facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามซ่อนรัก 13 : แม่ฉลามเล่นปม

ชื่อตอน : ฉลามซ่อนรัก 13 : แม่ฉลามเล่นปม

คำค้น : ฉลามซ่อนรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 30 เม.ย. 2564 17:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามซ่อนรัก 13 : แม่ฉลามเล่นปม
แบบอักษร

ฉลามซ่อนรัก 13 : แม่ฉลามเล่นปม 

#ฉลามซ่อนรัก 

 

           “คุยเรื่อง...อาโนเอลเหรอครับ ?” ผมเลิกคิ้วใส่สงสัยว่าแม่อยากคุยอะไรเกี่ยวกับคนที่เข้าบ้านไปแล้ว “คุยเรื่องอะไรเหรอครับแม่”

 

“หลายเรื่องลูกรัก ไว้ไปถึงห้างแม่จะเล่าให้ฟัง”

 

“มันเป็นเรื่องใหญ่มากเหรอครับ แม่ถึงดูมีลับลมคมนัยขนาดนั้น”

 

“ก็แค่เรื่องขำๆ อย่าคิดมากสิ” แม่ยกยิ้มพลางลูบแก้มผม ก่อนจะเดินมาโอบไหล่แล้วดันผมไปขึ้นรถที่เตรียมไว้ ไม่เปิดโอกาสให้ผมได้ถาม รู้ตัวอีกทีแม่ก็พาผมขับรถออกมาจากบ้านแล้ว นั่นทำให้ผมระแวงนิดหน่อยเพราะต้องปล่อยให้อาอยู่กับพ่อเพียงลำพัง

 

ถึงแม่จะบอกว่าจะกลับมาจัดการให้ทีหลัง แต่กว่าเราจะกลับอาไม่กลายเป็นไม้จิ้มฟันฉลามไปแล้วเหรอ ต่อให้ผมจะมั่นใจว่าพี่ซีวานจะห้ามพ่อได้ก็เถอะ

 

ทว่าผมก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี

 

           แม่พาผมมาที่ห้างไม่ไกลจากบ้านเท่าไหร่นัก เรามาที่นี่บ่อยๆ เพราะมันมีของทุกอย่างที่เราต้องใช้ เมื่อก่อนมีเครื่องเล่นด้วย ผมกับพวกพี่ๆ ชอบมาเล่นกันจะตาย แต่พอโตขึ้นก็เลิกเล่นกันไปอีกส่วนคือทางห้างทุบทิ้งแล้วเปลี่ยนเป็นโซนเครื่องสำอางค์แทน

 

           “ไหนดูสิพ่อให้ซื้ออะไรบ้าง” แม่พึมพำหลังจอดรถเสร็จ หยิบกระดาษแผ่นนึงที่จดลิสต์ของที่ต้องซื้อขึ้นมาดู ผมจึงชะโงกหน้าไปดูด้วยจะได้ช่วยหาของที่ต้องการถูก

 

           ใจจริงผมอยากถามเรื่องที่แม่พูด ติดแค่ว่าตลอดทางแม่ไม่เปิดโอกาสให้ผมเลยสักนิด เขาชวนคุยเรื่องอื่นทั้งที่นิสัยแม่เป็นพวกชอบพูดตรงๆ มากกว่าทำอะไรอ้อมค้อมแบบนี้ นั่นยิ่งเพิ่มความสงสัยในตัวผมอีกว่าเขาอยากคุยเรื่องอะไรเกี่ยวกับอากันแน่

 

           แล้วพี่ซีวานอยากคุยอะไรกับอากันถึงต้องให้แม่มาลากผมออกห่างจากอาแบบนี้

 

           หรือว่าจะเป็นเรื่องเซลีน ?

 

           แต่ก็ไม่เห็นต้องทำให้ลึกลับซับซ้อนแบบนี้เลย

 

           “ขอบคุณลูกรัก” แม่พูดขึ้นหลังผมหยิบซอสจากชั้นวางมาส่งให้ แม่รับไปใส่รถเข็นแล้วไล่สายตาอ่านกระดาษต่อ “อืม...ต้องซื้อผลไม้ไปด้วยแฮะ วันนี้พ่อเขาจะทำสลัด”

 

           “ปกติพ่อจะซื้อรอไว้เลยนี่น่า ทำไมวันนี้ถึงวานแม่มาซื้อล่ะครับ”

 

           “แม่จะออกมาซื้อของส่วนตัวพอดีน่ะ พ่อเขาเลยฝากมาซื้อพร้อมกัน”

 

           “ของส่วนตัวที่ว่าคืออะไรครับ”

 

           “:)”

 

           “แม่ครับ ยังไม่หยุดอีกเหรอ” ผมพองลมในแก้มใส่แม่ที่ยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ ไอ้ของส่วนตัวที่ว่าจะต้องไม่พ้นพวก ‘ถุงยาง’ หรือของสำหรับ ‘เรื่องอย่างว่า’ แน่ๆ ถึงผมจะรู้ว่านี่มันเป็นเรื่องปกติ แต่พวกเขาก็ควรจะเพลาๆ ลงหน่อยไหม ไม่ใช่ยิ่งอายุเพิ่ม ยิ่งทำกันอย่างไม่เกรงใจ

 

           ลูกสามแล้วนะเผื่อพ่อแม่ลืม

 

           “มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์นะซีน และอายุก็ไม่ใช่ข้อจำกัด”

 

           “เกิดแม่มีน้องขึ้นมาจะทำยังไงครับ ผมอยู่ช่วยเลี้ยงน้องไม่ได้นะ” ผมยู่ปาก “เว้นแต่ว่าจะพาน้องไปเลี้ยงที่บ้านอา แบบนั้นผมจะเลี้ยงให้ทั้งวันทั้งคืนเลย”

 

           “ฮ่าๆ คงไม่มีแล้วล่ะ” แม่ยิ้ม “แค่สามคนก็อิ่มแล้ว”

 

           “แต่เหมือนพ่อๆ เขาไม่อิ่มเลยนะครับ เห็นกินแม่ทุกวัน”

 

           “บางทีแม่ก็เป็นฝ่ายยั่วพวกเขา”

 

           “แม่...!”

 

           “ทำไมเราจะต้องให้เขาเริ่มเกมก่อนล่ะจริงไหม” แม่ยักคิ้วใส่แสดงให้เห็นเลยว่าแม่มั่นใจในตัวเองมากแค่ไหน ซึ่งผมก็ได้ด้านนั้นมาพอๆ กับที่แดเนียลได้จากแม่นั่นแหละ “เราเป็นคนคุมเกมได้ ไม่จำเป็นต้องให้ฝั่งรุกเริ่มก่อนตลอดซะหน่อย”

 

           “ไม่แปลกใจเลยที่พ่อติดแม่ขนาดนี้ แม่เอาอยู่หมดเลย”

 

           “แน่นอน ไม่งั้นจะมีลูกฉลามสามคนเหรอ” แม่หัวเราะพร้อมกับลูบหัวผม “แถมเป็นฉลามสามตัวที่น่ารักที่สุดในโลก แม่คิดไม่ออกเลยว่าถ้าไม่มีพวกลูก มันจะเหงาขนาดไหน”

 

           “พวกเราควรพูดคำนั้นมากกว่า แม่อุตส่าห์คลอดพวกเรามาเลยนะครับ” ผมย่นคิ้วใส่ “ถ้าแม่ไม่ทำให้พวกเราเกิดมา ตอนนี้พวกเราอาจจะเป็นแค่ธาตุอากาศก็ได้”

 

           “แต่ตอนนี้ลูกมีเลือดเนื้อและหัวใจ”

 

           “แม่ครับ”

 

           “ลูกมีชีวิตที่สมบูรณ์” คำพูดของแม่เรียกรอยยิ้มจากผมได้เสมอ เพราะแม่มักมีถ้อยคำที่สร้างความสบายใจให้ ราวกับว่าเขามีเวทย์มนต์ช่วยให้คู่สนทนาสบายใจ เป็นดั่งเทพเจ้าที่ผมยอมกราบไหว้บูชาเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น

 

           บอกตามตรงผมคิดชีวิตที่ไม่มีแม่ไม่ออกเลย แม่เป็นยิ่งกว่าคนสำคัญ ถ้าไม่มีเขาก็ไม่มีผมในทุกวันนี้

 

           ‘อารักเราเพราะเราเป็นลูกโซล’

 

ตึก !

 

           ฝีเท้าผมหยุดลงเมื่อได้ยินคำพูดนั้นลอยเข้ามาในหัว เป็นจังหวะเดียวกับที่แม่หาของเจอพอดีเลยเดินไปหยิบ ในขณะที่ผมนิ่งคิดถึงความเชื่อมโยงกับสิ่งที่อาพูดก่อนหน้านี้ ที่ว่ารักผมเพราะผมเป็นลูกของเพื่อนรักเขา พอรวมกับที่แม่บอกก็ทำให้ผมหลุบตาคิดปนกัน

 

           ผมรักแม่มาก มากกว่าใครทั้งนั้น แม่เป็นคนที่น่ายกย่องและเป็นนัมเบอร์วันเสมอ

 

           แต่คำพูดของอาก็ฟังดูใจร้ายเหลือเกิน

 

           ถ้าผมไม่ได้เกิดเป็นลูกของแม่โซล...

 

           ผมก็จะไม่ได้รับความรักจากอาเหรอ

 

           “แม่ครับ”

 

           “หืม ?”

 

           “ตกลงแม่อยากคุยเรื่องอะไรของอาเหรอ” ความอยากรู้พาให้ผมพลั้งปากถามพร้อมกับลากสายตาไปสบคนโตกว่าที่ระบายยิ้มบางให้ ผมไม่ได้ตั้งใจจะหาเรื่องนะ แค่อยากรู้ว่าแม่ซ่อนอะไรไว้ การที่ทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นมันไม่ได้ช่วยให้ผมหายอยากรู้สักเท่าไหร่

 

           และผมเป็นพวกไม่ชอบให้มีอะไรค้างคาใจ

 

           “เราน่าจะคุยกับที่นี่ได้แล้วใช่ไหมครับ”

 

           “อื้ม” แม่ขานรับด้วยรอยยิ้ม “ลูกคงอยากรู้จะแย่แล้วสิ”

 

“แน่นอนสิครับ เรื่องอาทั้งคนหนิ”

 

“พอเป็นเรื่องอา ลูกนี่ไม่เคยแผ่วเลยนะ” ผมยิ้มเจื่อนให้ “แต่ก็ไม่แปลกลูกติดอาจะตาย อะไรที่เกี่ยวกับอาลูกก็ต้องขวนขวายอยู่แล้วถูกไหม”

 

“แม่ชมใช่ไหม ทำไมผมรู้สึกเหมือนถูกแซะอยู่เลย” เจ้าตัวหัวเราะ “ตกลงจะคุยอะไรกันแน่ครับ”

 

“ก็ไม่มีอะไรมาก แม่แค่อยากรู้ว่าอยู่กับโนเอลลูกมีความสุขดีใช่ไหม”

 

           “ครับ ?”

 

           “ก็ช่วงนั้นลูกกับอาต้องห่างกันไป พอกลับมาเจอกันใหม่ก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกันเลย ถึงจะชั่วคราวก็เถอะ” ผมชะงักก่อนจะย่นคิ้วไม่เข้าใจ แม่เดินกลับมาพร้อมของในมือ ค่อยๆ วางลงในรถเข็นปล่อยให้ผมทบทวนตัวเองไปพลางๆ ไม่นานก็พยักหน้า “แต่ดูลูกโอเคขึ้นเยอะ ยิ่งภาพที่ถ่ายลงไอจีนั่นก็ยิ่งชัดว่าอยู่กับโนเอลลูกมีความสุขแค่ไหน”

 

“ก็มีความสุขนะครับ อาตามใจ” ผมพึมพำเช่นคนเขินอาย “อาน่ารักและใจดีกับผมมาก”

 

“นั่นเป็นเรื่องที่ดีนะ มันจะช่วยให้ลูกดีขึ้นไม่ต้องคิดมาก”

 

           “แต่ตอนนี้ผมเริ่มคิดมากแล้วเพราะแม่เหมือนมีอะไรปิดบังกัน” แม่ยกยิ้มบางๆ “บอกมาเถอะครับ ไม่เห็นต้องทำให้มันยุ่งยากเลยนี่น่า นั่นไม่ใช่นิสัยแม่เลยนะ”

 

           “บางครั้งเราก็ต้องดึงเวลาเพื่อหาคำพูดที่เหมาะสม เพราะแม่ไม่อยากให้ลูกรู้สึกว่าแม่กำลังล้ำเส้น”

 

           “ทำไมแม่พูดแบบนั้นล่ะครับ แม่ไม่เคยล้ำเส้นผมเลยนะ”

 

“แต่รอบนี้แม่อาจทำ”

 

“ยังไงครับ ?”

 

“เพราะแม่สงสัยว่าลูกรักอาใช่ไหมนะ”

 

“หา ?”

 

“รักในแบบที่พวกเราไม่ได้รักกัน”

 

           “…!!!”

 

           “หรือพูดให้ถูกคือลูกรักอาในแบบที่พ่อแม่รักกันสินะซีน :)” 

 

           ผมถึงกบัชะงักเบิกตากว้างตอนแม่ถามตรงประเด็นอย่างที่ผมขอ ทว่าก็ไม่ได้เตรียมใจรับว่าจะเจาะลึกถึงใจขนาดนี้ทำเอาผมทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ ผมไม่เห็นแววตาตำหนิในดวงตาสีเดียวกัน หากแต่มันเต็มไปด้วยความรักกับการรอคอยคำตอบจากปากผม

 

