ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

"ร้อนรักอันตราย" ตอนที่ 22 In Paradise 2 (100%)

ชื่อตอน : "ร้อนรักอันตราย" ตอนที่ 22 In Paradise 2 (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.7k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ค. 2559 20:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
"ร้อนรักอันตราย" ตอนที่ 22 In Paradise 2 (100%)
แบบอักษร

 

 

In Paradise Past 2

 

 

                  นกนางนวลสีขาวตัวใหญ่บินลงโฉบผืนน้ำกว้าง

 

                  บางตัวก็บินว่อนอยู่เหนือหัวสูงขึ้นไปบนท้องฟ้าดูอิสระจนน่าอิจฉา

 

                  คลื่นขาวลูกเล็กๆวิ่งเข้ามาปะทะทั้งซ้ายขวาบอกให้รู้ว่าพื้นที่ตรงนี้ไม่ได้ตั้งอยู่บนแผ่นดิน

 

                 ลมเย็นกำลังพัดเบาสบาย

 

                และถ้าใครสังเกตดีๆ จะเห็นมนุษย์คนหนึ่งนั่งห้อยขาเอาแขนกอดเหล็กกั้นเรือกันตก ทิ้งสายตาจ้องราวกับจะให้ทะลุเข้าไปในน้ำทะเลสีครามใสตรงหน้า

 

                สีหน้าที่ฉายแววกังวล เมื่อเริ่มมองหาใครบางคนไม่เห็น

 

               ใครคนนั้นที่เพิ่งสูดลมหายเข้าปอดเฮือกใหญ่แล้วมุดลงน้ำลับหายไปจากสายตาไม่ถึงครึ่งนาทีดีด้วยซ้ำ

 

                หน้าหวานมองซ้ายมองขวาราวกับจะให้แน่ใจว่าคนตัวสูงที่เพิ่งโดดลงน้ำไปไม่ได้ล้อเล่นหรือแอบไปขึ้นเรือจุดอื่นแล้วแกล้งมาให้ตกใจเล่นทีหลัง

 

                นิ่งสนิท ไม่มีแม้แต่คลื่นเล็กหรือฟองพุ่งขึ้นมาเพื่อให้รู้ว่ามีใครเคลื่อนไหวอยู่ใต้น้ำมากมายนั้นไหม

 

                 นาน........

 

                 “....”!

 

                 นานไปแล้ว!

 

                 ร่างบางในเสื้อกล้ามบางๆกับกางเกงรัดรูปตัวเล็กผุดลุกขึ้นถลาไปหาเชือกขาวที่พาใครคนนั้นหย่อนลงน้ำไปเมื่อครู่

 

                หา!?  

 

                มือขาวสั่นระริกก่อนจะรีบหย่อนมันไว้เหมือนเดิมเพราะกลัวว่าใครคนนั้นจะหาเชือกไม่เจอ

 

                ตาโตคลอน้ำใส ใบหน้าหวานเหลียวมองไปรอบบริเวณจนยางเส้นเล็กที่รัดผมไว้ง่ายๆขาดให้ผมหลุดลงคลุมหลังไหล่แต่เจ้าของผมกลับไม่สนใจ สนใจแต่ว่า  

 

                ร่างสูงอาจจะแอบขึ้นมาแล้วและยืนอยู่บนพื้นเรือด้วยกัน

 

                อึก!

 

                ล่วงเลยไปเกือบสามนาทีที่มันนานเกินไปสำหรับการกลั้นหายใจ

 

               น้ำใสจึงกลิ้งหล่นลงเปื้อนแก้มขาว นิ้วเรียวกำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อบางแต่เจ้าตัวกลับไม่ได้รู้สึกเจ็บมือ แต่กลับเจ็บใจที่ตนไม่มีประโยชน์อะไรเลย

 

                มือเล็กกำเหล็กกั้นเรือแน่นจนข้อขาว แทบพุ่งลงน้ำตามไปช่วยใครบางคนที่คิดว่าอาจจะกำลังเป็นตะคริวหรือ............

 

                “ฮู้!! ทิ ดูนี่!

 

                ตาโตเบิกกว้าง คำพูดทั้งหมดทั้งมวลถูกกลืนหายกลับเข้าไปในคอเมื่อเห็นรอยยิ้มกว้างของใครคนนั้นที่จู่ๆก็โผล่พรวดขึ้นมากลางน้ำตรงหน้า พาให้น้ำใสที่กำลังเปื้อนแก้มขาวหยุดไหลปานปิดก๊อก

 

                 “รับนะ!

 

                 สิ้นเสียงทุ้ม สิ่งที่อยู่ในมือครามทั้งสองข้างก็ถูกเหวี่ยงหวือขึ้นมาตกแป๊ะตรงปลายเท้าเปลือยพอดิบพอดีทำเอาปากบางอ้าค้างเมื่อเห็นสิ่งที่กำลังคลานบนพื้น

 

                 ร่างขาวยืนนิ่งเมื่อนึกขึ้นได้ เหตุของการหายลงไปใต้น้ำของอีกคนเพราะที่ตนหลุดปากออกไปว่าอยากลองกินเจ้าตัวนี้นี่หรอกเหรอ

 

                 “เกิดอะไรขึ้น?” เสียงถามทำให้คนผมยาวหันไปขมวดคิ้วเพราะร่างสูงน่าจะยังอยู่ในน้ำแท้ๆ

 

                 “เกิดอะไร คืออะไร?”     นิ้วเย็นเช็ดแก้มขาวเบาๆ  ร้องให้เหรอ?”

 

                 “เปล่านะ! จะร้องทำไม น้ำมันกระเด็นขึ้นมาโดนตั่งหากปากก็บอกมือก็เช็ดแก้มตัวเองไปแต่ก็ไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายเชื่อแม้แต่น้อย

 

                 “โทษทีที่ไปนาน เจ้าตัวนั้นมันหลุดมือ กว่าจะจับได้เล่นเอาเหนื่อย

 

                 “ก็ไม่ได้ว่าอะไรซักหน่อย

 

                  ตาคมมองตามเสี้ยวหน้าขาวที่หันหนีอย่างสงสัย มือก็รูดซิปพรืดจนคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆแก้มแดงก่ำเมื่อรู้ว่าร่างสูงกำลังจะลอกคราบชุดประดาน้ำออกจากตัวให้เห็นกันจะๆตาในระยะประชิด

 

                   จริงๆไม่ได้ตั้งใจมองหรอก มองกุ้งตัวใหญ่ที่กำลังดีดตัวอยู่ตรงพื้นตั่งหาก แต่หางตามันจับภาพได้โดยบังเอิญหรอก บังเอิญจริงๆ

 

                  “อยากมองพี่ก็ไม่ว่า หันมาตรงๆเลยก็ได้

 

                 “ใครเขาอยากมองคนโป๊

 

                 “โป๊ตรงไหนยังเหลือนี่” 

 

              ‘นี่ ที่ภีมว่าคือเหลือกางเกงจริงๆ กางเกงว่ายน้ำตัวเล็กผืนเท่ากระผีกมือที่ปิดแปะส่วนสำคัญเอาไว้แค่นั้น

 

                  ยิ่งขาแข็งแรงก้าวมายืนตรงหน้าบอกให้รู้ว่ากล้าโชว์มากถึงกับทำเอาทิวากัดปากฉับ ถลึงตาใส่คนหน้าหนาที่ไม่คิดอายดินอายฟ้า แถมยังเกี่ยวขอบกางเกงตัวจิ๋วลงจนคนหน้าบางถามเสียงลั่น

 

                  “จะทำอะไร?”

 

                 “ก็จะถอด

 

                 “แล้วมาถอดอะไรตรงนี้เล่า เข้าไปอาบน้ำแล้วก็เปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องสิ

 

                  “น่าน่า ไม่มีใครเห็นหรอก รอบๆแม้แต่เกาะนั่นมองมายังไงก็ไม่เห็น

 

                   “ไม่เห็นได้ไง ก็ยืนอยู่ตรงนี้ทั้งคนมือขาวชี้เข้าหาตัวเองเพื่อยืนยันว่าเห็นแน่ๆถ้าถอดละก็ เห็นแบบจะๆเต็มๆสองตาเลยละ

 

                  “กับทิพี่ถือว่าเป็นกรณียกเว้น ปะไปอาบน้ำ

 

                 “หา?”     ทิวาตาเหลือก แขนขาวยกขึ้นกอดอกฉับ    ทำไมต้องอาบ ตัวไม่ได้เปียกด้วยสักหน่อย”     หน้าหวานยังเชิดขึ้นจนเห็นปลายจมูกแดงน่าบีบกับเสียงที่ยืนยันว่าไม่ไปด้วยประการทั้งปวงจนภีมเลิกคิ้วมอง

 

                  มองแขนมองขาขาวๆที่โผล่พ้นเสื้อผ้าตัวเล็กน้อยชิ้น

 

                  มองผมยาวที่หลุดลุ่ยเพราะเจ้าตัวลืมที่จะมัดให้เรียบร้อย มันเลยโดนลมพัดระลงล้อมกรอบใบหน้าบึ้งๆที่เจ้าตัวไม่ทันระวัง

 

                 “ไม่เปียกก็อาบ

 

                “แล้วทำไมจะต้องไปอาบตอนนี้ด้วยล่ะ ตัวไม่ได้ติดกันซะหน่อย พี่ลงน้ำพี่ก็ไปอาบก่อนหรือต่างคนต่างอาบก็ได้

 

                “จะกินไหมล็อบสเตอร์?”

 

                ร่างบางชะงักเมื่อนึกได้ หันไปมองกุ้งตัวใหญ่ที่นอนดีดตัวบนพื้นเรืออีกครั้งพลางกลืนน้ำลาย  ใจหนึ่งก็ไม่อยากง้อหรอกนะ แต่...........เขาต้องทำยังไงก่อนเหรอไอ้กุ้งเนี่ยมันยังดิ้นอยู่เลย!

 

                “กิน”     บอกไปแล้วก็ตาเบิกโพลงเมื่อเห็นขายาวก้าวเข้ามาต้อนให้ร่างบางถอยจนหลังชิดผนัง

 

                 “พูดใหม่อีกที!

 

                 “กินครับ กินครับ กินก็ได้ครับ เดี๋ยว!มือที่ดันอกกว้างไว้เริ่มสู้แรงไม่ไหว หน้าหวานจึงได้แต่เอนหนีจนคอเอียง

 

                 จมูกโด่งเลยชนผมหอมแทนที่จะเป็นแก้มขาว แต่นั่นไม่ได้ทำให้ภีมเดือดร้อนสักนิดเมื่อลำตัวหนาหนักเบียดแทรกเข้าหว่างขาขาวจนจมูกห่างกันไม่ถึงคืบแบบนี้

 

                 “อื๊ออ!!...ปากนุ่มถูกทาบปิดอยู่ชั่วอึดใจแล้วถอนจูบ ทำเอาแก้มเนียนร้อนวูบวาบ ยิ่งตาคมที่มองมานิ่งๆยิ่งทำให้ตาหวานไม่กล้าสบด้วยนานเพราะกลัวว่าตนจะหลอมละลายลงไปตรงนี้

 

                  สองแขนหนาคล้ำแดดเท้าปิดทางไว้ทั้งซ้ายขวาเป็นอันว่าคนตัวเล็กที่ถูกกักไว้ตรงกลางเป็นอันว่าหมดสิทธิ์คิดหนี

 

                  “อาบน้ำให้พี่นะ

 

                  “ระ เรื่องอะไรล่ะ! ไม่ใช่เด็กซะหน่อยจะได้ให้อาบน้ำให้

 

                  “นั่นแหละ พี่ไม่ใช่เด็กแล้วเรื่องนี้ทิก็รู้?” ฟันขาวกัดปากฉับเมื่อฉากอาบน้ำวิ่งวาบเข้ามาในหัวจนได้  แล้วทำไมจะต้องให้คนอื่นอาบให้ด้วยเล่า

 

                 “ทิไม่ใช่คนอื่น

 

                 สิ้นเสียงทุ้มร่างบางที่กำลังลังเลจะปฏิเสธยังไงก็ถูกยกขึ้นพาดบ่าเรียกเสียงโวยลั่น

 

                  “อ๊ากกก!!! จะทำอะไร?”

 

                  “ไปอาบน้ำกัน!”    

 

                   ขาเรียวที่กำลังขยับถูกแขนหนารวบไว้แนบอกจนออกแรงได้แค่กำปั้นเล็กที่ทุบหลังกว้างปึ๊กๆภาพกลับหัวที่มองเห็นยิ่งทำให้เจ้าของเสียงหวานโวยหนักเมื่อรู้ว่ากำลังไปที่ไหน

 

                   “ปล่อยก่อน ปล่อยสิจะเดินไปเอง

 

                  “แต่พี่ว่าแบบนี้ไวกว่าภีมยักคิ้วให้คนที่หลุดลงพื้นได้ถอยกรูดจนหลังชิดมุมแทบแทรกเข้าในผนังห้องน้ำด้านหลัง

 

                   “อะ อะไรเล่า จะอาบก็ไปอาบสิ มายืนจ้องอยู่ได้ แล้วจะเสร็จไหม”

 

                  “ยืนจ้องทิพี่ก็เสร็จได้”

 

                   แดง

 

                  แดงจนลามไปทั้งหน้าแบบควบคุมไม่ได้ไม่พอ ความร้อนทั้งหมดดูเหมือนจะลามลงถึงคอแล้วแล่นซู่ไปทั่วร่างจนทิวาถลึงตาใส่ไอ้หน้าหล่อที่เลิกคิ้วทำหน้าถูกใจเมื่อเห็นตนทำหน้าไม่ถูกอยู่นี่

 

                  “อาบกับพี่นะ” ปลายนิ้วเรียวหยิบผมยาวทัดหูให้ จมูกโด่งทำท่าจะกดลงแก้มหอมอีกเรียกเสียงแห้วดังลั่น

 

                  “พอแล้ว”

 

                 มือขาวดันแผงอกหนาจนสุดแขน แต่ดูเหมือนช่วงแขนจะสั้นเกินไปเพราะใบหน้าหล่อยังลอยอยู่ใกล้จนมือบางต้องเปลี่ยนมายึดกรามสากไว้แทน

 

                 “อ๊ะ!....”

 

                 เป็นไงล่ะทีนี้?

 

                  ยึดช่วงบนไว้ไม่ให้ขยับยังไง คนเจ้าเล่ห์ก็ใช้อุ้งมือหนาอุ้มก้นงอนจนขาเรียวแยกออกกว้างแล้วเบียดลำตัวหนาเข้าหาจนช่วงล่างสัมผัสกันแนบแน่น

 

                 “ไม่อาบด้วยกันก็ได้ แต่ว่าถูหลังให้พี่หน่อย

 

                   ลมหายใจผะผ่าวที่อยู่ใกล้แค่ปลายเส้นขนเป่ารดแก้มนุ่มจนร้อนวูบวาบ มือบางเลยตกไปเกาะอยู่ที่ไหล่หนา ก่อนจะผลักเบาๆพลางเอียงหน้าหนีเพราะเขินจนเริ่มทำหน้าไม่ถูกอยู่แล้ว

 

                   “ก็ ก็ได้ ถอยออกไปก่อน”

 

                   ไอ้หน้าหล่อยิ้มกว้าง กดหอมแก้มขาวก่อนที่ร่างสูงจะผละไปยืนภายใต้สายน้ำอันมากมายที่ไหลลงมากระทบร่างจนเปียกอีกครั้งตั้งแต่หัวจรดเท้า

 

                   มือหนายกขึ้นเสยผมเปียกโชว์กล้ามแขนกล้ามอกที่ยกขึ้นค้างไว้ หันไปมองคนตัวบางที่ยังเบียดผนังนิ่งแล้วเลิกคิ้วขึ้นคล้ายกับจะทวงสัญญาให้เข้ามาหาไวๆ

 

                  ฟันขาวกัดปากอิ่ม ชั่งใจยืนนิ่งเมื่อเห็นร่างสูงที่ตอนนี้เกือบเปลือยเปล่า โชว์ให้เห็นกล้ามเป็นมัดเนื้อสีคล้ำแดดคล้ายปฏิมากรรมชั้นเลิศ

 

                  เจ้าของตาคมเลิกคิ้วมองสบตาหวานนิ่งอยู่ชั่วอึดใจ ปลายนิ้วโป่งเสียบลงเกี่ยวขอบกางเกงตัวกระจิ๋วที่เริ่มไร้ประสิทธิภาพเมื่อเปียกน้ำลงช้าๆ

 

                  เฮือก!!

 

                  เห็นตาหวานเบิกโพลงยิ่งทำให้อีกคนอยากแกล้ง

 

                  คนตัวสูงรู้ว่ากางเกงที่ตนใส่อยู่นี้มันไม่สามารถปกปิดความอวบอูมที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าบางนี่ได้เลย และเมื่อยิ่งโดนน้ำมันยิ่งบางและชัดเจนขึ้นจนเหมือนกับว่าจะใส่หรือจะถอดก็พอกัน

 

                   คนขี้แกล้งเกือบหลุดหัวเราะเมื่อเห็นร่างบางยืนตัวลีบเบียดผนังห้องน้ำ ไม่แม้แต่จะขยับมาใกล้ ไม่แม้กระทั่งเหลือบตามามองทางนี้ด้วยซ้ำ

 

                   “ไหนล่ะ ขยับเข้ามาสิ ถูหลังให้พี่หน่อยเร็ว”

 

                   “พี่ภีมอาบเองดีกว่าไหม”

 

                  “ไม่ดีล่ะ พี่อยากให้ทิถูหลังให้ ไม่เอาน่า แค่ถูหลังเอง” มือที่เสียบขอบกางเกงในจะหลุดแหล่ไม่หลุดแหล่ดันลงทันทีทำเอาตาหวานหลับปี๋

 

                   “เอ้า? หลับตาแล้วจะเห็นหลังพี่ได้ไง? มานี่มา!

 

                   ร่างบางขืนตัวทันทีที่ถูกดึงให้เดินตามจนหยุดอยู่ใกล้ๆน้ำที่กำลังกระเซ็นเป็นฟองฝอย

 

                   ตาหวานยังหลับปี๋ ไม่กล้าคิดด้วยซ้ำ ขืนลืมตาขึ้นมาคงจ๊ะเอ๋กับ.....

 

                  “นี่สบู่ มาถูเร็วๆ”

 

                  ของที่ว่าถูกยัดใส่มือทำให้ทิวาค่อยๆหรี่ตามอง เล่นเอาขวดที่ถืออยู่แทบหลุดมือก่อนจะแอบถอนหายใจเฮือกใหญ่

 

                  ค่อยยังชั่วที่เห็นแค่ด้านหลัง เพราะถ้าหันหน้ามาคงได้ยลโฉมประติมากรรมมนุษย์จนตาค้างแน่ๆ

 

                  ซ่า!

 

                  สายน้ำไหลลงกระทบร่างสีคล้ำให้วาวด้วยเกร็ดน้ำ แอบมองกล้ามด้านหลังที่พอโดนน้ำแบบนี้แล้วยิ่งขึ้นรูปสวยจนน่าอิจฉา

 

                 “จะแอบมองพี่อีกนานไหม หรืออยากถูข้างหน้า”

 

                 “ไม่!

 

                 เสียงหวานบอกสั่นๆ รีบวางขวดสบู่แล้วปั๊มจนเต็มฝ่ามือ โป๊ะไปที่แผ่นหลังหนาแล้วปั๊มอีกครั้งกะให้ล้างยังไงวันนี้ก็ไม่เสร็จ

 

                 “หมดขวดหรือยัง?”

 

                “ยั้ง ยังไม่หมด!

 

                 ยังเหลืออีกเยอะเลย หึ! หึ! หึ! ทุกครั้งที่มือนุ่มขยับกล้ามเนื้อสีคล้ำก็เกร็งรับจนคนผมยาวแอบยิ้มเจ้าเล่ห์ ความที่รู้เท่าไม่ถึงการเพียวๆอย่างเดียวเลยทำให้มือที่ลูบช้าๆเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเกาเบาๆแทน

 

                 เล็บทั้งสิบครูดไปทั่วแผ่นหลังกว้าง ลากตั้งแต่ต้นคอลงช้าๆจนถึงบั้นเอวสอบแล้วลอบยิ้มขำเมื่อเห็นก้นเปลือยสีแทนเกร็งรับจนเป็นลูก

 

                 มือหนาที่กำลังถูสบู่เองก็ชะงัก

 

                 ใบหน้าหล่อผินมาเหลือบมองคนข้างหลังตน แต่ก็เห็นเพียงผมยาวคลุมลงจนปิดหน้าปิดไหล่เลยไม่เห็นว่าคนหน้าหวานยิ้มเจ้าเล่ห์แค่ไหน

 

                  มือบางขยับถูไปทั่วทั้งหัวไหล่ ถูไปมาบนบ่าแข็งๆ ไล้เบาๆขึ้นต้นคอจนถึงตีนผมแล้วเกาเบาๆลงไปทั่วแผ่นหลังกว้าง และเมื่อเห็นว่ามันน่าจะสะอาดดีแล้วจึงละมือขยับถอยออกมา

 

                  “เสร็จแล้วครับ พี่ภีมก็อาบต่อได้เลย ผมออกไปรอข้างนอกนะ”

 

                  บอกแล้วก็หันหลังให้ร่างสูงและพร้อมที่จะโกยอ้าว แต่ยังไปไม่ถึงสามก้าวดีต้นแขนขาวกลับถูกมือหนาคว้าไว้หมับจนร่างที่กำลังก้าวชะงัก

 

                  “จะไปไหน”

 

                  ทั้งความเงียบและพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาเล่นเอาทิวาทำใจดีสู้เสือ พลางกลืนน้ำลายเฮื๊อก

 

                  “ท ทำไมล่ะ? ก็ถูหลังเสร็จแล้ว อ๊ะ!?”

 

                  ‘ซวยแล้ว  คนคิดหน้าซีดเผือด เท้าที่ยืนอยู่เกร็งนิ้วขยุมยึดพื้นลื่นๆไว้แน่นเหตุเพราะตนที่เป็นคนก่อเมื่อครู่เพราะแค่อยากแกล้งแท้ๆเชียว

 

                  เล่นเยอะไปหน่อยมั้ง เพราะสบู่ที่เทโป๊ะหลังหนาเมื่อครู่มันผสมกับน้ำจากฝักบัวที่ไหลลงมาไม่ขาดสายทำให้พื้นห้องน้ำเรียกได้ว่าเลวร้ายสุดๆเลยตอนนี้

 

                 “ทิถูหลังให้พี่เสร็จนะใช่ แต่ไอ้นี่ยังใม่เสร็จ”

 

                 เหลือกเลยทันที

 

                 ตาเหลือกแทบถลนออกมานอกเบ้าเมื่อมือหนาชี้บอกตำแหน่ง ไอ้นี่

 

                 แขนขาวถูกรั้งแรงจนทั้งสองร่างยืนประจันหน้าและประจักษ์ชัดต่อสายตาว่าร่างสูงที่ประจันหน้ามีอะไรๆและมากมายแค่ไหน

 

                  “รับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองก่อไว้ซะ”

 

                  “ก่ออะไรเล่า? เหวอ!!!!.....พื้นช่างไม่เป็นใจเอาซะเลย แค่ยืนก็ลำบากอยู่แล้ว ทีนี่จะเดินหนีก็ไม่ได้ และพอถูกดึงนิดเดียวก็เสียหลักเซถลาเข้าหาแผงอกกว้างคนตัวโตที่กางออกรับไว้อย่างตั้งใจ

 

                  “ต้องให้ย้ำไหมว่าทิทำอะไร?”

 

                 “ทะ ทำอะไร? บอกให้ถูหลังให้ก็ถูแล้ว คราวนี้พี่ก็อาบเองเลยผมจะออกไปรอข้างนอก!

 

                 เสียงแข็งๆไม่ได้ทำให้คนฟังกลัวแต่กลับทำให้ไอ้หน้าหล่อยกยิ้มร้าย แขนกระชับแรงรัดเอวเล็กอุ้มทีเดียวจนเท้าลอยหวือพ้นพื้นทำเอาคนที่กำลังเสียเปรียบหน้าเสียเพราะรู้ว่าหลังกลับมาชิดผนังห้องน้ำอีกครั้งจนได้

 

                  “พี่ภีม!...”

 

                  ร่างขาวทั้งดิ้นหนี มือบางก็ใช่ว่าจะเฉย เพราะขนาดทั้งผลักทั้งดันแต่ไหล่หนาลื่นๆตรงหน้าดูเหมือนจะไม่สะดุ้นสะเทือนจนทิวาเสียวสันหลังวาบเมื่อรู้สึกว่าหน้าท้องแบนราบของตนกำลังชนอยู่กับบางสิ่งที่กำลังแข็งขึงผงาดชี้หงึกๆมาอย่างน่ากลัว

 

                  เวลานี้ต่อให้มีเวทมนต์ยังไงก็เห็นจะหลุดจากห้องนี้ไม่ได้ง่ายๆ

 

                  ด้านหลังคือผนังห้องน้ำหนา ส่วนด้านหน้าก็เป็นคนตัวสูงซึ่งในเวลาปกติแล้วใบหน้าหล่อๆของคนคนนี้จะมีเสน่ห์จนใครต่อใครเหลียวมองจนคอเคล็ด

 

                  แต่เวลานี้ทิวาไม่อยากมอง!

 

                  ไม่แม้แต่จะสบตาคมที่ส่งมาอย่างหมายมาดบวกกับยิ้มร้ายที่ตอนนี้บอกตรงๆว่า เริ่มกลัว เพราะสองหน้าอยู่ห่างกันแค่นี้

 

                  “พี่ภีม! ไม่เอานะ”

 

                  แก้มขาวรู้สึกร้อนวูบวาบจนคิดว่าตอนนี้มันคงแดงไปทั้งหน้า เมื่อหน้าท้องที่มีเพียงเสื้อกล้ามบางๆกั้นไว้กำลังชนกับบางอย่างจังๆ

 

                  “รับผิดชอบเจ้านี่ซะ!” ตาคมหลุบมองบอกตำแหน่งเล่นเอาคนฟังตาเบิกโพลง

 

                   “ให้รับผิดชอบอะไรล่ะ ของตัวเองแท้ๆ”

 

                    “แกล้งพี่แล้วยังจะปากแข็ง”

 

                    “ปากแข็งอะไรเล่า ปล่อยยยย!!!!.....”

 

                    “ไม่ปล่อย! หรือจะให้พี่บังคับ?”

 

                    “อย่ามาพูดเลย ตั้งแต่เจอกันพี่ก็ชอบบังคับตลอดนั่นละ ผมปฏิเสธได้ที่ไหนล่ะ?”

 

                   “งั้นถ้าพี่ขอล่ะ?”

 

                   “อะ อะไรนะ?”

 

                   “ถ้าพี่ขอทิล่ะ อ่า! นะ ช่วยพี่หน่อยนะครับ!

 

                   คราวนี้คนหน้าหวานถึงกับอึ้ง

 

                  ตาโตเบิกโพลงเป็นครั้งที่เท่าไหร่นับไม่ถ้วนเมื่อข้อมือบางที่มือหนายึดไว้ถูกนำทางให้เข้ากอบกุมไปบนความร้อนผ่าวแข็งขึงที่กำลังเต้นตึกๆสู้มือบาง

 

                 “ยะ!”

 

                 “อย่างนั้นเด็กดี! ฮืมมม!!....”

 

                 ฟันขาวขบปากอิ่มจนแทบขาด แก้มบางรู้สึกร้อนจนแทบไหม้ เมื่อเห็นคนตัวสูงหลับตากระดกเอวเข้าหามือนุ่มที่กุมลำเนื้อร้อนจนล้นมือทั้งสองข้าง เล่นเอาคนตัวบางทำหน้าไม่ถูก

 

                   ขาที่คิดจะขยับหนีแต่แรกกลับยืนนิ่ง หลังบางพิงผนังเพื่อทรงตัว แถมมือที่คิดจะผละออกแต่แรกกลับนิ่งค้างอยู่อย่างนั้น

 

                   “บีบหน่อยคนดี อ่าา!!

 

                   มือขาวกำเข้าหากันตามคำขอ เรียกเสียงทุ้มครางแหบพร่า หน้าคมเหยเกโน้มอยู่ใกล้ๆทำก้อนเนื้อด้านซ้ายของคนหน้าหวานเต้นแรงจนกลัวว่ามันจะทะลุออกมาเต้นนอกอก

 

                   ตาหวานมองแก้มตอบคล้ำแดด มองลำคอแกร่งที่เกร็งจนเห็นเส้นเลือดชัดเจนบอกอารมณ์ที่งวดเข้ามา

 

                   เอวสอบกระดกส่งลำเนื้อร้อนผ่าวเข้าหามือบางเป็นระวิง

 

                   ลมหายใจถี่กระชั้น

 

                  ภีมหลับตาหนีภาพตรงหน้า ลมหายใจหอบกระเส่าขาดห้วง ใจนึกอยากจับคนตัวบางมากระทำชำเราให้สมอยากเพราะแค่มือบางแค่นี้ไม่อาจบรรเทา

 

                   เสียงทุ้มจึงครางออกมา คลอกับอีกเสียงชวนวาบหวามที่นำลำเนื้อร้อนผ่าวผ่านเข้าออกมือบางปนน้ำสบู่เปียกๆเฉาะแฉะ

 

                   ใบหน้าคมกับลำคอแกร่งแดงก่ำ ฝ่ามือหนาที่ดันผนังข้างคนตัวบางกำเข้าหากันแน่นจนข้อขาวเพื่อห้ามใจตัวเองเมื่อเห็นหน้าหวานที่แหงนขึ้นมองก็แดงก่ำพอกัน

 

                   ทิวากลืนน้ำลายเพราะคอกำลังแห้งผาก  บอกตามตรงทุกครั้งที่มีอะไรกันนั้นตนไม่มีเวลาที่จะมานั่งมองหน้าอีกฝ่ายแบบนี้หรอก

 

                   ทำอยู่สองอย่างคือครางกับเสียว

 

                   ฉะนั้นเวลานี้จึงเป็นสิ่งที่แปลกตาจนทิวาจ้องคนตรงหน้าตาไม่กระพริบ

 

                   ลำเนื้ออุ่นอวบอ้วนขยายใหญ่ยาวจนปลายป้านแทบปริ ยิ่งมือนุ่มสองข้างที่กำไว้ไม่มิดขยับรูดชักรั้งรับจังหวะชักเข้าสาวออกยิ่งเรียกเสียงครวญครางแหบพร่าจนคนฟังน้ำลายเหนียวหนับฝืดคือ

 

                   “อ่า ...อ่า ....ทิ...ฮืมมม!!

 

                   สะโพกสอบกระดกถี่ยิบ ปลายป้านแดงคล้ายปริ่มน้ำรอมร่อ เส้นเลือดปูดโปนรอบๆลำเนื้อร้อนเต้นตุบๆสู้มือนุ่มที่ขยับชักเข้าชักออกให้สวนทางกับหน้าขาแกร่งที่กางออกจังก้า

 

                   กำปั้นแข็งที่ดันกำแพงเปลี่ยนมายึดดวงหน้าหวาน ปลายนิ้วโป้งดันคางมนเบาๆก่อนที่ปากหยักจะกดลงทาบปิดปากอิ่มที่เผยออ้าอย่างลืมตัว

 

                   ปลายลิ้นหนาแทรกเข้าพันรัดลิ้นนุ่มด้านในง่ายดาย เรียกเสียงแลกน้ำหวานดังจุ๊บจั๊บคลอกับเสียงครางในลำคอซ่านสยิว

 

                  “อื๊อออ!!!

 

                 “ฮืมมมมม!

 

                 “อ่าาา!” 

 

                 มือหนาละจากหน้าหวาน เปลี่ยนมากุมทับมือบาง บังคับมือนุ่มให้บีบเข้าหากันแน่นขึ้นอีก รีดน้ำสีขุ่นที่มาจ่อปลายหยักก่อนจะพุ่งปรีดฉีดลงพื้น บางส่วนกระเด็นเปื้อนลำขาขาววาวเป็นทาง

 

                 “.....ซี๊ดดดด!

 

                 “แฮ่ก  แฮ่ก  แฮ่ก...

 

                 ปากหยักผละออกเพื่อให้อีกคนได้หอบหายใจเพียงชั่วครู่ กลับประกบลงอีกครั้ง และครั้งนี้ริมฝีปากร้อนผ่าวบดจูบหนักหน่วงขึ้น

 

                 ลิ้นร้อนชื้นแทรกเข้าด้านในไม่ยอมปล่อยลิ้นนุ่มที่หดหนีง่ายๆ แต่กลับควานจนถ้วนทั่วโพลงปากนุ่ม กระพุ้งแก้ม แซะทั่วไรฟันขาวก่อนจะวกเข้าลากลิ้นบางมากัดเบาๆ ก่อนจะบดจูบจนปากอิ่มบิดเบี้ยวผิดรูป

 

                  จ๊วบบบ!!!

 

                  สองปากผละจากกัน  น้ำลายใสติดปากอิ่มที่กำลังบวมเจ่อยั่วให้ริมฝีปากร้อนผ่าวตามเก็บตามเลียอย่างเสียดาย

 

                  “พอ อื๊อ! พอแล้ว” หน้าหวานเบี่ยงหนี มือบางละออกจากสิ่งที่ตนกุมไว้อย่างลืมตัวดันแผงอกหนาหมายจะเบี่ยงตัวหนีแต่กลับต้องชะงักเมื่อแขนหนาๆที่ดันผนังไว้เมื่อครู่คว้าคนตัวบางไปกอดไว้หมับ

 

                  “อะ อะไรอีกล่ะ” ทิวาหน้าตื่นเมื่อไอ้หน้าหล่อส่ายหน้า ซ้ำยังซบวูบกดปากร้อนลงทาบดูดลำคอขาวเรียกเสียงหวานโวยลั่น

 

                  “ไม่เอานะ”

 

                 “ขอบใจ”

 

                “ไม่เป็นไร อ๊ะ!...” ติ่งหูบางถูกเม้มเบาๆเล่นเอาทิวาเข่าอ่อน มือไม้พาลอ่อนแรงตาม

 

               “แต่พี่ไม่อยากติดหนีใคร” คนพูดพูดแบบไม่ยอมเงยหน้า อู้อี้บอกกับซอกคอขาวยั่วปากยั่วลิ้นให้สร้างรอยประทับแสดงความเป็นเจ้าของ

 

               “ไม่เป็นไรไง อ๊ะ! ไม่ติดหนี้ อย่า ไม่เอานะ พอได้แล้ว”

 

               “เมื่อกี้ช่วยพี่แล้ว”

 

                ไอ้หน้าหล่อผละออกจากซอกคอหอม แขนแกร่งรัดเอวบางเข้ามากอดจนคนในอ้อมแขนแทบจมลงอกกว้าง จ้องตาหวานที่เบิกโพลงแล้วส่งยิ้มร้าย

 

                “คราวนี้ก็ให้พี่ช่วยบ้าง”

 

                 “เดี๋ยว! ช่วยอะไร?”

 

                 “ก็ช่วยอย่างที่ทำให้พี่ น่า ไม่ต้องเขินหรอก”

 

                 “ห๊ะ? ใครเขิน....อ๊ะ! อ๊ากก...  ไม่เอานะ!...ปล๊อยยย!!!!!

 

                 แล้วมีหรือว่าคนเอาแต่ใจจะฟัง

 

                 หลังจากนั้นทั้งห้องน้ำก็เต็มไปด้วยเสียงอื้ออึงอีกครั้ง หรืออีกหลายครั้ง(หรือเปล่า) เพราะร่างหนาไม่ยอมปล่อยคนหน้าหวานลอยนวลไปจนกว่าจะได้ทำสิ่งที่ตนพอใจแล้วนั่นแหละ

 

 

 

                  จนเมื่อหลายชั่วโมงผ่านไป

 

                  จากอาหารที่ควรจะเป็นของมื้อเที่ยงกลับกลายมาเป็นของมื้อบ่ายที่เริ่มคล้อย

 

                  คนหน้าหวานนั่งนิ่งพลางนึกเจ็บใจตัวเอง ไม่น่าเริ่มเลย ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัวก็รู้ซึ้งเอาวันนี้

 

                  แล้วนี่ก็อีก  “ฮึ!”   แค่ทำอาหารให้กินแค่นี้คิดเหรอว่าจะยกโทษให้ง่ายๆ ถึงมันจะดูน่ากิน(มาก)ก็เถอะ

 

                  บนโต๊ะญี่ปุ่นที่หยิบออกมาตั้งเฉพาะกิจ กุ้งมังกรตัวใหญ่ผ่าครึ่งถูกปรุงและจัดอย่างสวยงามนอนอยู่บนจานใบหรู โชยมาทั้งกลิ่น ทั้งรูป ยั่วให้ลิ้มรสจนต้องแอบกลืนน้ำลาย

 

                  ตรงข้ามกันก็ไม่ใช่ใครที่ไหน

 

                 ร่างสูงที่สถาปนาตัวเองเป็นกุ๊กกิตติมศักดิ์ และเป็นคนเดียวกันกับคนที่ทำให้ร่างบางมานั่งทำหน้าไม่ถูกอยู่นี่

 

                 หมอนอิงใบสวยถูกคว้ามากอดไว้ หน้าหวานเบือนหนีอาหารกับภาพคนตัวโตที่ส่งยิ้มไม่ทุกข์ไม่ร้อนตรงหน้า

 

                ทำไม่รู้ไม่ชี้ดีนักนะ มีโอกาสเมื่อไหร่ระวังเถอะจะเอาคืนให้สาสมเลย

 

                 “กินสิ ไหนบอกว่าหิว”

 

                 “ตอนนี้ไม่หิวแล้ว”

 

                 “เหนื่อยเหรอ งั้นให้พี่ป้อนไหม?”

 

                 “ไม่ต้อง!” มือขาวรีบคว้าส้อมขึ้นจิ้มของที่วางบนจานใส่ปากก่อนที่ร่างสูงที่กำลังขยับจะเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้มากกว่านี้

 

                 หือ?

 

                 อร่อย!

 

                เนื้อกุ้งชิ้นพอดีคำที่สัมผัสกับลิ้นมันทั้งนุ่ม หอม รสชาตกลมกล่อมกำลังดี จนส้อมในมือบางต้องจิ้มอีกชิ้นเข้าปากเพื่อยืนยันกับตัวเองว่าไม่ได้รู้สึกไปเองเพราะความหิว

 

                  ตาโตเบิกกว้างอย่างเผลอๆ เมื่อชิ้นที่สองที่กำลังเคี้ยวอยู่นี่ยิ่งอร่อยหนัก ทั้งกรอบนอกและนุ่มในยวนใจให้มือบางอีกข้างหยิบช้อนมาช่วยเขี่ยของในจานเข้าปากเรื่อยๆ

 

                  ทิวาก้มหน้ามองแต่จานโดยลืมไปสนิทว่าเมื่อกี้ตนพูดอะไรออกไป ปล่อยให้อีกคนใช้ตาคมเจือแววยิ้มขำสำรวจวิวสวยๆตรงหน้า

 

                  ลมทะเลบางเบาพัดผมดำยาวด้านหลังไหวน้อยๆล้อมกรอบหน้าขาวหวาน ที่เด่นที่สุดเห็นจะเป็นปากอิ่มที่ยังบวมเจ่อเหตุจากกิจกรรมลับเฉพาะก่อนหน้านี้

 

                  คอระหงที่เปื้อนสีกุหลาบบางเบาบนเนื้อขาว เสื้อกล้ามเนื้อดีที่อยู่บนตัวเน้นเนื้อขาวให้น่าสัมผัสยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด

 

                  ในมือของภีมมีไวน์รสเยี่ยมที่ยกขึ้นจิบเป็นพักๆ บนโต๊ะคืออาหารอร่อย ตรงหน้าก็วิวสวย ตอนนี้ต่อให้เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม

 

                  “อิ่มไหม”

 

                  “ก็อิ่มนะ แต่ อืม....” คนผมยาวที่กำลังครุ่นคิดไม่ทันนึกว่าไอ้ท่าทางที่ตนทำนั้นกำลังยั่วคนฝั่งตรงข้ามจนอยากลุกขึ้นมานั่งข้างแล้วบดจูบปากยื่นๆอย่างมันเขี้ยว

 

                  “อะไร?”

 

                  “อยากกินไอศครีมน่ะ แหะแหะ บนเรือแบบนี้คงยาก” หน้าหงอยๆทำให้ภีมขยับตัวลุกขึ้นทันที

 

                  “ไปไหนล่ะ?”

 

               “ไปหาไอศครีมมาให้เมีย”

 

                   กะ ก็ดีใจอยู่หรอกนะ แต่ไม่ต้องเรียกแบบนั้นจะได้ไหมเล่า

 

                   แล้วไอ้แก้มนี่ก็ มึงจะขยันร้อนไปไหนวะ เขาพูดอะไรนิดอะไรหน่อยก็ร้อนวูบวาบ ร้อนจนหน้าจะไหม้อยู่แล้ว

 

                    คนเขินก้มหน้าแล้วอุบอิบถาม   “ มีด้วยเหรอ? ไม่เห็นรู้เลย”  

 

                    “มี เราสำรวจไม่ทั่วเองตั่งหาก”

 

                     ทิวาอยากจะตะโกนเถียง มีเวลาสำรวจที่ไหนล่ะ  แต่ก็กลัวเข้าตัวอีก

 

                     เฮ้อ!! เพราะตั้งแต่เริ่มจ๊ะเอ๋กับไอ้หน้าหล่อบนเรือลำนี้ ก็แทบไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง เพราะร่างสูงนั่นแหละตามติดชีวิตระเอียดยิบอย่างกับจะเอาไปทำเรียวลิตี้โชว์ยังไงอย่างงั้น

 

                    แอบนินทาในใจยังไม่ทันจะจบดีก็เห็นร่างสูงที่ว่าก็เดินกลับมาพอดี ในมือถือถังไอติมขนาดย่อมๆยี่ห้อดังติดมาด้วย เห็นแบบนั้นทำเอาคนบอกว่าอยากกินตาพราวยิบยับ จนคนมองมาแอบยิ้ม

 

                    “มีจริงๆด้วย มันอยู่ตรงไหน” มือบางยื่นไปรับมาเปิดแล้วจัดการทันที

 

                   “ในตู้แช่” ตาคมมองมือขาวใช้ช้อนตักไอศกรีมรสสตรอเบอร์รี่เนื้อละเอียดเข้าปากเคี้ยวคำโต

 

                   ใจหนึ่งก็อยากมองคนหน้าขาวให้เต็มอิ่มอยู่หรอกนะ แต่เห็นกินของเลี่ยนๆแบบนั้นแล้วภีมรู้สึกขนลุก เพราะมันเคยมีเหตุให้ไม่ชอบอยู่ก่อนแล้ว เนื้อครีมเละๆโดนลิ้นทีแทบอวก

 

                   แต่ไอศครีมที่ให้คนจัดใส่ตู้แช่ไว้ก็มีประโยชน์ตรงนี้เอง

 

                   “กินไหม?”  ไอศครีมพูนช้อนยื่นมาจ่อตรงหน้าทำเอาร่างสูงถึงกับผละ ก่อนจะส่ายหน้า   “ทำไมล่ะ อร่อยนะ” คนบอกอร่อยก็กินเอากินเอาจนคนนั่งฝั่งตรงข้ามกลืนน้ำลาย

 

                   “พี่ไม่ชอบกินไอศครีม มันเลี่ยน”

 

                   “หือ เลี่ยนตรงไหน สตรอเบอร์รี่ก็หวาน ช็อกโกแลตนี่ก็หวาน”

 

                   “นั่นแหละ พี่ไม่ชอบของหวาน”

 

                   “หือ ไม่ชอบของหวานเหรอ นี่อย่าบอกนะว่าบัวลอยที่แม่ฝากไปให้คราวก่อนพี่เอาไปทิ้ง”

 

                   “บอกตามตรงพี่ไม่ชอบของหวานอย่างไอศครีมนั่น แต่บัวลอยที่คุณน้าทำไม่ค่อยหวานนะ ทีแรกพี่กะจะชิมนิดเดียวแต่เอาไปเอามากินหมดถ้วยได้ยังไงไม่รู้ตัว”

 

                   “อร่อยใช่ไหมล่ะ? เรื่องของหวานต้องยกให้แม่เลย...”

 

                   “ชอบของหวานเหรอ?”

 

                  “ออบ...เสียงไม่ชัดที่ผ่านออกมาจากปากแดงๆเจ่อๆทำเอาคนมองยกยิ้มขำ

 

                 “มีอะไรที่ชอบเป็นพิเศษอีกนอกจากไอศครีมกับของหวานที่คุณน้าทำ?”

 

                  “อืออ......

 

                  เสียงครางดังเบาๆในคอ และก็คงไม่คิดด้วยหรอกมั้งว่าไอ้ท่าคาบช้อนไอศครีมคันโตไว้ในปากแบบกำลังคิดหนักนั้นทำเอาคนตัวสูงที่นั่งฝั่งตรงข้ามถึงกับกลืนน้ำลาย

 

                   แต่ที่ทำเอาคนแอบมองลำคอแห้งผากก็เห็นจะเป็นลิ้นสีสดที่แลบออกมาเลียน้ำไอศครีมที่ละลายติดก้านช้อนยาวๆราวกับอร่อยเหลือหลาย

 

                  คนไม่รู้อิโหน่อิเหน่ยังทำร้ายคนนั่งมองอย่างต่อเนื่องเมื่อไอศกรีมเนื้อนุ่มเลอะไปทั่ว ให้ลิ้นสีแดงแลบเลียผลุบเข้าออกง่ามนิ้วขาวราวกับเสียดาย

 

                   ช่างไม่รู้เลยว่าคนมองต้องห้ามตัวเองไม่ให้ปัดโต๊ะเตี้ยๆที่ขั้นกลางนี่ทิ้ง แล้วโผนเข้าขย้ำร่างขาวๆ ผมยาวๆ ที่ใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้น เพียงเสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้นกุดที่นั่งขัดสมาธิโชว์หน้าขานวลแบบไม่ตั้งใจ

 

                  “อร่อยเหรอนั่น?”

 

                 “มากเลย กินด้วยกันสิ?”

 

                 “ไม่ละ บอกแล้วไงพี่ไม่ชอบกิน” 

 

                 เมื่อเห็นว่าร่างสูงไม่สนใจแบบจริงจังและหันหน้าหนีพลางยกไวน์ขึ้นจิบเฉย  แต่ทำให้คนที่กำลังกินอย่างเอร็จอร่อยยกยิ้มร้าย  หึๆ อยากแกล้งชะมัด แต่หวังว่าคราวนี้ประวัติศาสตร์คงไม่ซ้ำรอยหรอกนะ

 

                   คิดได้ดังนั้นไอศครีมพูนช้อนจึงยื่นมาจ่อที่ปากหยักและนิ่งไว้คล้ายจะรอให้อีกคนอ้าปากรับ แต่เจ้าของปากหยักกลับเบือนหน้าหนีไปอีกทาง

 

                  “พี่ภีมครับกินหน่อยสิ อร่อยจริงๆนะ หมดแล้วจะหาว่าไม่เตือน”  ร่างขาวระเห็จตัวเองมานั่งข้างอย่างตั้งใจ

 

                  “ไม่เป็นไร พี่ไม่........

 

                   หมับ

 

                  “อุ๊กก!!เสียงแปลกๆที่ดังคือเสียงที่มือบางบีบจนปากหยักเผยอแล้วจัดการยัดไอศครีมนิ่มๆที่ว่าเข้าไปจนเต็ม พร้อมกับค้างช้อนไว้ในปากเพื่อกันอีกคนคายทิ้งอีกตั่งหาก

 

                   เท่านั้นเองไอศกรีมก้อนโตจึงถูกกลืนลงคออึกใหญ่ ช้อนจึงได้ถอนออกมาจากปากสีจาง

 

                   ทิวายิ้มหวานกลบเกลื่อน ทั้งๆที่สะใจจนเนื้อเต้นยิกๆเมื่อเห็นไอ้หน้าหล่อคอแข็งผะอืดผะอม กลืนน้ำลายลงคอเอื๊อกๆ

 

                   อารมณ์อยากแกล้งเพียวๆเลยเชียวทำให้คนตัวบางลืมบางอย่างไปเสียสนิท.......คิดแค่ว่าแกล้งร่างสูงเล่นๆแล้วก็จบ...........แต่มันจะไม่จบก็ตอนที่นึกได้

 

                   ชิบแล้วไงไอ้ทิ!  ลืมตัวปีนขึ้นไปนั่งคล่อมตักเขาเอง before and after ต่างกันแบบฟ้ากับเหวก็อีตอนนี้แหละ

 

                   “หึ

 

                    เสียงบอกความเจ้าเล่ห์ทำเอาร่างบางหน้าเสีย รู้สึกว่าเอวบางเองก็ถูกรัดแน่นขึ้นอีกตั้งหาก

 

                   “จะรีบไปไหนล่ะ นั่งตรงนี้ก็ดีแล้ว

 

                   “ด ดีอะไรเล่า เมื่อกี้ก็ทีนึงแล้วอย่าแกล้งกันสิ

 

                   “ใครแกล้งใครก่อน

 

                   “โอเค โอเค ขอโทษก็ได้ร่างขาวดิ้นขลุกขลัก ช้อนในมือหล่นกระทบพื้นดังแกร๊งพราะมือที่พยายามดันไหล่หนาทั้งสองข้างพลางเด้งตัวเองหนี

 

                    “ไม่ให้

 

                   “อ๊ะ?” ร่างขาวสะดุ้งเมื่อมือสากลากเบาๆไปทั่วน่องเนียนแล้วกุมข้อเท้าบางไว้แน่น แล้วดึงจนหว่างขาขาวนั่งแป๊ะลงบนหน้าตักแกร่งถนัดถนี่

 

                   “ปล่อย”      ในเมื่อดิ้นหนีไม่ได้มือขาวได้แต่ขยุมอกเสื้อเนื้อดีของคนตรงหน้าไว้แน่นแทนแล้วต้องหลับตาปี๋ เมื่อจมูกโด่งคลอเคลียแก้มใสที่แทบหาสีเดิมไม่เจออีกแล้ว

 

                   ลมหายใจอุ่นกับปากร้อนผ่าวปัดไปมาทำเอาเจ้าของติ่งหูขนลุกซู่ ฟันขาวขบปากอิ่มจนแทบขาดเมื่อปากหยักกดจูบเบาๆไปทั่วหน้าขาวราวกับหยอก

 

                  “ไอศครีมยังหวานติดคอพี่อยู่เลย

 

                  “จ จิบไวน์สิหรือจะกินน้ำ ปล่อยก่อนจะไปหยิบมาให้

 

                   “ไม่อยากได้น้ำนี่นา

 

                   “แล้วอยากได้อะไร?”

 

                  “อยากได้....”

 

                  เสียงทุ้มหยุดไว้แค่นั้นก็จริง แต่สิ่งที่ทำเอาทิวาทำหน้าไม่ถูกเห็นจะเป็นกิริยาที่ไอ้หน้าหล่อชี้นิ้วบอกตำแหน่งสิ่งที่ตัวเองอยากได้

 

                  “ลิ้น....”

 

                 “หา อื๊ออ!!

 

                  ยังไม่ทันจะเข้าใจก็เป็นว่าต้องเข้าใจไปโดยปริยายเมื่อปากอุ่นทาบลงมาบังคับเอาสิ่งที่บอกจนทิวาพูดไม่ออก และที่พูดไม่ออกในที่นี่คือไม่มีโอกาสได้พูดตั่งหาก

 

                   ลิ้นร้อนชื้นแทรกเข้าปราการหวาน ลิ้มทั้งรสลิ้นนุ่มที่เจอทั้งสตรอเบอร์รี่ทั้งช็อกโกแลตหวานๆที่คนตัวสูงบอกว่าไม่ชอบ แต่กลับดูดเลียกินลิ้นที่ติดรสนั้นอย่างกระหาย

 

                  ‘อื้มมมม!’

 

                  ฝ่ามือหนาประคองศีรษะเล็กบงคับให้เอียงองศารับจูบที่เพิ่มดีกรี ปากอุ่นกับลิ้นร้อนทั้งชอนไช ทั้งบดเบียดความนุ่มหอมจนเนื้อสีวาวใสบวมเจ่อ

 

                  มือน้อยเผลอขยุมผมท้ายทอยราวกับจะให้ระบายความหวามที่เกินรับไหว เมื่อลิ้นร้อนเลียมุมปากวาวนุ่มหอมไม่พอ ฟันคมยังตามกัดตามดึงริมปากบางเบาๆทั้งบนทั้งล่าง ตามเม้มดูดคางมนจนเจ้าของมันเชิดหน้า ขาที่พยายามโหย่งตัวเริ่มอ่อนแรงนั่งทับร่างหนาเต็มๆ เมื่อมืออุ่นซุกเข้าร่มผ้าแอบลูบเนื้อหลังบอบบางเนียนมือ

 

                  “อื๊อออ!

 

                  พอใด้ลิ้นนุ่มล้างปากแล้วมีหรือว่าร่างสูงจะพอใจแค่นั้น สุภาษิตได้คืบจะเอาศอกที่อยู่ในกมลสันดานพาให้ปากร้อนกับลิ้นชื้นเข้าแนบชิมแก้มขาวเป็นกำไรแถมตามเก็บดอกเบี้ยชนิดติดซอกคอหอม ทาบดูดความหอมหวานที่เรียกเลือดในกายหนุ่มให้เดือดพล่าน

 

                  ไหปลาร้าน่ารักกับอกแบนราบโผล่พ้นร่มผ้าชวนให้ดอมดมดูดชิมไม่แพ้กัน แล้วมีหรือว่าสิงห์หนุ่มจะละมือละปากจากเนื้อกระต่ายขาวไปง่ายๆถ้าไม่ได้ลิ้มให้อิ่มท้องซะก่อน

 

                  หมอนอิงที่กระจัดกระจายถูกดึงมาใช้รองรับเมื่อร่างขาวถูกมือหนาพลิกให้เป็นฝ่ายนอนหงายลงใต้ร่าง เปลี่ยนให้ร่างสูงใหญ่ขึ้นเป็นฝ่ายคล่อมแทน

 

                  “ไม่เอานะ พอแล้ว” สติที่หลุดไปเมื่อครู่กลับมาให้มือขาวยึดหน้าคมจนสองตาสบกันนิ่ง

 

                   “ขอพี่นะ วันนี้ยังไม่ได้กินใจจะขาดอยู่แล้ว”

 

                   “พูดอะไร..ก็เมื่อกี้ยัง....”

 

                   “เมื่อกี้มือครับคนดี แต่ตอนนี้พี่ไม่อยากได้มือนี่นา”

 

                   พูดไม่ออกเลยทีเดียว ปากที่อ้าค้างถูกประกบแนบสนิทให้ร่างขาวที่ถูกกดแนบหมอนนุ่มขืนตัวดิ้นหนีเต็มแรง

 

                  “เมื่อกี้ก็แล้วไงยังจะเอาอะไรอีก”

 

                  “เอาคนนี้...” ปากร้อนจุ๊บแก้มขาวจนคนหลบไม่ทันหน้าแดงก่ำ

 

                  “อย่ามาล้อเล่นสิ ไอติมละลายหมดแล้ว ลุกออกไป”

 

                  “ทำไมล่ะ?”

 

                 “ยังจะมาถามอีก ใครเขาทำแบบนี้กันทั้งวันกันเล่า”

 

                “ก็พี่กับทิไง ไหนๆก็มาด้วยกันแล้วฮันนีมูนก่อนแต่งมันซะเลย”

 

                  หา! หา! ห๊า!

 

                  ตาโตเบิกโพลง หูต้องเฝื่อนไปแน่ๆที่ได้ยินอะไรแบบนั้น แต่เสียงทุ้มกลับพูดย้ำให้ฟังอีกครั้งแล้วครั้งเล่าข้างหูราวกับเป็นการยืนยัน

 

                  “นะ...”

 

                 “เมื่อกี้ก็ทีนึงแล้วไม่เหนื่อยหรือไงเล่า?”

 

                 “ไม่เหนื่อยเลยละ ไม่เชื่อเหรอ งั้นจะแสดงให้ดู”

 

                 “มะ ไมใช่นะ ไม่ได้หมายความแบบนั้นซะหน่อย”

 

                 “ไม่ใช่แบบนั้นแล้วแบบนี้ล่ะ?”

 

                 “ไม่ใช่”

 

                 “ถ้างั้นลองแบบนี้ดีกว่า”

 

                 “เฮ้อออ!!!

 

                 ทิวาอ่อนใจ จะปฏิเสธยังไงคนตัวสูงตรงหน้าคงไม่สนใจฟังหรอก ตอนนี้เอาแรงที่จะดิ้นหนีเปลี่ยนมาตั้งรับการจู่โจมที่ส่งมาเป็นทับแรกคงจะเวิร์คกว่าละมั้งนะ

   

                 หลังจากนั้นค่อยว่ากันอีกทีแล้วกัน

 

 

ToBeCon...........

 

 

 

 

ความคิดเห็น