ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 7 ตอนนี้เธอทำด้วยความเต็มใจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 ตอนนี้เธอทำด้วยความเต็มใจ

คำค้น : แต่งงาน, เย็นชา, ภรรยา, นิยายรัก, โรแมนติก, ดราม่า, แอบรัก, เมียจ้าง, พระเอกรวย, พระเอกซึน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 577

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 เม.ย. 2564 17:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 ตอนนี้เธอทำด้วยความเต็มใจ
แบบอักษร

สิบล้าน...... 

ข้อเรียกร้องของภรรยา ทำให้อรรถต้องกลับมาคิดหนัก 

ไม่ใช่ว่าเขาไม่มี แต่...เขาไม่อยากจ่าย อัยย์ได้เงินจากพ่อเขาไปสิบล้านแล้ว ถ้าได้จากเขาอีกสิบล้านก็เท่ากับว่าเธอจะได้เงินไปทั้งหมดยี่สิบล้าน 

มันมากเกินไป........... 

แม้ว่าเธอสมควรจะได้รับการชดเชยจากสิ่งที่เขาทำ แต่เขาก็ยังคิดว่ามันมากเกินไป      

แต่เขาจะถ่วงเวลาต่อไปไม่ได้แล้วเพราะทั้งนลินและพ่อแม่ของเขาต่างกดดันเขาด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน 

นลินต้องการให้เขาหย่าขาดจากอัยย์ให้เร็วที่สุด ส่วนพ่อและแม่ของเขาก็ต้องการคำอธิบายสำหรับเหตุการณ์อันน่าตกใจที่เกิดขึ้น 

อรรถหมกมุ่นอยู่กับการคิดหาทางออก จนกลับมาถึงบ้าน แล้วเขาก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ 

“แม่ง........เอ๊ย”  

อรรถสบถออกมาเมื่อค้นเซฟแล้วพบว่าอัยย์เอาทรัพย์สินไปจนหมด แม้ว่าเธอจะไม่แตะต้องทรัพย์สินส่วนที่เป็นของเขาเลย แต่อรรถก็ยังรู้สึกไม่พอใจอยู่ดี 

เอาของไปจนหมดแล้วยังมีหน้ามาเรียกร้องเงินสิบล้านอีก 

อรรถหันรีหันขวางแล้วเริ่มรื้อข้าวของของภรรยาออกมาตรวจสอบ แม้ว่าอัยย์เอาข้าวของไปเพียงเล็กน้อย แต่สิ่งที่เหลืออยู่ก็ไม่ได้มีค่าหรือมีราคาอะไร เขายืนเท้าสะเอวมองข้าวของของภรรยาที่ถูกรื้อกระจัดกระจายแล้วก็สะดุดตาเข้ากับบางอย่าง 

ข้างๆ โต๊ะทำงานของภรรยา มีตะกร้าเอกสารใบแจ้งหนี้ต่างๆ ที่ภรรยาเปิดดูและนำไปจ่ายเรียบร้อยแล้ววางอยู่บนเครื่องทำลายเอกสาร 

เขาไม่เคยสนใจพวกมันมาก่อนและแม้จะไม่รู้ว่ากำลังหาอะไรอยู่ แต่อรรถก็รื้อเอกสารออกมาดูทีละใบ ทีละใบ  

เจอแล้ว...............ในที่สุดเขาก็เจอ บิลค่าส่วนกลางของคอนโดที่เป็นชื่อภรรยา 

นี่เธอแอบซื้อคอนโดโดยไม่ได้บอกเขาใช่ไหม? เธอแอบเม้มเงินที่เขาให้เอาไปผ่อนคอนโดใช่ไหม? 

เพราะความรู้สึกที่เป็นลบทำให้เขามองทุกอย่างไปในแง่ร้าย อรรถพยายามหาเหตุผลเพื่อให้ตัวเองรู้สึกผิดน้อยลง  

ม๊าโทรมา..... 

“ครับม๊า” 

“จะเข้ามาที่บ้านวันไหน เตี่ยเรียกหามาหลายวันแล้วนะ” 

ภาพลูกสะใภ้ที่นอนจมกองเลือดทำให้พวกขาตกใจจนขวัญบิน หลังจากถูกรถพยาบาลมารับไปแล้วพวกเขาก็ไม่ได้ยินข่าวคราวของลูกสะใภ้อีกเลย  

คุณอุทัยรออยู่หลายวันจนหมดความอดทนจึงให้ภรรยาโทรมาตามลูกชายเข้าไปคุย แต่อรรถก็ยังคงหลบหน้าพวกเขาอยู่จนวันนี้แม่ของเขาต้องโทรมาตามอีกครั้ง 

“เดี๋ยวผมจะเข้าไปตอนนี้เลยครับม๊า” อรรถกำใบเสร็จไว้แน่นแล้วรีบขับรถไปบ้านพ่อแม่ทันที 

อย่างน้อย...เขาก็ไม่ใช่คนเดียวที่ทำเรื่องแย่ๆ  

นั่นเป็นเหตุผลที่อรรถบอกกับตัวเองเพื่อให้รู้สึกผิดน้อยลง... 

 

 

 

อัยย์นั่งแท็กซี่มุ่งหน้ากลับคอนโดแต่ระหว่างเดินตรงไปขึ้นตึก เธอก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างจึงหันหลังเดินกลับออกมาอีกครั้ง 

อัยย์เดินย้อนกลับทางร้านสะดวกซื้อที่อยู่ด้านหน้าคอนโด เธอต้องการแอลกอฮอล์ ไม่อย่างนั้นวันนี้เธอคงนอนไม่หลับ  

ในร้านสะดวกซื้อแทบไม่มีคน อัยย์เดินตรงไปที่ตู้แช่เครื่องดื่มแล้วสุ่มหยิบเบียร์ออกมาหนึ่งกระป๋อง เธอไม่ใช่นักดื่มแค่กระป๋องเดียวก็คงจะพอให้เธอนอนหลับแล้ว แม้ในร้านจะเต็มไปด้วยข้าวของน่าซื้อมากมาย แต่อัยย์ก็ไม่ได้สนใจเธอไม่มีอารมณ์จะช็อปปิ้งตอนนี้และก็กินอะไรไม่ลงด้วย 

อัยย์วางเบียร์ลงที่เคาน์เตอร์คิดเงิน 

“วันนี้งดจำหน่ายแอลกอฮอล์ค่ะลูกค้า ขายให้ไม่ได้นะคะ” 

คนจะเมา....พระ...เจ้า...มาเสือกอะไรด้วยวะ... 

จากเดิมที่เศร้าอยู่แล้ว พอไม่ได้ของที่ต้องการ เธอก็ยิ่งเศร้ากว่าเดิม... 

เธอแค่อยากจะดื่มหรือทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ลืมเรื่องราวเลวร้ายที่ได้เจอมา 

อัยย์เดินคอตกกลับคอนโด ทุกอย่างรอบตัวดูจะไม่เป็นใจกับเธอเลย  

ถ้าไม่มัวแต่ใจลอย เธอคงจะรับรู้ได้ว่ามีสายตาของใครบางคนมองตามมาตลอดทางกลับบ้าน 

อัยย์รีบตรงไปอาบน้ำหวังจะให้น้ำชำระล้างเรื่องแย่ออกไป 

เสียงออดหน้าห้องทำให้เธอเริ่มระแวง 

ใคร?.............. 

อัยย์รีบใส่เสื้อคลุม แล้วเดินออกมาดูว่า ใครกันนะที่มาที่นี่? 

ผู้ชายคนนั้น............ 

แม้จะเห็นผ่านหน้าจอ แต่เธอจำผู้ชายที่ยืนอยู่หน้าประตูได้ทันที 

เขามาได้ยังไง?................... 

แล้วเขารู้ได้ยังไงว่าเธออยู่ที่นี่?.................... 

เหมือนรู้ว่าเธอมองอยู่ ผู้ชายคนนั้นยกขวดไวน์ในมือชูให้เธอดูผ่านกล้อง 

ทันทีที่เธอเปิดประตู เขาก็รีบเดินเข้ามาในห้อง  

อัยย์มองผู้ชายร่างสูงที่ยืนอยู่กลางห้องรับแขกเล็กๆ พบได้สบตาเขาก็ทำให้เธอนึกถึงลูกที่จากไป 

“ร้องออกมาเถอะ...ถ้าอยากร้องก็ร้องออกมา”  

เมื่อเห็นน้ำตาของอัยย์ ตะวันก็วางขวดไวน์ลงบนโต๊ะแล้วเดินเข้าไปกอดเธอไว้แน่น 

อัยย์ร้องไห้ให้กับเรื่องราวเลวร้ายที่เพิ่งประสบมา ไม่สำคัญหรอกว่าผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าจะเป็นใครหรือเป็นอะไร เขาอาจจะเป็นคนที่สามีเธอส่งมา หรืออาจจะเป็นผู้ชายประเภทที่คอยตักตวงผลประโยชน์จากผู้หญิง 

แต่มันสำคัญตรงไหนเล่า................. 

ในเมื่อตอนนี้ ชีวิตของเธอ มันก็พัง จนไม่เหลืออะไรแล้ว 

ตะวันโยกตัวเบาๆ เพื่อปลอบโยนผู้หญิงที่อยู่ในอ้อมกอด เขาเกยคางไว้บนกระหม่อมของเธอ เสียงร้องไห้คร่ำครวญของอัยย์กะเทาะเปลือกที่เป็นเหมือนเกราะปกป้องหัวใจของเขา 

การได้เห็นเธอที่โรงพยาบาลจุดประกายความสงสัยจนเขาต้องกลับไปค้นหาคำตอบ  

เธอแท้ง แท้งลูกที่พยายามอย่างมากเพื่อให้ได้มา เมื่อได้รู้มันก็ทำให้เขารู้สึกโหวงในใจไม่น้อย เขาอาจจะไม่ได้สนใจเรื่องเด็กในท้อง แต่ก็แอบใจหายที่ได้รู้ว่าเด็กไม่อยู่แล้ว 

ยิ่งได้รู้ว่าเธอออกจากบ้านมาอยู่ที่นี่หลังจากแท้งยิ่งทำให้เขาสงสัยจนแอบสะกดรอยตามเธอ 

วันนี้เขาได้รู้แล้ว...... 

แค่ได้ฟังเขายังรู้สึกแย่ แล้วเธอที่เป็นคนเจอมันกับตัวจะเจ็บสักแค่ไหนกันนะ 

 

อัยย์ร้องไห้อยู่นาน การได้ระบายความเจ็บปวดออกไป มันทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมาก แต่มันก็ทำให้เธอรู้สึกตัวว่า กำลังยืนกอดคนแปลกหน้าอยู่ 

อัยย์ผละออกจากอ้อมกอดของคนแปลกหน้า แต่ก็ถูกเขาดึงเข้าไปจูบ 

ตะวันประคองใบหน้าของอัยย์ไว้ แล้วกดจูบลงไปบนริมฝีปากเธอ จูบที่ดูดดื่มและเรียกร้องของเขาทำให้อัยย์ตั้งตัวไม่ทัน เธอผลักเขาออกตามสัญชาตญาณ แต่ภาพของสามีกับชู้รักของเขาที่โผล่เข้ามาในสมองทำให้อัยย์ชะงักแล้วตัดสินใจดึงเขากลับเข้ามาใหม่  

ใช่สิ............ตาต่อตา...ฟันต่อฟัน 

เขานอนกับคนอื่น....เธอก็จะทำเหมือนกัน... 

ก่อนหน้านี้เธอทำเพราะความจำเป็น... 

แต่ตอนนี้ เธอจะทำด้วยความเต็มใจ...... 

อัยย์ลากชายแปลกหน้าไปที่ห้องนอน เธอผลักเขาลงไปเตียงนุ่ม แล้วเริ่มต้นทำกับเขาเหมือนที่สามีของเธอทำกับชู้....... 

 

“ที่นี่เหรอ” 

คุณอุทัยที่เพิ่งลงจากรถ ยืนมองตึกที่อยู่ตรงหน้าแล้วหันไปหาลูกชายที่ลงมาจากที่นั่งฝั่งคนขับ 

“ที่นี่และเตี่ย” 

ลูกชายที่ยอมโผล่หน้าไปหาที่บ้าน ยืนยันว่าจะพาเขามาดูให้เห็นด้วยตาของตัวเอง เมื่อเห็นท่าทีของพ่อที่ไม่เชื่อในสิ่งที่เขาเล่าให้ฟัง 

จะให้เขาเชื่อได้อย่างไรว่าลูกสะใภ้ที่เป็นคนดีมาตลอดจะแอบเม้มเงินจากสามีมาซื้อคอนโด แล้วยังคบชู้จนตั้งท้อง แล้วยังเรื่องที่เขาได้ยินจากปากลูกสะใภ้วันนั้นอีกเล่า 

ใครเป็นคนผิดกันแน่?................ 

ถ้าทั้งคู่เต็มใจจะเลิกรากัน เขาก็คงจะทำอะไรไม่ได้ 

อรรถยืนยันว่าเป็นฝ่ายถูกนอกใจก่อนจนทำให้ไปมีคนอื่น แล้วอัยย์ยังเรียกร้องขอสินสมรสอีกสิบล้าน 

“เตี่ย ไม่ได้มาเพื่อเข้าข้างแกนะ แต่มาเพราะอยากจะเป็นคนกลางให้” 

“แต่อัยย์ได้เงินจากเตี่ยไปสิบล้านแล้วนะ  ถ้าให้ไปอีกก็เท่ากับยี่สิบล้าน รวยเลยนะเตี่ย” 

คุณอุทัยส่ายหัวแล้วเดินตรงเข้าไปในตัวตึก  

เป็นโชคดีของพวกเขา แต่เป็นโชคร้ายของอัยย์ จังหวะที่พ่อลูกเดินไปถึงทางเข้า มีคนที่อยู่ในคอนโดเปิดประตูออกมาพอดี ไม่อย่างนั้น คนนอกอย่างพวกเขาคงเข้ามาไม่ได้ง่ายๆ เป็นแน่ 

“ชั้นไหนล่ะ?” 

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน” 

“อ้าว...” 

“ผมมีแค่เลขห้อง ผมบอกเตี่ยแล้วไง ว่าเขาแอบซื้อ ผมไม่เคยรู้เลยนะ” 

พ่อลูกค่อยๆ เดินไล่ดูเลขห้องตั้งแต่ชั้นสองขึ้นไปเรื่อยๆ  

 

อัยย์นอนอยู่บนเตียง มีเพียงผ้าห่มสีขาวที่ปิดบังร่างเปลือยเปล่าของเธอไว้ โดยมีชายแปลกหน้านอนอยู่ข้างๆ  

“ผมเอาไวน์มา...อยากดื่มไหม?” 

อัยย์พยักหน้าเบา เธอไม่รู้ว่าจะพูดกับอีกฝ่ายว่าอย่างไร เพราะจู่ๆ ความรู้สึกผิดก็เข้ามาในหัว  

อย่างไรเสีย เธอก็ยังไม่ได้หย่า การทำแบบนี้มันผิด 

อัยย์มองตามหลังผู้ชายที่เธอนอนด้วย เขาเดินเปลือยเข้าไปในห้องน้ำและเดินกลับออกมาโดยมีผ้าขนหนูพันท่อนล่างไว้ 

เสียงออดที่ดังขึ้นทำให้ทั้งสองคนหันมามองหน้ากัน ตะวันที่อยู่ใกล้กว่าเดินไปดูหน้าจอ แล้วหันมามองอัยย์ที่นั่งตัวแข็งอยู่บนเตียง 

“มีผู้ชายสองคนอยู่หน้าห้อง คนหนึ่ง น่าจะเป็นสามีคุณ.........มั้ง” 

“ห้องนี้แหละเตี่ย อัยย์ต้องอยู่ในห้องแน่นอน ผมมั่นใจ” 

เสียงของสามีดังมาจากอีกฟากของประตู ทำให้อัยย์ทำตัวไม่ถูก เธอหันรีหันขวางมองสภาพห้องที่มีเสื้อผ้าของพวกเขากระจัดกระจายไปทั่ว ผ้ายังพอเก็บได้ แต่ผู้ชายตัวโตที่อยู่ตรงนั้น เธอจะเอาเขาไปซ่อนที่ไหน 

“ตึง...ตึง...ตึง อัยย์อยู่ในนี้ใช่ไหม เปิดประตูนะ”  

อรรถที่ใจร้อนเปลี่ยนมาเคาะประตูแล้วตะโกนเข้ามาในห้องแทน ทำเอาอัยย์ตกใจจนแทบผวาแต่พยายามทำใจเย็น 

“อยู่เงียบๆ เดี๋ยวพวกเขาคงไปเอง” อัยย์กระซิบเบา แล้วพยายามกวักมือเรียกให้เขากลับเข้ามาในห้องนอน 

แต่นอกจากจะไม่ยอมเดินเข้าไปแล้ว เขากลับเดินตรงไปที่ประตู แล้วปลดล็อก 

แม้จะตกใจ แต่อัยย์ก็ยังมีสติพอจะวิ่งลงจากเตียงและตรงเข้าไปซ่อนในห้องน้ำ 

 

วินาทีที่ประตูถูกเปิดออก ร่างของอัยย์ก็ผลุบเข้าไปในห้องน้ำพอดี 

“คุณเป็นใคร อัยย์...อัยย์อยู่ที่นี่ใช่ไหม?” 

ทันทีที่ประตูถูกเปิดออก อรรถก็ทำท่าจะก้าวเข้ามาในห้อง แต่ถูกผู้ชายที่มีเพียงผ้าขนหนูพันรอบเอวขวางเอาไว้ 

คุณอุทัยที่ยืนอยู่หลังลูกชายมีสีหน้าตกใจที่เห็นผู้ชายกึ่งเปลือยอยู่ในห้องที่ลูกชายยืนยันว่าเป็นของลูกสะใภ้ 

ตะวันยืนขวางไม่ให้ทั้งสองคนก้าวเข้ามาในห้อง เขาไม่ได้พูดอะไร มีเพียงสีหน้าที่สงบนิ่งและเย็นชา 

ร่างสูงที่เผยให้เห็นแผ่นอกเปลือยที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ทำให้อรรถรู้สึกเหมือนถูกข่ม แต่เขาพยายามบอกตัวเองให้มั่นใจเข้าไว้ เพราะนี่อาจจะเป็นโอกาสที่เขาจะแสดงให้บิดาเห็นว่าภรรยาของเขาเป็นฝ่ายทรยศเขาก่อน  

“เมียผมอยู่ไหน ผมมาหาอัยย์ อัยย์คุณอยู่ในนั้นใช่ไหม?  ออกมาเดี๋ยวนี้นะ” 

อรรถพยายามไม่สนใจสีหน้าเย็นชาของคนที่อยู่ตรงหน้า เขาตะโกนเรียกชื่อภรรยา  

อัยย์ต้องอยู่ในห้องนี้แน่ๆ เขามั่นใจและยิ่งมั่นใจเข้าไปใหญ่เมื่อเห็นรองเท้าส้นสูงของผู้หญิง 

ตะวันไม่ตอบคำถามเขา แต่มองเลยไปด้านหลัง รปภ.ของคอนโดที่รีบขึ้นมาดูหลังจากได้รับแจ้งจากลูกบ้าน ว่ามีคนส่งเสียงดัง 

“คุณปล่อยให้คนนอกเข้ามารบกวนลูกบ้านได้ยังไง?” เสียงที่เยือกเย็นและเชือดเฉือนดังมาจากลำคอของเขา ทำเอารปภ. ที่เพิ่งมาถึงรีบขยับตัวเข้ามาแก้ไขสถานการณ์  

แม้จะไม่เคยเห็นหน้าลูกบ้านคนนี้มาก่อน แต่ท่าทางมั่นใจและน้ำเสียงเด็ดขาดก็ทำให้เขารีบทำหน้าที่ของตัวเองทันที 

“ที่นี่ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้านะครับ รบกวนออกงดส่งเสียงดังและออกไปจากพื้นที่ด้วยครับ” 

“ผมมาตามหาเมียผม เขาต้องอยู่ในนี้แน่ๆ” 

ตะวันยังคงไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ เขาเพียงแต่ทำสีหน้าเบื่อหน่าย แล้วส่งสายตาที่คมเหมือนมีดไปยังรปภ. 

รปภ.หันไปมองสภาพของลูกบ้านที่ยืนเปลือยท่อนบนทำสีหน้าไม่พอใจอยู่ ตอนนี้ไม่สำคัญว่าใครจะเป็นชู้กับใคร แต่ถ้าเขาไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง ลูกบ้านคนนี้คงจะหันมาเอาเรื่องเขาแน่ๆ 

“ถ้ายังไม่ออกไป ผมจะแจ้งตำรวจนะครับ” 

“อรรถ ไปเถอะรปภ.เขามาไล่แล้ว” 

“ไปได้ยังไงเตี่ย เตี่ยไม่เห็นเหรอว่าพวกมันกำลังทำอะไรกันอยู่? ที่นี่ต้องเป็นรังรักของอัยย์กับไอ้หมอนี่แน่นอน” 

ตะวันหันไปทางรปภ. แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่เด็ดขาดว่า 

“ผมมาเช่าที่นี่ เพราะอยากอยู่อย่างสงบ แต่นี่มันอะไรกัน” 

“ขอโทษครับ ผมจะรีบจัดการเดี๋ยวนี้ครับ” 

รปภ. รีบแทรกตัวเข้ามาขวางอรรถ แล้ววอแจ้งรปภ.คนอื่นให้โทรตามตำรวจ 

“ไปอรรถกลับ”  

คุณอุทัยรีบลากแขนลูกชายออกมา เพราะไม่อยากมีเรื่องมีราวกับตำรวจ 

“ขอโทษ ที่พวกเราหละหลวมนะครับ ผมรับรองว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก” 

ตะวันรอจนแน่ใจว่าอรรถและพ่อลงลิฟต์ไปแล้วถึงปิดประตูห้อง เขาหันหลังกลับ และเดินไปเคาะประตูห้องน้ำ 

“ไปหมดแล้ว” 

อัยย์เปิดประตูออกมาด้วยสีหน้าโมโห 

“ไปหมดแล้วเหรอ คุณทำให้ฉันกลัวแทบตายนะ ฉันคิดว่าคุณจะปล่อยให้พวกเขาเข้ามา คุณเปิดประตูทำไม?” 

อัยย์ที่ทั้งกลัวและโมโหฟาดมือลงบนกลางอกของเขา แต่ตะวันกลับดูสงบนิ่งเหมือนไม่มีอะไรผิดปรกติ 

“ถ้าผมไม่เปิด พวกเขาก็ไม่ยอมไปไหนสักทีสิ”   

ตะวันเหล่ตามองภาพที่เห็นตรงหน้าอย่างพอใจ อัยย์ที่โมโหจนหน้าแดง รีบร้อนเข้าไปซ่อนในห้องน้ำ ยืนเปลือยโดยใช้มือข้างหนึ่งทาบทับผ้าเช็ดผมให้ปิดบังร่างกายด้านหน้าได้  

ด้วยร่างที่สูงกว่าทำให้เขาสามารถมองข้ามไหล่ไปเห็นผิวด้านหลังที่เปลือยเปล่า ก้นขาวที่อวบอิ่มที่แสนสะดุดตา ภาพที่เห็นทำให้เกิดความรู้สึกแปลกๆ ในช่องท้องส่วนล่างของเขา 

ตะวันกะพริบตาแล้วถอนหายใจเพื่อข่มอารมณ์ แต่ในที่สุดส่วนหนึ่งของร่างกายเขาก็แสดงปฏิกิริยาตอบสนอง 

“อัยย์....รู้ไหมว่าผมเป็นใคร?” 

ชื่อของเธอที่ออกจากปากเขาทำให้อัยย์รู้สึกแปลกๆ และเมื่อสบตากับเขาก็ทำให้เธอยิ่งรู้สึกประหม่า 

อัยย์เบือนหน้าเพื่อหลบสายตาของเขา 

“ไม่รู้....ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าคุณเป็นใคร” 

แม้ว่าพวกเขาจะทำเรื่องนั้นด้วยกันมาหลายครั้งแล้ว แต่เขาก็ยังเป็นคนแปลกหน้าสำหรับอัยย์ 

เขายื่นมือทั้งสองข้างออกมายันไว้กับกำแพงข้างหลังเธอ แล้วกักอัยย์ไว้ระหว่างร่างของเขาและกำแพง 

“ไม่รู้ไม่เป็นไร แต่หลังจากนี้......คุณจะกลายเป็นผู้หญิงของผม” 

 

……………………………………………………... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว