ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ใจเอย

คำค้น : ภูเสมอดาว พระอาทิตย์ขึ้น แคมป์ปิ้ง ช้างป่า

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 30

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 พ.ค. 2564 17:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ใจเอย
แบบอักษร

ทุกคนจึงพากันเดินกลับไปที่แคมป์​ อินทนิล​ เดินพลางหันกลับมามองข้างหลังอยู่เรื่อยๆ​ "มองอะไรเหรอ​นิล​" นรากรถาม​ "เอ่อ.. เปล่า" ​ตอบพลางคิดในใจว่า​ หายไปได้ไวมาก​นายเป็นคนหรือผีกันนะ....​ หรือเราจะโดนผีป่าผีเขาหลอกซะแล้ว​.... เมื่อถึงแคมป์​ บราวนี่ก็รีบถาม "​นี่เธอไปไหนมาย๊ะอินทนิล....​ทีแรกนึกว่าออกไปกับนายช่วย".....​"พวกเราเลยดูทางช้างเผือกเพลิน" ​ จนนายช่วย​ชุ่มตามช้าง​เสร็จ​ กลับมานั่นแหละ​ ถึงได้รู้ว่าเธอหายไป​..... "อ่าวนายช่วยบอกว่าไป​ปลดทุกข์ไม่ใช่เหรอ"​ นายช่วยยิ้มแห้งๆ​ หัวเราะแหะๆ​ "ผม​ไปจริงๆคับ แต่พอเสร็จเดินออกป่ามา​ เห็นรอยตีน​ ช้าง​ ใหม่ๆเลยนิ่งฟัง​เสียงมัน ไม่เห็นมีอะไรจึง​ตามรอยไปคับ​​ เป็นช้างใหญ่ตัวเดียวคับ".....​"มันอ้อ​มลานหินที่เรานอนแล้วลงหุบไป​ ผ้มเลยขึ้นมาไม่ตาม".....​ "ช้างป่าแถวนี้มีด้วยเหรอ?" ​ ทุกคนถามเป็นเสียงเดียว​ "ผมว่าน่าจะเป็นช้างของคนปาเกอะญอคับ​แต่ทำไม​มากลางคืน"  

​"ผมกับคุณนิลได้ยินเสียงร้องแล้ว​ เงียบไป​ เลยสงสัย​ ต้องออกไปสำหรวจดูครับ​ กลัวเป็นช้างตกมันหลุดมาจากปางช้าง....​ แต่.!..มันร้องธรรมดาสองครั้งแล้วก็เงียบไป​....ตีนฟ้ายกแล้วคับ" นายช่วยบอก​ "ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกันเถอะ"​ อินทนิล​ ขอตัวเดินไปรอดูพระอาทิตย์​ บัญญัติ รับหน้าที่พ่อครัวดังเดิม...​ อินทนิลนั่งพิงก้อนหิน....​ ใจคิดถึงแต่เรื่องเมื่อใก้ลรุ่ง...​ มีความรู้สึกประทับใจอย่างประหลาด​ นึกถึงเสียงทุ้มเพราะๆที่ร้องเพลงกับเตหน่า... "เบอแด"​.. เธอ​คิดวนไปมาสับสนไปหมด... 

​ พระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า​.....ทุกคนชื่นชมความงาม แสงเงินแสงทองเปล่งประกายระยิบระยับ ตัดกับขอบฟ้าที่อ่อนๆช่างงดงามนัก เหมือนปล​ุกชุบชีวิตให้ทุกสิ่งทุกอย่างให้สดใส...เมื่อแสงสีทองของรุ่งอรุณในวันใหม่ล้ำขอบฟ้าขึ้นมา.......กล้องทุกตัว​ลั่นชัตเตอร์​ รัวๆ​ แต่เธอกลับไม่รู้สึกถึงความงามข้างหน้าเลย​....ไปล้างหน้าล้างตา​ อาบน้ำกินข้าวกันเถอะ....​ แล้วจะได้กลับลงภูกัน​... กลับเหรอ..​ เธอคิดอ้อยอิ่ง....​ ไม่อยากกลับเลย.....  

ที่ป่าอีกด้านหนึ่ง เบอแด ก่อไฟ...นั่งข้างขอนไม้...ถัดไปอีกหน่อยเป็นช้างของเขา พลาย "สะเอ" ยืนรอเจ้าของอยู่ เขาจัดการ ต้มน้ำในกระบอกไม้ไผ่จนเดือด แล้วใส่ชาลงไปในแก้วไม้ไผ่ เทน้ำที่เดือดๆลงไป ก็ได้ชา ที่หอมกรุ่น รสชาติและกลิ่นที่ดีงาม แล้วพลิกปลาที่เสียบไม้ไว้ เอาอีกด้านที่ยังไม่สุกหันเข้ากองไฟ แล้วปักดินไว้เหมือนเดิม กลิ่นปลาที่เขาดักเบ็ดไว้ที่แอ่งหินน้ำซับเมื่อคืน..... หอมฉุย... เขาจิบชาจากแก้วไม้ไผ่ แล้วหรี่ตามองควันไฟที่ลอยขึ้นในอากาศ....คิดถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วยิ้มอย่างเป็นสุข...อนิทนิล ผู้หญิงที่เขาแอบหลงรักช่างมีเสนห์นัก.... เขาแอบมองอิริยาบทเธอ ตั้งแต่วันที่แจกของ...เธองดงามเป็นธรรมชาติ จริตกริยาก็ไม่มีเสแสร้ง เข้มแข็งและอ่อนหวานในคราวเดียวกัน เรือนร่างหรือ..ก็สวยระหงราวกับนางฟ้านางสวรรค์...ก็มิปาน... 

เขาไม่เสียใจเลยที่ ในวันที่คณะแจกของเดินทางขึ้น ภูเสมอดาว...เขาขี่ช้างตรวจไร่อยู่เห็นเข้าจึงใสช้างให้เดิน ตามขึ้นมา กว่าจะถึงบนภูก็ดึก ไม่ได้เตรียมอะไรขึ้นมาสักอย่าง นอกจากของในย่ามที่มีแต่ เตหน่า....มีด... กับขอเบ็ด...และเชือกกับใบชาแห้ง...นิดหน่อยก็เท่านั้น ซึ่งแค่นี้ก็ถมเถ..สำหรับ ประทังชีวิตในป่าได้แล้ว..สำหรับไฟ เขาก็ใช้ไม้ไผ่ขัดสีกันจนเกิดสะเก็ดไฟ ก็ได้ไฟใช้...เรื่องเหล่านี้ล้วนไม่เป็นปัญหาสำหรับชาวป่าอย่างเขา คุ้มที่สุดคือเรื่องปราถนาของหัวใจ...ที่ได้นั่งเล่น "เตหน่า" พลอดรักเธอ กลางลานหินแอ่งน้ำซับแห่งนี้ เป็นความประทับใจไม่รู้ลืม ที่ สำคัญ เขาขึ้นมาเห็นตอนที่เธอกำลังจะอาบน้ำพอดี เขาจึงดึงยางที่รัดผมเขาออก ดีดลูกมะขามป้อมด้วยความแม่นยำ ให้คบไฟน้อยๆ ดับในทันที เพื่อไม่ให้ใครเห็นเรือนร่างอันสวยงาม ของเธอ เขาต้องสะกัดกั้น อารมณ์ปราถนาเพียงใด ที่เห็นเธอเดินลงน้ำด้วยร่างกายที่ เปลือยเปล่าเนินนาน เขาคิดพลางถอนหายใจยาว อย่างเป็นสุข ปลาอีกด้านสุกพอดี เขาจึง กินมื้อเช้าด้วยความหิวกระหายเพราะไม่ได้นอนมาทั้งคืน แล้วจึงดับกองไฟ เอาย่ามคล้องไหล่  

กลิ่นกาแฟหอมอบอวล​ บัญหยัด ​เชิญชวน​ให้กินข้าวต้ม​ "กินเยอะๆนะจะได้เก็บของมีแรงเดินทางต่อ"​ ทวีศักดิ์​บอก​ หลายคน​ เอ่ย​ชื่นชมทริปนี้ที่ได้ดูทางช้างเผือก​ ที่ไม่มีให้เห็นในเมือง​.... "เป็นอะไรน่ะยายนิลทำไมเงียบไป​" "เอ่อ.. นิลแค่คิดว่า​....ที่นี่สวยจังคะพี่บราวนี่​ อยากมาอีก" ​ "ใช่พี่ก็ชอบนะ" ​แล้วส่งตาหวานให้นรากร....​ ผัวขราาา....​ บราวนี่พูดเบาๆในใจ​ ทุกคนสาละวนเก็บของ​ ขึ้นรถ​ "อย่าลืมเก็บขยะไปทิ้งข้างล่างด้วย​" ต่างคนต่างหิ้วถุงขยะของตัวเอง​ ไปใส่หลังรถกะบะ......​ "ถึงเวลาเดินทางละครับ​ ขึ้นรถกันเลยครับ" ครูใหญ่​พูด​  

นายช่วย กระโดดขึ้นนั่งกะบะหลังอย่างทะมัดทะแมง​ แล้วรถทุกคันก็เคลื่อนตัว​ออกไปจากลานหิน​ อินทนิล อดไม่ได้ที่จะเหลียวมอง​แอ่งหินน้ำซับ​ ที่พึ่งใช้​ อาบน้ำ เมื่อกี้​.....นึกถึง​เรื่องราว​ เมื่อใก้ลรุ่ง​ ใจหายยังไงไม่รู้.....​ รถขับผ่านทางลงภูมา...เมื่อถึงตีนภู​ ข้างทางข้างหน้า​ ทุกคนต่างโบกไม้โบกมือ ให้ช้างและควาญ​ ที่ใสช้างเข้าป่าข้างทาง หลบให้รถ​ เมื่อเธอมองไป​ เธอเห็นเขานั่งบนคอช้าง​.... เขายิ้มน้อยๆและโค้งศรีษะให้เธอ​ เป็นสัญญานว่า​มาส่งลาอินทนิลตะลึงไปชั่วขณะ.....​ เธอมองจนเหลียวหลัง​ จนรถผ่านลับ​ "เบอแด​" เขามาส่งเธอกลับ​..... เธอรู้สึกปลื้มใจอย่างประหลาด​.....  

เมื่อรถมาถึงโรงเรียน​ ทุกคนจึงลงจากรถ​ จัดสัมภาระใหม่....​ เมื่อเข้าที่เข้าทางเเล้วจึงออกเดินทาง​ต่อเข้าเมืองหลวงทันที​.....หากช้าจะถึงดึก​ ทั้งคณะ ร่ำลาครูใหญ่​ นายช่วย​ ครูทุกคน​เสร็จ​จึงขึ้นรถ​ ออกเดินทาง....​ อินทนิล​ อ้อยอิ่งเศร้าสร้อย​..... สลับกับนั่งอมยิ้ม​มาตลอดการเดินทาง​.... ถีงเวลาแวะรัปทานอาหารกลางวัน​ เธอกินอาหารเงียบๆ​ แต่หัวใจเธอนั้นกลับล่องลอยไปสู่ "ภูเสมอดาว"....ทุกคนในคณะเดินทางกลับถึงบ้านเป็นเวลาค่ำๆ​ บราวนี่กับนรากรมาส่งเธอที่บ้าน​.. "อย่าลืม​ดูตารางงานนะจ๊ะนิล​ วันมะรืนนี้​เธอมี ถ่ายรายการเกมส์โชว์"... "ค่ะพี่บราวนี่​"  

ที่บ้าน.....พ่อกับแม่ไม่อยู่คงไปออกงานสังคม​ เธอทานอาหารค่ำเล็กน้อยแล้วขึ้นห้องทันที​ นอนเล่นบนเตียงสักพัก​..ใจลอยคิดถึงภูเสมอดาวที่จากมา ยิ้มด้วยความปลื้มใจ นึกถึงชายหนุ่มหล่อเหลาคนนั้น "เบอแด"....พลางคิดว่าทำไมเขาจึงไปอยู่ที่นั่น ขนาดไปไกลจนจะสุดขอบฟ้าในป่าแล้ว ก็ยังไปเจอเขา หรือเขาเป็นคนชนเผ่า...หรือเขาตั้งใจตามเธอไป.... ความสงสัยต่างๆประดังประเดเข้ามา...คิ้วเรียวยาวสวยขมวดเข้าหากันความคิดสัปสนไปหมด เขาเป็นใคร ช่างลึกลับนัก มาก็ไม่เคยทันตั้งตัว และเวลาไปก็เงียบ....และไวปานสายลม เธอคิดวนๆ จนตาปรือเพราะ ความอ่อนเพลีย​จากการเดินทาง​ เวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วนัก​ อยากหยุดเวลาไว้ตรงแอ่งหินน้ำซับ​ นี่เราเป็นเอามากขนาดนี้เลยเหรอ​ เธอคิด​ หนังตาหนักอึ้ง และเริ่มปิดสนิท​....ล่องลอยหลับไหล ไปในทันที​ 

ความคิดเห็น