facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 - แรกพบ

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 - แรกพบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ค. 2562 09:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 - แรกพบ
แบบอักษร

ตอนที่ 1 - แรกพบ 

ค่ายทหาร จังหวัดนครสวรรค์

“ผู้พันครับ แฟนของผู้พันขอพบ ตอนนี้เธอนั่งรออยู่ที่ห้องรับแขก” นายทหารลูกน้องรายงานหัวหน้าให้ทราบถึงแขกผู้มาเยือน

พันเอกคมกริชเป็นนายทหารหนุ่มอายุสามสิบสองปี ถือเป็น ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธ อันดับ 1 ของเมืองไทย นอกจากรอบรู้ในเรื่องของอาวุธเกือบทุกประเภทแล้ว เขายังเข้าร่วมฝึกกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษของประเทศชั้นนำอีกหลายประเทศ 

ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธเป็นคนหน้าตาดีมากคนหนึ่ง ละม้ายคล้ายกับนายแบบสเปนที่หลุดออกมาจากนิตยสารชื่อดัง เส้นผมดกดำเป็นเงางาม ขนตางอนยาวสวยหนาเป็นแพ จมูกโด่งคมสัน ริมฝีปากหนารับกับใบหน้า แววตาคมหากแฝงไปด้วยความอบอุ่น ผิวสีแทนดั่งคนที่ออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นประจำ และความสูงถึงหนึ่งร้อยแปดสิบสามเซ็นติเมตร

ผู้พันกริชขมวดหัวคิ้วเข้าหากัน สงสัยว่าตัวเองหาแฟนได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ และเธอเป็นใครถึงได้มาหาเขาถึงค่ายทหาร และคงไม่ใช่คู่นอนของเขาแน่นอน เพราะผู้พันหนุ่มได้กำชับบรรดาสาวๆไม่ให้มาพบเขาที่ทำงานเด็ดขาด

เขาสาวเท้าตรงไปยังห้องรับแขกที่อยู่ถัดจากห้องทำงาน ทันทีที่เห็นหน้าสาวน้อยผู้มาเยือน คิ้วทั้งสองข้างเลิกสูง ใครกัน?

เขาไม่เคยเห็นหน้าเธอมาก่อน เธอคงจะเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย อายุน่าจะน้อยกว่าเขาสิบกว่าปี หญิงสาวมีใบหน้านวลเนียน ดวงตาสดใสเป็นประกาย ผิวสีน้ำผึ้ง ริมฝีปากบางอมชมพู รูปร่างบอบบางอ้อนแอ้นน่าทะนุถนอม แม้ว่าเธอจะแต่งหน้าบางๆ แต่ด้วยความสวยเป็นธรรมชาติก็ทำให้ผู้พันกริชมองเธอตาแทบไม่กระพริบ

“สวัสดีครับ...ผมพันเอกคมกริช” ผู้พันหนุ่มหยุดยืนอยู่ข้างหน้าแขกผู้มาเยือน เธอขยับตัวลุกขึ้นยืน ยกมือไหว้คนที่อายุมากกว่า

“สวัสดีค่ะ ผู้พันกริช ดิฉันชื่อขวัญแก้ว ดิฉันมีธุระสำคัญจะคุยกับคุณค่ะ” เขารับไหว้หญิงสาวก่อนทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม

ผู้พันกริชนิ่งไปชั่วครู่ เพราะเธอคือคนที่บิดาพยายามจะจับคู่ให้ด้วยการบังคับให้เขาจดทะเบียนสมรสกับเธอ

ขวัญแก้วคือลูกสาวคนเดียวของเพื่อนสนิทของบิดา เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาบิดาของเธอเสียชีวิตกระทันหัน สาเหตุเพราะตรอมใจที่ธุรกิจส่งออกเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้สักล้มละลาย หลังจากทำงานก่อร่างสร้างตัวมาเป็นเวลาเกือบยี่สิบปี มารดาของขวัญแก้วเสียชีวิตตั้งแต่เธออายุเพียงห้าขวบ เธอไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนจะพึ่งพาได้ หญิงสาวจึงมาขอความช่วยเหลือจากบิดาของเขา และผู้พันกริชได้ข่าวว่าเธอกำลังศึกษาอยู่ต่างประเทศ

เขาตอบตกลง ยอมทำตามคำขอร้องแกมบังคับของบิดา ก็เพราะว่าเขากับเธอจะเป็นสามีภรรยาเพียงนิตินัยแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น ถ้ามีสาวน้อยมาอยู่เป็นเพื่อนคุยแก้เหงา ก็เป็นเรื่องไม่เลวทีเดียว ยิ่งหญิงสาวหน้าตาดีอย่างเธอ เขาจะปฏิเสธได้อย่างไร

“น้องขวัญเรียกพี่ว่าพี่กริชดีกว่า อันที่จริงเราเคยเจอกันแล้ว” 

ผู้พันกริชยังจำครั้งแรกที่พบเธอได้ ตอนนั้นเขาเพิ่งจะอายุแค่สิบสองปี บิดาพาไปเยี่ยมคุณแม่ของขวัญแก้วที่เพิ่งจะคลอดลูกสาวที่โรงพยาบาล เขายังจำเด็กทารกแรกเกิดผิวขาวอมชมพูได้ดี เพราะเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่สำหรับเด็กผู้ชายอย่างเขาในเวลานั้น

คุณแม่ของขวัญแก้วคงจะสังเกตเห็นสายตาอยากรู้อยากเห็น เพราะเขาเอาแต่ยืนจ้องทารกน้อยไม่กระพริบตา เธอจึงบอกให้เขานั่งลง รู้สึกงุนงงอยู่หลายอึดใจ มารู้ตัวอีกที ขวัญแก้วที่อายุได้เพียงแค่ห้าวันก็หลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมกอดของเขาแล้ว เธอช่างเหมือนนางฟ้าตัวน้อยที่ใครได้พบเห็นต่างก็ให้ความเอ็นดู นางฟ้าที่ช่างเปราะบาง จนเขากลัวว่าจะเผลอทำให้เธอเจ็บ ความรู้สึกที่ต้องการจะปกป้องเธอให้พ้นภัยคือสิ่งที่เขายังจดจำได้ดี เวลาผ่านไปยี่สิบกว่าปีเธอก็ยังดูเปราะบาง น่าทะนุถนอมไม่เปลี่ยนแปลง

“จริงเหรอคะ? ขวัญต้องขอโทษพี่กริชด้วยนะคะที่จำไม่ได้” รอยยิ้มสดใสของเธอทำให้คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามอดที่จะยิ้มตอบไม่ได้

“ไม่เป็นไรครับ เรื่องที่จะคุยกับพี่เป็นเรื่องที่คุณพ่อขอให้น้องขวัญจดทะเบียนสมรสกับพี่ใช่ไหม” สายตาที่ทอดมองดูเธอช่างอ่อนโยน อย่างน้อยๆผู้ชายที่เธอต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมชายคาเดียวกันเป็นเวลาหนึ่งเดือนก็ไม่ใช่คนเลวร้าย ท่าทางของเขาถือว่าเป็นสุภาพบุรุษคนหนึ่ง

“ใช่ค่ะ... พี่คงจะมีคนรักอยู่แล้ว และก็คงจะอึดอัดที่ต้องอยู่กับขวัญ...คนที่พี่กริชไม่เคยรู้จักมาก่อน เวลาหนึ่งเดือนขวัญจะทำหน้าที่แม่บ้านดูแลทำความสะอาดบ้านและอาหารการกินให้พี่ แล้วขวัญจะไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของพี่กริช เราต่างคนต่างอยู่ และหลังจากครบกำหนดหนึ่งเดือน เราก็จะหย่าขาดจากกันทันที และขวัญจะบินกลับไปเรียนต่อที่เมืองนอก...ขวัญไม่อยากให้พี่กริชอึดอัดน่ะค่ะ แค่คุณอาเมตตาให้เงินค่าเทอม ขวัญก็ซาบซึ้งมากแล้ว ไม่อยากทำตัวให้เป็นภาระของคนอื่นมากไปกว่านี้”

“เรื่องนั้นน้องขวัญไม่ต้องเป็นห่วง พี่เข้าใจดี แล้วก็ไม่ต้องคิดมากเรื่องเงินด้วย คุณพ่อน้องขวัญเป็นเพื่อนสนิทของคุณพ่อพี่ เมื่อเรามีเรื่องเดือดร้อนก็สมควรจะช่วยอยู่แล้ว” 

ขวัญแก้วทราบดีว่าครอบครัวของผู้พันกริช ถึงแม้คุณพ่อจะเป็นนักการเมือง แต่ก็มีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ตั้งแต่บ้านจัดสรรไปถึงอาคารพาณิชย์และห้างสรรพสินค้าขนาดมหึมา เงินหนึ่งล้านบาทสำหรับตระกูลโยธินดำรงค์แล้วคงเป็นเพียงแค่เศษเงินเท่านั้น

“อีกกี่ปีน้องขวัญจะเรียนจบ”

“เหลือแค่ปีเดียวค่ะ ขวัญกะว่าถ้าเรียนจบแล้วจะรีบหางานทำ...เก็บเงินแล้วก็จะซื้อธุรกิจของคุณพ่อคืน” ผู้พันกริชสงสารสาวน้อยจับใจ ญาติพี่น้องก็ไม่มี ผู้หญิงตัวเล็กที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว เขาอยากจะช่วยเธอมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

และทำไมเขาจะไม่รู้ว่าบิดาพยายามจะหาคู่ครองให้ ถึงกับบังคับให้เขาจดทะเบียนสมรสกับขวัญแก้ว และท่านคงจะเห็นว่าคู่ควงของเขาแต่ละคนต้องการผลประโยชน์กันทั้งนั้น เพราะว่ามีบิดาเป็นนักการเมืองชื่อดัง และด้วยความที่เป็นคนที่หน้าตาดีมากคนหนึ่ง บวกกับหน้าที่การงาน ทำให้มีสาวงามมากมายอยากได้เขาเป็นคู่ครอง เพื่อเชิดชูวงตระกูลและเพิ่มความมั่งคั่ง ด้วยการเติมเลขศูนย์ต่อท้ายอีกหลายตัวในบัญชีธนาคาร

ผู้หญิงคนอื่นที่เขารู้จักไม่เหมือนกับสาวน้อยคนนี้เลย ขวัญแก้วช่างใสซื่อบริสุทธิ์ ไม่มีพิษมีภัยกับใคร เห็นแล้วเขาก็นึกเอ็นดู แต่ว่าเธอก็เด็กเกินไปที่จะเป็นภรรยาของเขาจริงๆ

“พี่เอาใจช่วย แล้วถ้ามีอะไรที่พี่ช่วยได้ก็ขอให้บอก” ผู้พันกริชส่งยิ้มอบอุ่นให้ขวัญแก้วอย่างให้กำลังใจ

“ขอบคุณมากค่ะพี่กริช แต่แค่นี้ขวัญก็เกรงใจมากแล้ว วันจันทร์นี้ สิบโมงเช้า ไม่ทราบว่าพี่กริชจะมีเวลาว่าง เอ่อ...ไปจดทะเบียนสมรสที่อำเภอรึเปล่าคะ” ขวัญแก้วรู้สึกกระดากอายที่ต้องเอ่ยถามผู้ชายที่เพิ่งพบกันครั้งแรกเพื่อเซ็นชื่อลงบนกระดาษแผ่นหนึ่งเป็นการยืนยันว่าเขากับเธอเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ราวกับว่าเธอกำลังจะขอเขาแต่งงาน

ขวัญแก้วใบหน้าแดงระเรื่อเกือบถึงใบหู จนคนเห็นแอบอมยิ้ม เธอจะรู้ไหมว่าเวลาตัวเองเขินนั้นน่ามองแค่ไหน

“คงเซ็นชื่อแป๊บเดียว พี่ไปได้ไม่มีปัญหา” ผู้พันหนุ่มเดาออกว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ เขาเอ่ยตอบเธอราวกับว่าเป็นเรื่องธรรมดา อันที่จริงก็ถือเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับคนสองคน เพราะคนส่วนใหญ่แล้วเพราะ ความรัก ถึงได้ใช้ใบทะเบียนสมรสเป็นสิ่งผูกมัด แต่เธอกับเขาเพิ่งจะพบกันแค่สิบนาที จะไม่ให้เธอเก้อเขินได้อย่างไร

“ถ้าอย่างงั้นเจอกันที่อำเภอนะคะ ขวัญขอตัวก่อนค่ะ” เธอนัดแนะเวลาเสร็จก็ขยับตัวลุกขึ้น ยกมือไหว้ลาผู้พันหนุ่ม

“เดี๋ยวก่อนสิน้องขวัญ เราพักอยู่ที่โรงแรมใช่ไหม...ไปพักที่บ้านพี่ตอนนี้เลย เป็นผู้หญิงตัวคนเดียวพักอยู่ที่โรงแรมไม่ปลอดภัย” น้ำเสียงห่วงใยของเขาทำให้คนฟังรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ

“อย่าเลยค่ะ ขวัญไม่อยากรบกวนเวลาทำงานของพี่กริช” เธอส่ายหน้าช้าๆปฏิเสธความหวังดี เพราะเกรงใจ เขาเพิ่งจะรู้จักเธอแต่ก็ยังมีน้ำใจ และรอยยิ้มที่อบอุ่นของคนร่างหนา ทำให้ขวัญแก้วใจเต้นตึกตักอย่างช่วยไม่ได้

“ไม่รบกวนหรอก พี่สะสางงานเสร็จแล้ว เราจะได้กลับไปพักผ่อนด้วย” ผู้พันหนุ่มยืนยันคำเดิม เขารู้สึกผูกพันกับเธออย่างบอกไม่ถูก อาจเป็นเพราะความทรงจำที่ฝังใจในตอนเด็กที่อยากจะปกป้องเธอก็เป็นได้

“ก็ได้ค่ะ” เธอนิ่งคิดอยู่หลายอึดใจ ในที่สุดก็ตอบตกลง เพราะไม่อยากปฏิเสธความมีน้ำใจของเขา 

 

ผู้พันกริชไปส่งขวัญแก้วที่โรงแรมเพื่อเช็คเอาท์ จากนั้นเขาจึงขับรถโฟร์วิลสีดำคู่ใจพาเธอไปยังบ้านซึ่งอยู่ชานเมืองนครสวรรค์ บ้านของเขาอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรซึ่งครอบครัวของผู้พันกริชเป็นเจ้าของ 

บ้านทุกหลังออกแบบเหมือนกันหมด ยกเว้นบ้านของเขาที่เป็นสไตล์โมเดิร์น ติดกระจกเกือบทั้งหลัง นอกจากจะสวยงามแล้ว บ้านทั้งหลังยังติดตั้งระบบใช้พลังงานแสงอาทิตย์แทนไฟฟ้า จนได้รับรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยมแห่งปีไปครอง และคนที่เป็นคนออกแบบทั้งหมดคือเจ้าของบ้าน...ผู้พันกริช

คนที่อาศัยอยู่ในบ้านมีเพียงผู้พันหนุ่มคนเดียวเท่านั้น เพราะเขาไม่ชอบความวุ่นวาย แต่ก็มีแม่บ้านมาทำความสะอาดอาทิตย์ละสองครั้ง

 

เมื่อเดินเข้ามาข้างบ้าน ขวัญแก้วถึงกับตื่นตะลึงในความสวยงามที่เน้นสีขาวและเฟอร์นิเจอร์เกือบทั้งหมดทำจากกระจก ทั้งโต๊ะรับประทานอาหาร โต๊ะรับแขก แม้กระทั่งของใช้ในครัว หญิงสาวคิดว่าเขาคงได้มัณฑนากรฝีมือดีมาช่วยออกแบบตกแต่งภายในอย่างแน่นอน

“บ้านพี่กริช...ขวัญว่าข้างนอกสวยแล้วนะคะ ข้างในยิ่งสวยมากเลยค่ะ ออกแบบเหมือนกับนิตยสาร House & Garden ที่ขวัญชอบดูรูป พี่กริชต้องได้มัณฑนากรฝีมือดีระดับประเทศแน่ๆเลยใช่ไหมคะ”

ผู้พันกริชระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น

“น้องขวัญชมพี่อย่างนี้ พี่เขินนะครับ” คนพูดไม่ได้โกหก เพราะใบหน้าคมคายตอนนี้ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดง

ขวัญแก้วอ้าปากค้าง “อย่าบอกนะคะว่าพี่กริชเป็นคนออกแบบ” ผู้พันหนุ่มพยักหน้าช้าๆ

หญิงสาวทึ่งในตัวของว่าที่สามี คนอะไรจะเก่งหลายด้านขนาดนี้ เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านอาวุธอันดับหนึ่งของเมืองไทย แล้วยังจัดตกแต่งบ้านได้สวยขนาดที่ยึดเป็นอาชีพหลักได้สบาย

ผู้พันหนุ่มถือกระเป๋าเดินทางของขวัญแก้ว เดินนำเธอไปยังห้องพักซึ่งอยู่ติดกับห้องนอนของเขา

“ขวัญต้องขอโทษด้วยนะคะที่ต้องเร่งรัดเรื่องจดทะเบียนสมรส เพราะคุณอาบอกว่าถ้าเราจดทะเบียนสมรสเมื่อไหร่ ก็จะให้เงินค่าเทอม แล้วตอนนี้ก็เหลือเวลาอีกแค่ห้าวันที่ทางมหา’ลัยจะเปิดให้ลงทะเบียนเรียน ถ้าขวัญพลาดคราวนี้ต้องรอไปอีกตั้งหลายเดือน ขวัญอยากเรียนจบให้เร็วที่สุดค่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอก...พี่เข้าใจ น้องขวัญพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวเย็นนี้พี่จะพาไปทานข้าวข้างนอก”

ตกเย็นผู้พันกริชพาขวัญแก้วไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหารหรูใจกลางเมือง เขาเอาอกเอาใจหญิงสาวราวกับว่าเธอเป็นคนสำคัญมาก มันทำให้ขวัญแก้วเกรงใจเขามากยิ่งขึ้นไปอีก และรู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระของคนอื่น จึงตั้งใจว่าจะทำหน้าที่แม่บ้านดูแลเขาอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

 

เช้าวันต่อมาหลังจากผู้พันกริชออกไปทำงานได้ไม่นาน แม่บ้านของเขาก็มาถึง แล้วเธอก็ลงมือทำความสะอาดบ้านเหมือนเช่นเคย ขวัญแก้วแปลกใจเพราะหน้าที่นี้เป็นของเธอ พอซักถามจึงได้ความว่าผู้พันกริชเป็นคนโทรศัพท์ตามตัวเธอ แล้วยังกำชับให้ดูแลว่าที่ภรรยาของเขาไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ขวัญแก้วไม่เข้าใจว่างานนี้เป็นหน้าที่ของเธอ แล้วเขาจะตามตัวแม่บ้านมาทำไม หญิงสาวจึงโทรศัพท์ไปสอบถามผู้พันกริช

“พี่กริชคะ แม่บ้านพึ่งมาถึง เธอบอกว่าพี่เป็นคนโทรให้เธอมาทำความสะอาดบ้าน หน้าที่นี้เป็นของขวัญนี่คะ พี่กริชช่วยบอกแม่บ้านทีเถอะค่ะว่าพี่มีแม่บ้านคนใหม่แล้ว”

“พี่ไม่อยากให้น้องขวัญทำงานพวกนั้น ถือว่าเรามาพักผ่อนก่อนกลับไปเรียนต่อก็แล้วกัน ถ้าน้องขวัญอยากทำงานบ้านจริงๆละก้อ เย็นนี้ทำอาหารอร่อยๆให้พี่ทานก็แล้วกัน แค่นี้นะ...แล้วเจอกันตอนเย็น”

“เดี๋ยวสิคะ...พี่...” เขาวางหูทันทีที่พูดจบ ไม่รอให้อีกฝ่ายได้มีโอกาสซักถาม ขวัญแก้วส่ายหน้า ไม่คิดมาก่อนว่าสุภาพบุรุษอย่างเขาจะเป็นพวกเผด็จการ

หญิงสาวจึงนั่งรถสองแถวมุ่งหน้าไปยังตลาดสด เพื่อจะได้ซื้อของไว้เตรียมทำอาหารเย็น

 

ผู้พันกริชตั้งแต่มาถึงที่ทำงาน เขาแทบจะไม่มีสมาธิ เพราะมองเห็นแต่ใบหน้าเนียนสวย รอยยิ้มสดใสของว่าที่ภรรยา มันทำให้หัวใจของเขาชุ่มชื่นราวกับเด็กหนุ่ม และทำไมถึงได้รู้สึกว่าวันนี้เวลาช่างผ่านไปช้าเหลือเกิน เขาแทบจะนับชั่วโมงให้เลิกงานเร็วๆ จะได้กลับไปเจอกับคนที่รออยู่ที่บ้าน

ไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองเพิ่งจะพบกับแม่สาวน้อยแท้ๆ แต่มีความรู้สึกพิเศษให้เธอเสียแล้ว อาจจะเป็นเพราะว่าเขาไม่มีโอกาสจะได้ใกล้ชิดกับเด็กอายุน้อยกว่าเป็นสิบปีเช่นเธอก็เป็นได้

เมื่อเขากลับมาถึงบ้านก็สอดส่ายสายตามองหาขวัญแก้ว พอได้กลิ่นหอมฉุยของอาหารลอยมาแตะจมูก จึงเดินตามกลิ่นนั้นไป พบตัวหญิงสาวกำลังยืนถือตะหลิว ง่วนอยู่กับกระทะใบโตบนเตาไฟ เธอมัวแต่ทำอาหารเพลินจึงมองไม่เห็นว่าผู้พันกริชยืนกอดอกพิงกรอบประตู มองดูว่าที่ภรรยาอย่างเผลอไผลได้สักพักใหญ่

“อ้าว! พี่กริชมาถึงนานแล้วเหรอคะ ขวัญไม่ได้ยินเสียงรถ...สงสัยมัวแต่ทำกับข้าวเพลิน หิวรึยังคะ วันนี้มีแต่ของโปรดของพี่ทั้งนั้นเลย เกือบจะเสร็จแล้วล่ะค่ะ อืม...พี่กริชจะทานของว่างก่อนไหมคะ ขวัญทำขนมปังหน้าหมูตั้งแต่เมื่อตอนกลางวัน”

ผู้พันกริชเป็นลูกชายคนเดียวของนักการเมืองชื่อดัง จึงมีคู่นอนคู่ควงมากมาย แต่ว่าเธอเป็นผู้หญิงคนแรกรองจากมารดาที่ดูแลเอาใจใส่เขามากถึงเพียงนี้ 

“พี่ยังไม่หิวหรอก อยู่บ้านคนเดียวเบื่อไหม เอาไว้วันเสาร์พี่จะพาไปเที่ยวนะ” เสียงทุ้มๆของเขาช่างอ่อนโยนเหลือเกิน ขวัญแก้วพยายามห้ามหัวใจตัวเองไม่ให้หวั่นไหว เพราะเธอจะอยู่กับเขาเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น เมื่อครบกำหนด เธอต้องไปจากที่นี่ทันที

“ขวัญไม่เบื่อหรอกค่ะ” ขวัญแก้วเดินไปหยิบแก้วสะอาดในตู้ หันไปเปิดตู้เย็นแล้วเทน้ำส้มเย็นเฉียบที่คั้นไว้ในเหยือกลงไปเกือบเต็ม

“น้ำส้มคั้นชื่นใจค่ะ” เธอยื่นแก้วน้ำผลไม้ให้คนตัวสูง เขาสูงมากเสียจนเธอต้องเงยหน้ามอง ผู้พันกริชยิ้มให้เธอแทนคำขอบคุณ ยื่นมือออกไปรับแก้วน้ำผลไม้ไปดื่ม สายตาของเขาจับจ้องอยู่แต่ใบหน้าเนียนใสที่คิดถึงมาทั้งวัน

“พี่ไปอาบน้ำก่อนนะ” มือแกร่งยื่นแก้วว่างเปล่าคืนให้หญิงสาว “อ้อ...ทานข้าวเสร็จพี่จะสอนเราว่าให้ติดเครื่องหมายชุดเครื่องแบบยังไง พี่รู้ว่าน้องขวัญอยากจะทำหน้าที่แม่บ้าน อีกอย่างงานติดเครื่องหมายก็เป็นหน้าที่ของแม่บ้านด้วย” 

ผู้พันกริชไม่ได้บอกเธอว่าความจริงแล้วหน้าที่ติดเครื่องหมายเป็นหน้าที่ของภรรยาจริงๆ ไม่ใช่ของภรรยาหลอกๆอย่างเธอ เขาตอบตัวเองไม่ได้ว่าทำไมถึงอยากให้เธอทำหน้าที่นี้ อาจจะเป็นเพราะเขารู้สึกผ่อนคลายที่ได้อยู่ใกล้ๆเธอก็เป็นได้

“ค่ะ...ขวัญจะทำให้พี่กริชเอง” ขวัญแก้วฉีกยิ้มอ่อนหวานให้คนร่างแกร่ง ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายแห่งความสดใส ทำให้หัวใจของผู้พันหนุ่มถึงกับเต้นตึกตัก จนเขาต้องเสมองไปทางอื่น แล้วเดินหนีขึ้นห้องไป

 

...และแล้วก็ถึงเวลาที่คนทั้งสองจะต้องไปจดทะเบียนสมรสที่ที่ว่าการอำเภอ ขวัญแก้วมือสั่นเล็กน้อยเมื่อจรดปากกาเซ็นชื่อตัวเองลงบนใบทะเบียนสมรส ทั้งที่เธอจะเป็นภรรยาหลอกๆของเขาเพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น

ทำไมหนอเธอถึงได้รู้สึกว่าตัวเองนั้นเป็นภรรยาของคนที่นั่งอยู่ข้างๆจริงๆ และคิดว่าคงเป็นไปไม่ได้ เพราะคนที่จะเป็นภรรยาของเขาได้นั้นต้องมีคุณสมบัติมากกว่าเธอแน่ๆ และเธอคนนั้นต้องโชคดีมากๆที่ได้ผู้พันกริชเป็นสามี  

เพราะเขาเป็นคนที่หน้าตาดีมากจนหาตัวจับยากคนหนึ่ง รูปร่างสูงใหญ่สมกับชายชาติทหาร ด้วยความสูงกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเซ็นติเมตร และมีบุคลิกของความเป็นผู้นำ แล้วยังมีแววตาที่อ่อนโยน และรอยยิ้มที่อบอุ่น คงจะมีผู้หญิงหลายคนต่อแถวยาวเหยียดมาให้เขาเลือก แต่ว่าเธอได้เป็นภรรยาของเขาเพียงแค่หนึ่งเดือนก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว ถึงแม้ว่าจะเป็นภรรยาหลอกๆก็ตาม

หลังจากจดทะเบียนสมรสเรียบร้อยแล้ว พันเอกคมกริชขับรถพาภรรยาหมาดๆมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวง

“พี่กริชไม่ต้องกลับไปทำงานเหรอคะ” ขวัญแก้วสงสัยเพราะไม่ใช่ทางกลับบ้าน

“พี่ลางานอาทิตย์นึง อยากจะพาน้องขวัญไปเที่ยวกรุงเทพ แล้วถ้าเราไม่อยากจะพักที่บ้านคุณพ่อพี่ เราไปพักที่คอนโดของพี่ก็ได้นะ” เขาหันมาบอกสาวน้อยข้างกาย ทำไมเธอช่างเหมือนตุ๊กตาหน้ารถของเขาเสียจริง มันทำให้เข้าใจของเขาชุ่มชื่นอย่างบอกไม่ถูก

“พี่กริชไม่ต้องพาขวัญไปเที่ยวให้มันสิ้นเปลืองหรอกค่ะ ขวัญ...เกรงใจ แล้วก็กลัวว่าแฟนพี่จะเข้าใจผิดด้วย” พอสาวน้อยพูดจบประโยค ผู้พันกริชดวงตาแข็งกระด้าง วาววับ แสดงความไม่พอใจ มือแกร่งหักพวงมาลัยจอดรถข้างทางทันที ทำเอาขวัญแก้วตกใจจนทำอะไรไม่ถูก

“น้องขวัญ...หยุดพูดคำว่า “เกรงใจ” กับพี่ซะที! เราเป็นภรรยาของพี่แล้วนะ! ถึงจะเป็นภรรยาหลอกๆก็เถอะ! แล้วเรื่องแฟน...พี่ยังไม่มี! เข้าใจที่พี่พูดไหม?” เสียงห้วนๆของชายหนุ่มและสีหน้าไม่พอใจของเขา ทำให้ขวัญแก้วรู้ว่าอย่าได้ขัดใจเขาเป็นอันขาด เพราะถึงแม้ผู้พันกริชจะเป็นสุภาพบุรุษ และผู้ชายที่ดูอบอุ่นมาก แต่ก็ไม่ชอบให้ใครขัดใจ เพียงแค่เขาไม่พอใจยังน่ากลัวถึงขนาดนี้ เธอไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าเขาโกรธจริงๆแล้วจะเป็นอย่างไร

“ค่ะ...พี่กริช ต่อไปขวัญจะไม่พูดคำนั้นแล้ว” 

ผู้พันหนุ่มถึงกับระบายลมหายใจออกมา เธอทำให้เขาถึงกับควบคุมตัวเองไม่ได้เชียวหรือ...ไม่อยากจะเชื่อว่ามันเป็นไปได้อย่างไร ผู้พันกริชหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้เช่นกัน 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว