยน้ำขาวขุ่นออกจากร่างกายจนเลอะเทอะไปทั่วแผ่นหลังขาวเนียนของอีกฝ่าย

“อ๊า!” ร่างเล็กทรุดลงกับพื้นด้วยเรี่ยวแรงที่แทบไม่มีเหลือ ดาริกาไม่เคยคิดมาก่อนการทำกิจกรรมในครั้งนี้ทำให้เธอต้องสูญเสียพลังงานเป็นอย่างมาก

หญิงสาวเอนหน้าชายตามองร่างเปลือยเปล่าของภาคินที่นั่งหลับตาพริ้มอยู่บนเก้าอี้ เธอกำมือแน่นพยายามนึกใคร่ครวญถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นแต่ทว่ายิ่งคิดกลับยิ่งปวดหัว สิ่งที่ได้ทำลงไปมันน่าอับอายยิ่งนักแล้วต่อจากนี้เธอจะสู้หน้าเขาอย่างไร

‘แกทำอะไรลงไปยัยมนต์’ เมื่อสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายกำลังเดินเข้ามาหาเธอจึงแสร้งทำเป็นหลับเพราะไม่รู้จะสู้หน้าเขาแบบไหนดี

“น้ำมนต์” ภาคินเอ่ยเรียกผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเมียด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่ม

“เธอหลับจริงๆ เหรอ จะนอนบนพื้นแบบนี้เนี่ยนะ” ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงแผ่วเบาข้างหูจนขนอ่อนของดาริกาลุกชันขึ้นทันตาเห็น เขาแอบอมยิ้มเมื่อเห็นเปลือกตาที่ปิดสนิทยังคงกระตุกอยู่ภาคินลุกขึ้นไปหยิบเสื้อผ้าที่วางเกลื่อนอยู่กับพื้นขึ้นมาสวมใส่และไม่ลืมที่จะหยิบเสื้อสูตรตัวใหญ่โคร่งมาสวมให้กับเธอ

เขาช้อนร่างบอบบางขึ้นแนบอก อุ้มเธอไปวางลงบนโซฟารับแขกอย่างเบามือ ชายหนุ่มทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ มองใบหน้าหวานที่เปื้อนไปด้วยคราบเหงื่อนิ้วเรียวปัดปอยผมที่เปียกชุ่มออกจากหน้าผากโหนกนูน ภาคินโน้มตัวหวังจะจูบหน้าผากของเธอเบาๆ

แต่ทว่าเสียงโทรศัพท์กลับดึงขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน เขาจึงลุกขึ้นไปหยิบโทรศัพท์แล้วกดรับสายทันที เมื่อสายปลายทางที่โทรมาคือพี่สาวของตัวเอง

“ว่าไงพี่ค่าร่า”

“นี่แกจะหักโหมทำงานไปถึงไหน ดึกดื่นป่านนี้ยังไม่กลับบ้านกลับช่องอีกภาคิน”

“อีกเดี๋ยวก็กลับแล้วครับ ขอเคลียร์งานทางนี้แป๊บนึง”

ในระหว่างที่ภาคินกำลังคุยโทรศัพท์อยู่นั้น ดาริกาใช้จังหวะนี้ในการย่องไปหยิบเสื้อผ้าที่วางอยู่กับพื้นก่อนเดินย่องออกจากห้องโดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว หญิงสาวรีบวิ่งไปหยิบกระเป๋าของตัวเองแล้ววิ่งไปเข้าห้องน้ำทันที แม้รู้สึกเจ็บจุกๆ บริเวณท้องน้อยแต่เธอก็พยายามพยุงร่างเล็กของตัวเองออกมาจากห้องนั้นให้เร็วที่สุด ดาริกาจัดการกับเสื้อผ้าหน้าผมค่อยๆ เดินย่องออกจากบริษัทเธอทิ้งน้ำหนักลงปลายเท้าให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ก็ไม่วายโดนทักอยู่ดี

“อ้าวคุณมนต์ ดึกดื่นป่านนี้ยังไม่กลับบ้านอีกเหรอครับ”

“อ้อ…พอดีว่ามนต์เพิ่งเคลียร์งานเสร็จนะคะลุงพล”

“ทำงานอะไรกันครับตีสามตีสี่เพิ่งจะเสร็จ” ดาริกากลืนน้ำลายลงลำคอที่แห้งผาก

“งานด่วนนะคะ ถ้านั้นมนต์ขอตัวกลับก่อนนะคะ”

“เดียวครับคุณมนต์” เธอได้แต่นึกใคร่ครวญอยู่ในใจพลภพจะสงสัยอะไรกันนักกันหนา เธอเข้าใจว่าดีหน้าที่ของเขาคือดูแลรักษาความปลอดภัยของบริษัท แต่ในเวลานี้ช่วยเว้นเธอไว้สักคนไม่ได้หรือไง

“มีอะไรอีกค่ะ” ดาริกากัดฟันพูดทั้งที่ในใจเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล

“ผมยังไม่เห็นคุณภาคินออกมาเลยตั้งแต่เที่ยง ไม่ทราบว่าท่านยังอยู่ข้างในรึเปล่าครับ”

“เอ่อ…คือ…คือท่านยังอยู่ข้างในค่ะ อีกเดี๋ยวก็คงลงมามนต์ไปก่อนนะคะ” พูดจบดาริการีบเผ่นหนีออกจากบริษัท แม้การที่เธอต้องออกแรงวิ่งจะทำให้รู้สึกเจ็บแต่ถ้าหากยังชักช้ารำไรมีหวังได้จ๊ะเอ๋กับภาคินแน่นอน

ซึ่งเธอไม่อยากเจอหน้าเขาในตอนนี้ ซึ่งก็ไม่ต้องถามด้วยว่าทำไมในเวลานี้เธออยากเอาปี๊ปมาคลุมหัวด้วยซ้ำ จะได้ไม่ต้องเห็นหน้าเขาอีก

“อ้าว…อะไรของคุณมนต์เนี่ยจะรีบร้อนไปไหนกันวิ่งขากะเผลกเชียว”

 

****** 

ชอบกันไหมไม่รู้ แต่ที่รู้ๆคุณบอสเขาชอบนะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว