ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 16 เมื่อเขาจ่ายหนัก...เธอก็จัดเต็มให้ได้

ชื่อตอน : ตอนที่ 16 เมื่อเขาจ่ายหนัก...เธอก็จัดเต็มให้ได้

คำค้น : แต่งงาน, เย็นชา, ภรรยา, นิยายรัก, โรแมนติก, ดราม่า, แอบรัก, เมียจ้าง, พระเอกรวย, พระเอกซึน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 571

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 30 เม.ย. 2564 17:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 16 เมื่อเขาจ่ายหนัก...เธอก็จัดเต็มให้ได้
แบบอักษร

 

หลังจากได้รับการยอมรับจากย่าแล้วทุกอย่างก็ดูง่ายขึ้น อัยย์ได้ร่วมโต๊ะทานอาหารเย็นกับครอบครัวของสามี 

เมื่อคุณย่าที่ผู้ใหญ่ในครอบครัวออกหน้ารับรอง ญาติคนอื่นๆ ก็ไม่กล้าแสดงท่าทีต่อต้านให้เห็น 

กว่าทั้งคู่จะได้กลับบ้านก็เกือบสามทุ่มแล้ว 

ในเมื่อเขาบอกว่าเกลียดคนพูดมาก อัยย์จึงนั่งหุบปากเงียบมาตลอดทางจนกลับมาถึงบ้าน 

เธอตรงขึ้นห้องนอนทันทีโดยไม่หันหลังกลับมามองสามี  

เธอถือว่าเลิกงานแล้ว...ตัวใครตัวมัน 

เมื่ออัยย์เดินออกมาจากห้องน้ำก็เห็นว่าตะวันที่อยู่ในชุดคลุมนั่งเอนหลังอยู่ขอบเตียง ท่าทางกึ่งนั่งกึ่งนอน สาบเสื้อที่แยกเผยอเผยให้เห็นแผงอกกว้าง มองเผินๆ แล้วเขาดูเหมือนสามีที่กำลังผ่อนคลายเพื่อรอให้ภรรยาอาบน้ำเสร็จ  

อัยย์ทำเป็นไม่เห็นเขา แล้วค่อยๆ ขึ้นไปนอนบนเตียงอย่างระมัดระวังเพราะยังไม่หายกลัว สายตาอันน่ากลัวของเขายังคงฝังลึกอยู่ในความทรงจำของเธอ 

สายตาที่มองเหมือนเธอเป็นมดปลวก ชาตินี้...เธอคงไม่มีวันลืม 

ถึงแม้รูปลักษณ์และเสน่ห์ของเขาจะทำให้เธอใจเต้นแต่อัยย์ก็ต้องคอยย้ำตัวเองไว้ว่าอย่าเผลอไปคิดว่าเขาเป็นสามีเธอจริงๆ แล้วก็อย่าได้เผลอใจไปรักเขาเด็ดขาด 

เกือบไปแล้ว....เธอเกือบตกหลุมรักเขาไปแล้ว 

อัยย์ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นตอนไหน อาจจะเป็นตอนที่เขาจ้องเธอด้วยดวงตาคมปราดหรือตอนที่เขาทำท่าทีอ่อนโยนใส่ใจเหมือนเธอเป็นภรรยาจริงๆ... 

อัยย์แอบถอนหายใจเบาๆ โดยไม่ได้รู้เลยว่าการถอนหายใจของเธอมันดึงดูดความสนใจของชายคนนั้น  

เตียงยวบลงในทันทีที่เขาขยับตัวเข้ามาอยู่บนเตียงลึกขึ้นทำให้เธอรับรู้ถึงความร้อนจากร่างกายของเขาที่แผ่ออกมา 

อัยย์นอนหันหลังให้เขา แล้วพยายามข่มตาหลับ 

“หลับแล้วเหรอ?” 

เสียงทุ้มๆ ที่ดังอยู่ข้างหลังทำให้ตัวของอัยย์เกร็งขึ้นทันที   

ไม่นาน...ความร้อนจากร่างของเขาก็เข้ามาใกล้ตัวเธอมากยิ่งขึ้น 

“นอนแล้วเหรอ?” 

อัยย์ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่กระชับผ้าห่มให้แน่นขึ้นแล้วส่ายหัว 

เธอแสดงท่าทีให้เห็นอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการคุยกับเขา 

จู่ๆ เสียงหัวเราะในลำคอของเขาก็มาดังอยู่ข้างหู แขนที่เอื้อมมากอดทำให้เธอสะดุ้งนิดๆ 

“ไม่ต้องกลัว...ผมไม่ทำร้ายคุณหรอก” 

อ้อมแขนที่กอดรัด ขาเรียวยาวที่กดทับขาของเธอไว้ จะให้อัยย์เชื่อได้อย่างไรว่าเขาจะไม่ทำร้ายเธอ 

หน้าอกเปลือยเปล่าของเขาแนบติดกับชุดนอนบางๆ ของเธอ ชุดนอนที่เป็นผ้าไหมบางๆ ไม่ได้ช่วยปกป้องเธอจากความร้อนของร่างกายเขา 

อัยย์ไม่กล้าหันไปมองว่าชุดคลุมของเขามันหลุดออกไปแล้วหรือแค่เปิดอ้าออก 

ลมหายใจแผ่วๆ ที่กระทบหลังใบหูของเธอทำให้อัยย์ขยับตัว 

เสื้อคลุมของตะวันถูกถอดทิ้งไปนานแล้ว เขากอดเธอให้แน่นขึ้นแล้วซุกหน้าเข้ากับซอกคอของเธอ 

อัยย์สะดุ้งนิดๆ เมื่อรู้สึกถึงริมฝีปากเปียกชื้นที่ซอกคอ แต่สิ่งที่ทำให้เธอต้องหอบหายใจก็คือมือของเขาที่เลื่อนมากอบกุมหน้าอกของเธอไว้  

เธอรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนจากหน้าอกของเขา ดูเหมือนตะวันจะสนุกที่ทำให้เธอตกใจได้  

มือร้อนๆ เคล้นคลึงหน้าอกของเธอทำให้อัยย์ตัวสั่นด้วยความเสียววาบ ชายชุดนอนของเธอเลิกขึ้นมาอยู่เหนือสะโพก เธอรู้สึกได้ถึงความร้อนจากตัวเขาที่แนบมา ตะวันเลื่อนมือลงมาลูบสะโพกของเธอเบาๆ เขาสอดมือเข้าไปในกางเกงชั้นในของเธอ แล้วถอดมันออกไป 

อัยย์ตัวสั่นนิดๆ เมื่อถูกเขาพลิกตัวให้นอนคว่ำ ทันทีที่ผ้าห่มถูกดึงออกไป ลมเย็นๆ ก็พัดมากระทบสะโพกเปลือยเปล่าของเธอ ร่างร้อนๆ ของสามีที่ทาบทับมาทำให้เธอต้องถอนหายใจด้วยความคาดหวัง ริมฝีปากของเขาจูบไล่จากซอกคอของเธอลงไปถึงแผ่นหลัง หน้าอกทั้งสองข้างถูกฝ่ามือของเขาเกาะกุมไว้  

อัยย์ได้แต่บิดตัวไปมาอยู่ใต้ร่างเขา ตะวันลากมือจากหน้าอกของเธอลงมาผ่านหน้าท้องแล้วอ้อมมาจับสะโพกของอัยย์ไว้ เขาครางออกมาเบาๆ ในตอนที่แทรกเข้าไปในตัวเธอ  

เท้าของอัยย์เกร็ง มือทั้งสองข้างของเธอจิกลงบนผ้าปูที่นอนสีขาว ความรู้สึกที่แล่นผ่านเข้ามา ทุกครั้งที่ตะวันขยับตัวทำให้เธอต้องร้องออกมาเบาๆ  

ดูเหมือนว่าเรื่องเดียวที่เขาไม่เคยหงุดหงิดใส่เธอก็คือ....เรื่องบนเตียง 

ตะวันขยับร่างเป็นจังหวะเพื่อตักตวงความสุขจากร่างขาวที่อยู่ข้างใต้ เนื้อตัวที่เปลือยเปล่าของอัยย์กระตุ้นความรู้สึกของเขาได้เป็นอย่างดี 

ตะวันขยับร่างกายให้เร็วขึ้นพลอยทำให้อัยย์ต้องบิดร่างกายถี่ขึ้นไปด้วย ทั้งห้องมีเพียงเสียงร้องครวญครางของเธอสลับกับเสียงคำรามของเขา มือของเขายึดสะโพกของเธอให้แน่นขึ้นแล้วกระแทกร่างลงไปถี่ๆ หลังจากปลดปล่อยทั้งหมดของเขาในร่างกายเธอแล้วตะวันก็ทรุดตัวลงไปกอดร่างที่สั่นไหวของอัยย์ไว้ 

ตะวันพลิกตัวแล้วนอนตะแคงกอดร่างเธอไว้  

อัยย์นอนนิ่งๆ ในอ้อมกอดเขาจนลมหายใจของเธอเริ่มกลับมาเป็นปรกติ  

ในตอนนี้ทั้งเขาและเธอดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์ที่แปลกประหลาดมาก นอกห้องนอนทั้งคู่แทบจะไม่พูดคุยและแยแสกัน แต่เมื่ออยู่บนเตียงพวกเขากลับโผเข้าหากันราวกับรักกันเสียเต็มประดา 

อัยย์หลับตาและปล่อยให้ตัวเองนอนอยู่ในอ้อมกอดเขาเงียบๆ เธอไม่กล้าหันไปกอดเขา ไม่กล้าจะคุยกับเขาแล้วก็ไม่รู้จะคุยอะไรด้วย  

หากเธอคิดว่ามันจบแล้ว...เธอก็คงคิดผิด ตะวันที่นอนพักจนฟื้นฟูกำลังของตัวเองกลับมาได้แล้วพลิกร่างเธอให้หันไปหาเขาแล้วก้มลงจูบเธออย่างลึกซึ้ง แน่นอนว่าทักษะการจูบของเขานั้นเยี่ยมยอด  

อัยย์หลับตาและปล่อยให้ตัวเองดื่มด่ำกับรสจูบของเขา มือของตะวันแตะต้องไปทั่วร่างเธอทำให้ทั้งร่างของอัยย์ร้อนผ่าว จู่ๆ เธอก็รู้สึกใจกล้าขึ้นจนเลื่อนมือลงไปเกาะกุมเขา 

ตะวันครางออกมาทันทีที่มือเย็นๆ ของเธอเกาะกุมร่างของเขาไว้ 

อัยย์ขยับมืออย่างชำนาญ เธอมีประสบการณ์มาตั้งหลายปี ทำไมจะไม่รู้ว่าผู้ชายต้องการอะไร  

ตะวันพลิกร่างลงนอนหงายและพ่ายแพ้ให้กับสัมผัสของเธอ เขานอนรับการปรนเปรอจากอัยย์อย่างเต็มที่ 

ที่ผ่านมาเขาเป็นฝ่ายรุกก่อนเสมอ แต่ครั้งนี้เมื่อเธอเป็นคนรุกบ้าง มันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างประหลาด  

เสียงร้องครวญครางของเขาทำให้อัยย์ย่ามใจ เธอรู้อย่างถ่องแท้แล้วว่าผู้ชายคนนี้ต้องการอะไร เขาต้องการให้เธอหุบปากให้แน่นเวลาที่อยู่ข้างนอก แต่ต้องการให้เธอตอบสนองอย่างเต็มที่เวลาที่อยู่บนเตียง 

ได้......ในเมื่อเขาจ่ายหนัก...เธอก็จัดเต็มให้ได้ 

อัยย์ขยับร่างขึ้นเหนือเขา แล้วค่อยๆ ลดตัวลงเพื่อรับเขาเข้ามาอยู่ในตัวเธอ เสียงคำรามของตะวันทำให้เธอรู้สึกบ้ามากขึ้น  

บ้ามากพอที่จะโน้มตัวลงไปกระซิบถามเขา “อยากให้ฉันขยับไหม” 

“อืม” เสียงตอบรับที่แหบพร่าดังมาจากลำคอของเขา ตะวันพยายามสะกดกลั้นไว้ แต่เขาก็ต้องร้องออกมาเมื่ออัยย์ที่อยู่ด้านบนเริ่มขยับตัว เธอคร่อมร่างของเขาไว้ แล้วขยับตัวในจังหวะที่ทำให้ตะวันรู้สึกอยากจะเป็นบ้า  

ตะวันได้แต่จับสะโพกของเธอไว้ ทุกการขยับของอัยย์เป็นเหมือนการทรมานเขา เธอทำเหมือนเขาเป็นม้าที่ให้เธอขี่อยู่ แล้วก็ดูเหมือนว่าเธอจะขี่เขาอย่างเมามันเสียด้วย... 

อัยย์ขยับสะโพกเร็วขึ้น...เร็วขึ้น เธอพาตัวเองไปจนถึงจุดนั้น จุดที่ทำให้เธอต้องครางออกมาเสียงสั่น ตะวันมองร่างที่สวยงามของเธอกระตุกอยู่ด้านบน เขาจับสะโพกเธอไว้แน่น แล้วกระแทกร่างขึ้นไป ไม่นานเขาก็กระตุกแล้วหลั่งไหลเข้าไปในตัวเธอ 

อัยย์ที่เหนื่อยอ่อน ซบลงบนร่างของเขา 

“นอนเถอะ...คืนนี้เราทำมันมามากพอแล้ว” ตะวันลูบแผ่นหลังของเธอเบาๆ แล้วกอดเธอไว้เหมือนเด็กๆ 

อัยย์ที่เหนื่อยอ่อนหลับไปจริงๆ ตะวันมองผู้หญิงที่นอนอย่างสงบอยู่ข้างๆ  

อัยย์ที่นอนดูเหมือนเด็กน้อย เธอนั้นดูอ่อนโยนและบอบบาง ริมฝีปากของเธอเผยอเล็กน้อย ใบหน้าที่อ่อนหวานของเธอทำให้ตะวันอดใจไม่ไหวจนต้องก้มลงไปจูบเบาๆ  

ไม่นานตะวันก็ผล็อยหลับไปเช่นกัน 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น  

อัยย์ที่ตื่นก่อนขยับตัวเล็กน้อยทำให้รู้ว่าแขนของตะวันยังคงโอบกอดเธอเอาไว้  

อัยย์หันไปมองผู้ชายที่นอนอยู่ข้างๆ ตะวันที่นอนหลับสนิท  

ทันทีที่อัยย์พลิกตัวมือที่กอดเธออยู่ก็ขยับทันที ตะวันที่ยังคงหลับตาอยู่ก็ลูบมือไปที่ท้องของเธอ อัยย์ขยับตัวหนีแต่ก็ถูกเขาดึงกลับเข้าไปกอด ตะวันกอดเธอไว้แน่นแล้วแนบหน้าเข้ากับแก้มของเธอ 

“อืม.....ที่รัก........ลูกตื่นแล้วเหรอ?” น้ำเสียงอ่อนโยนจนแทบไม่น่าเชื่อว่าออกมาจากปากคนอย่างเขา 

ลูก.....ลูกไหน? 

อัยย์สะบัดตัวหนีทันที เธอลุกขึ้นนั่งแล้วหันมามองหน้าเขาอย่างตกใจ 

ดูเหมือนว่าตะวันจะรู้สึกตัวเช่นกัน เขาเบิกตาโพลงแล้วหันมามองหน้าเธออย่างตกใจ แต่เพียงครู่เดียวสีหน้าของเขาก็กลับไปนิ่งเฉยอีกครั้ง 

“ที่รักอย่างนั้นเหรอ?” 

ตะวันลุกขึ้นจากเตียง เขาคว้าเสื้อคลุมที่ตกอยู่ที่พื้นมาสวม แล้วหันมามองเธออย่างเย็นชา แล้วพูดย้ำทีละคำ“ไม่ต้องถาม ผมบอกแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าไม่ชอบผู้หญิงพูดมาก”  

อัยย์มองตามหลังเขาที่เดินเข้าไปในห้องน้ำ แล้วนั่งคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น  

เธอแน่ใจว่าเขาไม่ได้ตั้งใจพูดกับเธอ แต่เผลอหลุดปากออกมาเพราะความง่วงงุน 

เขาคิดว่ากำลังพูดอยู่กับใครกันนะ? 

เขาทำเป็นโมโหเพื่อกลบเกลื่อนสิ่งที่เผลอทำไปใช่ไหม? 

 

เธอรอให้เขาทำธุระส่วนตัวจนเสร็จแล้วจึงลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวบ้าง 

ทันทีที่อัยย์ก้าวออกมาจากห้องนอน เธอก็เจอเข้ากับคุณอำภาที่ยืนรออยู่ที่ประตู  

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณอำภา” อัยย์ทักทาย 

เพราะถือว่าเธอเป็นคนเก่าคนแก่ของครอบครัว อัยย์จึงค่อนข้างให้เกียรติคุณอำภาพอสมควร 

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ” แม้จะตอบรับอย่างดี แต่ท่าทีลังเลใจของเธอก็สะกิดใจอัยย์ 

“มีอะไรหรือเปล่าคะ?” 

 “คือ...เรื่องคุณตะวันน่ะค่ะ” คุณอำภาดูลำบากใจเล็กน้อย แต่ก็ตัดสินใจถามออกมา “คุณอัยย์ทะเลาะกับคุณตะวันหรือเปล่าคะ” 

แม้ว่ามันจะไม่ผิดจากที่เธอถามนัก แต่อัยย์ก็ไม่คิดจะปริปากพูดมันออกไป 

“ไม่มีอะไรนะคะ” 

คุณอำภามีสีหน้าที่ดีขึ้น เธอขยับเข้ามาใกล้ๆ และลดเสียงลง “คุณรู้ใช่ไหมคะ ว่าอำภาเห็นคุณตะวันมาตั้งแต่เด็กเมื่อเช้าคุณตะวันเธอดูอารมณ์ไม่ดี อำภาเลยคิดว่า....อยากจะบอกให้คุณรู้ไว้” 

อัยย์เอียงคออย่างสงสัย เรื่องอะไรนะที่คุณอำภาอยากให้เธอรู้... 

“คุณตะวัน....เธอป่วย” 

“ป่วย..เหรอคะ?” 

คนที่ดูสุขภาพดีอย่างตะวันนั่นเหรอป่วย? 

สีหน้าตกใจของอัยย์ทำให้คุณอำภาได้สติจนต้องรีบเปลี่ยนคำพูด “เปล่า...เปล่าค่ะ อำภาพูดผิดไป แค่จะบอกว่า คุณตะวันเธอมีนิสัยตอนตื่นที่ไม่เหมือนใครน่ะค่ะ ไม่ได้ป่วยอะไร” 

“แล้วนิสัยที่ว่านั่นคืออะไรเหรอคะ?” 

“คือ...ตอนตื่น เธอจะชอบพูดหรือบ่นอะไรแปลกๆ เหมือนละเมอน่ะค่ะ อำภาเลยอยากจะบอกคุณอัยย์ไว้จะได้ไม่ต้องตกใจ ถ้าได้ยินเธอละเมอ” 

“ละเมอ?” อัยย์เอียงคอด้วยความสงสัยแบบที่เธอเจอเมื่อเช้าอย่างนั้นเหรอ 

“ค่ะ...ละเมอ เป็นมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว เธอชอบละเมอช่วงตื่นนอน ถ้าอยู่ตัวคนเดียวก็คงไม่เป็นอะไร แต่ตอนนี้เธอมีคุณมาอยู่ด้วยแล้ว อำภาเลยอยากจะบอกไว้ คุณจะได้ไม่ตกใจหรือเข้าใจผิด” 

“ค่ะ...ขอบคุณที่มาเล่าให้อัยย์ฟังนะคะ”  

หลังจากเห็นอัยย์เดินลงไปข้างล่างแล้ว คุณอำภาก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ  

เกือบไปแล้ว เธอเกือบหลุดปากเปิดเผยจุดอ่อนของคุณตะวันให้อัยย์รู้ 

ถึงตอนนี้เธอจะเป็นภรรยาของตะวันแล้ว แต่ใครจะรู้...ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น 

ดังนั้น...เธอจะต้องไม่เผลอบอกจุดอ่อนของตะวันให้คนอื่นรู้เป็นอันขาด 

ที่ชั้นล่างตะวันที่กำลังนั่งเช็กงานในมือถือ ลุกขึ้นแล้วเดินมานั่งที่โต๊ะอาหารทันทีที่เห็นอัยย์เดินลงไปถึง 

ไม่ได้จะออกไปทำงานด้วยเสียหน่อย ทำไมต้องรอกินข้าวเช้าพร้อมกันด้วยนะ? 

อัยย์เดินตรงไปนั่งข้างๆ เขาและเริ่มลงมือทานอาหารเงียบๆ  

โทรศัพท์ของเธอสั่น อัยย์ปลายตามองชื่อคนโทรเข้าแล้วนิ่งเฉย 

ไม่มีความจำเป็นที่เธอจะต้องติดต่อกับคนคนนี้อีกต่อไปอีกฝ่ายรอจนสายตัดไปแล้วโทรกลับมาใหม่อีกครั้ง 

“รับสายสิ” 

“ไว้ทานเสร็จก่อนก็ได้ค่ะ” 

ตะวันไม่สนใจคำปฏิเสธ เขาเอื้อมมือมาคว้ามือถือของเธอไปดู เมื่อเห็นว่าเป็นใครเขาก็กดรับสายและเปิดไมโครโฟน 

“อัยย์..ทำอะไรอยู่? ว่างหรือเปล่า?”  

“กินข้าวเช้าอยู่” อัยย์ตอบอย่างเสียไม่ได้ เธอไม่นับแคทเป็นเพื่อนอีกแล้วและเชื่อว่าอีกฝ่ายก็ไม่ได้มองเธอเป็นเพื่อนเหมือนกัน 

“ว่างไหม ออกมาเจอกันหน่อยสิ” 

“บอกเธอไปสิว่าว่าง”  เขากระซิบเบาๆ ที่หูของเธอ 

อัยย์หันไปมองหน้าสามีที่ตอนนี้กำลังอมยิ้มเหมือนกำลังเห็นเรื่องสนุก 

“อืม...เราว่าง...เธอล่ะว่างกี่โมง เรามาเจอกันเถอะ” 

ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วเธอก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าแคทยังมีเรื่องอะไรที่ต้องการจะคุยกับเธออีก 

 

 

…………………………………………………………. 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว