ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 15 เธอจะเล่นให้ใหญ่กว่า

ชื่อตอน : ตอนที่ 15 เธอจะเล่นให้ใหญ่กว่า

คำค้น : แต่งงาน, เย็นชา, ภรรยา, นิยายรัก, โรแมนติก, ดราม่า, แอบรัก, เมียจ้าง, พระเอกรวย, พระเอกซึน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 579

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 29 เม.ย. 2564 19:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15 เธอจะเล่นให้ใหญ่กว่า
แบบอักษร

มรสุมคำพูดจากญาติผู้ใหญ่ฝั่งสามียังมีมาไม่หยุด ทันทีที่คนหนึ่งพูดจบอีกคนก็รับช่วงต่อทันที 

“แต่งงานทั้งทีไม่บอกญาติผู้ใหญ่ คนเขาจะคิดว่าเราไม่เห็นหัวใครนะ ไม่บอกป้า อา ก็น่าจะบอกย่าบ้าง” 

“ใช่...อย่างเราจะแต่งกับเจ้าหญิงหรือลูกผู้ดีที่ไหนก็ได้ ก่อนแต่งก็น่าจะพามาให้ป้าอาได้รู้จักบ้าง” 

คุณลลิลมองลูกสะใภ้และลูกชาย ภายในระยะเวลาแค่ไม่กี่วันอารมณ์ของเธอสลับสับเปลี่ยนไปมาระหว่างดีใจและเสียใจ  

วูบแรกเธอดีใจที่ลูกชายเป็นฝั่งเป็นฝา แต่พอได้ยินว่าผู้หญิงที่ลูกเลือกมาเป็นภรรยามีประวัติไม่ค่อยดีก็ทำให้เธอรู้สึกเป็นห่วง ยิ่งพี่น้องของสามีมาคอยวอแวเป่าหูยิ่งทำให้เธอกังวลมากกว่าเดิม 

แต่จะพูดอะไรมากไปก็เกรงใจลูกชาย ตะวันที่ขัดแย้งกับพ่อจนออกจากบ้านไปนานหลายปี เขาเพิ่งจะยอมกลับมาหลังจากที่สามีของเธอเสียชีวิต เธอกลัวว่าถ้าขัดใจมากไปแล้วลูกชายโกรธ เขาอาจจะหายหน้าไปอีก 

“อาเขาเป็นคนพูดตรงไปหน่อย หนูอย่าเพิ่งเสียใจไปเลยนะ”  

แม้น้ำเสียงจะอ่อนโยนแต่เป็นเหมือนคำตอบกลายๆ ว่าเธอเห็นด้วยกับคำพูดของน้องสามี 

“ไม่เป็นไรค่ะ คุณแม่ อัยย์เข้าใจ” 

ตะวันโอบไหล่ภรรยาแล้วยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน “แม่ครับ วันนี้เพิ่งเจอกันครั้งแรก อย่าเพิ่งทำให้ภรรยาผมตกใจสิครับ”  

“ตะวัน...พูดกับแม่อย่างนี้ได้ยังไง เพิ่งแต่งงานได้ไม่นานก็เข้าข้างเมียเสียแล้ว” 

ผู้ชายคนนี้ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับชีวิตแต่งงานเลยสินะ เขาคงไม่รู้ว่าถ้าแสดงท่าทีปกป้องภรรยาต่อหน้าแม่จะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับแม่สามีแย่มากกว่าเดิม 

แต่เธอก็ต้องคิดหนักเพราะหากเป็นการแต่งงานแบบปรกติเธอคงจะพยายามปรับตัวเพื่อให้ครอบครัวสามีเปิดใจรับเธอเป็นครอบครัว แต่เธอมีเวลาแค่หนึ่งปี แค่หนึ่งปีเท่านั้นแล้วเธอก็จะจากไป 

จำเป็นหรือเปล่าที่เธอต้องพยายามเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขาหรือแค่พยายามเอาตัวให้รอดจนพ้นหนึ่งปีก็พอ... 

แต่ที่แน่ๆ เธอไม่ควรจะเปิดศึกกับญาติผู้ใหญ่ที่เห็นตรงหน้าเพราะแค่ดูจากจำนวน เธอก็แพ้แล้ว 

“จะไม่เห็นหัว ไม่บอกพวกเราก็ไม่เป็นไรหรอกนะ แต่ย่าเราล่ะ จะไม่เห็นหัวย่าด้วยเหรอ” คุณอมรรัตน์ยกเอาแม่ของเธอหรือย่าของตะวันมาเป็นไม้ตายเพื่อพวกเขารู้สึกผิด ส่วนน้องสาวอีกสองคนก็คอยพยักหน้ารับเพื่อแสดงความสนับสนุนพี่สาว 

คุณลลิลเห็นท่าไม่ดีจึงพยายามไล่ลูกชายให้หนีไปจากการรุมทึ้งของป้าและอา 

“คุณย่าอยู่ในห้องหนังสือ ตะวันรีบพาเขาไปไหว้ย่าไป” 

เขา....เธอยังทำใจรับผู้หญิงคนนี้เป็นสะใภ้ได้ไม่เต็มที่นัก 

ตะวันพยักหน้าให้แม่แล้วจูงมืออัยย์ขึ้นไปที่ชั้นบนโดยที่ไม่หันไปให้ความสนใจป้าและอาอีกเลย 

อัยย์ประเมินได้ทันทีว่าคนที่สามีของเธอให้ความสำคัญคือแม่และย่า ส่วนที่เหลือน่าจะไม่มีผลกับอารมณ์หรือการตัดสินใจของตะวันมากนัก 

แต่คิดแล้วก็เหนื่อย...จะมีผัวแต่ละที 

ผัวเก่าเป็นคนญาติเยอะ ส่วนผัวใหม่ก็ดันมีญาติ………..ที่เป็นคนเยอะๆ 

เหมือนหนีเสือปะจระเข้ แต่จระเข้จ่ายเยอะกว่า.................เธอทนได้ 

 

สองคนนั้นคล้อยหลังไปได้ไม่นาน คุณอมรรัตน์ก็หันมากระซิบเสียงเครียดใส่น้องสะใภ้ 

“ลลิล...เธอต้องทำอะไรสักอย่างนะ จะคว้าผู้หญิงแบบนี้มาเป็นสะใภ้ไม่ได้นะ” 

“แต่เขาแต่งกันไปแล้วนะคะพี่” 

“แต่งได้ก็หย่าได้ ยัยนั่นหย่ามาแล้วครั้งหนึ่งจะหย่าอีกครั้งก็ไม่แปลกหลอก ขืนปล่อยไว้แบบนี้ ถ้าเกิดสวมเขาให้ตาตะวันเหมือนที่ทำกับผัวเก่า เราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน คนเป็นแม่อย่างเธอต้องรีบออกหน้านะ ลูกชายเธอก็ไม่น่าโง่ให้เขามาหลอกได้เลยนะ” 

ถึงจะเห็นด้วยกับพี่สามีแต่สันชาตญาณของคนเป็นแม่ คุณลลิลไม่มีทางยอมให้ใครมาว่าลูกชายคนเดียวของเธอเด็ดขาด จะโง่หรือจะฉลาด พี่สามีก็ไม่มีสิทธิ์มาด่าลูกเธอ 

“แล้วพี่จะให้ลิลพูดอะไรคะ ยังไงเขาก็แต่งงานกันไปแล้ว จะให้หักหน้าตาตะวันแบบที่พี่ทำเมื่อกี้เหรอคะ? ลิลทำไม่ได้หรอกคะ” 

น้องสะใภ้ที่ไม่ค่อยพูดอะไรหันมาต่อว่าเธอทำให้คุณอมรรัตน์ต้องเงียบบ้าง 

ถึงน้องสะใภ้ของเธอจะเป็นคนหัวอ่อน แต่ก็ลืมไม่ได้ว่าพื้นเพเธอมาจากครอบครัวไหน พ่อของตะวันโชคดีได้แต่งงานกับเธอเพราะเส้นสายและความช่วยเหลือของครอบครัวลลิล ครอบครัวของตะวันถึงได้มีวันนี้ได้ 

ดังนั้นต่อให้อยากจะพูดมากแค่ไหน เธอก็ต้องยั้งปากไว้บ้าง 

 

พอลับตาคนอื่นๆ แล้ว ตะวันก็ปล่อยมืออัยย์แล้วเดินตัวปลิวโดยไม่หันมาสนใจเธอ 

จู่ๆ ก็อบอุ่น จู่ๆ ก็เย็นชา เดาไม่ถูกจริงๆ ว่าผู้ชายคนนี้รู้สึกยังไงกับเธอ 

“คุณควรต้องบอกฉันก่อนไหมว่าจะพามาเจอกับอะไร? แล้วญาติคุณคนไหน เป็นคนไหน คุณก็ไม่บอกฉันสักคำ” 

ฝีเท้าของตะวันหยุดลง เขาหันหลังกลับมา อัยย์ขนลุกนิดๆ ดวงตาที่ว่างเปล่าและเย็นชาเหมือนน้ำแข็งจ้องตรงมา มันทำให้เธอแทบไม่กล้าขยับตัว  

ตะวันที่ยืนอยู่บนบันไดเหนือเธอไปหนึ่งขั้นโน้มตัวลงมาพูดเบาๆ เพื่อไม่ให้คนอื่นได้ยิน 

“ฟังให้ดีนะไอริณ” เสียงที่เย็นเยียบ ดวงตาที่จ้องลงมาทำให้ไหล่ของอัยย์เกร็งโดยที่ไม่รู้ตัว 

“ผมเกลียดผู้หญิงพูดมาก สิ่งที่คุณต้องทำก็คือสวมบทบาทภรรยาที่เชื่อฟังเท่านั้นก็พอ” 

เขาไม่รอให้เธอตอบ ตะวันหันหลังให้ภรรยาแล้วเดินต่อโดยไม่สนใจว่าอัยย์จะเดินตามมาหรือเปล่า 

มือของเขาไม่ได้โดนตัวเธอ แต่หน้าของอัยย์ก็ชาไปหมด ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าการแต่งงานนี้มันไม่ใช่เรื่องจริง 

แต่เธอก็ยังเจ็บปวดกับมันอยู่ดี.... 

ตะวันหันหลังกลับไปมองอัยย์ที่ยืนหน้าเสียอยู่บนบันได 

จู่ๆ อัยย์ก็ดูน่ารำคาญในสายตาเขา เขาคาดหวังกับเธอมากกว่านี้ แล้วยิ่งเธอทำท่าทางหวาดกลัวแบบนี้ยิ่งทำให้เขารำคาญเธอมากขึ้นกว่าเดิม 

ตะวันปล่อยภรรยาไว้ที่เดิมแล้วมุ่งหน้าไปหาย่าของเขา 

อัยย์มองตามหลังสามีแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วรีบเดินตามเขาไป 

เมื่อตะวันเดินเข้าไปใกล้ห้องหนังสือก็แม่บ้านเปิดประตูออกมาพอดี ทันทีที่เห็นหน้าเขา เธอก็รีบเปิดประตูให้เขาและอัยย์เดินเข้าไป 

ตะวันเดินนำเธอลึกเข้าไปในห้องที่ถูกตกแต่งสไตล์จีน ที่ริมหน้าต่างเธอเห็นหญิงชราท่าทางใจดีกำลังนั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้โยกในมือมีหนังสือพระอยู่  

เธอยิ้มกว้างออกมาทันทีที่เห็นหน้าหลานชาย 

“ตะวัน...ตะวันจริงๆ เหรอลูก มา...มา...มาให้ย่ากอดหน่อย” 

ตะวันเดินไปนั่งลงบนพรมข้างๆ เก้าอี้ของหญิงชราแล้วเอื้อมมือไปกอดเธอไว้ 

อัยย์รีบไปนั่งข้างๆ สามี เธอเริ่มระมัดระวังตัวเพราะจากปฏิกิริยาตอบรับของญาติผู้ใหญ่ที่เพิ่งเจอทำให้เธอไม่กล้าหวังว่าย่าของเขาจะตอบรับเธอด้วยความยินดี 

หลังจากกอดหลานชายจนพอใจแล้ว ย่าของตะวันก็หันมาให้ความสนใจกับหลานสะใภ้ 

“นี่อัยย์ครับคุณย่า” ท่าทีอ่อนโยนจนแทบไม่น่าเชื่อว่าเป็นคนคนเดียวกันกับผู้ชายที่ทำให้เธอกลัวเมื่อกี้นี้ 

อัยย์ยกมือไหว้ “สวัสดีค่ะท่าน” 

“ท่านอะไรลูก ต้องเรียกว่าย่าสิ” ไม่พูดเปล่าย่าของตะวันยังยื่นมือมาลูบหัวอัยย์เบาๆ 

เธอโล่งใจเสียจนน้ำตาแทบไหล ย่าของตะวันเห็นแบบนั้นก็ยิ่งรู้สึกเอ็นดูเธอมากกว่าเดิม 

“ย่ามีหลานเพิ่มแล้ว ห้ามลืมผมนะ”  

“พูดอะไรลูก ย่าจะลืมตะวันได้ยังไง ย่าดีใจต่างหาก สิบกว่าปีมานี้ย่าได้แต่ภาวนาหวังให้เรามีความสุขกับเขาสักที” 

สิบกว่าปี.....เกิดอะไรขึ้นกันนะ? 

อัยย์ได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้เพราะประโยคต่อมาของคุณย่าทำให้เธอต้องก้มหน้าลง 

“แต่งกันแล้วก็รีบมีหลานให้ย่าอุ้มเร็วๆ จะผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้ ขอให้รีบมีก็พอ” 

อัยย์ไม่ได้ก้มหน้าด้วยความเขินอาย แต่เธอก้มหน้าลงเพราะรู้สึกละอายใจ  

หญิงชราที่แสนใจดีคนนี้ต้องมาเจอคนหลอกลวงอย่างเธอและเขา แม้จะรู้สึกผิดแต่อัยย์ก็รีบตั้งสติเพราะดูเหมือนว่าย่าของตะวันจะอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับการแต่งงานและการใช้ชีวิตคู่ของพวกเขาสองคนอย่างมาก 

เธอถามคำถามไม่หยุดทำให้อัยย์ต้องค่อยๆ คิดและตอบออกมาเพราะกลัวว่าจะพูดอะไรผิดไปจนทำให้ตะวันรู้สึกไม่พอใจเธออีก 

ผ่านไปพักใหญ่อัยย์ที่เริ่มเหนื่อยก็ขอตัวออกไปเข้าห้องน้ำ ย่าของตะวันพยักหน้าให้แม่บ้านเดินนำเธอออกไป 

“คลิก” 

ทันทีประตูถูกปิดลง รอยยิ้มก็เลือนหายไปจากใบหน้าของคุณย่าทันที เธอยืดตัวที่ค้อมอยู่ขึ้น แล้วนั่งตัวตรง แววตาที่มองมายังหลานชายเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงใจ 

“ทำไมจู่ๆ ถึงได้แต่งงานกับผู้หญิงคนนี้?” 

น้ำเสียงเด็ดขาดสมกับเป็นภรรยาที่เคียงบ่าเคียงไหล่สามีสร้างธุรกิจมาด้วยกัน ย่าของตะวันไม่ใช่หญิงชราอ่อนแอแต่เป็นนางสิงห์ที่เด็ดขาดและฉลาดล้ำ เธอเสแสร้งและเก็บความรู้สึกเก่งจนน่ากลัว 

แน่นอนว่าอัยย์นั้นดูไม่ออก แต่ไม่ใช่กับตะวันหลานชายที่เธอเลี้ยงมาตั้งแต่เกิด  

ตะวันรู้อยู่แล้วว่าย่าของเขานั้นไม่ธรรมดา..... 

หลานชายที่ไม่เคยจริงจังกับใคร ไม่เคยคบใครออกหน้าออกตา จู่ๆ ก็แต่งงานไม่บอกไม่กล่าว แถมยังเป็นผู้หญิงแบบนี้อีก 

แม้จะไม่ได้สนใจฐานะหรือครอบครัวของคนที่จะมาเป็นหลานสะใภ้ แต่เรื่องราวที่ได้ยินมามันทำให้เธอทำใจยอมรับอัยย์ได้ยาก 

แต่ตะวันไม่หวั่นไหว เขามองเข้าไปในตาของเธอ เพื่อเพิ่มความหนักแน่นให้กับคำตอบ “ทำไมถามแบบนี้ครับ ผมแต่งงานกับเธอก็เพราะรักเธอน่ะสิครับ” 

“จริงเหรอ? ไม่ใช่เพราะมีเหตุผลอื่นเหรอ?” 

“ไม่มีครับ” 

ย่าของตะวันถอนหายใจ แล้วมองหน้าหลานชายอย่างเป็นห่วง “แล้วรู้ไหม...ว่าเขาผ่านอะไรมา?” 

“รู้ครับ...รู้ทุกอย่าง...แล้วก็รู้ด้วยว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง” 

“หมายความว่ายังไง?” 

“แกรู้อยู่แล้วว่าเขามีชู้จนถูกผัวทิ้ง แต่ก็ยังอยากจะแต่งงานกับเขาอย่างนั้นเหรอ?” 

น้ำเสียงของหญิงชราเริ่มมีความโมโห ถ้าหลานชายหลงผู้หญิงแบบนั้นจนหน้ามืดตามัว เธอคงไม่ปล่อยไว้แน่ 

“แต่ชู้คนนั้นคือผมนะครับ” 

“หา....แกว่าอะไรนะ?” 

“อัยย์ไม่ได้นอกใจสามีและผู้ชายที่พวกเขากล่าวหาว่าเป็นชู้กับเธอก็คือผมเอง” 

หญิงชราเอนหลังพิงเก้าอี้ สิ่งที่ได้ยินมันทำให้เธอเริ่มสับสน สรุปแล้วผู้หญิงคนนั้นเป็นคนแบบไหนกันแน่ แล้วหลานชายตัวดีของเธอเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้ได้ยังไงกันนะ 

ตะวันเอื้อมมือไปจับมือทั้งสองข้างของย่าเอาไว้ แล้วลูบเบาๆ “จริงๆ แล้ว คนที่ถูกนอกใจคืออัยย์ครับย่า สามีของเธอวางแผนใส่ร้ายเธอ ผมเองก็คงจะหลงเชื่อเรื่องที่เขาสร้างขึ้น ถ้าไม่ได้เจอเธอมาก่อนหน้านั้น” 

ย่าของตะวันถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอไม่คาดคิดว่าจะได้ยินคำตอบแบบนี้ 

“อัยย์ที่ผมรู้จักเป็นผู้หญิงที่ทุ่มเทและรักครอบครัวมาก แต่พวกเขากลับตอบแทนเธอด้วยการทรยศ” 

“เลวจริงๆ” ย่าของตะวันกำมือแน่น ร่างที่ผอมบางสั่นเบาๆ ด้วยความโกรธ  

ตะวันรีบขยับไปลูบต้นแขนเธอเบาๆ “ใจเย็นๆ ก่อนนะครับย่า” แม้จะดีใจที่เกลี้ยกล่อมให้ย่าเชื่อได้ แต่เขาก็กลัวว่าจะทำให้เธอโมโหจนเป็นลม 

“เรา...รักผู้หญิงคนนี้เหรอ?”  

แม้จะรู้สึกผิดที่ต้องโกหก แต่ตะวันก็ยืนกรานจะทำตามความตั้งใจเดิม “ครับ...ผมรักเธอ” 

น้ำเสียงหนักแน่นและมั่นคงทำให้เธอเชื่อว่าหลานชายรักภรรยาของเขาจริงๆ  

หญิงชราน้ำตาคลอแล้วตบเบาๆ ที่หลังมือของหลานชาย 

“ถ้าหลานแต่งกับเธอเพราะรักกันจริงๆ ย่าก็ดีใจด้วย ในเมื่อรู้ว่าเขาต้องเจอกับอะไรมา เราก็ต้องดูแลเขาให้ดีนะ” 

“ครับย่า...ไม่ต้องกังวลนะครับ ผมจะดูแลทุกคนในครอบครัวให้ดี” 

ตะวันขยับตัวไปกอดย่าไว้ ทั้งคู่ลูบหลังของอีกฝ่ายเบาๆ 

อัยย์ที่เปิดประตูเข้ามาเห็น ภาพแห่งความรักของย่ากับหลานก็รู้สึกอุ่นวาบในหัวใจ ไม่ว่าเขาจะเย็นชาและน่ากลัวยังไง แต่กับคนที่เขารักจริงๆ อย่างแม่และย่า ตะวันก็อ่อนโยนและดูแลพวกเธอเป็นอย่างดี และถึงแม้ว่าญาติของเขาจะทำท่าทีเหมือนไม่อยากยอมรับเธอ แต่เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเป็นครอบครัวที่กลมเกลียวกันมาก 

“อ้าว...ทำไมยืนอยู่ตรงนั้นล่ะลูก มานั่งกับย่านี่มา” 

ย่าของตะวันที่เงยหน้ามาเห็นอัยย์ ยกมือกวักเรียกให้เธอเข้าไปหา อัยย์รีบเดินไปนั่งข้างๆ สามี  

ทั้งคู่หันมามองหน้ากัน แววตาที่ลึกซึ้งของตะวันที่มองไปยังภรรยายิ่งทำให้ย่าของเขามั่นใจว่าทั้งคู่รักกันจริง 

รอยยิ้มและแววตาของสามีที่มองมาทำให้อัยย์ตะลึง เธอไม่ได้ตะลึงที่เขาดูรักใคร่เธอ 

แต่ตะลึง...ที่เขาแสดงละครได้เก่งขนาดนี้ต่างหาก 

ถ้าไม่เป็นนักธุรกิจ ให้ผู้ชายคนนี้ไปเป็นดาราน่าจะดังไม่น้อย.... 

ได้...........เธอจะเล่นให้ใหญ่กว่า 

อัยย์รีบทำหน้าซาบซึ้งและมองสามีราวกับว่าเขาเป็นโลกทั้งใบของเธอ 

ภาพแห่งความสุขในสายตาคุณย่า  

แต่ว่าสองสามีภรรยานั้นรู้ดีว่ามันเป็นแค่ละครฉากหนึ่งเท่านั้น 

 

………………………………………………………. 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว