facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามซ่อนรัก 11 : ทำให้เด็กมันดู

ชื่อตอน : ฉลามซ่อนรัก 11 : ทำให้เด็กมันดู

คำค้น : ฉลามซ่อนรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 26 เม.ย. 2564 17:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามซ่อนรัก 11 : ทำให้เด็กมันดู
แบบอักษร

ฉลามซ่อนรัก 11 : ทำให้เด็กมันดู 

#ฉลามซ่อนรัก 

           

           “พูดจริงเหรอครับ ?” ผมเลิกคิ้วใส่ไม่วายแอบเขินอายที่ถูกเรียกว่า ‘คุณหนู’ ยิ่งเห็นรอยยิ้มอบอุ่นส่งมาให้ผมก็ยิ่งหัวใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำ อดแปลกใจไม่ได้ที่อาดูเท่ขึ้นมา ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังเป็นอาจอมเด๋อด๋าของผมอยู่เลย “จะตามใจทั้งวันจริงเหรอ”

 

           “จริงสิ เราอยากให้อาทำอะไรก็สั่งมาได้เลยถือว่าชดเชยตอนอาไม่ได้อยู่ด้วยไง” เขาตอบกลับ “จริงๆ อาตั้งใจจะชวนเราไปเที่ยวเสาร์อาทิตย์นี้อยู่แล้ว แต่เห็นว่าวันนี้ดันเกิดเรื่องซะก่อนบวกกับก่อนหน้านี้เราก็เจอเรื่องหนักๆมา เลยคิดว่าพาไปตั้งแต่ตอนนี้เลยดีกว่า มันอาจช่วยให้ในตัวเราสบายขึ้นได้”

 

           “อาว่ามันเกี่ยวกับอารมณ์ไหมครับ ผมรู้สึกว่ามัน...โกรธง่าย” ผมกัดปากครุ่นคิดถึงอาการที่เกิดขึ้นมา “พอผมรู้สึกโกรธมันจะออกมาตลอด แต่ถ้าผมมีความสุขหรือว่าไม่รู้อะไรเลย มันจะเงียบหาย แต่ที่เมื่อคืนมันตื่นขึ้นมาผมก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร”

 

           “เพราะเรื่องที่อาบอกจะอยู่กับเราตลอดไปไม่ได้ไหม”

 

           “เอ๊ะ”

 

           “นั่นอาจทำให้เราคิดมากจนเก็บไปรู้สึกแย่” อาตอบกลับทำเอาผมคิดตามที่เขาพูด มันก็มีส่วนที่ถูกอยู่นะ เพราะตอนนั้นเขาทำให้ผมรู้สึกไม่ดีจริงๆ ผมอยากอยู่กับเขาตลอดไป ถ้าต้องให้แยกจากกันอีกก็ไม่เอาแล้ว อาเป็นคนสำคัญของผม ถ้าไม่มีเขาผมจะอยู่ยังไง

 

           ทั้งชีวิตผมอยู่มาก็เพื่อเขา รอเขามาตลอดโดยไม่สนใจใคร

 

           และในวันนี้ผมได้เขากลับมาแล้ว ก็ไม่อยากเสียเขาไปอีกไหม

 

           “ขอโทษที่ทำให้รู้สึกแย่นะซีน”

 

           “อาไม่ผิดหรอกครับ ผมคิดมากไปเอง” ผมตอบกลับ “เพราะผมเพิ่งได้อาคืนมาก็เลยกลัวว่าจะแยกจากอาอีก สำหรับผมมันเป็นเรื่องที่น่ากลัวมากๆ และผมคงเก็บมันเข้าไปฝันเลยทำให้รู้สึกไม่ดี”

 

           “…”

 

           “รู้ตัวอีกทีไอ้สิ่งนั้นมันก็ตื่นขึ้นมาแล้ว”

 

           “งั้นก็เกี่ยวกับอารมณ์ส่วนนึงนั่นแหละ” เขายิ้มให้ “เพราะอยู่ในร่างเดียวกันจะรู้สึกเชื่อมต่อกันก็ไม่แปลก”

 

           “เหมือนผมมีสองบุคลิกเหรอครับ ?”

 

           “ก็อาจจะเป็นได้” เขาพยักหน้าให้ “แต่อาก็ไม่เข้าใจจุดประสงค์ของมันอยู่ดีว่ามันมาดีหรือมาร้ายกันแน่”

 

           “ทำไมอาถึงคิดสองแง่ล่ะครับ ไม่คิดว่ามันจะมาร้ายบ้างเหรอ”

 

           “ก่อนหน้านี้คิดนะ แต่พอเจอเรื่องแซค อากลับคิดอีกมุม” ผมขมวดคิ้วไม่เข้าใจ “ก็มันตื่นขึ้นมาตอนเราจนมุม มีสิทธิ์ไหมที่มันอยากออกมาช่วยเรา”

 

           “โดยการฉีกร่างผมเกือบตายน่ะเหรอครับ ผมว่ามันดูไม่ช่วยเท่าไหร่นะ”

 

           “ฉลามเป็นนักล่า สิ่งที่ช่วยให้รอดตายได้คือกำลังและฟันกราม” อาเคาะที่สันกรามตัวเองเสริมทัพกับคำพูดให้ผมนึกภาพตามออก “ถ้ามันอยากกำจัดเหยื่อหรือปกป้องตัวเอง มันต้องใช้ฟันในการฆ่า เรื่องนี้เรารู้ดีกว่าอา น่าจะเข้าใจไม่ใช่เหรอ”

 

           “แต่มันก็มีทางอื่นที่ดีกว่าการฆ่านะครับอา”

 

           “อาจเกี่ยวกับสัญชาตญาณ”

 

           ‘เมื่อมันมา ฉันควบคุมอะไรไม่ได้เลย’ 

 

           ผมถึงกับชะงักเพราะคำพูดของอาทำให้ผมนึกถึงที่เซลีนบอก ถ้อยคำเหล่านั้นยังคงหลอกหลอนให้ผมคิดว่าตัวเองเป็นของปลอมที่จะมีจุดจบไม่ต่างจากเธอคนนั้น เธอพูดถูกที่บอกว่าพอมันตื่นมา เราจะควบคุมมันไม่ได้สักทาง

 

           ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นผมทำได้แค่ขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง

 

           ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผมสามารถดูแลตัวเองได้

 

           ‘พ่อเคยพลั้งมือฆ่าคนคนนึงไป ตอนนั้นพ่อห้ามตัวเองไม่ได้’

 

           “สัญชาตญาณฉลามมันน่ากลัวจริงๆ” ผมพึมพำเมื่อนึกถึงคำพูดของพ่อที่เคยบอกในอดีต ตอนนั้นพ่อเล่าเรื่องลุงดีวานให้ฟัง แม้จะเป็นการเล่าข้ามๆ แต่เราต่างรู้ดีว่ามันเป็นบาดแผลในใจพ่อดายมานานขนาดไหน จนถึงตอนนี้เขาก็ยังอดโทษตัวเองไม่ได้

 

           แล้วถ้าเกิดผมพลาดพลั้งทำร้ายคนที่ผมรักบ้างจะเป็นยังไง เหมือนกับเมื่อคืนที่ผมกัดแขนอาไป

 

           ถ้าสัญชาตญาณบีบบังคับให้ผมต้องร้ายโดยที่ผมห้ามตัวเองไม่ได้...

 

           นั่นจะทำให้ผมกลายเป็นอสุรกายแทนหรือเปล่า

 

           “อย่าคิดมาก มันก็แค่ข้อสันนิฐานน่ะ” อาพูดขึ้นเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ “ว่าแต่เราอยากไปเที่ยวไหนล่ะ บอกอามาได้เลยนะ เดี๋ยวอาพาไป”

 

           “อาไม่เหนื่อยเหรอครับ ตั้งแต่เมื่อคืนก็นอนไม่ค่อยหลับไม่ใช่หรือไง”

 

           “เพื่อเรา อาทำได้ ยังไงคืนนี้ก็ต้องกลับไปนอนอยู่แล้ว” เขาหัวเราะดูสมกับเป็นอาโนเอลที่จิตตกได้ไม่นาน “ไปสวนสนุกกันดีไหม อาชอบเห็นพวกวัยรุ่นไปกัน”

 

           “วัยรุ่นยุคไหนครับ เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีคนไปกันแล้วนะ”

 

           “อ้าวอะไรกัน อาก็เห็นคนไปอยู่นะ อย่ามาหลอกอา” ผมยิ้มส่ายหน้าเอ็นดูให้กับเขา “งั้นถ้าไม่ไปสวนสนุก พวกวัยรุ่นจะไปที่ไหนกัน”

 

           “อย่าพูดเหมือนตัวเองแก่มากสิครับ อาไม่ได้แก่ขนาดนั้น”

 

           “อย่ามาทำเป็นอวยอาเลยจิ๋ว อารู้ตัวเองดีว่าอีกไม่นานก็จะลงโลงแล้ว” เขาทำหน้าเศร้า “ยิ่งถ้าพ่อเรารู้ว่าอาพาเราโดดเรียนมาเที่ยวนะ คงได้เหลาฟันเตรียมทำอาเป็นไม้จิ้มฟันแน่ๆ”

 

           “งั้นผมจะปิดปากพ่อเอง พ่อจะได้ไม่จับอาทำไม้จิ้มฟัน” ผมเสนอไอเดียอย่างน่ารัก “แล้วก็จะอุ้มอาไปซ่อนด้วย จะไม่ยอมให้พ่อหาอาเจอเด็ดขาด”

 

           “ตัวแค่นี้จะอุ้มอาไหวได้ไง”

 

           “ลองดูไหมครับ หรือให้อาอุ้มผมเพื่อพาอาไปซ่อนดี”

 

           “สับสนเกิน” ผมหัวเราะจนตาหยี ชอบเวลาอาทำหน้าเหนื่อยหน่ายใส่ “ตกลงจะไปเที่ยวไหนครับคุณหนู สั่งมาได้เลยผมพร้อมไป”

 

           “ถ้าเป็นวัยรุ่นสมัยนี้คงอยู่ในคลับทั้งคืนจนกว่าจะเช้า”

 

           “แต่นี่ยังเช้าอยู่เลยนะจะชวนอาเข้าคลับนี่มันก็ยังไงอยู่”

 

           “ไว้ตอนอื่นก็ได้หนิครับ ไม่จำเป็นต้องตอนนี้” ผมว่ากลับไป “แต่ถ้าชวน อาจะพาไปไหมครับหรือว่าอาไม่ชอบดื่ม ?”

 

           “ไปก็ไปได้ แต่ดื่มกับคนแก่มันจะสนุกตรงไหน” เขาย่นคิ้วใส่ “เทียบกับคนรุ่นเดียวกัน โทรชวนพี่เรามาไม่ดีกว่าเหรอ”

 

           “แต่ผมอยากดื่มกับอานะครับ อยากรู้ว่าอาคอแข็งแค่ไหน”

 

           “สู้แม่เราไม่ได้หรอก รายนั้นรอปลดสกินตับแข็งสีทอง”

 

           “แม่ไม่ดื่มเท่าเมื่อก่อนแล้วครับ นานๆจะดื่มที” ผมยิ้มขำพอจะรู้เรื่องกิตติศัพท์ด้านนี้ของแม่มาบ้าง “ว่าไงครับอาพาไปได้หรือเปล่า ดื่มขำๆ แค่แก้วสองแก้วก็ได้”

 

           “ถ้าเราอยากไปอาก็จะพาไป แต่ไม่ใช่ตอนนี้โอเคไหม”

 

           “งั้นตอนนี้เราก็ไปสวนสนุกกันดีไหม”

 

           “ไหนบอกวัยรุ่นเขาไม่ชอบไปกันแล้วไง ?”

 

           “แต่ผมอยากไปเพราะผมโตพอที่จะตัดสินใจเองแล้ว” ผมยักคิ้วกวนประสาทอาเลยบีบจมูกด้วยความมันเขี้ยว “ฮ่าๆ และอาก็ดูอยากไปด้วย ผมเองก็ไม่ได้เที่ยวสวนสนุกมานานอยากรู้ว่ามันเปลี่ยนไปมากแค่ไหน”

 

           “ไม่ต้องตามใจอาเยอะก็ได้ เอาที่เราสบายใจ”

 

           “แค่มีอา อยู่ที่ไหนก็สบายใจ”

 

           “ซีน”

 

           “ผมรักอารู้ไหม”

 

           “เฮ้อ”

 

           “รักอาที่สุดในโลกเลยครับ :)” 

 

           “ครับๆ รู้แล้วครับคุณหนู” อาโนเอลตอบส่ายหัวเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยหน่าย “ตกลงจะไปสวนสนุกใช่ไหม แล้วค่อยไปคลับต่อเหรอ ?”

 

           “ใช่ครับ” ผมพยักหน้า “แต่แบบนั้นเราก็จะไม่ได้ไปหาพ่อตอนเย็นหรือเปล่า”

 

           “ถ้าเรากลับไวก็ยังแวะไปหาได้นะ แต่คงจะไม่ได้ไปคลับ” อาพึมพำ “พ่อเราเขาอยากอยู่กับเรานานๆ เพราะงั้นไม่ยอมให้รีบกลับแน่”

 

           “อืม...เอาไงดีนะ” ผมทำหน้าครุ่นคิด ใจจริงผมก็อยากอยู่กับพ่อนะ เพราะเวลานี้ผมต้องการกำลังใจจากครอบครัวมากที่สุด และการที่ต้องแยกกันอยู่แบบนี้มันก็น่าเศร้า แต่อีกใจก็อยากไปดื่มกับอา มันคงสนุกกว่าที่คิดนัก “งั้นเราดื่มที่บ้านอาแทนดีไหมครับ จะได้ไม่ต้องเจอคนเยอะด้วย”

 

           “เอาแบบนั้นเหรอ ?” เขาเลิกคิ้วใส่ “ดื่มกับอาสองคนมันไม่สนุกเหมือนไปดื่มที่คลับหรอกนะ”

 

           “ยังไม่ได้ลองเลยอาจะรู้ได้ยังไงกัน ไม่แน่ผมอาจชอบดื่มกับอามากกว่าไปดื่มที่อื่นก็ได้” ผมยิ้มพร้อมกับยักคิ้วกึ่งกวนกึ่งมั่นใจ “อีกอย่างเห็นอย่างนี้ผมก็ไม่ชอบที่ที่คนเยอะเท่าไหร่ ยิ่งตอนนี้ที่ร่างกายคุ้มดีคุ้มร้ายอยู่ให้ไกลจากคนอื่นๆ มันน่าจะดีกว่า”

 

           “อย่ากดดันตัวเองมากเกินไปล่ะ ถ้าอยากไปก็บอกอา อาช่วยได้อยู่แล้ว”

 

           “ผมรู้ครับ แต่ขอเซฟตัวเองดีกว่า”

 

           “…”

 

           “และดื่มกับอาสองคนก็ฟังดูน่าสนุกนะ เหมือนคู่รักเลย” อาถึงกับผลักหัวผม ไม่ได้รุนแรงจนหัวโขกกระจก แค่ทำไปด้วยความมันเขี้ยวที่ผมเต๊าะเขาไม่หยุดเท่านั้น “อย่าเขินสิครับ ยังไม่ได้ลองเลยนะ”

 

           “ใครบอกเขิน คิดเองเออเองอีกแล้วนะ”

 

           “แต่หน้าอาแดงแล้วนะครับ อย่าบอกว่าร้อนนะเพราะรถเปิดแอร์อยู่” ผมดักอย่างรู้ทันพลางชี้ไปที่แอร์รถซึ่งหันไปทางเขาสองตัวเต็มๆ ทำเอาอาโนเอลเลิ่กลั่กไปหมด “และอาบอกว่าจะตามใจผมเพราะงั้นอาต้องพูดทุกความรู้สึก”

 

           “นี่อาพลาดไปแล้วใช่ไหมเนี่ย ทำไมรู้สึกเหมือนตกเป็นทาสเรานะ ?”

 

           “ผมสิครับตกเป็นทาสอา รักอาขนาดนี้จะยอมให้อาเป็นทาสได้ไง”

 

           “คลั่งรักขนาดนี้สงสัยเรียกจิ๋วไม่ได้แล้วไหม”

 

           “ถ้าไม่เรียกจิ๋ว แล้วอาจะเรียกว่าอะไร ?”

 

           “ที่รักดีไหม”

 

           “!!!”

 

           “เรียกจิ๋วไม่ถนัด เรียกที่รักได้หรือเปล่าครับ :)” จบประโยคนั้นเขาก็หลุดหัวเราะมาดังลั่นราวกับขบขันที่ตัวเองพูดจาหวานเลี่ยนที่ไม่ใช่นิสัยเขาเลยสักนิด โดยไม่ทันมองหน้าผมที่ตกใจกับคำพูดเมื่อกี้ นาทีนั้นหัวใจผมเต้นถี่ อีกนิดคือคงหลุดออกมานอกอก ใบหน้าก็ร้อนผ่าวจนมั่นใจว่าต้องขึ้นสีแดงฉายชัดถึงความเขินอาย

 

           ผมค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเองโดนจีบบ่อยพอที่จะชินกับคำพูดพวกนี้นะ แต่พอเป็นอาโนเอลพูดกลับมีอิทธิพลกับหัวใจ จากที่เคยเต๊าะเขาเล่นๆ กลายเป็นจอดเลยพอเขาพูดประโยคนี้ใส่

 

           ทำได้แค่หยิกแก้มอาด้วยความหมั่นไส้

 

           “ไม่อนุญาตให้เต๊าะกลับนะครับ”

 

           “โอ๊ยๆๆ ! เจ็บนะซีน !” อาโวยวาย “แก้มอายืดหมดแล้ว !”

 

           “ถือว่าลงโทษที่ทำผมใจเต้นแรง ถ้าผมหัวใจวายขึ้นมาอาต้องรับผิดชอบนะครับ” ผมยู่ปากใส่ “จะต้องผายปอดให้ผมฟื้นแล้วพาผมไปหาพ่อเพื่อคุยเรื่องสู่ขอกัน ผมไม่เรียกสินสอดมากเพราะรวยอยู่แล้ว ขอแค่ทริปฮันนีมูนดีๆ สักอาทิตย์ก็พอ อ้อ แล้วก็ขอให้อานอนกอดทุกวัน ห้ามบ่นเรื่องชุดนอนไม่ได้นอนเพราะถ้าเราแต่งงานกันแล้ว ผมจะใส่ทุกคืนเลย”

 

           “ใจเย็นๆ จิ๋ว อันนี้ไม่ได้ไกลไปแล้ว” เขาห้ามปราม “มันไม่ได้ตั้งแต่ที่จะสู่ขอเราแล้วไหม แค่ผายปอดอานี่ยังคิดหนัก ถ้าพ่อเรามาเห็น อาได้กลายเป็นไม้จิ้มฟันแน่”

 

           “ผมก็ไม่ได้รู้สึกแย่นะครับถ้าจะมีเจ้าบ่าวเป็นไม้จิ้มฟัน แต่พนันได้เลยว่าพ่อไม่กล้า” ผมยิ้มให้ “เพราะผมจะปกป้องอาสุดหัวใจ จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคุณสามีของผมแน่นอน”

 

           “ฮัลโหลโซล ช่วยมารับฉลามคลั่งรักแถวนี้หน่อยได้ไหม ผมรู้สึกไม่ปลอดภัยเลย” อาแกล้งทำเป็นโทรศัพท์โดยใช้นิ้วโป้งกับนิ้วก้อยทำเอาผมหัวเราะขำขัน “พ่อเราคลั่งรักแม่เราอาก็ว่าหนักแล้ว เจอเราเข้าไปอานี่ยอมแพ้เลย”

 

           “ถ้ายอมแล้วก็มาเป็นลูกเขยบ้านอิลเดนสันสิครับ รับรองว่าอาจะมีความสุขไปตลอดชีวิตเลย”

 

           “แค่นี้ชีวิตอาก็ดีมากพอแล้ว อย่าเอาเวลาที่เหลือไปเสี่ยงเลย อายังอยากมีชีวิตอยู่”

 

           “ก็มาใช้ชีวิตคู่ด้วยกันไงครับ”

 

           “ซีน”

 

           “ผมสัญญาว่าจะเป็นภรรยาที่ดี :)” ผมยิ้มหวานลืมไปเลยว่าก่อนหน้านี้เขินอายกับคำพูดเขาอยู่ แต่อาเปิดโอกาสให้ขนาดนี้แล้วก็ต้องรีบโกยคะแนน ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวพลาดอีกแล้วแดเนียลจะมาซ้ำเติมผม “จะปรนนิบัติสามีให้ดีกว่าที่แม่ทำ ชนิดที่อาจะต้องร้องขอให้ผมหยุดรักแม้จะรู้ว่าผมหยุดรักอาไม่ได้”

 

           “ให้ตายสิ เรามันจะได้นิสัยนี้ของพ่อมามากเกินไปแล้วรู้ไหม”

 

           “ไม่ชอบเหรอครับ รู้นะว่าใจเต้นแรงน่ะ”

 

           “มาอยู่ในหัวใจอาหรือไงถึงได้รู้ดีขนาดนั้น”

 

           “อยากให้อยู่ไหมครับ”

 

           “นี่”

 

           “แต่อาอยู่ในใจผมเสมอเลยนะ นัมเบอร์วันเลย” อาโนเอลถึงกับลูบหน้าตัวเองด้วยความเหนื่อยหน่าย เขาหมดคำจะต่อล้อต่อเถียงเพราะรู้ว่าพูดไปก็สู้ผมไม่ได้ ทำเอาผมต้องโผกอดเขาแล้วหอมแก้มขาวเป็นการปลอบใจ “รักนะครับรู้ไหม รักอาที่สุด รักอาคนเดียว”

 

           “ครับๆ ยอมแพ้แล้วครับ” ผมหอมแก้มเขาอีกทีให้เขาถอนหายใจใส่ พลันเขาก็หลุดยิ้มให้เหมือนไม่รู้จะทำยังไงแล้ว เขาลูบหัวผม หอมหน้าผากเล็กน้อยก่อนที่เราจะจับมือกันไว้ ผมลูบหลังมือที่แดงช้ำของเขาพลางคิดว่ากลับบ้านไปจะทายาให้ ส่วนตอนนี้ทำได้แค่นั่งรักไปสวนสนุก พูดคุยกันเป็นการผ่อนคลาย

 

           ผมชอบที่ได้อยู่กับอาโนเอลเพราะเขาทำให้ผมยิ้มได้ ต่อให้ผมจะเจอเรื่องร้ายมามากมายแค่ไหนก็ตาม นั่นเป็นนิสัยเขา ไม่สิ ต้องเรียกว่าเป็นพรสวรรค์มากกว่า เขามักช่วยเยียวยาคนที่ผ่านเรื่องร้ายมาๆ ไม่ว่าจะผมหรือใครเขาก็ทำให้ยิ้มออก เขาเคยบอกว่าแม่ผมมีเวทย์มนต์ที่ช่วยปัดเป่าเรื่องร้ายให้กลายเป็นดี ผมว่าเขาเองก็มีเหมือนกัน

 

           และมีเยอะพอที่จะทำให้ผมรักเขามากขึ้นทุกนาทีที่อยู่ด้วยกัน

 

           เขาคือคนสำคัญ

 

           “อาก็รักเราครับคุณหนู เพราะงั้นเลิกเต๊าะแล้วให้อาขับรถเนอะ” 

 

           หึ น่ารักจังเลยครับผู้ชายคนนี้น่ะ

 

 

           เราพูดคุยกันตลอดทางเหมือนไม่ได้คุยกันมานานมาก มีถูกขัดจังหวะเล็กน้อยตอนอาจารย์โทรมาถามว่าผมอยู่ไหน ผมเลยบอกว่าโดนแซคหาเรื่อง อาเลยมารับกลับบ้านไปเพื่อความปลอดภัย และขอโทษที่วันนี้ไม่สามารถไปคุยงานได้ จะขอนัดคุยกันวันหลัง

 

           ดีที่อาจารย์คนนี้ไม่ใช่พวกใจแคบหรือเรื่องมาก เขาเลยยอมให้ผมนัดเขาวันหลังได้ อีกส่วนคือผมเป็นนักเรียนที่ดีมาตลอด ไม่เคยทำให้เขาผิดหวัง อีกทั้งแม่ผมยังเป็นคนให้ทุนมหาลัยอีก การที่เขาจะหงุดหงิดใส่อาจทำให้เรื่องร้ายตามมา

 

           ซึ่งผมไม่เคยคิดใช้อำนาจของแม่ในทางที่ผิด ผมไม่ใช่แดเนียลหนิจริงไหม ผมทำตามกฎระเบียบ เป็นเด็กดีเสมอไม่ว่าจะตอนไหนหรือกับใคร เพราะผมอยากให้ทุกคนเห็นว่าผมคือซีน่อน อิลเดนสัน ลูกชายของโซล อิลเดนสันที่เติบโตมาอย่างมีคุณภาพ

 

ตึก !

           

           “โฮ้ มันใหญ่โตขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย” อาอุทานเบาๆ ตอนเราลงจากรถ ตอนนี้พวกเราถึงสวนสนุกแล้วครับและอาก็กำลังกวาดตามองไปรอบๆ ชื่นชมความยิ่งใหญ่ ผมเองก็แปลกใจที่สวนสนุกแห่งนี้ถูกรีโนเวทใหม่แล้วน่าเล่นกว่าเดิม แถมยังคนเยอะกว่าที่คิด “ไหนบอกว่าวัยรุ่นไม่ชอบกันไง อาก็เห็นวัยรุ่นเต็มเลยที่นี่”

 

           “สงสัยคงมีแค่วัยรุ่นมหาลัยผมมั้งครับที่ไม่ชอบที่แบบนี้ ส่วนคนอื่นๆ คงชอบกัน” ผมไหวไหล่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ “แต่คนเยอะกว่าที่คิดแบบนี้เราคงต้องต่อคิวกันนาน”

 

           “ไม่เห็นเป็นไรเลยมีเวลาทั้งวันนี่น่า” อายิ้มร่า “นานๆทีจะได้กลับมา ถ้าเราไม่เล่น อาไปเล่นนะ”

 

           “อาดูตื่นเต้นนะครับ ชอบสวนสนุกมากเลยเหรอ ?”

 

           “เมื่อก่อนตอนเรียนอยู่อามาที่นี่บ่อยๆ”

 

           “มากับเพื่อนหรือว่ามากับใคร ?”

 

           “ใช่เรื่องน่าสนใจตรงไหน”

 

           “ก็...”

 

           “ตอนนี้มากับเราแล้วไง โฟกัสแค่ตรงนี้สิคุณหนู” 

           

           ผมหรี่ตาจับผิดคนโตกว่าก่อนจะยิ้มขำให้กับคำพูดแสนหวานนั่น สกิลเต๊าะกลับของอาดูพัฒนาขึ้นนะ ตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วนะอยากให้ผมหัวใจวายตายก่อนหรือไง แต่ที่ผมถามเขาก็เพราะสงสัย ผมไม่รู้เรื่องวัยรุ่นของอาเท่าไหร่ ส่วนใหญ่รู้แค่เรื่องที่เขาโตเป็นผู้ใหญ่และเจอแม่แล้ว “ว่าแต่เราจะเล่นอะไรก่อนดี มีแต่เครื่องเล่นที่อาไม่เคยลองทั้งนั้น”

 

           “อาอยากลองอันไหนล่ะครับ ผมเล่นได้หมดนั่นแหละ”

 

           “เราไม่กลัวความสูงใช่ไหม แบบนี้ก็เล่นรถไฟเหาะได้น่ะสิ”

 

           “ผมชอบรถไฟเหาะนะมันเสียวดี แต่อาเล่นจะไม่เป็นไรเหรอครับ ?” ผมเลิกคิ้วใส่ ไม่ตั้งใจจะดูถูกว่าอาแก่หรอกนะ แต่กลัวกระดูกเขยื้อนขึ้นมาจะหามส่งโรงบาลไม่ทัน “เกิดเคล็ดตรงไหนขึ้นมาจะลำบากเอานะ ถ้าจะเล่นผมแนะนำว่านัดหมอกระดูกไว้รอดูอาการก่อนดีกว่า”

 

           “พูดขนาดนี้ด่าอาแก่ ยังดีซะกว่า” เขาบีบจมูกผม “อาก็ไม่ได้อายุเยอะขนาดนั้นไหม ยังพอเล่นได้น่า”

 

           “ผมแค่เป็นห่วง ไม่อยากให้อาบาดเจ็บทีหลัง”

 

           “เรื่องบาดเจ็บช่างมัน ตอนนี้ขอสนุกก่อน” เขายิ้มกว้างก่อนจะดึงแขนผมเพื่อไปซื้อตั๋วสำหรับเครื่องเล่น ท่าทีตื่นเต้นทำเอาผมส่ายหน้ายิ้มๆ ด้วยความเอ็นดู จากที่จะพาผมมาเล่นดูอาจะอยากเล่นเองมากกว่า ก็ไม่แปลกนะ เขาเป็นคนบอกเองว่าเมื่อก่อนมาเที่ยวบ่อย

 

           ดูท่าจะเป็นพวกชอบเครื่องเล่น พอโตแล้วก็เลยไม่ได้มา อีกส่วนผมว่าเขาอายเด็กด้วยมั้งที่จะมาเล่นคนเดียวน่ะ พอผมไม่สบายใจเขาเลยถือโอกาสนี้ตอบสนองความต้องการของตัวเองซะเลย

 

           ถือว่าฉลาดมากครับคุณโนเอล :)

 

           “เอาล่ะ อาว่าเราเริ่มจากอะไรเบาๆก่อนดีกว่า” อาพูดตอนได้ตั๋วมาแล้ว “ตั๋วที่เรามีเล่นได้ทุกเครื่องเล่นแล้วก็ฟรีอาหารกับเครื่องดื่มด้วยนะ”

 

           “นี่อาเล่นซื้อบัตรวีไอพีเลยเหรอครับ ?”

 

           “ใช่”

 

           “ผมเชื่อแล้วว่าอาชอบสวนสนุกจริงๆ” ผมพูดอย่างทึ้งๆ ทำเอาคนโตกว่าหัวเราะใส่ “งั้นเริ่มจากรถบั๊มดีไหมครับ”

 

           “เอาสิ น่าสนุกดี อาอยากลอง” เขากระตือรือร้นสุดฤทธิ์ “แล้วค่อยไปต่อที่ไอ้ปลาหมึกนั่นดีไหม”

 

           เขาชี้ไปทางเครื่องเล่นที่มีลักษณะคล้ายปลาหมึกที่จะให้เรานั่งตรงปลายหนวดแล้วหมุนไปรอบๆ ผมเคยเล่นอยู่ครั้งหนึ่ง มันก็สนุกดีอยู่หรอกแต่ผมดันเป็นพวกไม่ชอบปลาหมึกเท่าไหร่ ผมรู้สึกขนลุกเวลาเห็นหนวดมันหยุบหยับตามร่างกาย

 

           ไม่ได้กลัวหรือว่าอะไร แค่ไม่ค่อยชอบมันเท่าไหร่

 

           “เดี๋ยวนะ เราไม่ชอบปลาหมึกนี่จริงไหม”

 

           “เออะ”

 

           “งั้นเปลี่ยนใหม่ไปเล่นอย่างอื่นแล้วกัน” ผมชะงักตอนอานึกขึ้นได้ว่าผมไม่ชอบปลาหมึก ผมนึกว่าเขาลืมไปแล้วซะอีก ไม่คิดว่าจะจำได้ “มีเรือไวกิ้งอยู่ตรงนั้น เล่นอันนั้นต่อจากรถบั๊มแล้วค่อยไปรถไฟเหาะดีไหม แล้วก็ค่อยไปเล่นอะไรเบาๆ”

 

“อาจะเล่นปลาหมึกก็ได้นะครับ ผมไม่ได้กลัวอะไรขนาดนั้น มันก็แค่เครื่องเล่นเองนี่น่า”

 

“แต่เราไม่ชอบพวกที่มีหนวดหยุบหยับใช่ไหมล่ะ”

 

“…”

 

“เพราะงั้นอาจะไม่ฝืนใจเราและอาก็ไม่อยากเล่นคนเดียว” เขาทำหน้าจริงจังเรียกรอยยิ้มผมได้เป็นอย่างดี อดเอ็นดูให้กับความน่ารักของเขาไม่ได้ “ว่าแต่เดี๋ยวนี้มันยังมีพาเรดตัวการ์ตูนอยู่หรือเปล่านะ เมื่อก่อนเราชอบจะตาย”

 

“แต่อาไม่ชอบพวกที่เดินบนไม้ยาวๆ ไม่ใช่เหรอครับ”

 

“อ่าใช่ มันทำอาขนลุก” เขาทำหน้าแหย “แต่อาจำได้ว่าเราชอบดูพาเรดตัวการ์ตูน งั้นเดี๋ยวเราเล่นเครื่องเล่นเสร็จเราไปดูกัน”

 

“แล้วถ้าเจอไอ้ตัวขายาวนั่น ?”

 

“อาจะเตะตัดขาให้ดู” ผมระเบิดหัวเราะไม่คิดว่าจะได้คำตอบแบบนี้ ท่าทางตอนพูดก็ดูจริงจังมากชนิดที่ยกกำปั้นขึ้นมาขู่ให้ผมดูเป็นขวัญตา “เอาให้มันไม่กล้ากลับไปตัวสูงอีกเลย”

 

“อะไรกันครับเนี่ย” ผมส่ายหัว เอ็นดูเขาไม่ไหวแล้ว “โอเคครับตามนั้นเลย ผมไม่มีอะไรแย้งสักอย่าง”

 

“แน่ใจนะ ไม่ใช่ว่าอาทำให้เรารู้สึกเหมือนโดนบังคับนะซีน”

 

“ไม่เลยครับ ผมชอบไอเดียที่อาพูดมาทั้งหมดนี้ ฟังดูน่าสนุก” ผมตอบกลับ “เพราะงั้นเรารีบไปเล่นกันดีกว่าครับ เดี๋ยวคนเยอะแล้วจะรอนาน เรายังมีเครื่องเล่นอีกมากที่ต้องเล่น”

 

“โอเค แต่ก่อนไปเราต้องทำอย่างหนึ่งก่อน”

 

“ทำอะไรครับ ตั๋วเราพร้อมแล้วไม่ใช่เหรอ”

 

“ตั๋วพร้อมแล้วแต่เราต้องใช้ผ้าคล้องมือ”

 

“หา ?”

 

“นี่ อาซื้อผ้าคล้องมือมา” ผมย่นคิ้วใส่ให้กับคนที่ชูผ้าสีแดงขึ้นมาให้ผมดู อาถือวิสาสะข้อมือผมไปผูกติดกับข้อมือเขา แม้จะทุลักทุเลมากในการผูกมัดเรา ทว่าไม่นานเขาก็ผูกมันได้เสร็จสรรพ ทำเอาผมทำหน้างงไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องทำแบบนั้น “อาคิดว่าเราอยู่ใกล้ๆ กันไว้น่าจะดีกว่า เผื่อคนเยอะจะได้ไม่หลงทางไปไหน”

 

“ถ้าเราหลง เราก็โทรหากันได้ไม่ใช่หรือไง ?”

 

“แต่ถ้าตัวติดกันไว้ มันอุ่นใจกว่า” เขายักคิ้ว “และถือว่าเป็นการฝึกฝนว่าเราจะทนอยู่กับอาได้นานแค่ไหน ถ้าใครเป็นฝ่ายแกะผ้าออกคนนั้นจะต้อง อืม ยังไงดี ทำตามคำสั่งของอีกฝ่ายดีไหม ?”

 

“นี่อาจะท้าผมเหรอ ?”

 

“ประมาณนั้น อีกส่วนคืออาไม่อยากให้เราไปไหนไกล”

 

“อา”

 

“อยู่ใกล้ๆ กันไว้มันก็อุ่นใจไม่ใช่เหรอคุณหนู ฮ่าๆ” 

 

เปิดพรี 21 พค -23 กค น้า* 

LOADING 100 PER 

ทำให้เด็กมันดูว่าอาคนนี้หล่อเท่มานานแล้ว 

ผ่อนคลายกับปมหนักมาเจาะเรื่องรักกันบ้าง 

แต่ใครบอกว่าเรื่องรักจะเอามาขวางในเมื่อมีอีกเรื่องให้คิดอยู่ 

ระวังทุกฝีก้าวมันยังมีเรื่องให้ลุ้น เพราะงั้นจับตาดูให้ดีคนรอบตัวน่าหวาดหวั่น 

อย่ามัวแต่เที่ยวเล่นจนไม่เห็นกัน เงาร้ายอยู่ใกล้ขนาดนั้นระวังมันก่อนชัดเจน 

หวีดลงแท็กด้านล่างเมื่อพูดถึงความแซ่บของนิยายเรื่องนี้ 

#ฉลามซ่อนรัก 

Follow Me 

Twitter : ael_2543 

PAGE : Avery Pie 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว