ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 14 เรื่องที่ต้องจัดการ

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 เรื่องที่ต้องจัดการ

คำค้น : แต่งงาน, เย็นชา, ภรรยา, นิยายรัก, โรแมนติก, ดราม่า, แอบรัก, เมียจ้าง, พระเอกรวย, พระเอกซึน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 563

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 เม.ย. 2564 19:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 เรื่องที่ต้องจัดการ
แบบอักษร

ไม่ใช่ตะวัน 

ผู้ชายแปลกหน้าในชุดสูทสีดำสามคนเดินเข้ามาในร้าน แล้วกวาดสายตามองไปรอบๆ  

พนักงานที่อัยย์คิดว่าเป็นผู้จัดการร้าน รีบเดินออกมาต้อนรับ 

หลังจากพูดคุยกันเพียงไม่กี่คำ ผู้จัดการร้านก็หน้าเสีย เธอผายมือมาทางทิศที่อัยย์และแคทยืนอยู่ 

คนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ารีบเดินตรงมาหาอัยย์แล้วยกมือไหว้เธอ 

“สวัสดีครับ คุณอัยย์ใช่ไหมครับ ผมเป็นผู้จัดการของห้างนี้” 

อัยย์: ……………….. 

“ไม่ทราบคุณอัยย์ชอบเสื้อผ้าที่เราส่งไปไหมครับ ชอบของแบรนด์ไหนเป็นพิเศษหรือเปล่าครับ” 

จู่ๆ อัยย์ก็รู้สึกว่าตัวสูงขึ้น..... สายตาของหลายคนที่เคยมองมาอย่างดูถูกกลับเปลี่ยนเป็นความสนใจใคร่รู้  

แบบนี้สินะ ความรู้สึกที่ได้อยู่เหนือกว่า..........สะใจ 

อัยย์มองข้ามไหล่ผู้ชายตรงหน้าไปมองสีหน้าพนักงานขายและผู้จัดการร้านที่ตอนนี้ซีดเหมือนกระดาษ เธอตีหน้าเฉยแล้วพูดเสียงเรียบๆ “ชอบทุกอย่างที่ส่งไปเลยค่ะ แต่ครั้งหน้า........ไม่ต้องส่งแบรนด์นี้ไปนะคะ สไตล์ของเขาคงไม่เหมาะกับอัยย์” 

“ได้ครับ... ไม่ทราบต้องการให้ทางเราปรับปรุงอะไรอีกไหมครับ?” 

แคทกำลังยืนงงกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า ทำไมผู้บริหารห้างถึงต้องมาดูแลอัยย์ด้วย  

“VVIP” เสียงผู้จัดการร้านที่เดินมากระซิบให้พนักงานที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอ ทำให้แคทหูผึ่ง 

อัยย์เนี่ยนะเป็น VVIP เป็นไปได้ยังไง? 

“ไม่มีค่ะ คงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้แล้ว”   

อัยย์หันไปมองแคทที่ยืนอึ้งอยู่ “เธอซื้อเสร็จแล้วใช่ไหม เรามีธุระขอตัวกลับก่อนนะ” 

ไม่รอให้เพื่อนตอบ เธอคว้ากระเป๋าแล้วเดินจากมา ไม่แม้แต่จะชายตาไปมองผู้จัดการห้างที่เดินมาเปิดประตูแล้วโค้งให้จนหัวแทบจะติดพื้น 

สะใจ........ไม่ได้อยากจะทำแบบนี้ แต่ช่วยไม่ได้จริงๆ แคททำเธอก่อน 

ผู้จัดการห้างถอนหายใจ หลังจากได้รับโทรศัพท์จากใครคนนั้น เขาก็รีบวิ่งออกมาเหมือนไฟลนก้น  

ถ้าเกิดผู้หญิงคนนี้ไม่พอใจขึ้นมา แม้แต่เขาเองก็อาจจะกลายเป็นตกงานก็ได้ 

แคทอยากจะรีบตามอัยย์ออกไป เธออยากรู้จนอกแทบจะระเบิดว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ถูกเพื่อนที่เป็นพนักงานขายรั้งแขนไว้ มือที่จับแขนของเธอเย็นเฉียบ 

เธอได้แต่มองตามหลังอัยย์ที่เดินจากไป ที่มุมร้านเขาเรียกผู้จัดการร้านและพนักงานขายที่ดูแลอัยย์ไปคุย 

แต่คงไม่ใช่แค่การคุยเพราะไม่นานใบหน้าของทั้งคู่ก็เต็มไปด้วยน้ำตา  

ซวยแล้ว............ 

แคทหันไปเรียกพนักงานขายคนอื่นให้แพ็คของให้เธอต่อจนเสร็จ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะคว้าข้าวของเดินออกจากร้าน เพื่อนของเธอก็เดินมาฉุดแขนแคทไว้  

มือที่เย็นเฉียบ ใบหน้าที่ซีดเซียว ตาของเธอแดงก่ำและเต็มไปด้วยน้ำตา “ฉันขอคุยด้วยหน่อย” 

คราวนี้กลายเป็นแคทที่ถูกลากไปที่มุมร้านบ้าง “ชั้นซวยเพราะเธอนะรู้ไหม ไหนบอกว่ายัยนั่นเป็นชู้จนโดนผัวทิ้ง ทำไมกลายมาเป็น VVIP เสียได้” 

“ฉันจะไปรู้ได้ยังไง ก็รู้แค่เท่าที่เล่าให้เธอฟังนั่นแหละ” 

แคทเองก็สับสนไปหมด เพราะคนที่เธอคิดว่ากำลังตกต่ำ กลายมาเป็นลูกค้าชั้นดีของห้าง  

“ถ้าฉันถูกไล่ออก ก็เพราะเธอเลยนะแคท” 

“อ้าว...จะมาโทษกันได้ยังไงล่ะ ตอนเล่าให้ฟังเธอก็ชอบไม่ใช่เหรอ” 

เรื่องราวของอัยย์ถูกเล่าผ่านปากแคทให้เพื่อนหลายๆ คนรู้ เธอใส่สีตีไข่เพิ่มเสียจนเพื่อนที่เป็นพนักงานขายคนนี้ รู้สึกเหม็นขี้หน้าอัยย์ ตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้า 

“ยังไงก็เถอะ เธอช่วยพูดกับเพื่อนเธอหน่อยได้ไหม ถ้าขืนยังเป็นอย่างนี้ต่อ ฉันคงได้ตกงาน แบรนด์เสียลูกค้ารายใหญ่ไปเพราะฉัน หัวหน้าเขาไม่เก็บฉันไว้หรอก” 

เพื่อนของแคทจับแขนเธอไว้แน่น แล้วร้องไห้ออกมา เรื่องนี้สามารถทำให้เธอถูกไล่ออกได้เลย  

ถ้าแคทไม่เป่าหูเธอไว้ เธอก็คงจะไม่ทำกับอัยย์ถึงขนาดนี้ 

เพื่อนของแคทเริ่มส่งเสียงสะอื้นทำเอาเธอต้องกวาดสายตามองไปรอบๆ ร้าน พนักงานและลูกค้าคนอื่นๆ เริ่มหันมาให้ความสนใจพวกเขา  

แต่เธอคงรับผิดชอบชีวิตใครไม่ได้ แคทรีบคว้าถุงช้อปปิ้งแล้วเดินหนีออกมานอกร้าน ทิ้งเพื่อนให้เผชิญโชคชะตาแต่เพียงลำพัง 

แคทรีบเดินไปทางเดียวกับที่เห็นอัยย์เดินจากไป เธอรีบเดินตามไปจนถึงหน้าห้างและทันได้เห็นอัยย์ว่ามีรถเบนท์ลีสีควันบุหรี่แล่นมาจอดตรงหน้าอัยย์ แม้คนขับเปิดกระจกเพื่อพูดกับอัยย์ แต่มุมที่เธอยืนอยู่กลับมองไม่เห็นว่าใครเป็นคนขับ 

แคทยืนมองตามด้วยความอิจฉา “ใครมารับอัยย์? ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้?” เธอได้แต่ยืนพึมพำอยู่คนเดียว 

เธออุตส่าห์เฝ้ารอวันนี้มานาน วันที่อัยย์ล้ม วันที่เธอจะได้เหยียบซ้ำ 

อรรถรู้หรือเปล่า?...เขารู้หรือเปล่าว่าอัยย์มีใครคอยช่วยเหลืออยู่? 

อรรถอาจจะไม่รู้ว่าอัยย์แอบติดต่อกับใคร เหมือนที่อัยย์ก็ไม่รู้เช่นกันว่าเธอกับอรรถเป็นอะไรกัน...... 

 

หลังจากขึ้นมานั่งบนรถ อัยย์ก็นั่งตัวเกร็ง เธอคิดไม่ถึงว่าตะวันจะมารับเธอถึงที่นี่ 

“รถ...?” 

“เดี๋ยวผมให้คนมาขับกลับเอง” 

ได้ยินแค่นั้นอัยย์ก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก เธอรู้สึกเหมือนเป็นเด็กที่กำลังจะถูกผู้ปกครองดุ 

เธอรู้ดีว่าเรื่องที่โทรไปขอให้ตะวันช่วยนั้นงี่เง่าแค่ไหน แต่นอกจากจะไม่ว่าเธอแล้ว เขากลับจัดการให้เธอทันที 

หลังจากผ่านไปพักใหญ่ ตะวันก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด 

“ในห้าง...เรียบร้อยดีไหม?” 

“ค่ะ...ผู้จัดการห้างเข้ามาจัดการให้” 

“ในเมื่อผมช่วยคุณแล้ว ตอนนี้ก็ถึงตาคุณช่วยเหลือผมบ้าง” 

อัยย์หันไปมองสามีตาโต ช่วยเขาเหรอ? ตะวันมีปัญญาเหรอ? แล้วปัญญาอะไรที่คนอย่างเธอจะช่วยเขาได้? 

แน่นอนว่าเธอต้องช่วยเขาอยู่แล้ว แต่เรื่องอะไรล่ะ ที่ทำให้เขามีปัญหา  

“เรื่องอะไรคะ?” 

ตะวันเหลือบตามองปฏิกิริยาของเธอ ความกังวลที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของอัยย์ทำให้เขาแอบรู้สึกดี  

เขาจอดรถเข้าข้างทางแล้วหันไปมองหน้าภรรยา เสื้อสีดำช่วยส่งเสริมให้ผิวขาวผ่องของเธอดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น เขาเอื้อมมือไปหาเธอ แล้วไล้นิ้วไปตามริมฝีปากสีชมพู แล้วเลื่อนมือไปประคองแก้มของเธอไว้ 

“มานี่มา”  

แม้จะแปลกใจกับอารมณ์ที่เปลี่ยนกะทันหันของเขา อัยย์ก็เอนตัวเข้าไปใกล้ๆ เพื่อให้เขาจูบเธอได้ถนัด 

แม้จะไม่สามารถคาดเดาอารมณ์ของเขาได้ แต่เธอก็เรียนรู้แล้วว่าถ้าตั้งรับอย่างสงบ เธอก็จะผ่านมันไปได้ 

จูบที่ดูดดื่มและบ่งบอกถึงความปรารถนาทำให้เธอลืมว่าตัวเองอยู่ที่ไหน อัยย์หลับตาแล้วเงยหน้ารับจูบของสามี 

“อยากย้ายไปข้างหลังไหม?” เสียงทุ้มๆ ที่เจือไปด้วยรอยยิ้มทำให้อัยย์ต้องลืมตาขึ้นมา 

ตะวันยิ้มแล้วมองภรรยาด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ จูบระหว่างพวกเขามันดีเสียจน เขาอยากจะทำอย่างอื่นต่อ 

ไม่พูดเปล่าเขาเลื่อนมือไปประคองเอวของอัยย์ไว้ แล้วดันตัวเธอเข้ามาใกล้ๆ 

อัยย์หน้าตื่น แล้วหันไปมองรอบๆอย่างลุกลี้ลุกลน “ตะวันคะ...เราอยู่ริมถนนนะ” 

ตะวันหัวเราะชอบใจ ที่ได้แหย่ภรรยา...เขาปล่อยแขนออกจากเอวเธอ แล้วเอนตัวพิงพนักเก้าอี้  

เสียดายที่พวกเขามีเรื่องต้องจัดการ ไม่อย่างนั้นเขาคงทำสิ่งที่ต้องการไปแล้ว 

เขามองภรรยาด้วยแววตาล้ำลึกบ่งบอกถึงความคาดหมายบางอย่าง 

“รอก่อนนะ...คืนนี้ ผมจะทำเรื่องนี้ต่อให้เสร็จ”  

น้ำเสียงที่แหบพร่าของเขาทำให้ตัวของอัยย์สั่นด้วยความคาดหวัง  

“ถ้าไปถึงบ้านคุณจัดการทุกอย่างได้ดี ผมรับรองว่าจะตอบแทนคุณแน่นอน” 

บ้านเหรอ?................ 

เกิดอะไรขึ้นที่บ้านกันนะ?............ 

 

 

 

บ้านเหรอ?.....นี่ไม่ใช่บ้านของเธอกับตะวัน 

อัยย์ลงจากรถแล้วกวาดสายตามองไปรอบๆ บ้านหลังใหญ่ ถ้าตะวันเรียกที่นี่ว่าบ้าน นี่คงเป็นบ้านของครอบครัวเขาสินะ  

ทันทีที่ก้าวขาเข้าไปในบ้านหลังนั้นแล้วเห็นคนที่นั่งเรียงรายอยู่ห้องรับแขก นี่สินะ...เรื่องที่ฉันต้องจัดการ 

อัยย์เหลือบตาไปมองสามีที่ยืนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่ข้างๆ…..จะบอกให้รู้ตัวก่อนสักนิดก็ไม่ได้ 

ตะวันเดินมาจับมือภรรยาแล้วจูงเธอเดินเข้าบ้านด้วยท่าทีอ่อนโยน 

มีเพียงอัยย์ที่รู้ได้ทันทีว่ามันเป็นการแสดง 

และแน่นอนว่าการแสดงฉากนั้น ตกอยู่ในสายตาของทุกคนที่อยู่ในบ้าน 

กลางห้องรับแขกขนาดใหญ่ ผู้หญิงวัยกลางคนสี่คนนั่งอยู่ด้วยกันเหมือนกองทัพขนาดย่อม  

กองทัพญาติโยมที่กำลังเตรียมพร้อมจะรบกับเธออยู่ไง…. 

อัยย์รีบยกมือไหว้ ทันทีที่สบตาผู้หญิงสี่คนที่ดูเหมือนว่าจะเป็นคนในครอบครัวของสามีมองมาที่เธอเป็นตาเดียว งานยากแล้วอัยย์.......... 

“สวัสดีค่ะ” นอกจากจะไม่รับไหว้แล้ว ทุกคนยังทำเหมือนเธอเห็นธาตุอากาศ ไม่สนใจ ไม่รับรู้ ถึงการมีอยู่ของเธอ 

ตะวันไม่สนใจท่าทีหมางเมินของญาติผู้ใหญ่ เขาพาอัยย์ไปนั่งที่เก้าอี้ที่ว่างอยู่แล้วหันไปพูดกับผู้หญิงที่นั่งอยู่ริมสุด  

“แม่ครับ...นี่คืออัยย์ภรรยาของผมครับ” เสียงของตะวันดังพอจะให้ทุกคนในห้องได้ยินและมันเรียกสายตาของพวกเธอให้หันมามองที่อัยย์เป็นตาเดียว 

แม่อย่างนั้นเหรอ?.......... 

อัยย์ยกมือไหว้ผู้หญิงที่สามีเรียกว่าแม่ พลางแอบสังเกตรูปลักษณ์ของเธอเงียบๆ 

แม่ของตะวันเป็นผู้หญิงที่สวยมาก เธอดูสวยและสง่าสมวัย ผมยาวดำขลับถูกรวบตึงเผยให้เห็นใบหน้ารูปไข่ที่ถูกตกแต่งด้วยเครื่องสำอางบางเบา แม้จะไม่ได้ใส่เครื่องประดับมากชิ้น แต่ก็ดูรู้ว่าแต่ละชิ้นนั้นมีราคาไม่น้อยเลยทีเดียว แววตาที่แม่สามีมองดูลูกชายนั้นทั้งสงบและอ่อนโยน  

แม่ของตะวันพยักรับไหว้จากอัยย์ แม้จะไม่ได้ยิ้มแย้มให้แต่ก็ไม่ได้มองเธอหัวจรดเท้าเหมือนญาติพี่น้องคนอื่น  

แถมยังทำท่าเหมือนจะพุ่งเข้ามาขย้ำก็ไม่ปาน เป็นญาติกันแท้ๆ ทำไมถึงต่างกันอย่างนี้นะ 

แล้วญาติผู้ใหญ่ของสามีเธอเป็นอะไรกัน ทำไมดูดุอย่างกับร็อตไวเลอร์ 

แม้จะแอบอึ้งเบาๆ กับท่าทีของญาติผู้ใหญ่ แต่คนที่ทำให้เธออึ้งที่สุดก็คือสามีของเธอเอง ตะวันจับมือแม่ไว้เบาๆ แล้วยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างเขาจะทำแบบนี้ได้ 

ตะวันหันไปมองภรรยาที่นั่งอย่างเรียบร้อยและรักษาอาการได้เป็นอย่างดี นี่ล่ะคือเหตุผลที่ทำให้เขาเลือกอัยย์ ไม่ต้องคอยบอก เธอฉลาดและรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี 

ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบที่น่าอึดอัด ผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงกลางท่าทางมีอายุและดูเหมือนว่าจะเป็นพี่ใหญ่ในหมู่ญาติพี่น้องที่ร้อนใจจนทนไม่ไหวเป็นคนแรกที่เอ่ยปากทำลายความเงียบ 

“หนูอัยย์นี่ ต้องมีอะไรดีแน่ๆ ถึงสามารถเกลี้ยกล่อมให้ตาตะวันแต่งงานกับหนู โดยที่ไม่ปริปากบอกครอบครัวก่อน” 

ลอบกัดแล้วหนึ่ง........... 

ใครเกลี้ยกล่อมใครกันแน่ ตะวันต่างหากที่เป็นคนชวนเธอแต่งงาน แต่อธิบายไปก็เปล่าประโยชน์เพราะดูท่าพวกเขาคงจะปักใจเชื่อว่าเธอตั้งใจมาจับหลานชายของพวกเขา 

ประเทศนี้แม่ง…..เป็นสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ไม่ว่าจะแต่งหรือจะหย่า คนผิดก็คือผู้หญิงอย่างเธอ 

เปล่าประโยชน์ที่จะโต้เถียงหรืออธิบาย แค่เกิดมาเป็นผู้หญิงก็ผิดแล้ว 

อัยย์ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เธอเพียงแค่นั่งเงียบๆ และพยายามควบคุมสีหน้าไว้ 

“ป้าครับ เรื่องนี้ผมเป็นคนตัดสินใจเอง ไม่เกี่ยวกับอัยย์เลยครับ” 

แม้ตะวันจะออกปากปกป้อง แต่ก็ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นเลย  

คุณอมรรัตน์เบือนหน้าหนีหลานชาย เธอและน้องๆ แล่นมาถึงบ้านหลังนี้ทันทีที่ได้ยินข่าวว่าตะวันแต่งงานโดยที่ไม่ได้บอกกล่าวคนในครอบครัวเลย 

เธอเคยหมายมั่นปั้นมือว่าจะจับคู่เขากับหลานสาวของสามี แต่จู่ๆ ก็มีใครที่ไหนไม่รู้มาคว้าตัวเขาไปต่อหน้าต่อตาแล้วแบบนี้จะไม่ให้เธอโมโหได้อย่างไร 

คุณอมรรัตน์ คุณสุรัตน์ คุณพรรัตน์ สามคนพี่น้องเป็นพี่น้องกับพ่อของตะวันที่เป็นลูกชายคนเดียวของบ้าน ถึงจะไม่พอใจที่เขาทำอะไรข้ามหัวแต่ก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากต่อว่าหลานชายออกมาตรงๆ  

ตอนนี้ตะวันเป็นเสาหลักของครอบครัวแทนพ่อที่เสียไปอย่างกะทันหัน แม้จะไม่เคยช่วยงานครอบครัวเลย แต่เขาก็ยังแบ่งผลประโยชน์ให้พวกเธออยู่ดี 

แต่จู่ๆ หลานชายที่ไม่เคยจริงจังกับผู้หญิงคนไหนดันคว้าเอาผู้หญิงที่ไหนไม่รู้มาเป็นเมีย แล้วยังมีข่าวลือว่าเป็นแม่ม่ายผัวทิ้งอีกต่างหาก พวกเธอสามคนพี่น้องเลยไปลากแม่ของตะวันมาดูหน้าสมาชิกใหม่ของครอบครัวถึงที่นี่ 

ถึงจะไม่กล้าทำอะไรออกนอกหน้า แต่ก็อดแซะหลานสะใภ้ไม่ได้อยู่ดี 

ผู้หญิงคนนี้มาจากไหนก็ไม่รู้ จู่ๆก็โผล่มา คว้าทุกอย่างไปครอง 

ขนาดบ้านหลังใหญ่หลังนี้ยังโอนให้เป็นชื่อเมีย ถ้าขืนปล่อยไว้ไม่ทำอะไรสักอย่าง ผู้หญิงคนนี้คงเอาสมบัติไปหมด 

คุณอมรรัตน์และพี่น้องตั้งข้อรังเกียจอัยย์โดยที่ไม่ได้มองเลยว่าธุรกิจที่ใหญ่โตมาถึงขนาดนี้เป็นเพราะพ่อของตะวันที่ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่บิดาช่วยกันสร้างมาจนมีวันนี้ มรดกส่วนของตัวเองก็ได้ไปแล้วแต่ยังคอยทำตัววุ่นวายกับครอบครัวน้องสะใภ้กับหลานชายอีก 

“หลานจะไปคว้าใครมาแต่งงาน ป้าก็คงห้ามไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็น่าจะพามาให้ครอบครัวรู้จักเสียหน่อย นี่อะไร...แอบแต่งงานกันไม่บอกใคร คนเขาจะคิดได้ว่าเจ้าสาวเรามีตำหนิจนไม่กล้าบอกใครนะ” 

เหมือนถูกลากไปตบกลางสี่แยก อัยย์กลั้นหายใจแล้วแอบมองสามีที่ไม่แม้แต่จะเหลียวแลมาทางเธอเลย 

แบบนี้สินะ...ถึงได้ยอมจ่ายเยอะ..... 

 

………………………………………………………….. 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว