ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

+++ บทที่37 วันที่เขาพาผมกลับบ้าน +++

ชื่อตอน : +++ บทที่37 วันที่เขาพาผมกลับบ้าน +++

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 27 เม.ย. 2564 20:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
+++ บทที่37 วันที่เขาพาผมกลับบ้าน +++
แบบอักษร

 

 

บทที่37 

วันที่เขาพาผมกลับบ้าน 

เมื่อการสอบเสร็จสิ้นลงในช่วงเที่ยงของวันนั้น ผู้อำนวยการโรงเรียนได้ประกาศจบการศึกษาอย่างเป็นทางการ คราวนี้ก็มาถึงช่วงเวลาที่นักเรียนหลายๆ คนรอคอย นั่นก็คือการยืนใบสมัครเข้าสังกัดในหน่วยที่ตัวเองต้องการและใฝ่ฝัน 

พันเอกฮาแกนขอตัวกลับไปที่ฐานบัญชาการชั่วคราวของอวาลอนเพื่อจัดการกับงานที่ค้างไว้ ก่อนจะกลับอัลฟ่าตัวสูงนั้นกำชับกับคนตัวเล็กให้รีบกลับ ห้ามแวะที่ไหนเพราะมีธุระที่จะคุยกับเขาต่อ ดีแลนพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย วันนี้เขาเองก็อยากจะพักผ่อนแล้ว ไม่มีแรงจะไปฉลองที่ไหนต่อทั้งนั้น ซึ่งเพื่อนๆ ก็เห็นสมควรด้วย และนัดวันกันเพื่อเลี้ยงฉลองอีกทีหนึ่ง ก่อนจะแยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัวและยื่นเอกสาร 

ในตอนนี้ที่หน้าห้องธุรการเนืองแน่นไปด้วยนักเรียกที่มายื่นใบสมัคร เมื่อโอเมก้าตัวเล็กเดินเข้าไปใกล้กลุ่มคนที่แออัดกันอยู่ พวกเขาก็เริ่มหลีกทางให้คนตัวเล็กโดยง่าย สายตาที่มองมาที่เขาหาใช่ความรังเกียจเหมือนที่เขาเคยพบเจอ ทุกคู่เต็มไปด้วยความชื่นชมและยอมรับในตัวเขา จนคนที่ไม่เคยเป็นจุดสนใจเริ่มรู้สึกประหม่า ดีแลนก้าวฉับๆ ไปที่เคาน์เตอร์และยื่นใบสมัครให้ครูฝึกที่อยู่อีกฝั่ง นักเรียนที่มุงกันอยู่ตรงนั้นก็เริ่มสอดรู้สอดเห็น และแอบฟังว่าเขาจะเข้าสังกัดหน่วยงานใด 

  

“ใบสมัครครับ” 

“โอ้ว...เธอนักเรียนโอเมก้าที่ได้ที่หนึ่งนี่ ยินดีด้วยนะ” 

“ขอบคุณครับ” 

“ขอให้หลังจากนี้ชีวิตรุ่งโรจน์สุดๆ เลยนะ พวกในสภาคงอยากรู้อยากเห็นมากเป็นพิเศษแน่เลยวันที่เธอเข้าทำงานวันแรก” 

“เอ่อ...ผมไม่ได้ยื่นขอเข้าสังกัดสภาครับ” 

“หา???” 

  

ครูฝึกคนนั้นก้มหน้าลงมองในเอกสารที่คนตัวเล็กนำมายื่น ตรงช่องหน่วยงานที่ต้องการสังกัดระบุไว้ชัดเจนว่า Vanguard (ทหารแนวหน้า) เจาะจงสังกัดหน่วย Enigma ดีแลนก้มหน้าลงเล็กน้อยด้วยความกังวล เขียนลงไปตรงๆ แบบนั้นจะถูกหาว่าไม่เจียมและอวดดีหรือเปล่านะ 

  

“...ถ้าจะไปแนวหน้า ต้องไปยื่นเอกสารที่ห้องธุรการในตึก11นะ” 

“โอ๊ะ...ขอบคุณครับ” 

  

คนตัวเล็กรับเอกสารของตัวเองคืนมาแล้วรีบหันหลังเดินออกจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด เสียงซุบซิบดังกระหึ่มเมื่อดีแลนเดินพ้นมุมตึกไป นักเรียนที่ได้ที่หนึ่งส่วนใหญ่เลือกไปสังกัดสภามิวเทท จนคล้ายว่าทุกปีทางสภาจะมีตำแหน่งงานระดับสูงว่างสำหรับนักเรียนที่ได้ที่หนึ่งเสมอ แต่เหมือนว่าในปีนี้อะไรๆ จะผิดคาดไปเสียหมด 

ดีแลนเดินไปที่ตึก11 เพื่อยื่นเอกสาร ทว่าที่ระหว่างทางเดินไปธุรการนั้น กลับปรากฏร่างเล็กที่คุ้นตา เรเชลนั่นเอง เบต้าสาวตัวน้อยยืนหันรีหันขวางอยู่ตรงด้านหน้าห้อง ไม่รอช้าดีแลนวิ่งเหยาะๆ เข้าไปหาอีกฝ่ายทันที 

  

“คุณเรเชลมาทำอะไรตรงนี้ครับ?” 

“อ๊ะ คุณดีแลน พอดีฉันลองคิดแล้วน่ะค่ะ ความชอบของฉันเหมาะกับแนวหน้า พอไปที่ห้องธุรการใหญ่เขาก็บอกให้มาที่นี่ แต่ฉันไม่รู้ว่าห้องไหน” 

“อย่างนี้นี่เอง งั้นไปด้วยกันเลยไหมครับ ผมก็จะเอาใบสมัครมายื่นเหมือนกัน” 

“ได้ค่ะได้” 

  

หนูกระเป๋าตัวเล็กทั้งสองคนเดินปุกปิกเคียงข้างกันไปตามทางเดิน เรเชลบอกกับดีแลนว่าเธอเองยังไม่แน่ใจว่าจะไปอยู่ในส่วนไหนของแนวหน้า แต่ก็เขียนระบุไปแล้วว่าตัวเองถนัดการใช้ปืนซุ่มยิงระยะไกล ผู้หลักผู้ใหญ่ในนั้นคงจะจัดวางเธอในตำแหน่งที่เหมาะสมเอง ขอให้ได้ใช้ปืนที่เธอรักบ่อยๆ ไปอยู่แนวหน้าสักสองปีก็ไม่เลวนัก 

ทั้งสองคนเดินมาถึงด้านหน้าของห้องธุรการขนาดเล็ก ดีแลนยื่นมือจะไปจับลูกบิดประตู ทว่ามันก็ถูกหมุนและเปิดออกมาก่อน ร่างสูงของอัลฟ่าเจ้าของเรือนผมและนัยน์ตาสีแดงชะงักไปเมื่อเห็นพวกเขาทั้งสองคน อีริคมองซ้ายมองขวาทำท่าทางเลิกลักในทันที 

  

“คุณอีริค...มาทำอะไรครับ...” 

“เอ่อ...คือว่า...” 

  

ยังไม่ทันที่อัลฟ่าตัวใหญ่จะได้พูดอะไร กลิ่นหอมของดอกวิสทีเรียก็โชยเข้าจมูกของดีแลน ร่างเล็กหันไปทางต้นตอของกลิ่น ก็เจอกับเอมิเลียที่เหมือนจะตกใจที่เจอเขาอยู่เช่นกัน เสียงฝีเท้าเดินมาตามทางอีกด้านเรียกความสนใจของทั้งสี่คนให้หันไปมอง เบต้าเจ้าของใบหน้าตี๋เดินมาเรื่อยๆ และเงยหน้าขึ้นจากเอกสารในมือ ทั้งห้าคนนิ่งไปและอุทานออกมาพร้อมกันช้าๆ 

  

“อ้าว.../ อ้าว / อ้าววว / อ้าว! / อ้าว~” 

“สำหรับดีแลนกับเรเชลฉันไม่แปลกใจหรอก พวกนายสองคนอ่ะมาทำอะไรที่นี่” 

“ว่าแต่คนอื่น ตัวเธอล่ะคะ? มาทำอะไร” 

  

อีริคยังคงเลิกลักไม่หาย ส่วนเอมิเลียก็กลอกตาไปมา สรุปได้ว่าทุกคนในกลุ่มนี้ตกลงปลงใจจะไปแนวหน้ากันหมด ฉิงหลงบอกว่าเขานั้นสนใจงานITก็จริง แต่งานจัดการกับวัตถุระเบิดนั้นน่าตื่นเต้นมากกว่า เขาเลยอยากจะหาประสบการณ์กับการไปเป็นแนวหน้าก่อน ครบกำหนดค่อยย้ายไปITก็ยังไม่สาย 

ส่วนเอมิเลียนั้นบอกว่าเธอยังเลือกไม่ได้ว่าจะไปอยู่สังกัดไหน เลยจะไปอยู่แนวหน้าก่อนเพื่อใช้เวลาสองปีในการค้นหาความชอบของตัวเอง ส่วนอีริคนั้นคล้ายกับเอมิเลีย ความต้องการที่จะเข้าสภานั้นเป็นของพ่อไม่ใช่เขา ตัวเขาเองยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการไปอยู่หน่วยไหน เลยมายื่นใบสมัครเข้าแนวหน้า เพราะกะจะใช้ช่วงเวลาสองปีนั้นค้นหาตัวเอง และอยู่ให้ไกลจากพ่อ 

เย็นวันนั้นดีแลนกลับมาที่ฐานบัญชาการพิเศษของอวาลอน คนตัวเล็กพาตัวเองขึ้นไปที่ชั้น10 เขาเดินไปเคาะประตูห้องทำงานของพันเอกและเปิดเข้าไป ทว่าด้านในไม่มีใครอยู่ ดีแลนเอียงคอด้วยความสงสัย แล้วเดินกลับห้องตัวเองเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย บางทีพันเอกอาจจะติดธุระที่อื่นอยู่ 

กลิ่นหอมสดชื่นของครีมอาบน้ำฟุ้งไปทั่วห้อง ร่างเล็กเดินเช็ดผมเปียกๆ ออกมาจากห้องน้ำก็พบกับร่างสูงที่คุ้นเคย ฮาแกนในชุดกางเกงสแลคสีดำและเชิ้ตสีแดงเข้มพับแขนขึ้นมาจนถึงศอก อีกฝ่ายนั่งไขว่ห้างเท้าศอกกับหน้าขามองเขาอยู่บนเตียง ดีแลนหน้าขึ้นสีหน่อยๆ ไม่มีใครจะฮอตปรอทแตกทุกลุคเหมือนอัลฟ่าตรงหน้าเขาอีกแล้ว 

  

“สรุปว่ามีอะไรหรือครับ?” 

“ก็เรื่องของขวัญที่จะให้ แต่ก่อนอื่นเธอต้องไปเก็บกระเป๋าก่อน เราจะไปที่อื่นสามวัน” 

“ปะ...ไปไหนครับ?” 

“เดี๋ยวเธอก็รู้ เก็บกระเป๋าเร็ว แล้วไปเจอกันที่ดรอปออฟชั้นG2 ในอีกครึ่งชั่วโมงนะ” 

  

ฮาแกนลุกจากเตียง สองขายาวก้าวเดินเข้ามาหาดีแลน มือใหญ่ประคองใบหน้าเล็กๆ ไว้แล้วก้มตัวลงมาหอมหัว ริมฝีปากร้อนๆ ฝังลงที่เปลือกตาทั้งสองข้าง ดีแลนยังคงงงอยู่ รู้ตัวอีกทีเจ้าของกลิ่นวู้ดดี้ก็เดินออกจากห้องไปแล้ว มือเล็กพลิกวอชดูเวลาและเริ่มลงมือจัดกระเป๋าเดินทางด้วยความรวดเร็ว 

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป เจ้าหัวไชเท้าปรากฏตัวที่จุดดรอปออฟชั้นG2 ที่ตรงนั้นมีรถSUVของBMWจอดรออยู่แล้ว พร้อมกับพันเอกฮาแกน ร้อยเอกไพธอน และหมอออสติน ฮาแกนเดินเข้ามารับกระเป๋าเดินทางของดีแลนไปเก็บที่ท้ายรถ ส่วนหมอออสตินก็เดินเข้ามาหาเขาซึ่งยังคงงงอยู่ วงแขนกว้างของหมอออสตินดึงตัวดีแลนเข้าไปกอดหลวมๆ 

  

“ขออวยพรให้จากนี้คุณเจอแต่ความสุขนะครับ” 

“พูดเหมือนเราจะไม่เจอกันอีกแล้วอย่างนั้นแหละครับหมอออสติน” 

“อ่า...ขอโทษทีครับ สมองผมมัน...” 

  

ออสตินชี้นิ้วเข้าที่หัวตัวเองและหมุนเป็นวงกลม ดีแลนยิ้มให้กับท่าทางนั้น ไพธอนขึ้นรถไปนั่งประจำตำแหน่งคนขับแล้ว ส่วนฮาแกนก็เปิดประตูรถรอเขาอยู่ ออสตินปล่อยเขาจากวงแขนแล้วโบกมือให้คนตัวเล็กเดินไปขึ้นรถ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย SUV คันใหญ่ก็เคลื่อนตัวออกจากฐานบัญชาการพิเศษของอวาลอนไป 

ไพธอนขับรถมาตามถนนใหญ่เรื่อยๆ จนถึงท่าอากาศยานนานาชาติ ประเทศอวาลอน หลังจากแลกบัตรแสดงตัวแล้วเบต้าหนุ่มขับเข้าไปในส่วนของลานจอดเครื่องบิน จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ด้านข้างเครื่องโบอิ้งส่วนตัวลำหนึ่งที่เหมือนจอดรอพวกเขาไว้อยู่แล้ว ดีแลนมองที่เครื่องโบอิ้งลำนั่นแหละหันกลับมาหาคนตัวใหญ่ที่นั่งกุมมือเขามาตลอดทาง 

  

“เราจะไปไหนกันครับ?” 

“จำที่พี่เคยบอกเธอว่าจะหาโอกาสพากลับบ้านได้ไหม?” 

“อะ...” 

“เราจะไป ‘เอเดน’ ด้วยกัน” 

  

คนตัวเล็กค้างไปเพราะความช็อก ทำให้คนตัวใหญ่กว่าฉวยโอกาสคว้าข้อมือเขาให้เดินตามขึ้นเครื่องไป ประตูเครื่องเคลื่อนปิดสนิท ที่นอกหน้าต่างร้อยเอกไพธอนถอยรถและขับออกจากลานจอดไป ดีแลนรู้สึกว่าในหัวเข้ามีเสียงวิ๊งๆ รู้ตัวอีกทีเครื่องบินก็เทคออฟลอยอยู่ฟ้าแล้ว 

ดีแลนเริ่มกระวนกระวายอยู่คนเดียวบนโซฟาตัวกว้าง เขาไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจมาเผื่อวันนี้เลย เขาไม่ได้กลับบ้านมาเกือบหกปีแล้ว ไม่รู้ว่าที่นั่นยังจะต้อนรับเขากลับไปหรือไม่ ไม่รู้ว่าตอนนี้ญาติๆ ของเอ็ดดี้จะยังตามหาตัวเขาอยู่หรือเปล่า 

ตลอดเวลาที่ติดอยู่ในอวาลอน เขาเองก็ไม่ได้คิดจะสืบหรือหาข้อมูลอะไรเกี่ยวกับพี่เขยหรือพี่สะใภ้ของเขาเลย ถ้าพวกนั้นเจอเขาล่ะพวกนั้นจะตามมารังควานพ่อกับแม่หรือเปล่า แล้วจะสร้างความวุ่นวายให้พันเอกหรือเปล่า ยิ่งคิดมือเล็กๆ ก็ยิ่งบีบเข้าหากันแน่นจนคนตัวใหญ่ที่นั่งอยู่ข้างๆ ยื่นมือมากุมมือเขาเอาไว้ 

  

“ไม่ต้องกังวล” 

“แต่...” 

“พี่อยู่ข้างๆ ไง” 

  

คำพูดต่างๆ ถูกกลืนกลับเข้าไปในลำคอ ความรู้สึกเป็นกังวลเหมือนจะคลายลงไปได้ทีละน้อย ดีแลนเม้มปากก่อนจะเอนศีรษะซบลงกับไหล่กว้าง ฟีโรโมนหอมๆ จากร่างแข็งแกร่งช่วยให้เขาใจสงบลง สัญญาณปลดเข็มขัดดังขึ้นฮาแกนจึงมีเวลาพาคนตัวเล็กสำรวจเครื่องบินลำนี้ ซึ่งมีทั้งห้องรับแขก บาร์ขนาดเล็กและห้องนอนซึ่งมีห้องน้ำในตัว 

การเดินทางจากอวาลอนไปที่เอเดนโดยไม่ใช้เครื่องบินของกองทัพ จะใช้เวลาเดินทางราวๆ ห้าถึงหกชั่วโมง หลังจากที่พาเจ้าก้อนขนมสำรวจเครื่องบินจนทั่ว ฮาแกนก็ไล่ให้เจ้าหัวไชเท้าไปนอนพักผ่อน เพราะกว่าจะถึงที่เอเดนก็อีกนาน คนตัวเล็กพยักหน้าหงึกหงักแล้วคลานขึ้นไปนั่งจุมปุกอยู่บนเตียงกว้าง สองมือบางขยับจัดหมอนและผ้าห่มให้เข้าที่เข้าทางแล้วล้มตัวลงนอน พลางยกมือขึ้นตบๆ ที่พื้นที่ว่างด้านข้าง เป็นการเรียกให้หมอนข้างส่วนตัวของเขามานอนด้วยกัน 

ห้าชั่วโมงหลังจากนั้นเครื่องโบอิ้งส่วนตัวของฮาแกนก็ลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติ ประเทศเอเดน ดีแลนที่กำลังหลับสบายถูกปลุกให้ตื่นและก้าวลงจากเครื่องแบบงัวเงีย คนของบารอนมารับฮาแกนถึงทางลงของเครื่อง ลีมูซีนสีบรอนซ์เงินเปิดประตูรอทั้งสองคนเข้าไปนั่ง ฟังดูแล้วเหมือนจะเวอร์เกินไป แต่ภาพแบบนี้เกิดขึ้นเป็นประจำในประเทศเล็กๆ ที่ร่ำรวยที่สุดในโลกอย่างเอเดน 

  

“อยากจะพักผ่อนก่อน หรือกลับบ้านของเธอเลย” 

“ใจจริงอยากจะพักทำใจอีกหน่อย แต่ว่ากลับบ้านเลยเถอะครับ ผมคิดถึงพ่อกับแม่” 

  

ฮาแกนดึงคนตัวเล็กกว่ามาหอมหัวอีกครั้ง และส่งสัญญาณให้คนขับออกรถ วิวสองข้างทางทั้งค่อยๆ เคลื่อนไปเรื่อยๆ ชวนให้ตัวเล็กที่พลัดถิ่นไปนานรู้สึกคุ้นเคยและคิดถึงอย่างน่าประหลาด ถึงแม้ว่าในระยะเวลาห้าปีนี้ อะไรหลายๆ อย่างก็เปลี่ยนไป อย่างตึกสูงๆ ที่เป็นสำนักงานและคอนโดหรูรูปทรงแปลกๆ ที่เขาไม่เคยเห็น 

ลีมูซีนสุดหรูเคลื่อนมาจอดหน้าคฤหาสน์สไตล์โมเดิร์นคลาสสิคสองชั้นที่ดีแลนคุ้นเคยเป็นอย่างดี ถึงแม้บริเวณรอบๆ คฤหาสน์หลังนี้จะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แต่เมื่อพ้นเขตรั้วเข้าไป ทุกอย่างที่ดีแลนเคยจำได้มันก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม คล้ายกับถูกหยุดเวลาเอาไว้เพื่อรอเขากลับมา 

  

“พร้อมแน่นะ” 

“ครับ...ผมพร้อม แต่ไม่รู้ว่าที่บ้านจะยังต้อนรับผมไหม สำหรับที่นี่ผมตายไปแล้วตั้งห้าปี แถมตอนที่พลังผมตื่นแรกๆ พ่อกับแม่ก็ไม่ค่อยได้มาหาเท่าไหร่” 

“ไม่เป็นไรนะ ถ้าเข้าไปแล้วรู้สึกไม่โอเค เรารีบกลับกันก็ได้” 

“มาหาใครครับคุณ” 

  

ลุงยามที่เฝ้าประตูบ้านเดินมาเคาะกระจกฝั่งคนขับ ดีแลนสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกขวัญและกำลังใจให้ตัวเอง คนตัวเล็กยกมือขึ้นกดกระจกลงแล้วยื่นหน้าออกไปทักทายคนคุ้นเคยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม 

  

“คุณพ่อกับคุณแม่อยู่ไหมครั...คะ” 

“คุณท่านยุ...คะ...คะ...คุณหนู” 

“เปิดประตูรั้วหน่อยได้ไหมคะ หนูอยากเข้าบ้านแล้ว” 

“ครับ! เปิดครับ!!!” 

  

ในตอนที่ยังอยู่ที่บ้านหลังนี้ เขาถูกเลี้ยงมาแบบไข่ในหิน เขามักติดสรรพนามเรียกแทนตัวเองว่าหนูและใช้คำพูดคะขากับคนในบ้านมาตลอด พอแต่งงานออกไปและไปติดแหง่กอยู่ในอวาลอน เขาจึงไม่เคยพูดแบบนี้กับใครอีกเลย วันนี้พอกลับมาก็รู้สึกอยากจะให้คนในบ้านรู้สึกเหมือนเดิม จึงได้เลือกใช้สรรพนามนี้อีกครั้ง 

 ประตูรั้วขนาดใหญ่เลื่อนเปิด รถลีมูซีนเคลื่อนตัวผ่านลานน้ำพุเข้าไปจอดที่จุดจอดรถหน้าบ้าน เมดและคนสวนแถวนั้นต่างมองมาที่รถด้านสายตาอยากรู้อยากเห็น จนกระทั่งหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาจากตัวบ้านเพื่อต้อนรับแขก ดีแลนจำเธอได้ทันทีเพราะเธอคือหัวหน้าแม่บ้านของบ้านหลังนี้ และยังควบตำแหน่งแม่นมของเขาด้วย ดีแลนไม่รอให้ใครมาเปิดประตู คนตัวเล็กเปิดประตูลงจากรถไปก่อนที่ฮาแกนจะได้ขยับตัวเสียอีก 

  

“ป้าแอนนา คุณพ่อกับคุณแม่อยู่ไหมคะ” 

“คะ...คุณหนู...กรี๊ดดดด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!” 

  

ดีแลนผงะถอยหลังด้วยความตกใจ หญิงวัยกลางคนถอยห่างจากเขาเล็กน้อยและเปล่งเสียงกรีดร้องดังลั่น คนงานแถวๆ นั้นที่เห็นดีแลนบางคนก็เข่าอ่อน บางคนก็มาร่วมกรี๊ดกับป้าแอนนา บางคนก็คือวิ่งหนีไปแล้ว คนตัวเล็กมองความวุ่นวายตรงหน้าอย่างลำบากใจ ก่อนที่สายตาของเขาจะเหลือบไปเห็นสตรีวัยกลางคนอีกหนึ่งคน เดินออกมาจากบ้านพลางยกมือปิดหู 

  

“โอ๊ยยย แอนนาโวยวายอะไรกันเสียงดะ...กรี๊ดดดดดดดด!!!!!!!!!!!!!!” 

“คุณแม่!!!” 

  

ดีแลนก้าวฉับๆ ไปประคองตัวมารดาที่ทำท่าเหมือนจะเป็นลม ก่อนจะหันไปหาอัลฟ่าตัวใหญ่ที่พึ่งลงมาจากรถคล้ายจะขอความช่วยเหลือ ฮาแกนดึงหน้าตึงเพราะเขาเองก็ไม่รู้จะทำยังไงในสถานการณ์ที่มีคนมาร้องกรี๊ดๆ อยู่รอบๆ ตัว ถ้าเป็นปกติเขาอาจจะทำให้บริเวณนี้เป็นสุญญากาศ ให้พวกหล่อนหายใจไม่ออกและหยุดร้องไปเอง แต่นี่เป็นแม่ของอีกฝ่ายไง จะให้เขาทำแบบนั้นคงไม่เหมาะ 

  

“คุณหนูอย่ามาหลอกพวกเราเลยค่ะ ตั้งห้าปีแล้วไปเกิดใหม่เถอะค่ะคุณหนู” 

“ป้าแอนนาผม...” ยังไม่ตาย ดีแลนกำลังจะพูดออกไปแต่ก็ถูกขัดเสียก่อน 

“ดีแลนลูก ไปเกิดเถอะลูกอย่ามาหลอกแม่แบบนี้ ฮือๆๆๆ” 

“แม่คะ หนู...” ยังไม่ตาย ฟังเขาหน่อยสิ... 

ดีแลนได้แต่คิดอยู่ในใจเป็นหมื่นล้านคำ 

  

 

ติดตามข่าวสาร อัปเดตข้อมูลเข้าไปพูดคุยเม้ามอย หอยสังข์ ทวงนิยายกันได้ที่ 

ทวิตเตอร์ #โอเมก้าตาบอด 

TALK with Poydswat. 

  

สวัสดีค่ะรีทเดอร์ที่น่ารักทุกท่าน 

  

ช่วงเวลาที่แม่ๆ หลายคนรอคอย กำลังจะเดินทางมาถึงแล้วนะคะ ใครที่เคยแซวคนสวนว่าเป็นพ่อเตาอบเอย เป็นพ่อเตาไมโครเวฟเอย เดี๋ยวก็จะได้รู้ค่ะว่าแค่นั้นมันนิยามไม่ได้ 

  

 !!! Pre-Order !!! 

วันที่ 22/03/2021 ถึง 31/05/2021 

  

ตัวอย่างหนังสือ 1 ชุดพร้อมของแถม 

 

รายละเอียดเยอะหน่อยนึง แต่เพื่อความเข้าใจตรงกันค่ะ

 

เวอร์ชั่นรูปเล่ม 

หนึ่งเซ็ตจะประกอบไปด้วยนิยายสองเล่ม ได้แก่เล่มหลักและเล่ม Special

- จำนวนหน้าของเล่มหลักหลังจากจัดหน้าแล้วจะอยู่ที่ 520-540 หน้า (รวมภาพประกอบเวอร์ชั่นฮืดฮาดไม่เซ็นเซอร์ 4 ภาพ)

- เล่ม Special จะประกอบไปด้วยตอนพิเศษทั้งหมด 8 ตอน และภาคสปินออฟ1ภาค

 

รายชื่อตอนพิเศษ 

1. One day of PYTHON (ลงให้อ่านฟรีในเว็บ)

2. ฮาแกน เลิร์ช 24 ชั่วโมงหลังได้เจอคู่แห่งโชคชะตา

3. ดีแลน เลิร์ช 24 ชั่วโมงก่อนฮันนีมูน

4. พ่ออยากมีหลาน (เหตุการณ์ก่อนคืนวันคริสต์มาสที่พี่หายไปทั้งวัน)

5. Special Christmas (ลงให้อ่านในเว็บด้วยแบบติดเหรียญ)

6. การหัดทำรังครั้งแรกของเจ้าหัวไชเท้า

7. เบบี้หัวไชเท้าถือกำเนิดแล้ว

8. คุณพ่อขี้หวง

9. spin-off เมื่อฮาแกนและดีแลนเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นเดียวกัน

 

รายละเอียดรูปเล่ม 

กระดาษ : ถนอมสายตา 75 แกรม พิมพ์4สีหนึ่งหน้า

หากมีรายการพรีออเดอร์ถึง100ชุดขึ้นไป หน้าปกจะปั๊มทองที่โลโก้ หากยอดสั่งจองเยอะ ของแถมก็จะงอกตามเรื่อยๆค่ะ 

****แถมที่คั่นไดคัททุกเล่มเฉพาะรอบพรีออเดอร์เท่านั้น****

ราคา : 690 รวมส่งพัสดุด่วนพิเศษ EMS 

*สั่งมากกว่า1ชุด จะได้รับส่วนลดค่าจัดส่ง 50% อย่างไรหากต้องการเยอะ ทักมาคุยกันก่อนค่ะ

 

การโอนเงิน  

ระยะเวลาการโอน 22/03/2021 - 31/05/2021

 

สามารถโอนเงินค่าหนังสือได้ที่บัญชี 

- สามารถสั่งซื้อโดยการโอนเงินตามจำนวนชุดที่ต้องการสั่งซื้อได้เลยและเก็บสลิปโอนเอาไว้ด้วย (ห้ามทิ้งสลิป)

- สามารถแจ้งโอน กรอกชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร และแนบสลิป ได้ที่ลิงค์นี้ แบบฟอร์มแจ้งโอนเงินพรีออเดอร์ โอเมก้าตาบอด 

- หลังจากโอนแล้วไรท์เตอร์จะใช้เวลาตรวจสอบข้อมูลภายใน1วัน หากผ่านไปแล้วไม่มีรายชื่อขึ้น ให้ติดต่อไรท์เตอร์ หรือจะคอมเม้นไว้ก็ได้ค่ะ สามารถตรวจสอบรายชื่อได้ที่ลิงค์ ตรวจสอบรายชื่อผู้สั่งซื้อ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว