ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 9 ผมจะให้ทุกอย่างกับคุณ

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 ผมจะให้ทุกอย่างกับคุณ

คำค้น : แต่งงาน, เย็นชา, ภรรยา, นิยายรัก, โรแมนติก, ดราม่า, แอบรัก, เมียจ้าง, พระเอกรวย, พระเอกซึน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 599

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 26 เม.ย. 2564 20:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 ผมจะให้ทุกอย่างกับคุณ
แบบอักษร

เส้นผมดำขลับของเขาถูกเซตเป็นอย่างดี ไหล่กว้างที่อยู่ภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำ กระดุมสองเม็ดบนถูกปลดออกเผยให้เห็นผิวขาว แววตาคมที่มองเหมือนต้องการครอบงำเธอทำให้เขาดูหรูหราและเซ็กซี่ 

ตะวันสังเกตอาการของอัยย์ แม้เธอจะดูแปลกใจกับสิ่งที่ได้พบ แต่ก็ยังเห็นความซีดเซียวที่ปรากฏบนใบหน้าได้อยู่ดี 

“มันจบแล้วใช่ไหม?” 

คำถามสั้นแต่แทงใจ จบแล้ว...คำคำนี้สะเทือนความรู้สึกของอัยย์อย่างแรงจนทำให้น้ำตาที่เก็บซ่อนไว้ไหลออกมา 

อัยย์ยืนร้องไห้อยู่ตรงหน้าเขา ต่อหน้าตะวัน เธอแสดงความรู้สึกพ่ายแพ้และเจ็บปวดออกมาจนหมด 

ตะวันลุกจากเก้าอี้แล้วเดินตรงไปหาเธอ เขาดึงอัยย์เข้ามากอดไว้แนบอก “มานี่” 

อัยย์ซบหน้าลงกับอกของเขาแล้วร้องไห้ออกมาเสียงดัง ชีวิตที่พลิกผันในชั่วระยะเวลาไม่กี่วันทำให้เธอทั้งตกใจและเสียใจ แต่เพราะต้องพยายามเอาตัวรอดก่อน แล้วยังไม่มีคนให้ระบายด้วยอีกทำให้เธอได้แต่ทนเก็บมันเอาไว้ 

ชีวิตที่มั่นคงและปลอดภัยที่ถูกพรากไปโดยไม่รู้ตัวทำให้อัยย์ทั้งเสียขวัญและหวาดหวั่นกับอนาคต 

ตะวันกอดอัยย์ที่ตอนนี้ดูหมดสภาพเหมือนนกปีกหักเอาไว้ เขาปล่อยให้เธอระบายความเจ็บปวดออกมา 

ดวงตาคู่สวยเริ่มบวมแดงอย่างเห็นได้ชัด เสื้อเชิ้ตของเขาเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาของเธอ 

ตะวันค่อยประคองอัยย์ไปที่เก้าอี้ เขาทรุดตัวลงบนนั้นและรั้งเธอให้นั่งลงบนตักเขา 

“ถ้าเสียใจก็ร้องออกมา ร้องออกมาจนกว่าจะพอใจ” มีความอบอุ่นแทรกอยู่ในน้ำเสียงที่ดูเย็นชา 

เขาปล่อยให้อัยย์ร้องไห้อยู่บนตักเขา “ครอบครัวของคุณรู้เรื่องนี้หรือยัง” 

อัยย์เงยหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาขึ้นมามองหน้าเขา “เขาเป็นครอบครัวเพียงคนเดียวของฉัน” พูดจบเธอก็สะอื้นแล้วร้องไห้หนักกว่าเดิม 

ตะวันถอนหายใจ การแยกทางกับคนรักก็เป็นเรื่องน่าเสียใจมากพอแล้ว แต่ถ้าต้องเหลือตัวคนเดียวแบบนี้ ความเจ็บปวดที่เธอมีมันคงมากกว่าที่เขาจะจินตนาการได้ 

ทันใดนั้นตะวันก็ยอมแพ้ 

เขายอมแพ้ให้กับผู้หญิงที่แสนจะมีเสน่ห์คนนี้ ตอนที่ตามสืบเรื่องของเธอ เขารู้แค่อาชีพและชีวิตสมรสของเธอ เขาไม่ได้รู้ถึงพื้นเพและเรื่องราวแต่หนหลังของเธอเลย 

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เขาก็ตั้งใจจะปกป้องผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอ.......เป็นผู้หญิงของเขาแล้ว 

ตะวันกดหัวเธอให้ซบลงบนไหล่ของเขา แล้วเกยคางไว้บนกระหม่อมของเธอ 

“ไม่เป็นไรนะ หลังจากนี้จะไม่มีใครมารังแกคุณได้อีก ผมสัญญา” 

ตะวันไม่เคยต้องปลอบใครมาก่อนทำให้ไม่รู้ว่ายิ่งปลอบผู้หญิงยิ่งร้อง 

กว่าอัยย์จะรู้สึกดีขึ้น ขาของตะวันก็แทบเป็นเหน็บ เสียงสะอื้น ค่อยๆ เบาและเงียบลงในที่สุด 

ตะวันเอื้อมมือไปปาดน้ำตาให้เธอ ดวงตาที่บวมแดงของเธอทำให้เขาอดยิ้มออกมาไม่ได้  

พอเริ่มได้สติ อัยย์ก็เริ่มตระหนักว่าตัวเองอยู่ในสภาพไหน เสื้อเชิ้ตของตะวันตอนนี้ชุ่มไปด้วยน้ำตาของเธอ สภาพของเธอที่สะท้อนอยู่ในกระจกก็ดูแย่มาก อัยย์ทั้งหัวยุ่ง ตาบวมแดง เธอพยายามขยับลุกออกจากตักเขา แต่ถูกตะวันรั้งไว้ 

“นั่งนี่ล่ะ” 

ตะวันมองดูผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้า แม้จะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก แต่อัยย์ก็ยังคงดูน่ารักในสายตาเขา ดวงตาคู่สวยที่มีสีอ่อนกว่าคนไทยส่วนใหญ่ แก้มขาวๆ ที่ตอนนี้เริ่มแดงเพราะความอาย มันทำให้เขาเริ่มจินตนาการว่าถ้ามีลูกกับเธอ เด็กจะน่ารักขนาดไหนกันนะ 

หลายวันที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่ชีวิตอัยย์ที่เปลี่ยนไป แต่ชีวิตของเขาเองก็ด้วย 

ชีวิตที่ไม่เคยคิดว่าจะแต่งงาน แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นเรื่องที่เขาควรจะทำอย่างเร่งด่วน 

“ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณ” 

“เรื่องอะไร?” 

“คุณอยากแก้แค้นไหม?” 

“แก้แค้นใคร? สามีเก่าของฉันน่ะเหรอ” 

“ใช่” 

คำถามของเขาทำให้เธอตัวแข็งไปชั่วขณะ  

แก้แค้นเหรอ.......... 

แน่นอนว่าเธออยากให้อรรถเจ็บอย่างที่เธอเจ็บ อยากให้เขาได้ชดใช้ในสิ่งที่ทำเอาไว้  

แต่มันจะดีกับชีวิตของเธอเหรอที่ต้องมาคอยหมกมุ่นอยู่กับการแก้แค้น 

เธอมีแค่ชีวิตเดียว ทำไมไม่ใช้มันให้มีความสุขล่ะ เธอควรจะก้าวไปข้างหน้ามากกว่า... 

“ถ้าฉันบอกว่าไม่ล่ะ?” 

ตะวันมีท่าทีแปลกใจเล็กน้อย ถึงอัยย์จะดูไม่เหมือนนางร้าย แต่เธอก็ไม่ใช่แม่พระแน่นอน 

“แปลกจัง ผมนึกว่าคุณจะอยากให้เขาเป็นฝ่ายที่ต้องเจ็บปวดบ้าง” 

“ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากนะ แต่คุณลองคิดในมุมของฉันสิ ฉันมีแค่ชีวิตเดียว ญาติพี่น้องเส้นสายก็ไม่มี แทนที่จะมานั่งหมกมุ่นแก้แค้น สู้เอาเงินไปตั้งตัวแล้วใช้ชีวิตให้มีความสุขไม่ดีกว่าเหรอ” 

ทัศนคติของอัยย์ทำให้เขาประทับใจ ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แค่สวย แต่ฉลาดด้วย เหมาะสมที่จะเป็นแม่ของลูกเขาที่สุด 

“ถ้าคุณคิดได้อย่างนั้นก็ดี แต่ผมก็มีเงื่อนไข ที่อยากจะเสนอให้คุณ” 

“เงื่อนไขอะไร?” 

“แต่งงานกับผม แล้วผมจะให้ทุกอย่างกับคุณ ทั้งชีวิตที่ดีกว่าเดิม และถ้าคุณอยากจะแก้แค้นอดีตสามี ผมก็จะช่วยคุณ ทุกอย่างที่คุณต้องการ ขอแค่บอกมา ผมจะให้มันกับคุณ” 

อัยย์ลุกขึ้นจากตักของเขา แล้วเปลี่ยนไปนั่งข้างๆ แทน 

ตะวันหันไปมองหน้าของอัยย์ที่ดูจริงจังขึ้นมาทันที 

“ฉันขอปฏิเสธ” 

“ทำไม?” 

อัยย์ถอนหายใจและกลอกตาใส่ผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ ถามมาได้ยังไงว่าทำไม? เขาไม่รู้ตัวเหรอว่าสิ่งที่เขาพูดมามันบ้าแค่ไหน? 

“นี่คุณ...หมึกในใบหย่าฉันยังไม่แห้งเลยนะ จะให้มีผัวใหม่แล้วเหรอ?” 

ตะวันเบ้ปากแล้วยัยไหล่ “ผมไม่แคร์” 

“แต่ฉันแคร์ย่ะ และถ้าให้พูดตรงๆนะ ฉันรู้สึกเหมือนเพิ่งเดินออกจากคุกมา มาบอกให้ฉันแต่งงานใหม่ ก็ไม่ต่างอะไรกับการบอกให้ฉันกลับไปเข้าคุกอีกรอบ” 

ตะวันพยักหน้าเบาๆ เธอพูดถูก เขาอาจจะใจร้อนเกินไป ควรปล่อยให้เธอได้มีเวลาเยียวยาหัวใจก่อน 

“โอเค...ผมยอมรับการตัดสินใจของคุณ แต่ถ้าเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ ขอให้บอกผมทันที” 

พูดจบตะวันก็ลุกขึ้นยืน แล้วดึงแขนให้เธอลุกขึ้นตาม 

“จะไปไหน?” 

“ไปกินข้าว ผมจะเลี้ยงฉลองให้กับอิสรภาพของคุณ” 

 

ตะวันจูงมือพาอัยย์ลงลิฟต์มาที่ชั้นล่างของโรงแรม เขาพาเธอเดินผ่านทางเดินที่ตกแต่งอย่างหรูหรา จนอัยย์รู้สึกประหม่า เพราะรู้ว่าตัวเองอยู่ในสภาพที่ไม่เหมาะกับสถานที่เลย แต่ก้าวย่างที่มั่นใจของตะวัน มันเผื่อแผ่มาถึงตัวเธอจนทำให้อัยย์สงบและมีท่าทีมั่นใจมากขึ้น 

หลังจากเลี้ยงข้าวเธอแล้ว ตะวันก็ขับรถมาส่งอัยย์ที่คอนโด แต่เพราะมัวแต่ให้ความสนใจกับอาหารทำให้อัยย์ลืมถามเรื่องสำคัญไป 

ตึกนั้นเป็นของเขาหรือ?...... 

ถ้าไม่ใช่แล้วทำไมพนักงานทุกคนถึงได้มีท่าทีพินอบพิเทากับเขาขนาดนั้น?.............. 

 

 

 

หลายวันหลังจากนั้น อัยย์ใช้เวลาไปกับการจัดคอนโดให้เหมาะสำหรับการใช้ชีวิตอยู่ของเธอ ห้องที่เคยโล่งมีเพียงเฟอร์นิเจอร์ที่จำเป็น เริ่มมีข้าวของที่เธอซื้อเพิ่มเข้ามา อัยย์ตัดสินใจได้แล้วว่าจะไปเรียนทำเบเกอรี่เพิ่มเติม และหลังจากนั้นเธอก็จะเปิดร้านขนมเป็นของตัวเอง 

เป้าหมายและความหวังสำหรับชีวิตใหม่ทำให้เธอรู้สึกมีแรงกระตุ้นที่จะก้าวไปข้างหน้า ตะวันยังคงโทรมาถามไถ่ทุกข์สุขของเธอเสมอ ตอนนี้เธอมีเขาเป็นเพื่อนคนเดียวในชีวิต 

อัยย์ก้าวเข้าไปในโชว์รูมรถ เธอตัดใจซื้อรถใหม่ เพราะไม่อยากจะบากหน้ากลับไปเอารถที่บ้านอดีตสามี 

“อ้าว....มาดูรถเหรออัยย์” กรุงเทพแคบกว่าที่คิด จู่ๆ เธอก็ต้องมาเจอหน้าเจ้สองที่นี่ 

“ค่ะ” 

“ทำไมมาดูรถญี่ปุ่นล่ะ? ได้จากเตี่ยไปตั้งหลายล้าน น่าจะพอซื้อรถยุโรปนะ” เสียงของเธอดังพอที่จะได้ยินไปทั้งโชว์รูมทำให้อัยย์ตีสีหน้าไม่ถูก ไม่รู้ว่าอดีตจะตามหลอกหลอนเธอไปจนถึงเมื่อไหร่? 

“แต่ก็นะ ถ้าฉันเป็นเธอ ก็คงเรียกเงินเยอะกว่านี้อีก ก็เมียใหม่เขารวยจะตาย ไหนจะสมบัติเตี่ยอีก เลิกไปอรรถก็มีแต่รวยกับรวย” 

อัยย์ : …………………… 

อัยย์ต้องเลิกล้มความตั้งใจที่จะมาดูรถ แล้วปลีกตัวหนีพี่สาวอดีตสามีออกมา แต่กว่าจะออกมาได้หน้าของเธอก็ชาไปหมดแล้ว ดูท่าครอบครัวของเขาคงยอมรับสะใภ้คนใหม่ได้ในทันทีสินะ 

ในเมื่อเขาก้าวไปข้างหน้าแล้ว เธอเองก็ควรทำแบบนั้นเช่นกัน 

แต่ดูเหมือนว่าฟ้าจะไม่เข้าข้างเธอเท่าไหร่.... 

ทันทีที่เปิดโทรศัพท์ ข่าวของอดีตสามีกับผู้หญิงคนใหม่ก็ขึ้นมาเต็มหน้าฟีดจนเธอทนไม่ไหวต้องปิดมันไป 

พ่อม่ายกับแม่ม่ายมาพบรักกันเหรอ?................ 

นลินช่วยรักษาแผลใจให้พ่อม่ายหนุ่มเหรอ?............... 

อยากจะอ้วก................... 

อัยย์ที่ยังไม่มีรถต้องใช้บริการแท็กซี่ในการไปไหนมาไหน วันนี้ก็เช่นกัน หลังจากซื้อของเสร็จ เธอเดินออกมาจากห้างเพื่อไปขึ้นรถแท็กซี่ ในตอนนั้นเองที่ Bentley สีเทาก็แล่นมาจอดตรงหน้า รปภ.ห้างรีบปรี่ไปเปิดประตูรถให้คนขับทันที อัยย์ที่หอบของพะรุงพะรัง เริ่มรู้สึกว่าตัวเองเกะกะ เธอพยายามจะเดินออกไปจากพื้นที่ตรงนั้นแต่.... 

“อ้าว...อัยย์”  

อัยย์ยืนตัวแข็งเธอไม่ได้เตรียมใจมาพบกับอดีตสามีและผู้หญิงคนใหม่ของเขาในสภาพนี้  

อรรถที่อยู่ในชุดสูทแบรนด์หรูส่งเสียงทักทายอดีตภรรยาทำให้นลินที่กำลังลงจากรถหันไปมองตาม 

ใบหน้าสวยของนลินถูกตกแต่งด้วยเครื่องสำอางราคาแพง แม้จะไม่รู้ราคาแต่ก็เดาได้ไม่ยากกว่าเสื้อผ้าที่เธอใส่ต้องแพงระยับแน่นอน จู่ๆ อัยย์ก็รู้สึกต้อยต่ำกับสภาพของตัวเอง ทั้งๆ ที่รู้ว่าเธอก็ไม่ได้ดูแย่อะไร 

นลินที่มองเธอหัวจรดเท้าทำเอาอัยย์ชาไปทั้งตัว แม้จะไม่ได้แสดงท่าทีเกลียดชัง สิ่งที่เธอนลินพูดออกมาทำเอาอัยย์แทบอยากจะหายวับไปจากตรงนั้น 

“อรรถ....ตอนหย่าไม่ได้ให้รถเขาไปใช้เหรอคะ? ทำไมปล่อยให้เขาอยู่ในสภาพนี้ล่ะ? ใครรู้เข้าจะนินทาเอาได้นะคะ รถคันเดียวไม่ได้มากมายอะไรเลย ทำไมไม่ให้ไป?” 

“ก็ผมไม่รู้นิ่ ว่าเขาจะ..........ลำบากแบบนี้ เงินก็ได้ไปตั้งเยอะ”  

ถูกตบยังไม่เจ็บเท่านี้....ทั้งคู่พูดข้ามหัวเธอไปมา ราวกับเธอไม่มีตัวตน 

อัยย์ขบกรามกำถุงในมือแน่น แล้วพยายามเดินออกมาจากตรงนั้น 

แต่อรรถขยับตัวเข้ามาขวางทางไว้ “เดี๋ยวผมส่งรถคันที่คุณเคยใช้ไปให้แล้วกันนะ” 

อัยย์กัดฟัน เธอรู้สึกเหมือนกำลังกลืนเลือดลงคอ “ไม่ต้อง” 

เธอเบี่ยงตัวหนีแล้วเดินจ้ำออกมา เธออยากจะข่วนหน้าที่กำลังยิ้มกว้างของเขาจนเลือดซิบ 

ไม่น่ามาห้างนี้เลย ถึงจะรู้ว่าครอบครัวนลินเป็นเจ้าของห้างนี้ แต่ใครจะไปคิดล่ะ ว่าโลกมันจะกลมขนาดนี้ 

อัยย์ยืนอยู่ริมถนน มือทั้งสองข้างถือข้าวของไว้เริ่มล้า เธอมองไปรอบๆ ตัว สภาพท้องถนนที่สับสนวุ่นวาย ผู้คนต่างรีบเร่งเดินทางไปยังจุดหมาย แล้วหันกลับไปมองห้างหรูที่เธอเพิ่งเดินออกมา รถสุดหรูที่พวกเขาสองคนใช้เดินทาง ถูกจอดอยู่ในช่องวีไอพีที่มีรปภ.คอยดูแลเป็นอย่างดี 

ห่างกันแค่นี้ แค่ไม่กี่เมตร แต่ชีวิตของเธอกับผู้หญิงคนนั้น ต่างกันราวอยู่คนละโลก 

เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแมลงสักตัวที่บินผ่านเข้าไปในที่ที่เขาไม่ต้องการให้เธอเข้าไป 

อัยย์ไม่เคยคิดว่าจะต้องคอยหลบเลี่ยงสองคนนี้เลย แต่ตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกหวาดกลัว 

กลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับพวกเขา.... 

กลัวที่ต้องรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจกับชีวิตของตัวเอง............. 

แต่...............เธอไม่ได้ทำอะไรผิด  

ทำไมเธอต้องเป็นคนอับอาย?..................... 

ทำไมต้องเป็นเธอที่รู้สึกเจ็บปวดและต้อยต่ำ?..................... 

ทำไมไม่เป็นพวกเขาบ้างล่ะ?........................................ 

 

“คุณ.....จะช่วยฉันจริงๆใช่ไหม?” ทันทีที่ได้ยินเสียงตอบรับจากปลายสาย เธอก็โพล่งถามออกไปทันที 

ความเจ็บปวดผลักดันให้เธอทำเรื่องที่ไม่คิดว่าจะทำ 

ทำเรื่องที่เธอเคยคิดว่าบ้า นี่ล่ะ 

ถ้าตะวันยืนยันว่าเขาสามารถช่วยเธอได้ เธอก็จะทำ ทำเรื่องที่เธอเคยเห็นว่าเป็นเรื่องบ้าๆ นี่ล่ะ 

เธอเบื่อที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้และเจ็บปวด..... 

เธออยากจะเดินเชิดหน้าไปทุกที่อย่างมั่นใจ..... 

ไหนๆ ชีวิตเธอมันก็เจอเรื่องบ้ามาเยอะแล้ว เจออีกเรื่องจะเป็นอะไรไป 

“ถ้าฉันแต่งงานกับคุณฉันจะได้อะไรบ้าง?” 

“ทุกอย่าง....ชื่อเสียง สถานะทางสังคม...ผมจะให้คุณทุกอย่าง และถ้าคุณอยากจะแก้แค้นเขา ผมก็จะช่วย” 

ข้อเสนอของเขามันดีเกินจริง เสียจนอัยย์เริ่มระแวง 

ประสบการณ์สอนเธอว่า อย่าไว้ใจใคร....  

“บอกตรงๆนะ ว่าฉันไม่เชื่อใจคุณ ฉันเชื่อใจใครไม่ได้อีกแล้ว” 

“ผมเข้าใจ....คุณอยู่ที่ไหน? 

“ริมถนน”  

ตะวันรับรู้ได้ถึงความสิ้นหวังที่ปนอยู่ในน้ำเสียงของเธอ  

“ส่งโลเคชั่นมา เดี๋ยวผมไปรับ” 

อัยย์ทำตามที่เขาบอก แล้วเดินไปนั่งที่ป้ายรถเมล์เหมือนคนหมดแรง ศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจที่เคยมีเหลืออยู่ มันถูกทำลายไปหมดแล้ว 

ผู้หญิงจะพ่ายแพ้หรืออับอาย ต่อหน้าใครที่ไหนก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่ต่อหน้าศัตรูหัวใจ 

อัยย์ไม่รู้ว่าตัวเองนั่งอยู่ตรงนั้นนานแค่ไหน แต่มันคงนานพอ ที่สองคนนั้นจะทำธุระเสร็จ 

อรรถกับนลินเดินออกมาจากห้าง แล้วเดินตรงไปยังรถที่จอดอยู่ เหมือนรู้ว่ามีสายตาคู่หนึ่งคอยจับจ้อง 

อรรถละสายตาจากผู้หญิงที่เดินควงแขนเขา แล้วหันมามองในทิศทางที่อัยย์อยู่ 

แววตาที่บ่งบอกถึงชัยชนะของเขา ทำให้เธอรู้สึกเจ็บ 

แต่ก็แค่แป๊บเดียว...... 

“อัยย์” 

ตะวันที่จอดรถลงตรงหน้าเดินลงมาแตะแขนเรียกความสนใจจากเธอ อัยย์หันไปมองเขาแล้วหันกลับไปสบตาอดีตสามีที่มีสีหน้าเปลี่ยนไป เมื่อเห็นว่ามีใครมารับเธอ 

สะใจ...... 

ใช่แล้ว ความรู้สึกนี้ล่ะ..... 

สะใจเหลือเกิน...ที่ทำให้เขาได้รู้ว่า........ 

เขาไม่ใช่ที่หนึ่งในโลกใบนี้............... 

ไม่ใช่หนทางเดียวในชีวิตเธอ............ 

หลังจากนี้...เธอจะทำให้แน่ใจว่าเขาจะรู้ซึ้งถึงความพ่ายแพ้และเจ็บปวดแบบที่เธอเคยได้รับ...... 

 

………………………………………………………... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว