ฝากนิยายเรื่องนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณทุกกำลังใจและคอมเม้นทุกคอมเม้นด้วยนะคะ💞: )

บทที่6 นางผู้มาจากสวรรค์ชั้นสูง

ชื่อตอน : บทที่6 นางผู้มาจากสวรรค์ชั้นสูง

คำค้น : สัตตบงกชแห่งนาคา / รัตนะมณี

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 259

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มิ.ย. 2564 12:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่6 นางผู้มาจากสวรรค์ชั้นสูง
แบบอักษร

"วันนี้เป็นวันมงคล..ข้าไม่อยากจะทำให้องค์อินทราทรงกริ้ว เจ้าเองก็ควรจะรักษากิริยามารยาท สงบสติอารมณ์เอาไว้ก่อน หากเจ้าอยากพิสูจน์ชื่อเสียงที่ไร้พ่ายของข้าก็เอาไว้ครั้งหน้า หลบไป!"

นาคราชหนุ่มดึงมือนางเดินผ่านวราภักดิ์ไปอย่างไม่สนใจ ครุฑาร่างใหญ่มองด้วยสายตาขุ่นโกรธเป็นที่สุด ทำท่าจะสาวเท้าเข้าไปเอาเรื่องอีกฝ่าย

"หน็อย..เจ้ารามมินทรา!"

"หยุดก่อน! ท่านครุฑาผู้เก่งกาจ"

เสียงนุ่มเย็นของอิสตรีนางหนึ่งเอ่ยยับยั้งเขาเอาไว้ ร่างสูงหนาหันมองไปยังต้นเสียงในทันที ก็ปรากฏเทพธิดานางหนึ่งที่ดูมีบารมีและพลังอำนาจอันน่าสะพรึงซ่อนเร้นยืนมองเขาอยู่

"เจ้าเป็นใครกัน?"

วราภักดิ์เพ่งพิศนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แม้จะมีความงดงามอยู่ไม่น้อย ทั้งทรวดทรงองเอวก็ไร้ที่ติ หากแต่ครุฑาหนุ่มกลับรับรู้ได้ถึงความยาวนานในการคงอยู่ของนางผู้นี้ด้วยจิต

"ข้านามว่า ศรีมาลา มาจากปรนิมมิตวสวัตตี"

การแนะนำตัวของเทพธิดาผู้นี้สร้างความประหลาดใจให้แก่ครุฑาหนุ่มอยู่ไม่น้อย สวรรค์ชั้นนี้แบ่งออกเป็นสองฝั่ง มีผู้ปกครองต่างกัน

คงมิใช่ว่า..นางมาจากฝั่งของพระยามาราธิราชหรอกนะ!

"หึหึ..ข้าจะมาจากแดนใดก็ไม่สำคัญหรอก แต่ข้า..ช่วยให้เจ้าสมหวังในสิ่งที่เจ้าปรารถนาได้ทุกเรื่องนี่สิสำคัญกว่า"

ใบหน้าที่งามคมขำแย้มยิ้มให้กับเขา ดวงตาเฉี่ยวดุส่องประกายเชื้อเชิญ

"แล้วเหตุใดเจ้าจึงคิดจะมาช่วยข้าเล่า ในเมื่อเราต่างก็มิได้รู้จักกัน"

วราภักดิ์กระตุกวาบในใจเล็กน้อย อิสตรีผู้นี้ล่วงรู้ความคิดของเขาได้ทั้งๆที่เขาปิดกั้นเอาไว้อย่างดีแล้ว นั่นหมายความว่านางย่อมไม่ธรรมดา

"แน่นอน..ท่านครุฑผู้เกรียงไกร ข้าย่อมมีสิ่งที่ต้องการเพื่อแลกเปลี่ยนกับท่าน แล้วท่านเล่าจะยอมร่วมมือกับข้าหรือไม่..ท่านวราภักดิ์"

เรือนร่างที่คล้ายจะดูเพรียวบางหากแต่อวบอิ่มในส่วนที่บุรุษชื่นชอบย่างกายเข้ามาใกล้ๆ

"หากท่านยินดี..ข้าเองก็ยินดีที่จะช่วยท่านในทุกๆเรื่องเช่นเดียวกัน"

มือเรียวงามแตะไปที่แผงอกแกร่งพร้อมจ้องมองด้วยแววตาที่สื่อส่งความหมายลึกล้ำ

"ศรีมาลา เจ้าอยากให้ข้าช่วยในสิ่งใดกัน?"

ครุฑาหนุ่มถามในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการในทันที เพราะไม่อยากจะเสียเวลาไปมากกว่านี้

นางผู้แสดงตนว่ามาจากสวรรค์ชั้นสูงโค้งมุมปากอย่างรู้ทัน ครุฑหนุ่มตนนี้มากไปด้วยความทะเยอทะยานและอัตตาอันสูงลิ่ว สิ่งที่ใช้แลกเปลี่ยนกับเขาย่อมต้องคุ้มค่า

"ข้าต้องการ..นางนาคีผู้นั้น!"

คำตอบที่ศรีมาลาเอ่ยออกมาพร้อมสายตาที่มองไปยังทิศทางของผู้ที่เพิ่งจะจากไป สร้างความประหลาดใจให้กับครุฑาหนุ่มร่างกำยำเป็นที่สุด

"นางผู้ถวายบัวทิพย์ร่วมกับเจ้ารามมินทราน่ะหรือ?" วราภักดิ์ถามย้ำเพื่อต้องการจะแน่ใจ

"ใช่แล้ว นามของนางผู้นั้นคือ รวินทร์รดา ราชธิดาเพียงองค์เดียวของกษัตริย์แห่งฉัพพะยาปุตตะ องค์เอกอนันต์นาคาธิราช"

เทพธิดาชั้นสูงผู้นี้มิเพียงแจ้งชัดต่อเป้าหมาย ยังสืบรู้ถึงที่มาของนางผู้นั้นอีกด้วย

"เหตุใดเจ้าจึงต้องการตัวนาง หรือว่าเจ้ามีความแค้นอันใดกับองค์เอกอนันต์" วราภักดิ์ถามขึ้นในทันที

"หึหึ วราภักดิ์ ท่านเองก็อยากจะได้ในตัวนางมิใช่หรือ หากได้ตัวนางมาแล้ว..ท่านอยากจะทำอันใดกับนางก่อนข้าก็ไม่ขัดข้อง เพียงแต่หลังจากนั้นนางจะต้องอยู่ในกำมือของข้า"

ดวงตาเฉี่ยวดุมองไปยังใบหน้าคมสันอย่างรู้ความคิดของอีกฝ่าย

"เจ้ามีความแค้นต่อนางผู้นี้หรือ ศรีมาลา"

ครุฑาหนุ่มยังควต้องการคำตอบที่แน่ชัดกว่านี้ แม้เขาจะถูกใจในตัวนางเพียงแค่เห็นหน้า แต่ก็ไม่แน่ว่าเขาจะอยากได้นางมาเพียงแค่อยากเอาชนะรามมินทราเสียเมื่อใด

หากเขาเกิดหลงรักนางขึ้นมาจริงๆ แล้วจะยอมส่งตัวนางให้กับศรีมาลาผู้นี้ได้หรือ!

"นางมีความสำคัญบางอย่างต่อข้า จิตของนางมาจากสวรรค์ชั้นสูงกว่าที่นางกำลังอยู่ในตอนนี้ เจ้าเพียงแค่เชื่อฟังและทำตามที่ข้าบอก แล้วเจ้าจะได้ทุกอย่างที่เจ้าต้องการ"

เทพธิดาในชุดสีแดงเพลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มีความลับลึกล้ำซ่อนอยู่ แววตาของนางเปล่งประกายราวกับกำลังมีเปลวไฟที่ลุกโชน

"ข้าจะได้ทุกอย่างกระนั้นรึ?" ครุฑหนุ่มย้อนคำอย่างไม่คิดว่ามันจะคุ้มค่า

"ท่านอยากเป็นใหญ่เหนือนาคราชเหนือครุฑทั้งปวงมิใช่หรือวราภักดิ์ แล้วถ้าข้าให้ท่านได้ยิ่งกว่านั้นเล่า..เป็นใหญ่เหนือสี่เหล่า ครุฑ นาค ยักษ์และคนธรรพ์ จะสวามิภักดิ์ต่อท่าน ที่นี้คิดว่ามันคุ้มค่ามากพอที่จะยอมร่วมมือกับข้าแล้วหรือยัง!"

เมื่อได้ยินประโยคนี้ ครุฑาหนุ่มถึงกับมองนางอย่างตะลึงค้าง เทพธิดาผู้มาจากสวรรค์ชั้นปรนิมมิตวสวัตตีผู้นี้ช่างไม่ธรรมดา นางล่วงรู้ไปถึงความปรารถนาส่วนลึกในใจของเขาได้อย่างถ่องแท้

"เยี่ยงนี้สิ..ถึงจะน่าสนใจอยู่บ้าง หากแต่เจ้าแน่ใจหรือว่าจะช่วยให้ข้ายิ่งใหญ่ถึงเพียงนั้นได้" ร่างใหญ่หนาเดินเข้าประชิดนางอย่างเริ่มจะสนใจ

"ก็ลองมองเข้าไปในสิ่งนี้ดูสิ"

นางเนรมิตดวงแก้วสีแดงอมดำออกมาให้อีกฝ่ายรับไป วราภักดิ์หยิบขึ้นมาพิจารณาดูอย่างช้าๆ ฉับพลันมันก็ฉายภาพกองทัพทหารกล้ารูปร่างสูงใหญ่หน้าตาดุดันเป็นจำนวนมหาศาล

"นะ นี่มัน!"

ครุฑาหนุ่มถึงกับตกใจ เขายังไม่เคยเห็นกองทัพทหารมากมายถึงเพียงนี้มาก่อน

"ที่ท่านเห็นคือคนของข้าทั้งหมด ติดตามรับใช้ข้ามานาน ขอเพียงข้ากระดิกนิ้ว..พวกมันพร้อมจะเข้าจู่โจมทุกที่จนสิ้นซาก"

นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สายตาจับจ้องท่าทีของครุฑหนุ่ม

"ศรีมาลา เจ้าเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก หากเราทำความรู้จักสนิทสนมกันมากขึ้นอีกนิด น่าจะเป็นเรื่องดี"

คราวนี้ใบหน้าคมสันเคลื่อนเข้าไปใกล้นางอย่างกรุ้มกริ่ม มือหนาลูบไล้พวงแก้มเนียนที่อยู่ตรงหน้าอย่างสื่อความนัย

"เป็นความคิดที่ไม่เลว..ข้าเองก็อยากจะรู้ว่าท่านจะแข็งแกร่งสักเพียงใด"

ริมฝีปากบางสีแดงชาดยักโค้งอย่างพึงพอใจ นางส่งสายตาหวานเชื่อมให้เป็นคำตอบ ฝ่ามือเรียวนุ่มกอบกุมไปยังจุดสำคัญแห่งความเป็นชาย..

 

"รวินทร์รดา เจ้ากลัวหรือไม่?"

เมื่อเดินห่างออกมาไกลพอสมควร นาคราชหนุ่มก็หันไปถามนางที่เดินก้มหน้าเดินตามเขามาอย่างเงียบๆ

"นะ นิดหน่อยเจ้าค่ะ" นาคีสาวตอบเสียงเบา

"เจ้าวราภักดิ์เป็นโอรสของพญาสัตสุบรรณครุฑราช เขาเป็นผู้นำทัพในเผ่าครุฑเหมือนกับข้าที่นำเผ่านาคราช เขาไม่ค่อยจะชอบหน้าข้าสักเท่าใดนัก ต้องขอโทษเจ้าด้วยที่ทำให้ต้องมาเจอกับครุฑเกเรเช่นมัน"

รามมินทรากล่าวบอกให้นางได้รับรู้ ด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิดต่อนาง

"ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ มิใช่ความผิดของท่านนี่เจ้าคะ ต่อไปข้าก็คงจะไม่ได้เจอกับเขาแล้ว"

รวินทร์รดาเอ่ยด้วยเสียงหวานใส นางเองก็ไม่ได้คิดว่าเรื่องนี้เป็นความผิดของเขาสักนิด

"รวินทร์รดา เจ้าเคยเห็นต้นปาริชาตหรือไม่ ต้นไม้ที่จะออกดอกในทุกๆหนึ่งร้อยปีสวรรค์"

เสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยถึงต้นไม้สำคัญบนสวรรค์ ทำให้ใบหน้าเรียวงามอดที่จะเงยขึ้นด้วยความอยากรู้ไม่ได้

"ดอกปาริชาต ดอกไม้ที่จะทำให้ระลึกอดีตชาติได้ใช่หรือไม่เจ้าคะ?" นางถามด้วยความตื่นเต้น

"เจ้าคงเคยได้ยินหรือเคยเห็นมาแล้ว ตอนนี้มันกำลังจะออกดอกอีกครั้ง มีเหล่าเทพบุตรเทพธิดามากมายที่คอยเฝ้ารอการออกดอกของมัน เจ้าอยากให้พี่พาไปดูหรือไม่"

"อยากเจ้าค่ะ! อะ เอ่อ จะดีหรือเจ้าคะ"

นาคีสาวเผลอตัวหลุดปากออกไป แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเป็นการไม่สมควร นางจึงสงบคำอย่างนึกกระดากอาย

"หึหึ..ไปเถิด พ่ออนุญาต"

น้ำเสียงคุ้นหูดังขึ้นไม่ไกลจากตัวมากนักทำให้นาคีสาวรีบไปมอง

"ท่านพ่ออนันตรัย!"

รวินทร์รดารีบดึงมือออกจากเขาแล้ววิ่งไปหาบิดาบุญธรรมอย่างรวดเร็ว

"พ่อตั้งใจจะมารับตัวไปส่งให้พระบิดาของเจ้า แต่ยังมีเวลาอยู่..เจ้าไปกับท่านรามมินทราก่อนก็ได้ พ่อจะรอเจ้าอยู่ที่นี่"

พญาอนันตรัยลูบศีรษะธิดาบุญธรรมด้วยความเอ็นดู ก่อนจะหันไปสั่งความกับนาคราชหนุ่ม

"ท่านรามมินทรา พานางไปดูเถิด..นางอยู่แต่ในวังมิค่อยได้ไปที่ใดนัก ประเดี๋ยวข้าจะรออยู่ที่นี่เอง"

"ขอบพระคุณ..ท่านอนันตรัย"

รามมินทราค้อมศีรษะคำนับอย่างให้ความเคารพ แล้วจูงมือนางต่อหน้าผู้เป็นบิดาบุญธรรม

"เอ่อ..ท่านรามมินทรา"

รวินทร์รดาพยายามจะดึงมือออก แต่อีกฝ่ายก็กุมกระชับแน่นไม่ยอมปล่อย

"มาเถิด..ประเดี๋ยวท่านอนันตรัยจะรอนาน"

เจ้าของร่างสูงจูงมือนางออกเดินอย่างไม่รอช้า นาคีสาวจำต้องเดินตามเขาไปอย่างรู้สึกขัดเขินระคนเกรงกลัวบิดาบุญธรรมจะตำหนิ

"รวินทร์รดา เจ้าเอาแต่ก้มหน้าแล้วจะเห็นความงามรอบๆตัวเจ้าได้อย่างไรกัน"

เสียงผู้ที่จูงมือนางดังขึ้นอย่างเอ็นดู ท่าทีของนางที่ดูเก้อเขินและเอียงอายช่างใสซื่อบริสุทธิ์จนไม่อยากให้ใครได้เห็น

นาคีสาวค่อยๆเงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นต้นไม้ใหญ่ตรงหน้าที่เด่นสง่ารายล้อมไปด้วยทิวทัศน์ที่งดงามและร่มรื่นก็ให้ตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก

"ต้น..ปาริชาต" นางเปรยออกมาอย่างตื่นตะลึง

"ยามต้นปาริชาตออกดอก ผู้ใดที่แสดงปรารถนาอยากจะได้..มันก็จะลอยลงมาในมือผู้นั้นโดยมิต้องไปเด็ดมา" ร่างสูงโปร่งกล่าวบอกนางข้างกาย

"ท่านเคยได้มาหรือไม่เจ้าคะ" รวินทร์รดาเอ่ยถามเขาด้วยความอยากรู้

"พี่ไม่เคยอยากได้มัน อดีตชาตินั้น..บางครั้งก็มิใช่สิ่งที่น่าปรารถนา ปัจจุบันตรงหน้าเสียมากกว่า..ที่ควรปรารถนา"

ใบหน้าคมเข้มหันมาที่นางพร้อมเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเจือไปด้วยความหมายบางอย่าง

"แล้วเหตุใด หลายผู้จึงอยากจะได้ดอกไม้ที่ระลึกชาติได้ล่ะเจ้าคะ" นางถามด้วยความใสซื่อ

"เพราะบางผู้..ต้องการจะล่วงรู้สิ่งที่ตนเคยได้กระทำมา หรืออยากรู้ในสิ่งสำคัญที่ตนได้หลงลืมมันไป และสำหรับบางผู้นั้น..จำเป็นต้องรู้เพื่อหน้าที่ที่จะต้องทำต่อ"

"ถ้าเช่นนั้น..ข้าแค่เพียงมองดูมันคงจะดีกว่า ข้าเองไม่ได้อยากรู้อดีตชาติเหมือนท่าน"

นางตอบตามความรู้สึกที่แท้จริง แต่เมื่อหันมามองนาคราชหนุ่มก็พบกับสายตาคมที่กำลังจับจ้องตนอยู่ จึงรีบหลบต่ำในทันที

"แล้วเจ้าอยากเห็นต้นจำปีบาดาลหรือไม่?"

อีกฝ่ายเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นนางไม่กล้าที่จะสบตาตน นาคาหนุ่มอยากจะเชยคางนางขึ้นมาเหลือเกินแต่ก็ต้องข่มใจเอาไว้

"มะ..มันอยู่แถวๆนี้ด้วยหรือเจ้าคะ"

แม้จะอยากรู้แต่นางก็ไม่กล้าหันมาถามเขาตรงๆ

"เปล่าหรอก..แต่ถ้าเจ้าอยากเห็นพี่จะพาไป"

"มันอยู่ที่ใดล่ะเจ้าคะ ถ้าไม่ไกลมากข้าก็จะไปดูเจ้าค่ะ?"

รวินทร์รดาตอบอย่างรู้สึกขัดเขิน แต่ในเมื่อได้รับอนุญาตให้มาได้แล้วก็ควรไปดูเสียให้คุ้มกับเวลาที่ได้มา

"ที่วังวิรูปักษ์ก็มี ขึ้นอยู่ติดกับตำหนักของพี่เอง อยากไปดูหรือไม่เล่า?"

คราวนี้ใบหน้าเรียวหวานถึงกับร้อนผ่าว พวงแก้มแดงระเรื่อในทันที

นะ..นั่นมันที่วังเขามิใช่หรือ!

นาคีสาวส่ายหน้าปฏิเสธรัวๆ จะให้นางไปได้อย่างไรกัน ขืนยอมให้เขาพาไปมีหวังพระบิดาของนางได้ไปเผาวังวิรูปักษ์เป็นแน่..

 

***********************

# นางไม่ไป แต่น้องอยากไปเจ้าค่ะท่านพี่..น้องอยากปายยย

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว