email-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 5

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 935

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ธ.ค. 2564 00:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5
แบบอักษร

“แบล็ค งื้ออ เค้านึกว่าจะไม่มาแล้ว ไหนบอกไม่ว่างไง”

“น้องสาวคนเดียว พี่เคลียร์ให้ได้ค่ะ ไหนดูซิวันนี้คนเก่งของพี่สวยอีกแล้วนะคะ ออร่าความสวยพุ่งใส่จนเกือบละละลายเลยค่ะ นี่ช่อดอกไม้ค่ะ” พี่แบล็คพี่ชายของฉันพูดพร้อมยื่นช่อดอกไม้ให้ฉัน พี่แบล็คเป็นพี่ชายแท้ๆ ของฉันเอง พี่แบล็คต้องทำงานและเรียนตั้งแต่ตอนปีหนึ่ง จึงย้ายไปอยู่คอนโด พวกเราเลยจะได้เจอกันนานๆ ทีหรือวันที่ว่างๆ เท่านั้น แต่ส่วนมากก็ยุ่งตลอดเลย เพราะพ่อวางมือให้พี่แบล็คเป็นคนดูแลบริหารบริษัทแล้ว

“ขอบคุณที่มาค่ะ ดีใจจังเลย ขอพลังหน่อยค่ะ ทั้งสามคนเลย ฟอดด” ฉันหอมแก้มพี่แบล็คพร้อมกับอ้าแขนออก พี่แบล็คก็กอดฉันและตามด้วยพ่อแม่ เรากอดกันกันกลมเลย

ฉันคุยกับทุกคนได้สักพัก คิดได้ว่าจะทักทายพ่อแม่ของภูมิและปันปัน ฉันเลยหันไปพร้อมกับเดินไปหาทั้งสองครอบครัวเพราะเราอยู่ข้างกันนิดเดียวเอง ถึงเวลาที่จะต้องไปแลกเปลี่ยนของขวัญกับพวกเพื่อนๆ แล้ว

พวกเราสามครอบครอบทักทายกันได้ไม่นาน ก็เริ่มมีคนเอาของขวัญมาให้ไม่ว่าจะเป็นรุ่นน้อง รุ่นพี่ที่จบไปแล้ว เพื่อนๆ เวียนไปเวียนมาจนของเต็มไปหมดเลย บางคนก็ให้ของที่มีราคา จนไม่กล้ารับแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ วุ่นวายกันอยู่นานกว่าจะเสร็จได้ทั้งของและรูปสวยๆ วันนี้คงถ่ายรูปได้เป็นพันๆ รูปแน่ๆ

 

At Green home..

“เห้ออ เมื่อยไปหมดเลยงะ” ฉันบ่นทันทีที่เข้ามานั่งโซฟาห้องรับแขกในบ้าน เพราะวันนี้ทั้งวันพบเจอคนมากมาย รับของถ่ายรูป ทีแรกก็ว่าจะยืนรอแค่หน้าอาคารหอสมุดที่ไหนได้เพื่อนๆ ชวนไปถ่ายรูปทั่วโรงเรียนเลย เมื่อยเข้งเมื่อยขาไปหมดเล้ยย

“แหมม ก็เจ้าแสบของแม่มีแต่คนเอาของมาให้เต็มไปหมด ยืนทั้งวันแล้วไหนจะเดินไปๆ มาๆ ถ่ายรูปอีกก็ต้องเมื่อยสิคะ” คุณแม่พูดพร้อมกับเดินมานั่งที่พนักโซฟาแล้วลูบหัวฉัน ฉันก็กอดแม่เอาไว้ขอซบหน่อยเถอะเหนื่อยมาก

“น้องก็ไม่รู้ว่าจะมีคนมาเยอะงะ ของก็เยอะเต็มไปหมดเลย” ฉันพูด

“เยอะจนล้นรถเลยครับ ต้องนั่งเบียดกับของอีก ลูกพ่อมีคนรู้จักเยอะจริงๆนะ” คุณพ่อถือของเข้ามาพร้อมพูดแซวฉัน ก็ของเยอะจริงๆ นั้นแหละนี่ก็คิดว่าจะเอากลับได้ยังไง ดีที่พ่อไม่ได้ขับรถไปเองเพราะกลัวว่าถ้าตอนที่รอฉันรับใบจะไม่มีที่อยู่เลยนั่งรถตู้คันโตไปแทน แต่ของก็ใส่ไม่หมดอยู่ดี

“รถผมก็เต็มครับพ่อ เต็มไปหมดเลยถามจริงจะเก็บไว้ไหนครับเนี่ย” พี่แบล็คเข้ามาก็พูดบ่นอีกคน

“555 ห้องเจ้าแสบกว้างจะตายแล้วบ้านเราก็ออกจะใหญ่โต ที่เก็บเยอะแยะตาแบล็ค” คุณพ่อพูด

“งั้นถ้าไม่มีที่เก็บ น้องเอาเก็บห้องแบล็คกี้ดีไหมคะพ่อ ไหนๆ ก็ไม่ค่อยกลับมานอนบ้านเลย ยึดห้องเลยดีกว่าเนาะ” ฉันพูดพร้อมทำหน้าทะเล้นแกล้งพี่แบล็ค ชอบบ่นดีนักแกล้งซะเลย

“เจ้าแสบ เดี๋ยวเถอะ งั้นของขวัญที่อยากได้ไม่ต้องเอาแล้วนะคะ เชอะ” พี่แบล็คพูด

“งื้ออ เอาค่ะเอา ไม่ยึดแล้วห้องอะ เดี๋ยวจะแถมด้วยการทำความสะอาดให้ทุกวันเลยค่ะ ฟอด ฟอด” ฉันพูดและรีบลุกขึ้นปหอมแก้มพี่ชายที่นั่งโซฟาข้างๆ เลย

“พอๆ ทุกคนไปจัดการอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อยค่ะ วันนี้เราจะดินเนอร์มื้อพิเศษกันนะ ตาแบล็คนอนนี่นะคะไม่ต้องกลับคอนโดนอนที่บ้านบ้างไม่งั้นแม่จะยึดห้องเอง เจ้าแสบรีบไปแล้วรีบลงมานะคะของค่อยเก็บพรุ่งนี้ค่ะ แยกย้ายเลยไปค่ะพ่อ ป้าคะจัดโต๊ะเลยนะคะ” คุณแม่พูดออกคำสั่งทุกคนรวมไปถึงแม่บ้านให้เริ่มเตรียมจัดโต๊ะอาหารรอเลย

“ค้าบบ/ค่ะ/ครับ” ฉัน พี่แบล็คและคุณพ่อขานตอบพร้อมกันและแยกย้ายกันไป

 

เวลาต่อมา...

ตอนนี้ทุกคนก็มากันครบหมดแล้ว พวกเรารับประทานอาหาร พูดคุยกันไปตามประสาครอบครัวอบอุ่น

“เรื่องเรียนต่อเอาไงคะเจ้าแสบ ผลสอบจะออกเมื่อไร จะไม่ไปเรียนต่างประเทศจริงหรอ” คุณพ่อพูด

“ตอนนี้รอไปก่อนค่ะ เดือนหน้าก็ออกแล้วค่ะพ่อ น้องอยากเรียนที่ไทยนี่แหละค่ะ น้องอุส่าตั้งใจสอบตามระบบทีแคสเลยนะ อ่านหนังสือแบบเอาเป็นเอาตายเลย ให้หนูเรียนที่ไทยก่อนนะคะ ถ้าจบแล้วยังไม่รู้จะไปไหนต่อค่อยว่ากันอีกทีเนาะ น้องไม่อยากห่างไกลพ่อแม่และแบล็คกี้นิคะ” ฉันพูด หลายๆ ครั้งที่พ่อมักจะถามเรื่องนี้ เพราะว่าคงอยากให้ไปเรียนที่เมืองนอกจะได้เก่งในด้านภาษา และงานบริษัทสาขาที่นู่นด้วย ฉันยังอยากอยู่ที่นี่ยังไม่พร้อมที่จะต้องอยู่ห่างพ่อกับแม่เลย

“ไม่อยากห่างห้องก็บอกเถอะค่ะ น้องจะติดห้องมากไม่ได้แล้วนะ น้องต้องทำตัวเองให้อยู่ได้ทุกที่ โตแล้วยิ่งถ้าเข้ามหาลัย น้องอยากไปอยู่คอนโดพ่อกับแม่ไม่ว่านะคะ แต่ต้องเป็นคอนโดของคุณลุงนะคะ เพราะที่นี่ดีที่สุดแล้ว” คุณแม่พูดออกแนวจะสอนไปด้วย เพราะการติดห้องของฉันมันก็ติดมากไปจริงๆ แต่เอ้ะเมื่อกี๊แม่ว่าไงนะ คอนโดหรอ

“แม่คะ!!! แม่พูดจริงๆ หรอ แม่อนุญาตจริงๆ หรอ ทำไมอะ ปกติแค่ไปนอนค้างที่อื่นแม่ไม่ค่อยอนุญาตเลยนะคะ ทำไมครั้งนี้มันง่ายแบบนี้ล่ะคะ” ฉันพูดแบบตกใจมาก เพราะปกติคุณแม่ไม่ค่อยอนุญาตให้ฉันไปนอนที่ไหนเลย ไปที่ไหนก็ต้องกลับมานอนบ้านตลอด คุณพ่อคุณแม่จะคอยไปรับไปส่งทุกที ฉันเลยไม่เคยไปนอนไหนที่อื่นเลย

“ก็เพราะแม่รู้ว่าน้องไปนอนที่ไหนจะนอนหลับยากไงคะ แม่เป็นห่วงนะ น้องอะเป็นแบบนี้ตั้งแต่เด็กๆเลย ไปนอนไหนแปลกที่น้องก็จะชอบงอแงตอนดึก พาลให้ไม่ได้นอนกันทั้งบ้านเลย” คุณแม่พูด ก็จริงนะ ฉันชอบไม่ชินกับที่ใหม่ชอบนอนไม่หลับ ถ้าหลับก็หลับไม่สนิทลำบากคนอื่นไปทั่วเลย

“ส่วนเรื่องคอนโดที่อนุญาตแล้วเพราะว่าตอนนี้น้องโตแล้ว ต่อไปพ่อกับแม่คงจะไม่ได้ตามน้องไปทุกที่แล้วนะ เพราะเดี๋ยวชีวิตน้องก็จะยุ่งทั้งเรื่องเรียน กิจกรรมต่างๆ พ่อกับแม่เข้าใจและก็อยากให้น้องเริ่มที่จะปรับตัวเรียนรู้แล้วนะคะ หรือบางทีถ้าน้องอยากมีอิสระในการเที่ยวหรือยังไง พ่อก็คงไม่ห้ามแล้วแต่ต้องมาขออนุญาตก่อนแค่นั้น น้องโอเคมั้ย” คุณพ่อพูดต่อ ตอนนี้ฉันนี่ร้องว้าวในใจดังมาก เพราะถ้าร้องต่อหน้าคงจะดูเว่อร์เกินหน้าเกินตาไปหน่อย555 นี่สินะ ชีวิตมหาลัยที่เฝ้ารอมันจะเป็นยังไงกันนะ

“แหม! ยิ้มหน้าบานเลยนะคะ พ่อแม่อนุญาตแต่พี่ไม่ค่ะ น้องยังเด็กเกินไป รออายุครบยี่สิบเมื่อไร พี่จะพาเที่ยวเองรู้นะคะว่าคิดอะไรอ่ะ” พี่แบล็คคนรู้ทันพูดตัดบทไปหนึ่ง

“รับทราบค่ะ น้องก็ยังไม่ได้จะเที่ยวตอนนี้สักหน่อย แล้วเรื่องคอนโดคงดูๆ ไปก่อน ถ้าไม่มีอะไรมากก็อยากอยู่บ้านกับพ่อแม่มากกว่า เดี๋ยวไปอยู่คอนโดอดตายทำไงคะ อยู่บ้านข้าวก็ฟรี ขนมก็เพียบ เงินก็ได้อีก555” ฉันพูดพร้อมกับทำท่าอ้อนๆ

“น้องพูดแบบนี้ เงินที่พ่อแม่ให้ไม่พอใช้เหรอคะ งั้นแม่เพิ่มให้ไหมคะ เผื่อน้องอยากได้อะไรเพิ่มจะได้มีใช้” คุณแม่พูดพร้อมกับทำท่าจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโอน

“อุ้ย! ไม่ต้องค่ะแม่ มันเยอะเกินไปแล้วค่ะ เงินที่ได้จากหุ้นของบริษัทคุณปู่ที่เข้าทุกเดือนก็เยอะมากเลย ไหนจะเงินที่แม่ให้ทุกเดือน น้องก็ไม่ได้ใช้เลยนะคะ พอแล้วค่ะน้องแค่พูดหยอกๆ ไปเองค่ะ สปอยน้องมากไปเดี๋ยวน้องเสียคนพอดี” ฉันรีบพูดขัดแม่ออกไปเพราะว่าเงินที่มีอยู่ก็เยอะมากเกินไปแล้ว ถ้าให้อีกก็คือไม่ต้องทำงานก็อยู่แบบไม่อดตายแล้ว

“ก็เอาไปใช้ ไปซื้อของที่อยากได้สิคะ จะประหยัดทำไมนักหนาคะน้อง พ่อแม่หาเงินมาให้ใช้นะคะไม่ได้หามาให้เก็บ อีกส่วนที่เก็บมันก็มีอยู่แล้วด้วยน้องก็รู้” คุณแม่พูด

“น้องรู้ค่ะ น้องไม่ใช่ไม่อยากใช้หรือประหยัดอะไรมากหรอกค่ะ แต่ของที่อยากได้ส่วนมากแบล็คกี้ก็ตามใจซื้อให้ตลอด บางทีน้องยังไม่ได้บอกว่าอยากได้เลยก็ซื้อมาให้ซะแล้ว จนน้องกลัวคิดว่าแบล็คกี้มีญานทิพย์แล้วนะ รู้ใจเก่ง” ฉันพูดจริงจัง เพราะพี่ชายฉันก็เป็นแบบนี้ตลอด สปอยรองจากพ่อแม่ก็เขานี่แหละหรืออาจจะสปอยมากกว่าก็ว่าได้

“พี่ก็รักของพี่นี่คะ แล้วน้องรักพี่บ้างไหมคะ” พี่แบล็คที่นั่งฟังอยู่นานก็พูดบ้างแล้วออกแนวอยากได้คำตอบด้วยสิ

“คำถามเด็กน้อยจัง555 รักสิคะ น้องก็รักของน้องเหมือนกันแหละ ขอบคุณนะคะที่มอบของขวัญให้น้องตามสัญญา น่ารักที่สุดเลยค่ะ” ฉันพูดไปยกมือไหว้ไปก็ของขวัญที่ว่าก็คือถ้าฉันขออิสระในการเที่ยวมากขึ้นให้พี่แบล็คช่วยพูดด้วยกับคุณพ่อคุณแม่ก็คงจะยอมมากกว่าคุยคนเดียว แต่มันยิ่งกว่าช่วยพูดเพราะพี่แบล็คเป็นคนขอพ่อแม่เองและคงขอเรื่องคอนโดให้ด้วยแน่ๆ ก็ดูจากคอนโดที่ให้ไปอยู่ก็คือคอนโดที่พี่แบล็คอยู่นั้นเอง เจ้าตัวต้องเป็นคนจัดการเรื่องพวกนี้ให้แน่ๆ เลย ฉันโชคดีจังที่มีครอบครัวที่น่ารักขนาดนี้

“แค่นี้เอง เอ้อ..แล้วก็คิดจะไปอยู่เมื่อไรก็บอกนะคะคอนโดอ่ะ เก็บกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย นี่ค่ะ” พี่แบล็คพูดพร้อมยื่นกล่องของขวัญมาให้พอเปิดออกมันคือกุญแจกับคีย์การ์ด ห้ะ? อย่าบอกนะว่ากุญแจห้องแต่เอ้ะ ทำไมให้คีย์การ์ดด้วยเพราะฉันก็มีคีย์การ์ดห้องพี่แบล็คอยู่แล้วนิ หรือว่า..

“เซอร์ไพรส์!! ห้องของน้องค่ะ น้องโตแล้วสามารถมีห้องเป็นของตัวเองได้ ถ้าถามว่าห่วงไหม ห่วงค่ะแต่ว่าห้องของเราอยู่ตรงข้ามกันและชั้นเดียวกันคงไม่มีอะไรน่ากลัวเท่าไรเลยถ้าบางคนจะแอบเที่ยว555” พี่แบล็คพูดหน้ากวนๆ มันดีมากก ครอบครัวฉันมันเป็นน่ารักอะไรขนาดนี้เนี่ย

“งื้ออ คุณพ่อ คุณแม่ แบล็คกี้ของน้อง โซคิ้วมากเลยอ่ะ รักไม่ไหวแล้วนะ” ฉันดีใจมากพูดเสร็จก็ลุกไปหอมแก้มทั้งสามคนทันที

ฟอด ฟอด ฟอด

พวกเราพูดคุยกันไปในดินเนอร์จนดึกก็แยกย้ายกันไปนอน เพราะวันนี้พวกเราก็เพลียกันมามากแล้วตั้งแต่อยู่โรงเรียนของฉัน วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ครอบครัวของเราได้มีความสุขร่วมกันและฉันเองคงเป็นคนที่มีความสุขที่สุด

เมื่อกลับมาในห้องมองของขวัญที่ได้มาเต็มห้อง ฉันก็คิดว่าจะเอาอะไรไว้ตรงไหนยังไง พวกดอกไม้ก็น่าจะเอาไปจัดใส่แจกันวางไปทั่วๆ บ้าน ตุ๊กตาก็เอาใส่ตู้โชว์ แค่คิดดูคร่าวๆ พรุ่งนี้คงใช้เวลาทั้งวันแน่ๆ ในการแยกส่วน

ฉันเดินไปนั่งบนเตียงเล็กขนาดสามฟุตของฉัน แล้วก็จับโทรศัพท์ขึ้นมาดูว่าฟลอยส์ว่าไงบ้าง แต่ก็ไม่ได้รับข้อความใดๆ ทั้งนั้นตั้งแต่ตอนเช้าที่คุยกัน สงสัยคงมัวแต่เที่ยวจนลืมกันไปแล้วมั้ง น้อยใจได้ไหมนะเขาไม่เคยจะเป็นแบบนี้สักครั้งเดียว ทำไมหลังๆ มาเริ่มแปลกไปกันนะ

ฉันนั่งคิดไปคิดมา บางทีเขาอาจจะไม่ได้มีอะไร อาจจะเป็นฉันเองที่ไม่ค่อยมีเวลาให้เขาก่อนแล้วพอตอนนี้ว่างแล้วก็เลยโหยหาการพูดคุยกับเขามากไปหน่อย

 

2:00 น.

กริ๊งง กริ๊งง

เสียงโทรศัพท์ของฉันที่ดังขึ้น ด้วยความง่วงฉันเลยเอื้อมมือไปกดตัดสายและปิดเสียงโทรศัพท์ เพราะฉันง่วงไม่ไหวแล้ว แล้วก็หลับไป


ใครกันโทรมาซะดึกดื่น จะใช่คนที่น้องกรีนรอไหมน้าาา มาติดตามกันต่อในตอนหน้าค่าา เม้นท์ติเม้นท์ด่าได้น้าา ไรท์รออ่านอยู่เด้อออ
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว