facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 1. บอสคนใหม่ 50%

คำค้น : บอส

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 357

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ค. 2564 12:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
1. บอสคนใหม่ 50%
แบบอักษร

บทที่ 1  

บอสคนใหม่ 

 

เสียงขลุ่ยจีนขึ้นอินโทรเพลง “ขึ้นเขาลงห้วย” (踏山河)ท่วงทำนองเชื่องช้าของเครื่องดนตรีจีน เสียงปี่อ้อยอิ่งคล้ายกำลังกระตุ้นจิตวิญญาณผู้คนในห้องจัดเลี้ยงส่วนตัวของภัตตาคารจีนแห่งนี้ ท่ามกลางความมืด สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังเวทีเตี้ย ๆ กลางห้อง แต่ละคนใจระทึกเมื่อจังหวะฉาบรัวถี่ขึ้น 

เสียงปรบมือเกรียวกราวกึกก้องเมื่อแสงไฟส่องสว่างกลางเวทีจนเห็นร่างอ้อนแอ้นในชุดสีแดงสดปักดิ้นลายมังกรบนแผ่นหลังที่มีผมดำขลับยาวถึงเอว  

ชุดยาวพลิ้วไหวยามร่างนั้นโบกมือขวาที่ถือพัดสีดำร่ายรำอ่อนช้อย  

ก่อนจะเอนกายอ่อนราวกับไม่มีกระดูกเพื่อเปิดทางให้เห็นอีกร่างที่ยืนซ้อนกันอยู่ 

ร่างที่ซ้อนไว้นั้นเห็นเพียงแผ่นหลังที่สวมชุดคล้ายกัน หากแต่ลายปักบนหลังนั้นเป็นหงส์ 

แม้มองในเงาสลัวกลับชัดเจนในจินตนาการของผู้คนว่าแม่นางทั้งสองต้องงดงามหมดจดเป็นแน่แท้ 

ตราบเมื่อเสียงฉาบรัวนั้นสิ้นสุด ควันสีบนเวทีปะทุพร้อม ๆ กับจังหวะเพลงเร้าใจ เสียงกรี๊ดสนั่นห้องพร้อมกับเสียงปรบมือรัว ๆ  

‘สาวหงส์’ หันมาโชว์ลีลาควงกระบองอย่างดุดันตามจังหวะอินโทรเพลง ก่อนที่ ‘สาวมังกร’ จะหันใบหน้ามาหาคนดูด้วยสายตาหยาดเยิ้ม 

ทั้ง ‘หงส์’ และ ‘มังกร’ มีใบหน้าคล้ายกันจนแทบจะแยกไม่ออก ที่แท้ทั้งสองนางเป็นพี่น้องฝาแฝดกัน! 

สองนางงามเด่นไม่มีใครเป็นรอง 

ใบหน้ารูปไข่ ตางามดั่งหางหงส์ จมูกโด่งตรง ริมฝีปากอวบอิ่ม หากจะต่างกันก็แค่จริตกิริยา 

‘สาวมังกร’ มีดวงตาเฉี่ยวที่ค่อนข้างยั่วยวนหยาดเยิ้ม  

ส่วน ‘สาวหงส์’ มีดวงตาค่อนข้างกลมและแฝงแววซุกซนอยู่ภายใต้ผมหน้าม้าบาง ๆ นั้น 

แต่สิ่งที่น่าตะลึงมากกว่าก็คือเมื่อ ‘สาวมังกร’ เป็นคนยกไมโครโฟนขึ้นมาร้องเพลงท่อนแรก กลับเป็นเสียงกังวานใสของชายหนุ่ม! 

ใช่แล้ว เขาเป็น ‘หนุ่มมังกร’ ไม่ใช่ ‘สาวมังกร’ อย่างที่หลายคนควรจะเข้าใจแต่แรก! 

แต่คนในที่นี้ไม่มีใครตื่นเต้นตกใจ เพราะในบรรดาเครือญาติต่างก็รู้ดีว่าหนุ่มมังกรผู้นี้คือ ‘วายุ’ ซึ่งเป็นพี่น้องฝาแฝดกับ ‘ชิดชญา’ สาวหงส์ที่กำลังร้องเพลงคู่กัน 

การแสดงของทั้งคู่จบลง ก่อนจะกล่าวอวยพรวันเกิดให้อาม่า จากนั้นปล่อยให้หน้าที่บนเวทีเป็นของนักร้องที่จ้างมา 

“อาฮวงสวยมาก ๆ เลยนะ” เสียงบรรดาญาติที่กำลังนั่งกินโต๊ะจีนพากันทักทายวายุที่เดินกรีดกรายลงมาจากเวที โดยมีชิดชญาพี่สาวฝาแฝดเดินตามหลังมา 

‘ฮวง’ คือชื่อเล่นของวายุที่บรรดาญาติโกโหติกาทุกคนใช้เรียก และทั้งหมดก็คุ้นชินกับความสวยของวายุมาแต่ไหนแต่ไร แม้อาจจะดูเหมือนย้อนแย้งกับการเป็นครอบครัวคนจีนแต้จิ๋วโบราณที่ไม่ควรเห็นดีเห็นงามกับความตุ้งติ้งของชายหนุ่มอย่างนี้  

แต่สำหรับตระกูลนี้คือข้อยกเว้น! 

“แหม..ทักแต่ไอ้ฮวงนะ ไม่เห็นมีใครทักเฟิร์นบ้างเลย” ชิดชญาแกล้งตัดพ้อกับคนรอบข้าง 

ชื่อเล่นของเธอคือ ‘ใบเฟิร์น’  

มันอาจจะดูประหลาดสักหน่อยที่ชื่อเธอกับน้องชายดูไม่คล้ายกันเท่าใดนัก 

แต่เดิมทีมันคล้ายด้วยชื่อภาษาจีนกลางของเธอที่อาม่าให้หมอดูตั้งให้ว่า ‘เหลียงซู่เฟิน’ ดังนั้นอาม่าจึงเรียกเธอว่า ‘อาเฟิน’ 

ส่วนวายุซึ่งเดิมทีมีชื่อเล่นว่า ‘ไต้ฝุ่น’ แต่กลับไม่มีใครเรียก อาม่าถนัดเรียกชื่อเขาเป็นภาษาจีนมากกว่า  

แต่ชื่อจีนที่เขาได้รับคือ ‘เหลียงเจิ้นเฟิง’ อาม่าซึ่งเป็นชาวแต้จิ๋วโดยกำเนิดกลับออกเสียง ‘เฟิง’ ซึ่งเป็นภาษากลางเพี้ยนไปเป็น ‘ฮวง’ และดูเหมือนทุกคนก็ถนัดเรียกชื่อเขาแบบนี้จนชิน 

บรรดาลูกหลานที่มารวมตัวกันวันนี้ก็เพื่อจุดประสงค์เดียวกันคือช่วยจัดงานวันเกิดให้ผู้อาวุโส นั่นก็คือนางเตียงอาม่าผู้เจ้าของวันเกิดวัย 75 ปีซึ่งยังแข็งแรงคึกคักไม่แพ้คนหนุ่มสาว พิสูจน์ได้จากการออกตัวเปิดฟลอร์เต้นลีลาศคู่กับวายุ เป็นการนำร่องให้ทุกคนในงานได้สนุกสนานครื้นเครงบนฟลอร์กันทั้งหมด 

จากเพลงลีลาศกลายเป็นเพลงแดนซ์ ถูกใจลูกหลานวัยรุ่นกันนักหนา 

ผู้ที่ประจำอยู่ที่โต๊ะจีนทั้งห้าโต๊ะไม่มีใครไม่ลุกขึ้นเต้นเลยสักคน 

กว่างานเลี้ยงจะเลิกก็เที่ยงคืนอันเป็นเวลาที่ร้านปิดพอดี ลูกหลานเหมือนยังคุยกันไม่จบเลยอ้อยอิ่งสนทนากันอยู่หน้าร้าน 

อาม่าเตียงมีลูกชายห้าคน  

‘ทวีศักดิ์’ พ่อของชิดชญาเป็นลูกชายคนสุดท้อง 

ลูกชายคนที่หนึ่ง หรือลุงคนที่หนึ่งของชิดชญานั้น อาม่าหาเมียให้ 

สุดท้ายลงเอยด้วยการหย่าร้างและแต่งงานใหม่ 

หลังจากนั้นอาม่าจึงประกาศอย่างเป็นทางการกับลูกคนที่เหลือว่า 

“ใครอยากได้เมียให้หาเอาเอง” 

หลังจากนั้นลามมาถึงรุ่นหลาน อาม่าก็ย้ำประกาศเดิม แต่เพิ่มเติมอีกนิดคือ... 

“ใครอยากได้ผัวหรือเมียให้หาเอาเอง หรือจะไม่เอาผัวเอาเมียก็แล้วแต่ ขอให้พวกลื้อใช้ชีวิตให้มีความสุขก็พอ” 

ดังนั้นวายุน้องชายฝาแฝดของชิดชญาจึงสามารถทำตัวประหลาดแบบที่ผู้คนไม่สามารถคาดเดาเพศสภาพได้ โดยที่อาม่ายังรักมัน และรักมากเสียด้วย 

“เราไปกำหนดชีวิตใครไม่ได้หรอก อาฮวงอีจะเป็นยังไงอีก็เป็นหลานอั๊ว ลื้อก็เห็นว่าอั๊วมีลูกหลานผู้ชายเยอะแยะ ให้อั๊วไปจัดการหาเมียให้พวกมันทุกคนอั๊วว่าเสียเวลาเปล่า สู้เอาเวลาไปเต้นชะชะช่าดีกว่า” 

‘ลินดา’ ซึ่งเป็นแม่ของชิดชญา พอได้ยินอาม่ากล่าวดังนั้นก็หัวเราะร่วน  

นางเตียงเป็นคนอารมณ์ขันมาแต่ไหนแต่ไร ชอบเข้าสังคมเพื่อนฝูงไปร้องรำทำเพลง และมักจะควงวายุหลานชายสุดที่รักไปด้วยเป็นประจำ 

ส่วนชิดชญานั้นเป็นหลานสาวคนโปรดของนายเพ้งผู้เป็นอากง ทั้งคู่มักจะออกไปรำมวยไทเก๊กด้วยกันอยู่เสมอ  

ที่จริงบรรดาลูกหลานคนอื่น ๆ ก็มักจะแวะเวียนไปมาหาสู่กันเป็นประจำ ซึ่งทั้งหมดล้วนแต่แต่งงานมีครอบครัวกันไปแล้ว  

เหลือเพียงฝาแฝดคนเล็กสุดของตระกูลที่อยู่ในวัยยี่สิบหกปีและยังไม่มีทีท่าว่าจะลงเอยกับใคร แถมยังอยู่บ้านติดกับอากงอาม่าอีก จึงทำให้ใกล้ชิดสนิทสนมกับผู้อาวุโสเป็นพิเศษ 

“อาม่า” เสียงเรียกหวานชดช้อยจากหลานชายสุดที่รักเข้ามาออดอ้อน 

“วันนี้ฮวงยังไม่ได้คุยกับอาม่าเลย” วายุกล่าวประจบ 

ดวงหน้ารูปไข่กับผิวขาวเนียนลออ ถ้าไม่พูดออกมาย่อมไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นผู้ชาย 

“อาตี๋ฮวงเจ้าลูกหมาของอาม่า วันนี้ลื้อน่ารักมากเลย” คนเป็นอาม่าหยิกแก้มยุ้ยของหลานชายอย่างหมั่นเขี้ยว 

ส่วนหลานชายยิ้มหวาน 

“ชุดสวยไหมอาม่า นี่ฮวงออกแบบเองนะ ฮวงกับเจ๊เฟิร์นอุตส่าห์ซ้อมเต้นกันมาเป็นเดือนเพื่องานนี้โดยเฉพาะ” 

“เยี่ยม” อาม่ายกนิ้วให้พร้อมกับยิ้มตาหยีอย่างถูกใจ 

วายุนั้นเรียนจบแฟชั่นดีไซน์มาจากประเทศเกาหลี เรื่องออกแบบเสื้อผ้าจัดว่าอยู่ระดับแถวหน้าของวงการ นับเป็นคลื่นลูกใหม่ในวงการดีไซเนอร์ที่คนดังหลายคนคุ้นเคยดี 

“มาประจบอาม่าอีกละ” ชิดชญาซึ่งเพิ่งเดินเข้ามา เอาไหล่กระแทกน้องชายเบา ๆ เป็นการสัพยอก 

“อาเฟิน พรุ่งนี้ลื้อจะกลับคอนโดเลยรึเปล่า” นางเตียงถาม 

“เฟิร์นกับฮวงว่าจะกลับคอนโดพรุ่งนี้เย็นจ้ะอาม่า ช่วงเช้าจะไปรำมวยไทเก๊กกับอากงก่อน” 

“งานที่ลื้อทำ ยังดีอยู่ใช่ไหม? ” 

ชิดชญาเรียนจบภาษาจีนจากมหาวิทยาลัยในปักกิ่ง ปัจจุบันจึงทำงานเป็นล่ามในบริษัทจิวเวลรี่แห่งหนึ่ง 

“จ้ะ บอสใหม่จะมาวันจันทร์นี้” 

“ทำตัวดี ๆ ล่ะ อย่าให้เขาไล่ออก” 

“โถ..อาม่า ไม่มีใครไล่เฟิร์นออกหรอกจ้ะ” 

“ก็อั๊วเห็นตั้งแต่เรียนจบมาลื้อก็เปลี่ยนงานมาสามที่แล้ว” 

“อาม่าล่ะก็ งานแรกให้เฟิร์นไปถ่ายเอกสารทั้งวัน งานที่สองให้ค่าแรงโคตรน้อยแต่ทำงานเยี่ยงทาส ส่วนงานที่สามบริษัทเขาเจ๊งเอง” หลานสาวสาธยาย 

“ลื้อไม่ได้ทำเขาเจ๊งนะ” คนเป็นอาม่าสัพยอกได้อีก 

“อาม่าน่ะ” ชิดชญาลากเสียงยาว หากแต่สีหน้าเปื้อนด้วยรอยยิ้ม 

“ไป กลับบ้านกัน อาฮวงพรุ่งนี้ลื้อต้องตื่นเช้าใช่ไหม? ” นางเตียงหันไปหา ‘หลานชายคนสวย’ 

“วันนี้แหละครับอาม่า เดี๋ยวฮวงกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปสนามบินเลย ‘อึนยู’ จะมาถึงตอนตีสี่น่ะครับ” 

 

ขายาว ๆ ที่สวมกางเกงยีนส์กับรองเท้าผ้าใบยี่ห้อดีกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงพร้อมรถเข็นที่บรรทุกสัมภาระไว้เต็มให้สมกับคำว่า ‘ย้ายบ้าน’  

ร่างผอมสูงถูกคลุมทับด้วยเสื้อนอกสีเทาตัวยาว ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่กลางโถงผู้โดยสารขาเข้าของสนามบินสุวรรณภูมิ ใบหน้าซึ่งมีดวงตารูปเมล็ดอัลมอนด์โต ๆ ใต้แว่นสายตากรอบบางบนผิวขาวสะอาดกำลังมองหาคนที่นัดไว้ ริมฝีปากบางสีแดงระเรื่อปิดสนิทอย่างมั่นคงและใจเย็น  

“ไฮ้! อึนยู!” 

เสียงร้องลากยาวอย่างมีจริตดังมาจากด้านหลังเจ้าของร่างผอมสูงของหนุ่มแว่น จนเขาอดหันไปมองไม่ได้ 

ชายหนุ่มหน้าตี๋ผิวขาวจั๊วะผมสีน้ำตาลอ่อนคนหนึ่งกำลังโบกมือทักทายหนุ่มเอเชียผมทองที่ดูแล้วคล้ายนักร้องเกาหลี 

“ไฮ้! ฮวง! Long time no see! ”  

‘นักร้องเกาหลี’ ส่งเสียงตอบรับก่อนจะโผเข้ากอดหนุ่มตี๋แล้วทำท่าปากจู๋เหมือนจะจุ๊บปาก ทว่าทั้งคู่เพียงส่งเสียง ‘จ๊วบ’ ออกมาเท่านั้น 

ดวงตาใต้กรอบแว่นที่กำลังยืนมองทั้งคู่ไม่ได้มีความไหวติงแต่อย่างใด ไม่ได้คิดว่าจะสนใจเรื่องของคนอื่น เพียงแต่สองหนุ่มนั่นทักทายกันเสียงดังเกินไป เมื่อเห็นว่าไม่ได้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเขา ใบหน้าเล็ก ๆ จึงหันเหความสนใจไปอีกทาง ก่อนจะหันมาเห็น ‘คนที่กำลังมองหา’ ซึ่งก็คือชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาที่เดินเข้ามาเรียก 

“อิง ไปกันเถอะ” 

 

ขณะเดียวกันสองหนุ่มที่แสดงความรักต่อกันก็เริ่มทักทาย 

“ไอ้ตอแหลอึนยู ไม่ได้คุยกันตั้งสี่สิบแปดชั่วโมง” 

นั่นคือคำกล่าวทักทายเพื่อนสนิทแบบปกติของวายุ 

‘แทอึนยู’ ช่างแต่งหน้าชาวเกาหลีเพื่อนสนิทสมัยเรียนมหาลัยที่มักจะช่วยเหลือเกื้อกูลด้านการทำงานด้วยกันเสมอ 

คนหนึ่งเป็นช่างแต่งหน้า คนหนึ่งเป็นดีไซเนอร์ ทั้งคู่บินไปมาระหว่างเกาหลีกับไทยเป็นประจำทั้งด้วยเรื่องการงานและเรื่องส่วนตัว 

“ไอ้กำเริบฮวง สี่สิบแปดชั่วโมงนี้สบายดีไหมวะ? ” 

คำทักทายจากหนุ่มเกาหลีที่แสบไม่แพ้กัน 

“คนอย่างฮวงสบายตลอดเวลาอยู่แล้ว” 

วายุสะบัดผมสีน้ำตาลอ่อนทรงสลวยที่ซอยปรกต้นคอ ต่างหูรูปเข็มกลัดอันโตที่ห้อยตุ้งติ้งที่ติ่งหูซ้ายกระทบแสงไฟวิบวับ  

เมื่อครู่นี้เพิ่งสลัดวิกผมและเครื่องทรงสตรีออก ก่อนจะเข้าร่างเดิมร่างกลับมาเป็น ‘ฮวง’ หนุ่มน้อยผู้มาแรงแซงแฟชั่น และมั่นหน้ากว่าใคร 

“ถ้างั้นคืนนี้...” แทอึนยูหรี่ตาอย่างมีนัยแบบเข้าใจตรงกัน ก่อนที่ทั้งคู่จะร้องออกมาว่า 

“โต้รุ่ง! ” 

  

วายุเป็นผู้ขับรถมาส่งชิดชญาถูกส่งถึงคอนโดในเวลาหนึ่งทุ่มของวันต่อมา ก่อนที่ตัวเขาจะกลับคอนโดตัวเองซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก 

น้องชายฝาแฝดของเธอจัดว่าหาเงินเก่ง อาชีพดีไซเนอร์ของเขาทำรายได้ให้ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ ดังนั้นเขาจึงมีเงินเก็บมากพอในการดาวน์คอนโดหรูย่านธุรกิจ และผ่อนมันหมดภายในเวลาไม่ถึงปี  

ส่วนชิดชญาถ้าว่ากันตามจริงเธอจะช่วยพ่อแม่ขายของอยู่ที่บ้านก็ได้ เนื่องจากครอบครัวเธอไม่ได้ขัดสนเงินทอง รายได้จากร้านขายของชำกับร้านยาจีนของอากงก็มีมากพอ แต่ดูเหมือนทางครอบครัวจะไม่สนับสนุนให้เธอไปหมกตัวอยู่ที่ร้านเท่าใดนัก 

ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าทุกคนสนับสนุนให้เธอออกมาเพื่อ ‘หาผู้ชายดี ๆ สักคน’ 

เพียงแต่พวกเขาไม่ได้พูดตรง ๆ เท่านั้นแหละ 

อย่างไรก็ตามชิดชญาคิดว่าไม่เห็นเป็นไร การหางานทำก็ไม่ใช่เรื่องแย่ ถ้าไม่ถูกใจอย่างมากก็แค่หางานใหม่ 

ครั้งนี้คนที่บ้านดูจะดีใจที่เธอทำงานที่เดิมมาได้เกือบปีแล้ว ไม่ได้ลาออกอย่างบ้าระห่ำเหมือนช่วงแรก ๆ ที่เรียนจบ 

“ขาดเหลืออะไรบอกผม อึดอัดใจตรงไหนก็บอกได้ไม่ต้องเกรงใจ ผมไม่ค่อยอยากจะเปลี่ยนพนักงานใหม่เท่าไหร่หรอก” 

นั่นคือคำพูดของ ‘เฉินจวิ้นเชา’ บอสใหญ่แห่ง เจินเป่า กรุ๊ป ผู้บังคับบัญชาของเธอเอง 

เขากับภรรยาป็นคนสัมภาษณ์และรับเธอเข้ามาทำงาน แถมยังเสนอสวัสดิการที่ยอดเยี่ยมทั้งเงินเดือนและที่พักซึ่งดูดีเกินไป แต่บอสใหญ่ก็บอกว่าห้องพักนี้เป็นของครอบครัวเขาเอง ให้เธอพักได้ตามสบายโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย 

เธอเข้าทำงานที่นี่ตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยเฉินจวิ้นเชาซึ่งพูดภาษาไทยคล่องราวกับเจ้าของภาษาได้บอกกับเธอตั้งแต่แรกว่า 

“ปีหน้าผมจะกลับไปบริหารงานที่ปักกิ่ง แล้วจะให้น้องชายมาดูแลแทน ตระกูลเราที่นี่ถึงจะพูดภาษาไทยได้บ้างแต่ ‘อิง’ น้องชายผมไม่รู้ภาษาไทยเลยสักคำ ผมหวังว่าจะมีคนมาช่วยเขา เราจะทดลองงานคุณสามเดือนโดยหักค่าเช่าห้องจากเงินเดือน ถ้าผ่านโปรคุณก็จะได้อยู่ห้องนั้นฟรี” 

แน่นอนชิดชญาผ่านมาได้ ก่อนจะร้องเอะอะในใจว่า “คุณพระ! ” เมื่อเธอได้รับเงินเดือนเพิ่มอีกสามหมื่น โดยเฉินจวิ้นเชาให้เหตุผลว่า 

“ห้องที่คุณอยู่มีราคาค่าเช่าเดือนละสามหมื่นไงล่ะ นี่เป็นค่าเช่าห้องที่ช่วยจ่ายให้” 

แม้ชิดชญาจะรู้สึกประหลาด ๆ อยู่บ้าง จะว่าเฉินจวิ้นเชาพิศวาสในตัวเธอก็ดูเหมือนจะไม่ใช่ 

เขาแต่งงานแล้ว และไม่เคยมีทีท่ากระลิ้มกระเหลี่ยร้ายกาจกับชิดชญาเลยสักนิด  

ตรงกันข้าม... 

กลับสุภาพและให้เกียรติเธออย่างมาก ชิดชญายังสนิทสนมกับ ‘หยางเชี่ยน’ ภรรยาของเขาที่บินมาเยี่ยมอยู่บ่อย ๆ เหตุผลที่บอสใหญ่ต้องการกลับไปอยู่ปักกิ่งก็เพราะอยากกลับไปอยู่กับภรรยานั่นเอง 

“อย่าคิดมากน่าเจ๊เฟิร์น ถ้ามันไม่ดีก็ค่อยลาออกปะ จะคิดนู่นเดานี่ไปทำไม”  

วายุเคยกล่าวเช่นนี้เมื่อชิดชญามาเล่าให้ฟังถึงความดีงามเกินเหตุของบริษัทที่ทำงาน 

พรุ่งนี้แล้วสินะ... 

บอสใหม่จะมา 

คงต้องปรับตัวอีกแล้ว 

*******************************

มาแล้วจ้า ไม่ได้มาทุกวัน แต่จะขยันมานะคะ  

ลุ้น ๆ กับคุณบอสไปด้วยกันเด้ออออ  

ขอบพระคุณที่อ่านจ้า ^o^  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว