facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 [II]

คำค้น : ทราฟชาม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.5k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 24 พ.ค. 2559 23:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 [II]
แบบอักษร

 

 

 

 

ตอนที่ 5

 

 

 

ผมนั่งทำงานช่วงเช้าเหมือนทุกวันได้พักแค่ไม่กี่นาทีก็เข้าห้องรอตรวจต่อ 

“คุณหมอคะ เคสนี้เป็นนักศึกษามาทำใบรับรองแพทย์นะคะ”

“ขอบคุณครับ”  ผมรับคำพยาบาลยิ้มๆ ก่อนจะรีบเคลียเอกสารอื่นๆให้เรียบร้อยไม่นานนักศึกษาคนที่พยาบาลบอกก็เข้ามาหาผม พอผมเงยหน้ามองร่างสูงตรงหน้าก็ชะงักไปนิด ไอ้แว่น ไม่ใช่สิ ขุนพล น้องรหัสใหม่ไอ้ตัวแสบมัน ร่างสูงตรงหน้าผมดูเนี๊ยบมากกว่าที่คิด มันนั่งลงก่อนจะยื่นเอกสารที่ไปตรวจมา ผมรับมาก่อนจะยิ้มทักทายมันก่อน

“สวัสดีครับ” 

“สวัสดีครับ” ขุนพลขยับแว่นพร้อมตอบผมด้วยสีหน้านิ่งๆหยิ่งๆ ผมว่ามันไม่น่าจะเป็นคนแบบนี้เลยนะ 

“งั้นหมอก็เช็คประวัติอีกทีล่ะกันเนาะ แล้วจะเซ็นให้” ผมพูดยิ้มๆ พยายามเป็นมิตรจนถึงที่สุดแต่เหมือนน้องไอ้แสบมันจะไม่ให้ความรวมมือผมเลย

“เซ็นลวกๆก็ได้ครับ ผมแค่อยากจะมาเจอหน้าหมอแค่นั้น”

“จะจีบหมอหรอ ไม่ได้นะ” 

“แค่!....อยากเห็นตัวจริงครับ” 

ผมยังพูดไม่ทันจบขุนพลก็สวนขึ้นด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดจนผมหน้าซีดไปทันที

“ชัดเจน”  ผมพูดพร้อมพยายามฉีกยิ้ม ทั้งๆที่หน้าผมมันตึงราวกับฉีดโบท็อกซ์ร้อยเข็ม

ร้ายนะเนี่ยไอ้หมอนี่...เล่นเราซะหน้าแตกหมอไม่รับเย็บเลยทีเดียว

หลังจากที่ผมนั่งคุยกับมันไม่นานก็รู้ว่ามันมาทำไม แค่อยากมาเจอผมจริงๆเพราะไอ้แสบไปเล่ากรอกหูมันทุกวันว่าผมเป็นอย่างนั้นอย่างนี้จนมันอยากจะมาเห็นกับตาและสิ่งที่มันพูดไว้ก่อนกลับก็ทำผมเจ็บใจไม่หายจนถึงตอนนี้

‘คุณหลงตัวเองเหมือนที่เขาพูดจริงๆ ทฤษฎีอะไรก็ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์เพราะหลักฐานมันเห็นกันอยู่ตรงหน้าผมตอนนี้’

...มันพูดไม่พอยังขยับแว่นขึ้นลง ราวกับมีมีดหลายๆเล่มพุ่งเข้าใส่ผมอย่างจัง ผมเริ่มคิดแล้วว่าไปทำอะไรไว้ให้พวกมันเจ็บช้ำน้ำใจไว้รึเปล่า ทำไมถึงได้ทำร้ายจิตใจกันได้ขนาดนี้ 

เที่ยงผมก็ออกไปยืนรอเสี่ยเหมือนทุกวันพอดีกับที่รถยนต์หรูคุ้นตาขับเข้ามาจอดเทียบ ผมเปิดประตูข้างคนขับขึ้นไปนั่งก่อนจะหันไปยิ้มให้เสี่ยเขา แต่ก็ต้องหุบยิ้มเมื่อเจอสีหน้าที่เครียดมากๆของเสี่ยน้อย. ผมรู้สึกผิดนะเนี่ยที่ทำให้เขาคิดมาก 

“ร้านเกาหลีนะเสี่ย” 

“อืม” 

เสี่ยน้อยรับคำผมก็คาดเข็มขัดทันที ยังไม่อยากจะพูดอะไรตอนนี้รอถึงร้านอาหากันก่อนดีกว่า เสี่ยขับรถมาร้านอาหารเกาหลีตามที่ผมขอ พอจอดรถเราก็ลงไปเลือกที่นั่งผมเลือกที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวก่อนจะสั่งอาหารแล้วมองหน้าเสี่ยยิ้มๆ มันสลับกันตอนไหนฟร่ะเนี่ย ผมมากกว่ามั้งที่สมควรเครียด 

“ชาม” 

ยังไม่ทันที่ผมจะเปิดปากเสี่ยก็พูดขึ้นมาก่อน ผมได้แต่ยิ้มรับบางๆเท่านั้น

“ขอโทษ”

“ขอโทษทำไมครับ” ผมถามเสี่ยด้วยความไม่เข้าใจ คนตรงหน้าผมมองผมด้วยสายตารู้สึกผิดจนผมใจหาย

“ก็ชามโกรธไม่ใช่รึไง”

“ใช่ผมโกรธ”

“ก็ขอโทษ”

“ผมไม่ได้โกรธเสี่ย” ผมพูดขึ้นยิ้มๆ เสี่ยน้อยยิ่งขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความไม่เข้าใจ

“หมายความว่ายังไง” 

“ผมโกรธตัวเองต่างหากเล่า” ผมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังร่างสูงถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะยกยิ้มที่มุมปากสีหน้าเขาสบายใจขึ้นมากๆ จนผมยังยิ้มตาม

“รู้....แต่ก็อยากขอโทษที่ทำให้เราคิดมาก” เสี่ยพูดขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด 

“ผมคิดของผมเองต่างหาก ผมกลัว...กลัวเสี่ยจะเบื่อนิสัยผม” ผมพูดตามที่ตัวเองคิด ไม่อยากให้เสี่ยเขาคิดมากเลยจริงๆ

“พี่แค่พูดเล่น ไม่ได้คิดแบบนั้นเลยจริงๆถึงจะมีบ้างครั้ง ...ไม่สิหลายครั้ง”

“กวนตีน” ผมเผลอพูดเสียงแข็งจนร่างสูงตรงหน้าผมชะงักหน้านิ่งไปทันที

“ปากหมา กูหยอก” เสี่ยน้อยสวนกลับมาจนผมแอบศอกทรุดอยู่เหมือนกันก่อนจะยกนิ้วชี้หน้าร่างสูงพร้อมกัดฟันพูดด้วยน้ำเสียงข่มขู่

“เสี่ยปากหมาเหมือนกันไหนสัญญาว่าไม่พูดกูมึงแล้วไง”

“มึงไม่ให้กูพูดแต่ตัวเองดันพูดเนี่ยนะ” เสี่ยน้อยทำหน้าเหลือเชื่อ ผมแสยะยิ้มที่มุมปากทันทีก่อนจะตีสีหน้าไม่รู้เรื่อง

“ผมพูดตอนไหนวะ”

“ก็ไอ้คำวะๆ นี่ไม่พอยังมีกวนตงกวนตีน ถ่อย”

“จะต่อยใช่ป่ะสรุป” ผมพูดไม่พอยังพับแขนเสื้อเชิ้ตของตัวเองขึ้นด้วยท่าทีนักเลงที่ชอบทำบ่อยๆสมัยเรียน(?)

“เออ. ไว้ต่อยบนเตียงแล้วกันกูหมั่นไส้มานานล่ะ” คำพูดขำๆของเสี่ยทำหน้าผมเห่อร้อนไปหมดก่อนจะรีบทำทีโมโหกลบเกลื่อน

“โป้ง!”

“....” ผมพูดขนาดนี้แต่เสี่ยก็ยังนิ่ง ดูก็รู้ว่าเขากำลังกวนผมอยู่! ผมรีบใส่อารมณ์เพิ่มขึ้นอีก

“โป้งๆๆๆ”

“เออๆ โทษ” เสี่ยน้อยรีบพูดห้ามเพราะคนในร้านเริ่มหันมามองเรา 

“กลับมาพูดเพราะๆเดี๋ยวนี้ไม่งั้นผมจะโกรธจริงๆด้วย” ผมพูดด้วยน้ำเสียงงอนๆ นี่ผมจริงจังอยู่นะ

“ครับ” เสี่ยน้อยรับคำก่อนจะส่ายหน้าให้ผมยิ้มๆ 

“นี่ก็มนุษย์เมียอีกป่ะ” ผมถามตรงๆ เสี่ยหลุดหัวเราะออกมาแทบไม่ทัน

“หึหึ ยังไม่หายคิดมากอีก”

“จะคิดมีไรป่ะ”

“อืม มันก็คิดได้แต่อย่าให้มากนักเพราะคนที่เป็นห่วงชามที่สุดก็คือคนๆนี้” คำพูดคำนี้มันดาเมจรุนแรงอะไรขนาดนั้นก็ไม่รู้ หน้าผมเห่อร้อนแดงเถือกไปหมดยิ่งสีหน้าแววตาที่จริงจังของเสี่ยทำผมไปไม่เป็นก่อนจะรีบแถกลบเกลื่อนอีกแล้ว

“คนไหนอ่ะ” ผมแถแบบหน้าด้านๆไว้ก่อน เสี่ยน้อยเลิกคิ้วมองหน้าผมก่อนจะรวบมือผมไปกุมไว้ ผมอ้าปากเหวอเพราะไม่ทันตั้งตัว 

“ก็สามีคนนี้ไงครับ” เสี่ยน้อยพูดไปยิ้มไปไม่พอเขาไม่ละสายตาไปจากหน้าผมเลยสักนิด ผมรีบเบือนหน้าหนีอมยิ้มจนแก้มจะแตกอยู่แล้ว! 

“แหวะ” ผมกลบเกลื่อนก่อนจะหันไปมองหน้าเสี่ยที่เอาแต่หัวเราะ

“หึหึ”

“....ขอบคุณนะครับ”

ผมพูดเสียงเบามองหน้าเสี่ยด้วยความตื้นตันใจมากๆ ผมรู้สึกดีใจและมีความสุข ไม่คิดมากแล้ว เสี่ยน้อยที่เห็นสีหน้าผมก็ยิ้มรับ

“ไม่เป็นไรครับ ...พี่รักชามไม่มีทางเบื่อชามหรอกถึงจะงี่เง่าจะน่าเบื่อจะปัญญาอ่อน จะปากเก่ง แค่ไหนพี่ก็รักอยู่ดี”

“จะหลอกด่ากันใช่มั้ย” ผมเหวอไปเลยที่ได้ยินแบบนั้น จะทำให้สบายใจหรือตอกย้ำนิสัยกันแน่อ่ะถึงเสี่ยเขาดูไม่จริงจังแต่ผมก็อยากจะเอาคืนจริงๆ

“เปล่า แค่จะบอกว่าถึงชามจะเป็นคนยังไงพี่ก็จะไม่มีวันเปลี่ยนใจไปรักคนอื่น” เสี่ยพูดยิ้มๆ แต่แววตาเขามันจริงจังตลอด ผมรีบเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ให้เขา ถึงในใจหัวใจผมมันจะพองโตจนแทบจะระเบิดแล้วก็เถอะ

“เลี่ยนมากๆเลยเสี่ย หึ่ย! ทีแต่ก่อนไม่เห็นพูดจาแบบนี้บ้างวะ” ผมเปลี่ยนเรื่องเพราะทนต่ออัตราการเต้นของหัวใจตัวเองไม่ไหวแล้ว ตัวจะแตกอยู่แล้วขยันทำให้เขินอะไรนักหนา 

“แต่ก่อนคงยังไม่มีเหตุการณ์แบบนี้ให้พูดล่ะมั้ง” เสี่ยพูดพร้อมขมวดคิ้วนึกถึงเรื่องแต่ก่อนไปด้วย

“ไม่คิดว่าผมจะเขินบ้างรึไง ยิ่งแก่ยิ่งปากหวานนะเนี่ย” ผมบ่นอุบอิบให้เขา เสี่ยน้อยยิ่งทำหน้าเจ้าเล่ห์ใส่ผม

“แล้วจะทำไม”

“ก็จะยิ่งรักอ่ะดิ คึคึ”  ผมหยอดกลับไป เอาให้หักมุมไปเลย

“แรดจริงๆ” เสี่ยยังไม่เลิกแขวะผม ผมรีบแยกเขี้ยวข่มขู่ร่างสูงแต่ผมก็เปลี่ยนอารมณ์เร็วกลับมาพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจไม่จริงจังอะไร

“อีกละ อายุขนาดนี้แล้วเลิกพูดจาแบบนี้เถอะเสี่ย” 

“ก็มันเป็นสันดาน” เสี่ยน้อยพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะไม่พอเขายังยักไหล่ไม่แคร์ 

“สันดานจริงๆ” ผมพูดไปหันไปมองด้านอื่นไปด้วยเหมือนพูดลอยๆ

“กูอายุมากกว่ามึงสองปี เล่นข้ามรุ่นเกินไปนะ” เสี่ยน้อยเอ็ดผม ผมลอยหน้าลอยตายิ้มๆ พอเหล่มองหน้าเสี่ยก็เห็นเขายิ้มอยู่...

...ถึงนิสัยเราจะเริ่มเปลี่ยนแปลงไปบ้างไม่ถูกใจไปซะทุกครั้งแต่ความรักของเราก็ไม่มีทางเปลี่ยนแน่นอน เรื่องนี้เราสองคนรู้ดี

“งั้นเราไปย้อนวัยเรียนกันดีป่ะ” ผมเปิดประเด็นขึ้นมาใหม่ก่อนจะมองหน้าเสี่ยด้วยสายตาเจ้าเล่ห์

“เอาสิ แต่ไว้ตอนเย็นจะพากลับไปมหาลัย” เสี่ยตกลงผมก็ยิ้มแป้น

“โอเคเลยยย~~~” ผมพูดขำๆ พอนึกไปถึงแต่ก่อนมันก็อดขำไม่ได้จริงๆ

“ไม่โกรธนะที่พูดไม่เพราะ” 

“ไม่อ่ะ อนุโลมให้วันเดียว” ผมตอบกลับเสี่ยทันที ร่างสูงยิ้มรับก่อนจะบีบมือผมแน่นขึ้น

“ขอบคุณมากครับ”

“ครับ”

ผมรับคำยิ้มๆ สายตาเสี่ยอบอุ่นเสมอเหมือนกับมือคู่นี้ที่ยังร้อนแรงไม่เปลี่ยน แถมจับมือผมไม่ปล่อยเลยด้วยจนพนักงานมาเสิร์ฟอาหารเราถึงได้หันไปคุยเรื่องอื่น ส่วนนิสัยผม ผมจะพยายามปรับตัวเองผมจะแก้ไขปัญหานี้ด้วยตัวเองไม่อยากพึ่งเสี่ยคอยให้กำลังใจ แค่มองตาผมเสี่ยก็รู้ว่าผมต้องการอะไรเขาต้องทำสีหน้าเหมือนจะคอยดูว่าผมจะทำยังไงต่อไป เขาทำให้ผมอุ่นใจเพราะสายตาของเสี่ยน้อย ...จะคอยมองผมอยู่ตลอด 

“อ่ะ เสี่ยกินไก่สิ” ผมพูดพร้อมป้อนร่างสูงเสี่ยน้อยก็อ้าปากรับแต่โดยดีผมยิ้มกว้างออกมาจนปากจะฉีก

 

 

++++

 

 

ผมตื่นเต้นมากๆที่จะได้กลับไปมหาลัยตัวเอง พอเห็นรถเสี่ยผมก็กระโดดขึ้นไปนั่ง เสี่ยเขาถอดสูทกับเนคไทออกเหลือแค่เสื้อเชิ้ตเหมือนผม เราดูกลมกลืนไปกับนักศึกษาคนอื่นๆได้ดีโดยเฉพาะผมที่หน้าเด็กยังไงก็เด็กอยู่แบบนี้ไม่เปลี่ยน(?)

“คิดถึงจัง” ผมพูดด้วนน้ำเสีนงตื่นๆ ตอนที่เห็นทางเข้าหน้ามหาวิทยาลัยที่ตัวเองจบ ผมไม่ได้มานานมากๆแล้วล่ะ  คิดถึงสุดๆไปเลย

“เสี่ยขับไปจอดหน้าตึกคณะเสี่ยนะเราจะเริ่มกันที่นั่น”

“ทำไม”

“ก็ผมเจอเสี่ยที่นั่นนี่นา”

“อ๋อ ลืมไป” 

ผมเบะปากใส่เสี่ยเขาทันที ทำเป็นจำไม่ได้ทั้งๆที่เลี้ยวมาทางตึกคณะตัวเอง อยากจะกวนผมมากกว่า

“ใช่สิ้ ตอนนั้นหยิ่งโคตรๆอ่ะแค่เดินผ่านยังไม่มองกันเลย” ผมได้ทีรีบแขวะร่างสูงกลับ เสี่ยน้อยหันมายิ่มกวนใส่ผม

“ใครบอกให้เกิดมาเตี้ย” 

...เจ็บแล้วเจ็บอีกกับคำพูดนี้

“แล้วต้องสูงแค่ไหนถึงจะไม่ถูกมองข้ามล่ะเสี่ย” ผมพูดด้วยความภาคภูมิใจที่ได้ใช้มุกนี้ 

“190” เสี่ยน้อยตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบปกติ แต่ผมอยากจะทึ่งหัวตัวเองสุดๆ 

“โอ้ย นั่นสูงมากกว่าเสี่ยอีก” ผมตามน้ำไปก่อน เสี่ยได้ทีก็กวนผมแบบต่อเนื่องไม่หยุด

“กูชอบนะ สูงยาว”

“อยากเปลี่ยนสถานะกับผมก็บอก”

“พอๆ ถึงแล้ว”

เสี่ยหยุดทัพพอดีกับที่รถจอดหน้าตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ผมรีบเปิดประตูลงจากรถพร้อมๆกับเสี่ยก่อนจะมองไปรอบๆ มีสนามหญ้าตกแต่งเพิ่มเติมบวกกับโต๊ะม้าหินอ่อนให้นักศึกษามีเพิ่มขึ้นผมรีบเดินตีคู่กับเสี่ยตรงไปที่ห้องพักครู ตอนนี้เย็นแล้วนักศึกษาก็ทยอยกลับหอพักบางคนก็หันมามองพวกเราแต่เราไม่ได้สนใจมากนัก 

“จำได้ป่ะ ผมกำลังจะเคาะประตูแต่เสี่ยก็เปิดประตูออกมาก่อน ป๊าบบบ! ผมตกใจมากคนหรือเทพบุตรก็ไม่รู้” ผมพูดด้วยความภาคภูมิใจจริงๆ รู้สึกอยากจะร้องไห้จริงๆนะ เสี่ยน้อยก็เอาแต่หัวเราะ จนผมขอให้เขาถ่ายรูปด้วยกันเราก็เปลี่ยนไปที่โรงอาหารของคณะเสี่ยเขา ตอนที่ผมลงทุนมาหาเขาถึงที่แล้วเผลอปล่อยไก่ให้พี่เฟสด้วย

“เหตุการณ์ตอนนี้ผมได้กำไรอย่างหนึ่ง”

“อะไร”

“ให้เสี่ยทาย” ผมพูดขึ้นยิ้มๆเสี่ยน้อยเลิกคิ้วขึ้นนิดหน่อยก่อนจะตอบกลับมา

“กูมองเห็นมึง”

“ดีกว่านั้น” ผมสวนกลับไปทันที แอบเจ็บลึกๆนะคำพูดเมื่อกี้ =_=

“คิดไม่ออก” เสี่ยน้อยขมวดคิ้วแน่น ผมรีบยิ้มหื่นออกมาทันที

“ผมได้รับกลิ่นกายเทพบุตรแบบเสี่ยไงเล่า รู้มั้ยผมสูดเข้าเต็มปอดจนตอนนี้ผมยังไม่เคยหายใจเอากลิ่นนั้นออกมาเลย”

“เก่ง”

“แน่นอน” ผมพูดไปเอามือแนบอกไปด้วย เสี่ยน้อยเบือนหน้าหนีจากผม ผมก็ไม่สนว่าเขาจะทำสีหน้ายังไงแค่ผมมีความสุขก็พอ

“=_=;” นี่คือสีหน้าของเสี่ยที่ผมกำลังพยายามไม่สนใจ...

เราไปต่อกันที่ชมรมบาสเก็ตบอล 

...ที่นี่ต่างหากที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นเยอะมากๆ ตอนนี้มีนักศึกษากำลังเล่นบาสกันอยู่ผมกับเสี่ยยืนมองอยู่ด้านหน้าประตูทางเข้าภาพเหตุการณ์ต่างๆมันก็ไหลเข้ามาในหัวเรา ผมหันไปยิ้มให้เสี่ยก่อนจะเม้นปากกลั้นน้ำตาที่กำลังรื้อขึ้นมา ...ผมมีความสุข ผมไม่ได้เสียใจ

“ฮึก....” ผมรีบเม้นปากตัวเองไว้แน่นจนมือหนายกขึ้นมาโยกหัวผมเล่น 

“อย่าลืม...ว่ามึงเป็นคนที่กูชอบ ....มาคิดๆดูแล้วก็ตลกตัวเองเหมือนกัน” เสี่ยน้อยพูดพร้อมมองไปด้านหน้าผมรีบยกมือเช็ดน้ำตาตัวเองก่อนจะกอดเอวเขาไว้แน่น เราหันมาส่งยิ้มให้กันก่อนจะหมุนตัวเดินลงจากโรงยิม เราเดินลงมาจนสุดเสี่ยน้อยก็ยื่นมือมาเช็ดหน้าให้ผมทันทีผมได้แต่หัวเราะแห้งๆ 

“ร้องไห้ทำไม”

“มีความสุข”

“ขี้แยมากกว่าว่ะ” เสี่ยน้อยพูดขึ้นยิ้มๆ ผมเบะปากใส่เขาก่อนที่เราจะไปที่คณะผมต่อ

 

 

+++++++

 

 

“อะ อืมมม” 

ผมครางอืออึงในลำคอไม่หยุดยามที่ลิ้นร้อนของเสี่ยตวัดดูดดึงลิ้นผมอย่างรวดเร็วและเร่าร้อนมากๆ ตัวผมถึงเตียงร่างสูงก็ทาบทับลงมาทั้งตัวโดยที่ริมฝีปากเรายังไม่ผละออกจากกัน  มือหนาเริ่มลูบไล้บีบเค้นไปทั่วหน้าอกผม ไม่นานกระดุมเสื้อผมก็ถูกปลดออกผมเองก็รีบปลดกระดุมเสื้อเสี่ยออกเร็วๆ ริมฝีปากเราบดจูบกันไม่ลดละจนรู้สึกเจ็บและแฉะน้ำลายไปหมด 

“อ้ะ อื้อออ~ เสี่ย” ผมครางเสียงสั่นทันทีเมื่อถูกนิ้วร้อนๆของเสี่ยบดขยี้ยอดอกที่เริ่มแข็งชูชันขึ้นมาพอๆกับแกนกายเล็กของผมที่กำลังมีอารมณ์ร่วมไม่ต่างกัน เสี่ยน้อยบดจูบลงบนซอกคอผมไม่หยุดสลับข้างอยู่แบบนั้นด้วยความโหยหาจนผมต้องยกมือลูบไล้แผ่นหลังเสี่ยเขาเบาๆเพื่อระบายความซ่านของตัวเอง

“อืมมมม ชาม หอมไปทั้งตัวเลยนะ” เสียงทุ้มหอบพร่าของเสี่ยกระซิบข้างหูผมก่อนจะขบเม้นใบหูผมจนผมดิ้นพล่านด้วยความเสียว 

“อ้ะ!” ผมสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อมือหนาเลื่อนลงลูบไล้บีบเค้นแกนกายผมผ่านเนื้อผ้าจนผมต้องห่อปากครางลั่น กางเกงผมถูกรั้งออกจากตัวจนร่างกายเปลือยเปล่าตัวผมขึ้นสีแดงจัดจนเสี่ยน้อยต้องถอดกางเกงตัวเองออกต่อหน้าผม หน้าผมแดงด้วยความอายเมื่อมองแกนกายใหญ่ของเสี่ยเขาที่แข็งขืนไม่ต่างกัน 

“ลุกมานั่งตัก” เสี่ยน้องพูดเสียงพร่าไม่ต่างจากเดิมก่อนจะนั่งพิงหัวเตียงผมขึ้นไปนั่งบนตักร่างสูงทันที

“เอามือมาขยับไปพร้อมกัน”

“คะ ครับ”

ผมรับคำเสียงสั่น ทำท่านี้ทีไรผมอายจนตัวแดงไปหมด เสี่ยน้อยมองหน้าผมยิ้มๆก่อนจะประกบจูบผมอีกครั้ง มือผมถูกดึงให้กอบกุมแกนกายเราสองคนก่อนจะมีมือเสี่ยกุมมือผมไว้อีกทีแล้วขยับช่วยเราไปพร้อมๆกัน ลิ้นร้อนที่กำลังตวัดเร็วระรัวในปากผมพอๆกับมือเราที่ขยับขึ้นลงเร็วมากขึ้น ผมผละจูบออกก่อนจะรีบซบหน้าลงบนไหล่เสี่ยเขาเมื่อใกล้จะปลดปล่อย

“อ่าา เสี่ย เร็วอีก. ซี๊ดดดด” ผมห่อปากครางเสียงดังก่อนจะเบ้หน้าเมื่อนิ้วเรียวของเสี่ยบดขยี้ส่วนหัวของแกนกายผมจนผมสมองขาวโพลนปลดปล่อยออกไปทันที  ผมหอบเสียงกระเส่าจนเสี่ยจับท้ายทอยผมให้หันไปรับจูบเขาอีกครั้ง

“อ้ะ! อื้ออออ” ผมครางด้วยความตกใจเมื่อนิ้วเรียวสอดแทรกเข้ามาเบิกทางโดยไม่บอกไม่กล่าว

สวบ!

“อื้อออออ! เจ็บ” ผมเจ็บเสียดจนสะบัดหน้าหนีจูบเสี่ยนิ้วเรียวเข้ามาได้แค่นิ้วเดียวผมก็เจ็บทั้งๆที่เราทำออกจะบ่อยผมก็ไม่เคยชิน

“โทษที อีกแป๊บเดียว” เสี่ยน้อยพูดปลอบใจผมก่อนจะกดจูบลงบนขมับผม เขาเอี้ยวตัวไปหยิบเจลหล่อลื่นก่อนจะเบิกทางให้ผมต่อ ผมพยายามผ่อนคลายตัวเองจนนิ้วเสี่ยเข้ามาครบสามนิ้วช่องทางก็เริ่มคุ้นชิน 

“ซี๊ดดด” เสี่ยน้อยครางเสียงแผ่วเมื่อลากไล้แกนกายใหญ่ไปกับช่องทางด้านหลังผม ตัวผมถูกดันให้นอนราบไปกับเตียงก่อนที่ขาจะถูกจับพาดไว้บนบ่าเสี่ยเขา 

“อ้ะ เบาๆนะเสี่ย อ้ะอือออ” ผมรีบพูดเตือนเขา ร่างสูงค่อยๆกดตัวตนเข้ามา กล้ามเนื้อเขาเกร็งจนเห็นชัด ผมได้แต่กัดปากตัวเองกลั้นความเจ็บไว้

สวบ!

“อ้ะ!” ตัวผมกระตุกอย่างเห็นได้ชัดเมื่อถูกกระแทกเข้ามาทีเดียวจนมิดด้าม เสี่ยน้อยซี๊ดปากครางเสียงดังจนผมอาย ร่างสูงไม่รอช้ารีบขยับเข้าออกทันที

พั่บพั่บพั่บ

เสียงเนื้อกระทบเนื้อเราดังระงมห้องพร้อมกับเสียงเฉอะแฉะจากช่องทางที่ถูกน้ำหล่อลื่น เสี่ยน้อยกระแทกกระทั้นร่างกายเข้ามาไม่หยุดหย่น ยิ่งนานยิ่งแรงจนผมร้องครางเจ็บคอไปหมด

“อ้ะ อ้ะ อื้อ! เสี่ย อืมม” ผมครางระงมก่อนจะดันหน้าท้องเสี่ยเพื่อเตือนเขาว่าเขาเริ่มบดกระแทกแรงเกินไป 

“ซี๊ดดดด แน่นสุดๆไปเลยว่ะ. จูบนะ” เสี่ยน้อยพูดจบก็ก้มลงประกบจูบผมทันที เราดูดดึงความหวานจากอีกคนจนพอใจตัวผมกลับถูกพลิกให้นอนคว่ำก่อนจะร้องครางลั่นเมื่อเสี่ยน้อยกระแทกเข้ามาถี่ยิบ ยิ่งท่านี้มันยิ่งลึกจนผมจุก

“อ้ะ อ้ะ อื้อๆ. ไม่ไหว อ้ะ มันเสียวเกินไป อ๊าาา” ผมเริ่มพูดไม่เป็นคำ ตัวโยกคลอนสั่นไหวรุนแรงจนต้องใช้มืออ้อมไปด้านหลังเพื่อดันหน้าท้องเสี่ยออก

“นิดเดียว อืมมม ซี๊ดดด ตอดแรงฉิบ” เสี่ยน้อยสบถเสียงดังก่อนจะจับเอวผมไว้แน่นแล้วกระแทกกระทั้นถี่ีระรัวจนผมร้องครางแทบขาดใจ 

สวบ สวบ 

กายหนากระแทกเข้าออกเน้นๆสองสามครั้งก่อนที่ความรู้สึกอุ่นวาบคุ้นเคยจะเข้ามาแทนที่ ผมนอนหอบก่อนจะสะดุ้งเมื่อมือหนากอบกุมแขนกายผมแล้วขยับมือเร็วระรัว

“อื้ออออ! อ๊าา!!!” ผมครางพร้อมเกร็งกระตุกปลอดปล่อนน้ำรักออกมาอีกครั้งแต่ก็ต้องตกใจเมื่อแกนกายใหญ่ที่สอดแทรกอยู่ในช่องทางด้านหลังขยายขนาดขึ้นมาอีกครั้ง และผมก็ปฏิเสธไม่ได้ 

คืนนั้นกว่าจะเสร็จก็สามรอบจนผมหลับลงไปก่อนเสี่ยถึงได้เป็นคนอาบน้ำให้. พรุ่งนี้ผมลุกไม่ไหวแน่ๆ สามรอบก็จริงแต่กว่าจะเสร็จก็เลยข้ามคืนมาอีกวัน. ผมคงต้องได้ลางานแน่ๆ ระบมไปหมดแล้ว...

 

****************

 

มีความละมุนละไม nc  ตอนนี้ป่วงๆหน่อยเน้อไม่ได้เขียนนาน มือด้าน(?) ถถถถถถถถ

 

TBC.

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น