           นาทีนั้นผมกัดปาก หลุบตาครุ่นคิดว่าจะตอบแม่ไปยังไงดีไม่ให้มันกระทบกับความสัมพันธ์เรา รวมถึงทบทวนความรู้สึกที่ผ่านมาว่าระหว่างผมกับอามันเป็นอย่างที่แม่บอกหรือเปล่า แต่ทุกครั้งที่ผมจีบเขา ผมก็ไม่เคยอยากให้เราเป็นแค่อาหลานกัน

 

           ผมอยากเป็นมากกว่านั้น

 

           แต่อาให้ผมไม่ได้

 

           “ขอโทษครับ” ประโยคสั้นๆ ที่หลุดออกมาไปทำให้แม่ขยับเข้ามาใกล้ วางมือลงบนรถเข็น “ผม...ไม่แน่ใจว่าถ้าเกิดพูดออกไปแม่จะรับได้หรือเปล่า”

 

           “การซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองเป็นเรื่องที่ดีนะ มันช่วยให้อะไรง่ายขึ้น”

 

           “แต่ถ้าผมบอกว่าผมรักอาในแบบที่แม่คิด แม่กับพ่อก็อาจจะ...”

 

           “ซีน”

 

           “…”

 

           “นี่ชีวิตลูก ลูกเป็นคนเลือกเอง” แม่ระบายยิ้มพร้อมกับเอื้อมมือมาลูบหัวผม สัมผัสแสนอ่อนโยนเกือบทำผมร้องไห้ เพราะผมรู้สึกว่าแม่กำลังทำความเข้าใจผม แทรกซึมเข้ามาทีละนิดและเจาะกำแพงที่ก่อตัวอยู่ให้พังทลายลง

 

           แม่เป็นแบบนั้นเสมอ แม่เยียวยาจิตใจทุกคน

           

           “แม่มีหน้าที่สอนและแนะนำเท่านั้น แม่เข้าไปบังคับชีวิตลูกไม่ได้ เพราะนี่คือชีวิตที่ลูกต้องเลือกเอง”

 

           “แล้วถ้าผมเลือกผิดล่ะครับ ถ้าผมเลือกในสิ่งที่ทำให้แม่ผิดหวังในตัวผม”

 

           “แม่ไม่เคยผิดหวังในตัวลูกนะซีน ไม่เคยเลยสักครั้ง” แม่หัวเราะเบาๆ “แม่เชื่อมั่นในตัวลูกเสมอ และถึงลูกจะทำผิดเราก็แก้ไขกันได้ นั่นคือสิ่งที่ครอบครัวเราทำ เราต้องซัพพอร์ตกัน ไม่ใช่ซ้ำเติมในสิ่งที่ผิดพลาด”

 

           “แม่ครับ”

 

           “และที่แม่ถามเพราะแม่อยากรู้จะได้ช่วยแนะแนวทาง ไม่ได้จะต่อว่าอะไรหรอก” ผมพยายามกดก้อนขมๆ ที่จุกคอลงท้อง เพื่อไม่ให้มันแปรเปลี่ยนเป็นก้อนสะอื้นทำผมร้องไห้กลางห้าง “โนเอลเป็นคนดีนะซีน่อน เขาเป็นเพื่อนรักที่ดีที่สุดเท่าที่แม่เคยมีมา เขาใจเย็น มีสติ ถึงจะติ๊งต๊องไปบ้างแต่เขาก็เป็นคนที่เข้มแข็งมากคนนึง”

 

           “...”

 

           “และการที่ลูกจะตกหลุมรักเขามันก็ไม่แปลก เขารักลูกและใจดีกับลูก ยิ่งในช่วงที่ลูกลำบากแบบนี้ เขายิ่งแสดงให้เห็นว่าเขาจริงใจกับลูกมากแค่ไหน”

 

           “แต่เขาไม่ได้รักผมในแบบที่ผมอยากได้”

 

           “ซีน่อน”

 

           “เขารักผมเพราะผมเป็นลูกแม่” ผมไม่อยากพูดคำนี้ แต่ประโยคนี้มันติดอยู่ในใจผม “เขาไม่มองผมในฐานะคนคนนึงที่ไม่เกี่ยวข้องกัน”

 

           “สำหรับเขาแล้วพวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน เขาเลี้ยงลูกมาต่อให้จะไม่ได้เลี้ยงตลอด แต่ความผูกพันทำให้เขาล้ำเส้นไม่ได้”

 

           “เพราะเขากลัวจะถูกมองว่าตัวเองเป็นคนไม่ดีใช่ไหมครับ เขากลัวว่าสังคมจะตราหน้าเขาว่าทำเรื่องผิดบาป”

 

           “หรือเขากลัวว่าลูกจะถูกมองว่าเป็นเหยื่อมากกว่า”

 

           “หืม ?”

 

           “เขาอายุกว่าลูกมาก ความคิดเขาหลากหลายกว่าที่คิด” ถ้อยคำของแม่ทำผมย่นคิ้วนิดหน่อย เอียงคอเล็กน้อยเพื่อรอคำตอบจากเขา “ซีน โนเอลน่ะผ่านโลกนี้มาเยอะนัก มากกว่าที่ลูกจะจินตนาการได้ พอเขาได้เจอกับคนที่เขาให้ใจ เขาก็อยากจะรักษาคนคนนั้นเอาไว้ไม่ว่าจะฐานะไหนก็ตาม มันเป็นเหมือนเกราะป้องกันไม่ให้เขากลับไปเดียวดายอีกครั้ง”

 

           ผมตั้งใจฟัง

 

           “ชีวิตที่ไม่เหลือใครมันทรมานมากลูกรัก แม่เข้าใจความรู้สึกนั้นของอาดี” แม่หลุบตาพร้อมกับถอนหายใจไปที “การที่เขาไม่มองลูกในฐานะคนคนนึงเพราเขาเห็นลูกเป็นครอบครัวเขา เขาอยากคงความสัมพันธ์แบบนี้เพื่อให้เราได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ถ้าเขาเปลี่ยนแปลงความรู้สึก เขาก็กลัวที่จะสูญเสียลูกและสิ่งที่เขารักไป”

 

           “การที่จะเป็นคนรักกันมันยากขนาดนั้นเลยเหรอครับแม่ ทั้งๆ ที่สนแค่ความรู้สึกก็ได้”

 

           “เห็นอย่างนั้นอาเขาคิดมากรู้ไหม”

 

           “…”

 

           “ถ้าเขารักลูกในแบบที่ลูกอยากได้ เขาคงรู้สึกผิดกับพ่อแม่ไปชั่วชีวิตเลย” หัวใจผมกระตุกคำพูดนั้นเสียดแทงเข้าไปในอกผม “เพราะเขาจะมองว่าตัวเองทำผิด เขาเลี้ยงลูกมาแล้วเปลี่ยนให้ลูกกลายเป็นคนรักเขา เขาคงจะรู้สึกว่าตัวเองกำลังหักหลังคนที่ให้ใจเขามา”

 

           “แต่ผมรักเขาก่อน ผมรักเขามานานมาก” ผมตอบกลับ “ผมรักเขามากจนไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับความรู้สึกที่มีอยู่ ผมเข้าใจว่าโลกนี้มีคนประเภทที่เลี้ยงเด็กมาเป็นเมียเยอะ แต่ไม่ใช่กับอา เขาไม่ได้คิดอย่างนั้น และผมก็ไม่ได้ถูกปลูกฝังอะไรผิดๆ ผมรักเขาเพราะเขาเป็นคนที่ดี”

 

           แม่เงียบตอนผมยอมรับความรู้สึกนี้

 

           “ตอนแรกผมคิดว่าผมรักเขาในฐานะอา ในฐานะคนที่ผูกพันกัน แต่ไม่ใช่ ยิ่งโตขึ้นผมยิ่งเข้าใจว่าผมรักเขาในแบบที่ไม่ควรรัก” ผมกำมือแน่น สะกดกลั้นความรู้สึกข้างใน “ผมไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ อาจจะเป็นช่วงมอปลายไม่ก็ช่วงที่ผมคบกับแซค ผมคิดถึงอาตลอด ผมรู้สึกว่าผมต้องการแค่เขาเท่านั้น พอห่างกันมันยิ่งชัดเจน ผมพยายามบอกตัวเองแล้วว่ามันไม่ถูกต้อง แต่ผม ไม่รู้สิครับ มันฟังดูเพ้อเจ้อใช่ไหมครับถ้าจะบอกว่าเราเกิดมาเพื่อรักเขา”

 

           แม่ส่ายหน้าเบาๆ

 

           “เขาเป็นคนเดียวที่ทำให้ผมอยากอยู่ไปนานๆ เพื่อรอวันที่เราจะรักกัน แต่เขาไม่เคยรัก เขาไม่เคยมองผมในฐานะอื่นนอกจากหลานเขาเลยครับแม่ ฮึก” จบประโยคนั้นน้ำตาหนึ่งหยดก็ร่วงผล็อยลงจากนัยน์ตาสวย ผมพยายามเชิดหน้าเผื่อว่ามันจะช่วยให้น้ำตาคืนกลับไปได้บ้าง

 

           แต่ก็เปล่า มันยังคงไหลออกมา ผมจึงต้องเช็ดมันลวกๆ ไม่ให้มันดูแย่ไปมากกว่านี้

 

           ผมเคยสับสนในตัวเองว่าความรู้สึกนี้มันคือของจริงไหม ทบทวนตัวเองอยู่นาน กระทั่งวันที่อากลับมาบ้านนั่นแหละผมถึงมั่นใจ

 

           ผมรักเขา รักเขามานานมากและหวังให้เขารักตอบไม่ว่าจะในฐานะไหน ขอแค่มีเขาอยู่ข้างกาย

 

           ทว่ามันก็อดเจ็บไม่ได้เมื่อคิดว่าเขาไม่เคยรักเราในแบบที่เราอยากได้ แต่กลับรักเพราะเราเป็นลูกของเพื่อนที่เขารักมากที่สุด

 

           พลันมือบางแสนอบอุ่นของแม่ก็ช่วยเช็ดน้ำตาให้ มันมาพร้อมกับรอยจูบที่ตราตรึงอยู่บนหน้าผาก นาทีนั้นผมเลื่อนสายตาไปสบกับแม่ มองดูรอยยิ้มแสนหวานของคนที่ผมรัก

 

           “นานๆ จะได้เห็นลูกร้องไห้เพราะผู้ชายสักครั้ง โนเอลนี่โชคดีจังได้ความรักของลูกแม่ไปหมดเลย”

 

           “แม่ครับ...”

 

           “แต่แม่เข้าใจว่ามันยากสำหรับลูกแค่ไหน ถ้าแม่เป็นลูกแม่ก็คงรู้สึกแย่ไม่ต่างกัน” แม่เช็ดน้ำตาให้ “แต่จำไว้นะซีน น้ำหยดลงกินทุกวันหินมันยังกร่อน นับประสาอะไรกับใจคนยิ่งคนใจอ่อนอย่างโนเอลน่ะยังไงสักวันมันก็ต้องเปลี่ยนแปลงได้”

 

           ผมทำหน้าไม่เข้าใจ

 

           “แค่ต้องให้เวลาเขาหน่อย มันยากสำหรับเขาไม่ต่างกัน” แม่พยายามเข้าใจทั้งสองฝ่าย “เรื่องแบบนี้มันต้องอาศัยเวลาและความอดทนเท่านั้น แม่เชื่อว่าสักวันเขาจะต้องมองลูกในแบบที่ลูกต้องการ”

 

           “ทำไมแม่ถึงดู ฮึก ไม่โกรธเลยครับ ทั้งๆ ที่ผมรักคนที่ไม่ควรรัก”

 

           “พูดจาใจร้ายจัง ใครๆก็เหมาะกับความรักทั้งนั้นแหละ” แม่ย่นคิ้วใส่ “และถ้าบอกว่าอาคือคนที่ไม่ควรรัก แบบนั้นแม่ก็รักพ่อไม่ได้สิจริงไหม ฉลามกลายพันธุ์สองตัวอันตรายกว่าโนเอลเป็นไหนๆ และอีกอย่างแม่ก็เป็นคนเลี้ยงพวกเขามาก่อนเหมือนกัน”

 

           เจ้าตัวหัวเราะขบขัน

 

           “เพราะงั้นแม่ถึงเข้าใจว่ามันยาก ตอนแม่รู้ว่าพ่อกลายร่างได้แม่ก็ทำใจยากไม่แพ้กัน ถึงอย่างนั้นแม่ก็ยังเสี่ยงที่จะรักพวกเขาและให้กำเนิดลูกฉลามแสนน่ารักทั้งสามตัวขึ้นมา” แม่ลูบแก้มผมเบาๆ “มันเป็นความเสี่ยงที่คุ้มค่าและแม่เชื่อว่าการรอคอยของลูกมันก็จะคุ้มค่าเหมือนกัน”

 

           “แต่อาเขาไม่ได้รักผมแบบนั้นนะครับ ผมไม่รู้จะทำยังไงให้เขารัก”

 

           “เขารักลูกอยู่แล้วลูกรัก แค่ต้องให้เวลากับความสัมพันธ์”

 

           “…”

 

           “อย่าใจร้อน อย่าบังคับ แค่ทำให้ดีที่สุดเท่านั้น”

 

           “แล้วถ้าสุดท้ายเขาไม่รักผมล่ะ ?”

 

           “งั้นแม่มีให้เลือกสองทาง” แม่ชูสองนิ้วขึ้นมา “หนึ่งคือตัดใจหาคนใหม่เข้ามาในหัวใจซะ สองคือใช้กำลัง”

 

           “แม่จะใช้กำลังกับอาเหรอครับ !?”

 

           “แค่ยืมมือพ่อเท่านั้น”

 

           “!!!”

 

           “พ่อเขายอมทำทุกอย่างเพื่อลูกนะ ต่อให้เขาจะอยากกินหัวอาก็เถอะ ฮ่าๆ” 

           

           แม่ขบขันเพื่อให้บรรยากาศระหว่างเราดีขึ้น ซึ่งมันก็ช่วยได้นิดหน่อย อย่างน้อยก็ทำให้ผมยิ้มออกมาได้แม้ว่าน้ำตาจะนองหน้าก็ตาม ผมพยายามเช็ดมันโดยมีแม่ช่วยซับน้ำตาไปพร้อมๆ กัน เวลาที่ฝ่ามืออบอุ่นแก้มผิวแก้มผม มันทำให้ผมรู้สึกดีชะมัด

 

           ราวกับว่าโลกนี้แค่มีแม่ผมก็สู้กับมันได้ทุกอย่าง

 

           ไม่เว้นแม้อสุรกายในร่าง

 

           “แต่ยังไงซะแม่ก็อยากให้ลูกอดทนนะ ถ้ามันไม่ไหวพ่อกับแม่จะช่วยเอง”

 

           “ขอบคุณมากนะครับแม่ ขอบคุณที่คอยดูแลและเข้าใจผม” ผมโผเข้ากอดคนที่ผมรักมากที่สุดในโลก “ถ้าไม่มีแม่ผมคงแย่กว่านี้ แม่ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นเยอะเลย”

 

           “ไม่เท่าอาหรอกจริงไหม” เขาหยอกเย้าให้ผมยู่ปากใส่ “สู้ๆ นะรู้ไหม เหนื่อยก็พัก ไม่ต้องฝืนตัวเองขนาดนั้น ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ความรู้สึกและความสัมพันธ์”

 

           “แม่ว่าอาจะรักผมในแบบที่ผมรักบ้างไหม”

 

           “ถ้าเขาไม่รัก เขาจะกลับมาทำไม”

 

           “เอ๊ะ”

 

           “อดทนหน่อยนะลูกรัก เดี๋ยวทุกอย่างมันจะดีขึ้นเอง” ผมขมวดคิ้วนิดหน่อยรู้สึกว่าแม่ยังคงมีแผนการซ่อนเร้น พาให้ต้องขยับมาหรี่ตาจับผิดก่อนจะโดนแม่บีบจมูกด้วยความมันเขี้ยวปนเอ็นดู “ไม่ต้องมาจับผิดแม่เลยจิ๋ว แม่ไม่ได้มีแผนอะไรทั้งนั้น”

 

           “แต่ผมรู้สึกว่าแม่มีอะไรบางอย่าง นี่เกี่ยวกับที่แม่ให้อาไปคุยกับพี่ซีวานในบ้านหรือเปล่าครับ ?”

 

           “เรื่องนั้นเป็นความลับ ไว้ให้อาบอกลูกทีหลัง”

 

           “เนี่ย แม่มีความลับกับผมอีกแล้วนะ”

 

           “บางอย่างลูกก็ต้องรอเวลานะ แม่จะไม่เฉลยให้ฟังทุกอย่างหรอก” แม่ยักคิ้วใส่ซึ่งมันดูกวนประสาทมากๆ จนผมอยากจะตีมือแม่โทษฐานมาทิ้งปมไว้ให้ผมอยากรู้ เสียดายที่ผมทำแบบนั้นไม่ได้เพราะแม่เป็นแม่ผม หรือต่อให้ตีได้ผมก็จะตีนิดเดียวเพื่อไม่ให้แม่เจ็บ

 

           บนโลกนี้แม่เป็นคนดีที่ผมจะไม่ยอมให้ต้องเจ็บ ใครที่มันกล้าทำแม่ผมเจ็บ มันจะเอาคืนให้หนัก

 

           ต่อให้ต้องกลายร่างเป็นฉลามสูญสิ้นวิญญาณผมก็จะทำ

 

           เพราะนี่คือโซล อิลเดนสัน

 

           คนของฉลามยังไงล่ะ

 

           “เพราะงั้นเราไปซื้อของกันต่อดีกว่า ป่านนี้พ่อเขาคงรอแย่แล้ว”

 

           “ผมกลัวว่าพ่อจะกินอาไปแล้ว เขายิ่งชอบใจร้ายกับอาอยู่”

 

           “พ่อเขาก็แกล้งไปงั้นแหละ อันที่จริงเขาก็รักอาของลูก”

 

           “ดูไม่น่าเชื่อเลยนะครับโดยเฉพาะพ่อดีแลนน่ะ”

 

           “เห็นอย่างนั้นเขารักมากกว่าใครเพื่อนเลยนะ แค่เขินอายที่จะแสดงออกมา” แม่ส่ายหัวเหนื่อยหน่ายเมื่อนึกถึงสามีที่บ้าน “ยังไงซะแม่เชื่อว่าเขาไม่ทำอะไรอาหรอก เขาน่ารัก...”

 

           “ระวังรถเข็น !”

 

           “แม่ครับ !”

 

           “เหวอ !” ยังไม่ทันที่แม่จะทันได้พูดจบ จู่ๆ ก็มีเสียงใครบางคนดังขึ้นพร้อมกับเสียงล้อของรถเข็น รั้งให้เราหันไปมองรถเข็นคันนึงที่มีของเต็มรถไปหมด ซึ่งมันกำลังตรงมาทางเราด้วยความเร็วสูง จังหวะนั้นผมรีบดึงแม่หลบ ทว่าก็เหมือนโดนผลักให้เข้าไปในเลนรถที่พุ่งหา

 

           เพียงชั่วพริบตารถเข็นนั่นก็กระแทกเข้ากลางลำตัวผม อัดผมติดกับชั้นวางของจนของบนนั้นร่วงลงใส่ ความเจ็บแล่นแปลบไปทั่วร่างราวกับถูกไฟช็อตหรืออะไรสักอย่าง รู้แค่ว่ามันเจ็บมากจนทำผมลุกแทบไม่ไหว ผมยกมือกุมท้องขณะที่แม่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ

 

           เขารีบดึงรถเข็นออกไปแล้วย่อตัวมาดูผม

           

           “ซีน่อน ! ซีน่อน เจ็บมากไหมลูก” แม่ถามเช่นคนตื่นตระหนกปนห่วงใย ส่วนผมก็คือจุกจนพูดไม่ไหว ได้แต่นิ่วหน้าและกุมท้องตัวเองที่เจ็บหนัก “ไหนให้แม่ดูสิ”

 

           “เจ็บ อึก เจ็บครับ ตรงท้อง เจ็บมาก” ผมเค้นเสียงไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้ แม่เอามือแตะท้องผมทว่ามันก็เจ็บจนน้ำตาซึม ผมหลุดเสียงร้องออกมาชนิดที่ทำคนแถวนั้นหันขวับมาสนใจ มีผู้ชายสองสามคนมาช่วยดันรถออกไปและเรียกรถพยาบาลให้

 

           ไม่มีใครรู้ว่ารถเข็นมาจากไหนทำไมถึงตรงมาหาเราขนาดนี้ รู้ตัวอีกทีผมก็ถูกอัดบี้จนเละไปซะแล้ว

 

           แต่แทนที่ผมจะได้พยุงตัวเองขึ้นมา ผมกลับได้กลิ่นอะไรแปลกๆ

 

           มันเหมือนฟีโรโมนจากใครสักคนที่ผมไม่รู้ว่าเป็นใครกันแน่ มันลอยมาปะทะจมูกผม ทำผมย่นคิ้วหนัก ผมรับรู้ได้ถึงอันตรายที่พาให้ร่างกายร้อนวูบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผมเอามือกุมท้องพร้อมกวาดตามองหาว่าเจ้าของกลิ่นนี่อยู่ที่ไหน

 

           มันใกล้มาก ใกล้เหมือนอยู่ข้างกาย

 

           และนั่นทำให้ร่างกายผมเปลี่ยนไป

 

           “ซีน่อนลูกเป็นอะไรไป”

 

           “แฮ่ก แม่ แม่ถอยไป”

 

           “หา ?”

 

           “อันตราย”

 

           “!!!”

 

           “มันกำลังมา มันกำลังจะออกมาแล้ว อึก ! อ๊ากกกกกก !!!!” 

 

เปิดพรี 21 พค -23 กค นาจา เก็บเงินรอเลยย* 

LOADING 100 PER 

แม่ฉลามเล่นปม อะไรที่ผูกปมไว้จะถูกแงะ 

ปมในใจเป็นอะไรที่พูดยาก ฝั่งนึงคิดมาก อีกฝั่งไม่คิดเลย 

การคุยของสองแม่ลูกอาจทำให้ในใจเกิดบางสิ่งที่ไม่คาดฝัน 

แต่เหตุการณ์ร้ายแรงกำลังรอเราให้ผูกใจกันเพราะงั้นจงระวังมือที่สามให้ดี 

ทุกสิ่งรอบตัวคือบททดสอบอย่างดี อย่าได้พลาดพลั้งให้มัจจุราชแห่งความตาย 

และอย่าได้เพิกเฉยต่ออสุรกาย ไม่งั้นมันจะทำลายให้ร่างกายย่อยยับไม่เหลือชิ้นดี :) 

หวีดลงแท็กด้านล่างเมื่อพูดถึงความแซ่บของนิยายเรื่องนี้ 

#ฉลามซ่อนรัก 

Follow Me 

Twitter : ael_2543 

PAGE : Avery Pie 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว