facebook-icon

ขอบคุณนักอ่านที่รักทุกคน

ชื่อตอน : ตอนที่ 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ค. 2564 03:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1
แบบอักษร

ตอนที่ 1

"น้ำมนต์ไปไหน"

เสียงนุ่มทุ้มแต่ฟังดูน่ากลัวของท่านประธานหนุ่มเอ่ยถามหัวหน้าพนักงานฝ่ายบุคคลเมื่อมองไปยังโต๊ะทำงานแต่ไร้ซึ่งวี่แววของเลขาสาว

"วันนี้น้ำมนต์ลาค่ะบอส" เจ้าของใบหน้างามตอบกลับท่าทางยิ้มแย้ม แตกต่างจากนัยน์ตาสีนิลเข้มดุจน้ำทะเลเขามองคู่สนทนาด้วยความหงุดหงิด

อันที่จริงวันนี้มีงานด่วนที่ต้องเคลียร์ เดทไลน์ที่ต้องส่งงานคือตอนเช้าของวันมะรืนแต่ภาคินมักเคลียร์งานให้เสร็จก่อนวันที่ลูกค้าต้องการอย่างน้อยหนึ่งวัน จึงนับได้ว่าวันนี้คือวันที่เขาต้องทำให้เสร็จ

นั่นจึงเป็นสาเหตุที่เหล่าพนักงานต่างตั้งฉายาให้เขาว่าเป็นเจ้านายสุดโหดที่ความเป๊ะปังไม่เป็นสองรองใคร

งานลูกค้านับสิบๆเจ้าวางกองอยู่บนโต๊ะ เพื่อรอการตรวจทานและเซ็นอนุมัติ ในเมื่อไม่มีเลขาคอยช่วยแล้วเขาจะจ้างเธอไว้ทำไม? นั่นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะแสดงท่าทีหงุดหงิดเมื่อไม่เห็นหน้าของเธอ

"ตามเธอให้ผมด้วย วันนี้มีงานด่วนที่ต้องเคลียร์" ภาคินพูดสั่งน้ำเสียงเรียบแล้วเดินจากไป แต่ก็ต้องชะงักเมื่ออีกฝ่ายพูดว่า

"บอสค่ะ แต่วันนี้น้ำมนต์เธอใช้วันลา..." วันลาพักร้อนที่ไม่ได้รับการอนุมัติจากเจ้านาย สำหรับเขาไม่ถือว่าเป็นวันลาด้วยซ้ำ

"คุณเป็นฝ่ายบุคคลย่อมรู้กฎของการใช้วันลาดีอยู่แล้ว ผมคงไม่ต้องอธิบายเพิ่มแต่ถ้าคุณจัดการเรื่องนี้ให้ผมไม่ได้ก็ไปเขียนใบลาออกซะ" เขาพูดพร้อมกับคลี่ยิ้มแม้สีหน้าดูเป็นมิตร แต่ในใจคือซาตานร้ายดีๆนี่เอง

ความซวยทั้งหมดจึงตกอยู่ที่หล่อน (พลอยใส) พลอยประภา เพื่อนคนสนิทของหญิงสาวที่ท่านประธานกำลังถามถึง คำสั่งของเขาเด็ดขาดจนน่าเกรงขามพลอยประภาถึงกับต้องยกมือขึ้นตบหน้าผากของตัวเอง สีหน้าของหล่อนแสดงออกอย่างชัดเจนถึงภาระอันหนักอึ้งที่รออยู่ข้างหน้า

หลายคนมักพูดกันว่า 'กรรมใครกรรมมัน' แต่วันนี้หล่อนต้องมารับกรรมแทนดาริกาเพื่อนสาวสุดแสบ ช่างขัดแย้งกับประโยคที่คนมักพูดกันเสียจริง

“โอ๊ยฉันอยากจะบ้าตาย...ทั้งเพื่อนทั้งเจ้านายหาเรื่องให้ฉันไม่เว้นวัน”

ยัยเพื่อนตัวดีนี่ก็เหลือเกิน เอาใบลามาส่งทั้งทีไม่มีแม้กระทั่งลายเซ็นของเจ้านาย แถมยังใช้จังหวะที่พลอยประภาเผลอสอดใบลาไว้ใต้เอกสารบนโต๊ะทำงานของหล่อน

น้ำมนต์ (ดาริกา) หญิงสาวผู้อ่อนโยนในสายตาหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ภายในบริษัท สาวน้อยหัวอ่อนไม่ดื้อรั้นคือภาพลักษณ์ของเธอ

พลอยประภาถึงกับเบ้ปากมองบนเมื่อคิดถึงภาพลักษณ์ตอแหลที่เพื่อนสร้างขึ้นเป็นโลกใบที่สอง

เธอนี่แหละตัวดี เรียกได้ว่าแสบกว่าพริกสดก็ดาริกานี่แหละพริกที่ว่าเผ็ดบอกตามตรงว่าคงไม่เผ็ดเท่าเธอ พลอยประภารู้จักคนอย่างเธอดี

และในวันนี้เธอไม่มีทางยอมมาทำงานแน่ๆ ดาริกาเคยแคร์ใครซะที่ไหน ยัยม้าดีดกะโหลกนั่นต้องโดนฟาดด้วยไม้หน้าสามเท่านั้นถึงจะสำนึก

 

ตัดภาพมาที่ดาริกา เวลาเก้าโมงกว่าแต่ร่างบางยังคงนอนซุกอยู่ใต้ผ้าห่มหนา แพขนตาที่เรียงเส้นสวยค่อยๆ ขยับเมื่อไอแดดส่องผ่านเข้ามากระทบ ดวงตากลมหรี่มองไปนอกหน้าต่างเธอหยัดตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงพลางบิดซ้ายบิดขวาคลายความเมื่อยล้าที่ทำงานอย่างหนักมาทั้งคืน วันนี้เธอใช้สิทธิลาพักร้อนเพราะต้องออกไปพบกับลูกค้า เมื่ออีกฝ่ายพูดย้ำบอกเธอว่า

"ที่ผมนัดคุยงานกับคุณมนต์ในครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องถึงมือคุณภาคินหรอกครับ เพราะจริงๆ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร แค่เพียงคุณมนต์คนเดียวก็สามารถจัดการได้"

ถึงแม้วันลาไม่ได้รับการอนุมัติจากภาคิน แต่ที่เธอทำทั้งหมดก็เพื่อบริษัททั้งนั้นดาริกาพูดได้เต็มปากว่าเธอยอมทิ้งวันลาเพื่อออกมาพบลูกค้าลับหลังคนเป็นเจ้านาย

กลับไปเธออาจโดนด่าจนหูฉีกแต่ก็ช่างมันเถอะแค่หูฉีกเท่านั้นเอง ขับรถไปโรงพยาบาลหมอคงไม่ใจร้ายไล่เธอกลับมาหรอก

ดาริกาสลัดผ้าห่มออกจากตัวก่อนลุกไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน เมื่อเสียงของมันยังคงดังลั่นห้องไม่ยอมหยุด เธอเดาว่าสายปลายทางต้องเป็นพลอยประภาแน่นอนที่โทรเข้ามา

'เพื่อนรัก' ชื่อของพลอยประภาโชว์หราอยู่บนหน้าจอซึ่งเหมือนกับที่เธอคิดไว้ไม่มีผิด ผิดแค่เวลาซื้อหวยเธอไม่เคยถูกเท่านั้นเอง

‘ว่าไงจ่ะพลอยใสเพื่อนรัก’

[‘หืม…จะมาอารมณ์ดีอะไรตอนนี้ห๊ะยัยมนต์ ฉันจะโดนบอสแหกอกแล้วเนี่ย’] ประโยคที่พลอยประภากำลังพูดออกมา เธอก็นึกอยู่ในใจเช่นกัน

‘เป็นอะไรอีกล่ะบอสไปว่าอะไรแกอีก วันนี้ฉันลานะเว้ยใบลาก็วางอยู่บนโต๊ะแกแล้ว’

[‘แล้วทำไมแกไม่ทำให้มันถูกต้องละยัยมนต์ แกก็รู้ว่าใบลาก่อนจะเอามาส่งฝ่ายบุคคลต้องมีลายเซ็นของหัวหน้าแกก่อน’]

‘โถ่ยัยพลอย…ให้ฉันรอลายเซ็นจากบอสชาตินี้คงไม่ได้ลาหรอกแกก็รู้อยู่’

ทุกคนในบริษัทรู้จักภาคินดี ใครก็ตามที่ทำงานอยู่ใต้สังกัดของเขาเรื่องวันลาแทบไม่ต้องพูดถึง เพราะเขาไม่มีทางยอมเซ็นง่ายๆแน่นอน นอกจากจะมีเหตุผลดีๆ เช่น พ่อป่วย แม่ตายเขาถึงจะยอมเซ็นให้

[‘แกลาพักร้อนแต่ฉันจะได้ลาออกอยู่แล้ว เลื่อนไปก่อนไม่ได้เหรอยัยมนต์บอสบอกว่ามีงานด่วนที่ต้องเคลียร์ให้แกรีบกลับมาทำงานเดี๋ยวนี้’]

‘โอ๊ย…จะบ้าหรือไงก็ฉันลามาแล้ว และก็มีธุระที่ต้องไปทำด้วยอยู่ๆ จะให้กลับไปทำงานมันก็เกินไปป่าววะ’

ที่เธอพูดมันก็ถูก เอ๊ะ! หรือไม่ถูกดีเพราะที่เธอลาวันนี้ภาคินไม่ยินยอมด้วยซ้ำ

[‘ไม่รู้แหละแกไปตกลงกับบอสเองแล้วกัน แค่นี้ก่อนนะฉันต้องไปทำงานแล้ว’]

‘ยัยพลอย…อย่าเพิ่งวางสายสิมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อนสิ’ พูดไม่ทันขาดคำพลอยประภาก็กดวางสายทันที หล่อนคงเหนื่อยที่ต้องคอยแก้ปัญหาให้กับเพื่อนตัวดีอย่างดาริกา ครั้งนี้คงต้องปล่อยให้เธอรู้จักแก้ปัญหาด้วยตัวเองซะบ้าง

"อะไรอีกเนี่ย"

ดาริกาหงุดหงิดกับเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนี้เป็นอย่างมาก นี่ถ้าไม่ติดกับต้องทำงานใช้ทุนคืนให้กับบริษัทป่านนี้เธอคงลาออกให้มันรู้แล้วรู้รอดไปซะ ส่วนของสัญญาที่ต้องทำงานใช้ทุนก็เนิ่นนานซะเหลือเกิน ระยะเวลาอีกตั้ง 3 ปีที่เธอต้องทนทุกข์ทรมานอยู่กับเจ้านายที่คอยแต่ชี้นิ้วสั่ง เธอจะทนได้อีกนานแค่ไหนกันเชียว

แต่ก็ยังดีที่เขามีส่วนน่าภูมิใจหลงเหลืออยู่บ้าง นั่นก็คือความหล่อที่เทียบได้กับพวกพระเอกแถวหน้าของเมืองไทย หากไม่ติดกับต้องมาเป็นผู้บริหารป่านนี้เขาคงไปโลดแล่นเป็นดาวประดับฟ้าอยู่ในวงการตั้งนานแล้ว

คิดซะว่าบุญบารมีที่ได้สร้างมาส่งผลในชาตินี้ก็แล้วกัน ดีแค่ไหนแล้วที่เธอฝ่าดงชะนีน้อยชะนีใหญ่มายืนอยู่เคียงข้างท่านประธานสุดหล่อคนนี้ได้ ถือซะว่าเป็นผลบุญที่คุณอื่นไม่มีเหมือนกับเธอ

“ถ้าไม่ติดที่บอสหล่อ อย่าหวังว่ามนต์จะทนอยู่แบบนี้ ชิ! คนหล่อทำอะไรก็ไม่น่าเกลียดอยู่แล้วนิ”

ดาริกายังคงรำพึงรำพันถึงคนเป็นเจ้านาย แต่เธอไม่มีทางกลับไปทำงานเพื่อให้ภาคินบ่นตั้งแต่เช้าแน่นอนเอาไว้คุยงานกับลูกค้าเสร็จเมื่อไหร่ค่อยกลับไปโดนบ่นทีเดียวเลยแล้วกัน

อย่างน้อยก็ลดทอนเวลาโดนบ่นโดนด่าจากเจ้านายได้เยอะอยู่

แต่ทว่าการคุยงานทำให้เธอหงุดหงิด อีกฝ่ายเอาแต่ถามเรื่องส่วนตัวจนเธอเหนื่อยที่จะตอบเมื่อเห็นว่าการคุยงานในครั้งนี้ไม่มีประโยชน์เลยสักนิด เธอจึงชิ่งหนีอีกฝ่ายด้วยคำพูดที่เอ่ยขึ้นว่า

"อุ๊ยตายจริง วันนี้มนต์มีนัดกับเพื่อนคงต้องขอตัวกลับก่อนนะคะคุณสินธร" ซึ่งเป็นประโยคที่ดูปลอมเอามากๆ แต่โชคดีคนที่เธอคุยด้วยคือสินธร หากเป็นพลอยประภามีหวังโดนตอกกลับมาว่าตอแหลอย่างแน่นอน

"อะไรกันครับคุณมนต์ คุณเพิ่งจะกินน้ำกินอาหารไปเองจะรีบไปไหนอยู่ต่ออีกสักหน่อยจะดีกว่า"

เธอล่ะสงสัยจริงๆ ทำไมสินธรเอาแต่บอกให้เธอดื่มน้ำส้มแถมยังพูดพรรณนาสรรพคุณของน้ำส้มไปต่างๆนานา ว่าดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ จนดาริกาอดคิดไม่ได้ว่าเขาแอบใส่อะไรลงไปในแก้วหรือเปล่าแต่มันก็คงจะดูเป็นละครน้ำเน่าเกินไป

เธอก็เลยได้แค่คิดเท่านั้นสุดท้ายเธอก็ดื่มมันอยู่ดีแถมยังล่อซะจนหมดแก้ว นี่แหละที่เขาเรียกว่าความตะกละเป็นเหตุ

"มนต์คงอยู่ต่อไม่ได้หรอกค่ะ มนต์ต้องไปแล้วจริงๆ ขอตัวนะคะ" เธอพูดพลางลุกขึ้นแล้วเดินดุ่มๆ ออกไปในทันที

"เล่นตัวนักนะอีน้ำมนต์ คนอย่างกูอยากได้อะไรก็ต้องได้"

 

‘เสียเวลาชะมัดอุตส่าห์ใช้วันลานึกว่าจะได้งานกับไม่ได้อะไรเลย กว่าจะเดินทางไปถึงบริษัทก็เย็นพอดี บอสแดกหัวแกแน่ยัยมนต์’ ดาริกานึกบ่นอยู่ในใจ สินธรทำให้เธอต้องเสียเวลาเปล่าแถมยังต้องเสียวันลาพักผ่อนไปอีกหนึ่งวันเต็มๆ โดยที่ไม่ได้อะไรเลยนอกจากได้กินน้ำกินข้าวฟรีแบบไม่ต้องเสียตังค์

อิ่มจังตังค์อยู่ครบอารมณ์ประมาณนั้น

เวลาผ่านไปจนตกเย็นเธอก็เดินทางมาถึงบริษัทอย่างปลอดภัย ดาริกาเดินออกจากลิฟต์ไปหยุดอยู่หน้าห้องของภาคิน เธอจัดการกับเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองแล้วเคาะประตูเบาๆ สองสามครั้งเพื่อเป็นการบอกกล่าวคนภายในห้อง

"เข้ามา" เจ้าหล่อนเดินทอดน่องเข้าไปด้วยสีหน้าเอือมระอา พอๆ กับชายหนุ่มที่ลุกขึ้นยืนกอดอกมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าเอือมระอาเช่นกัน

"นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว" ภาคินพูดพลางโยนแฟ้มกองโตให้อีกฝ่ายแล้วเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ของตัวเอง

"งานด่วนพวกนี้ จัดการให้หมด"

"เยอะขนาดนี้เลยเหรอคะ…นี่ก็เย็นมากแล้วมนต์ทำไม่ไหวหรอกค่ะวันนี้มนต์เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”

ปัง! เสียงฝ่ามือกระทบโต๊ะทำงานดังลั่น ดาริกาตกใจถึงกับต้องถอยกรูดไปทางด้านหลังราวกับว่าทั้งคู่กำลังแสดงบทพระนางที่ผิดใจกัน เดี๋ยวอีกหน่อยพระเอกคงต้องขึ้นเสียงใส่นางเอกเพราะความโกรธสินะ

"นั่นมันเรื่องของเธอ ฉันต้องรู้ไหม! " แล้วเขาก็ขึ้นเสียงใส่เธอเหมือนที่คิดไว้ไม่มีผิด

"บอสค่ะ คุณจะเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้ไม่ได้นะคะ" ของแบบนี้มันต้องตาต่อตา ฟันต่อฟันในเมื่อไม่ใช่เวลางาน แล้วทำไมเธอต้องยอมคนอย่างเขาด้วย

"เธอพูดว่าฉันเอาแต่ใจตัวเองงั้นเหรอ แล้วที่เธอลาทั้งที่ฉันยังไม่อนุมัติแบบนี้เขาไม่เรียกว่าเอาแต่ใจตัวเองเหมือนกันเหรอน้ำมนต์" น้ำเสียงพูดที่เข้มขึ้นบ่งบอกได้ว่าเขากำลังหงุดหงิด

ร่างสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินเข้าไปหาหญิงสาวเจ้าปัญหา ถึงเธอจะปากกล้าแต่ก็ใช่ว่าจะสู้คนอย่างเขาดาริกาถอยไปด้านหลังจนชนเข้ากับเก้าอี้ที่วางอยู่ก่อนหน้า เธอล้มลงนั่งบนเก้าอี้อย่างแรงเมื่อสุดทางหนี เจ้าของใบหน้าหล่อเท้าแขนลงบนพนักเก้าอี้ทั้งสองฝั่ง ก่อนโน้มตัวลงไปหาอีกฝ่ายซึ่งใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันไม่ถึงหนึ่งคืบด้วยซ้ำ

"บอสจะทำอะไรคะ มนต์สู้นะคะบอกไว้ก่อน" ดาริกายกมือขึ้นปิดป้องหน้าอกของตัวเองเมื่อคนตรงหน้ายังคงจับจ้องเธอไม่ละสายตา ท่าทางของเธอทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

ไม่น่าเชื่อว่าคนที่กำลังโกรธอยู่เมื่อครู่ กลับหัวเราะออกมาเพียงเพราะกิริยาไร้เดียงสาของเด็กน้อยไม่รู้ประสีประสาอย่างเธอ ภาคินยอมรับหน้าด้านๆ ว่าท่าทางเลิ่กลั่กของเธอทำให้เขาโกรธไม่ลงจริงๆ

"คิดอะไรของเธออยู่ห๊ะ" นิ้วเรียวจิ้มเบาๆ บนหน้าผากโหนกนูน ภาคินออกแรงลากเก้าอี้ที่เธอนั่งอยู่จนสุดแรงทำให้เธอและเก้าอี้ลอยลิ่วไปชนกับขอบโต๊ะทำงานเข้าอย่างจัง จนเขาเองก็แอบตกใจอยู่เหมือนกันว่าเธอจะได้รับอันตราย

"โอ๊ย มนต์เจ็บนะคะบอส"

"หยุดพูดแล้วก็รีบทำงาน" เขาพูดบอกแต่น้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิมจนน่าแปลกใจ ดาริกาไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเขา เธอทำได้เพียงก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไปให้เสร็จเท่านั้น

หลังจากทำงานไปได้สักพักดาริกาเริ่มรู้สึกเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวเธอขยับต้นคอไปมาเนื่องจากความเหนื่อยล้าที่ต้องเร่งทำงานด่วน หญิงสาวเริ่มมีอาการแปลกๆ อยู่ๆ ก็รู้สึกร้อนวูบวาบตามร่างกายใบหน้าขาวนวลเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำจนเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้

เจ้าหล่อนรู้สึกเบลอๆ เคลิ้มๆ ไปกับคนตรงหน้า ใบหน้าหล่อของเขาทำให้เธอต้องกลืนน้ำลายลงคอ มันเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเธอกันแน่?

ดาริกาชักเริ่มไม่แน่ใจเมื่ออยู่ๆ ตัวเองกลับมีอารมณ์ทางเพศขึ้นมาดื้อๆ และคงมีเพียงเขาเท่านั้นที่สามารถช่วยเธอได้ในตอนนี้

"โอ๊ย...ทำไมมันร้อนอย่างนี้นะ"

 

*****

อิน้องใจเย็น ใจเย็นก่อนนนน

คอมเม้นแสดงความคิดเห็นกันได้นร่าชอบกันไหมเอ่ย 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว