ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 5 ตีสองหน้า

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 ตีสองหน้า

คำค้น : แต่งงาน, เย็นชา, ภรรยา, นิยายรัก, โรแมนติก, ดราม่า, แอบรัก, เมียจ้าง, พระเอกรวย, พระเอกซึน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 509

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 เม.ย. 2564 19:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 ตีสองหน้า
แบบอักษร

หน้าห้องนอนใหญ่ อัยย์ยืนนิ่งเหมือนรูปปั้น เสียงที่ดังลอดออกมาหลังประตูนั้นบ่งบอกชัดเจนว่าพวกเขากำลังทำอะไรกันอยู่ 

ได้ยินแค่นี้ก็เจ็บมากแล้ว................... 

แต่เหมือนยังเจ็บไม่พอ อัยย์ค่อยๆ ยื่นมือไปผลักประตูที่แง้มอยู่ให้เปิดออก 

ในห้องนอนที่มืดสลัว เสื้อผ้าของชายหญิงกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น บ่งบอกถึงความรีบร้อนของเจ้าของ 

บนเตียงสไตล์ยุโรปขนาดใหญ่มีร่างที่เปลือยเปล่าของชายหญิงคู่หนึ่ง พวกเขากำลังทำสิ่งนั้นกัน เสียงร้องครวญครางด้วยความพอใจของฝ่ายหญิงดังสลับกับเสียงคำรามต่ำในลำคอของฝ่ายชาย ทั้งคู่หมกมุ่นอยู่กับในสิ่งที่ทำ จนไม่รับรู้ว่ามีคนมารู้มาเห็นสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่ 

อัยย์ช็อกจนพูดไม่ออก เธอไม่คาดคิดว่าจะต้องมาเห็นภาพนี้ 

สามีที่แต่งงานกับเธอมาห้าปีกำลังนอกใจเธอ  

เขาทำกับเธอแบบนี้ได้ยังไง.......... 

เขาหักหลังเธอได้ยังไง............. 

น้ำตาของอัยย์ไหลพรั่งพรูลงมาอย่างสุดกลั้น  

อัยย์ค่อยๆ เดินถอยออกมาแล้วหันหลังวิ่งออกจากห้องชุด 

เพราะความรีบร้อนทำให้มือของเธอเผลอไปกระแทกกับลูกบิดประตู ตอนที่วิ่งหนีออกมา 

“คลิก”  

แม้เสียงนั้นจะไม่ดังมาก แต่ดังขึ้นในจังหวะที่เสียงของสองคนที่อยู่ในห้องเงียบพอดี  

อรรถที่รู้สึกระแวงอยู่แล้วก็ตื่นตัวทันทีที่ได้ยินเสียง เมื่อเห็นว่าประตูห้องนอนแง้มออกกว้าง 

เขาก็ผุดลุกจากเตียงแล้วรีบคว้าเสื้อคลุมมาใส่ ไม่สนใจเสียงร้องทักท้วงของนลิน 

อรรถเดินออกมานอกห้องนอน แล้วกวาดสายตามองไปทั่วๆ ห้องชุด  

สายตาของเขาสะดุดเข้ากับประตูหน้าห้องที่ปิดไม่สนิทเพราะมีพรมเช็ดเท้าคั่นอยู่ 

อรรถยืนนิ่งอยู่หน้าประตู เขาไม่ได้มองตอนที่นลินเดินเข้ามาทำให้ไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือมีใครเข้ามาเห็นพวกเขา 

เขาเปิดประตูแล้วชะโงกออกไปดูที่โถงทางเดิน แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปรกติ  

อรรถปิดประตูแล้วกดล็อกเพื่อให้มั่นใจ 

“มีอะไรหรือเปล่า?” 

“เปล่า สงสัยคุณจะปิดประตูไม่สนิท” 

เมื่อหันกลับไปเขาก็เจอเข้ากับนลินที่ยืนเปลือยเปล่าอยู่ด้านหลัง 

แม้จะไม่มีอะไรปกปิดร่างกาย แต่นลินก็ไม่ได้มีท่าทีเขินอาย  

“ไม่หนาวเหรอ?” 

“ถ้ากลัวลินหนาว คุณก็ทำให้ลินอุ่นสิ” 

ไม่พูดเปล่า นลินเดินไปดึงสายรัดเสื้อคลุมให้หลุดออกแล้วซบหน้าลงบนอกที่เปลือยเปล่าของเขา 

“เป็นอะไรไป? กลัวเมียคุณตามมาเจอเหรอ?” นลินยิ้มเหยียดถามออกมา เมื่อเห็นสีหน้าเป็นกังวลของอรรถ 

อรรถก้มลงมองใบหน้าสวยที่มองมา นลินผู้หญิงที่เคยอยู่เกินเอื้อม เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีโอกาสครอบครองเธอ แต่มันเป็นไปแล้ว เขาอยากจะครอบครองเธอจนถึงขั้นวางแผนอันซับซ้อนเพื่อให้ทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกัน 

“รู้ตอนนี้ก็สายไปแล้ว เธอท้องแล้ว แผนที่ผมวางไว้ มันใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว” 

อีกนิดเดียวทันทีที่ลูกในท้องของอัยย์พ้นระยะอันตราย แผนของเขาก็จะเสร็จสิ้นทันที..... 

นลินยิ้มแล้วเขย่งเท้าเพื่อจูบริมฝีปากของอรรถเบาๆ  

“ชั้นชอบนะ ที่คุณพยายามทำทุกอย่าง เพื่อให้เราได้อยู่ร่วมกัน พอคุณเขี่ยเมียคุณทิ้งแล้ว เราก็ไม่ต้องหลบๆซ่อนๆ กันอีกต่อไป” 

นลินยิ้มหวานแล้วก็ก็ลากแขนอรรถให้เดินตามกลับไปยังห้องนอนเพื่อทำสิ่งที่พวกเขาค้างคาอยู่ต่อ 

อรรถลุ่มหลงและมัวเมาไปกับความเร่าร้อนของนลิน ความใจกล้าของเธอกระตุ้นให้เขาได้พบกับความตื่นเต้นที่อัยย์ไม่เคยมีให้ ถ้าไอริณเป็นน้ำ นลินก็คือไฟ ไฟร้อนที่เขายินดีจะโดดลงไป แม้จะรู้ว่าต้องพบกับอันตราย..... 

 

อัยย์จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเธอกลับมาอยู่บนรถได้ยังไง เธอร้องไห้คร่ำครวญอยู่คนเดียว 

เธอจะทำยังไงต่อไปดี สามีที่เป็นความหวังเดียวในชีวิตกำลังทรยศเธอ แล้วยังลูกที่อยู่ในท้องอีกเล่า 

อัยย์ขับรถออกมาโดยไร้จุดหมาย เธอไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน ไปหาใคร 

นอกจากอรรถแล้วเธอก็ไม่มีใครอีกเลย 

 

อัยย์ขับรถวนเวียนไปมาจนฟ้าเริ่มมืด  

เธอจอดรถที่ริมถนนแห่งหนึ่ง แล้วพยายามตั้งสติ ในหัวมีแต่คำว่า ทำไม... 

ทำไมเขาถึงทำกับเธอแบบนี้?.................... 

ทำไมเขาถึงอยากให้เธอตั้งท้องนักหนา?................. 

เรื่องที่เขาเป็นหมันเป็นเรื่องจริง หรือเรื่องโกหก?.............. 

ชะตากรรมของเธอต่อไปนี้จะเป็นอย่างไร?.................. 

ลูก...................... 

เมื่อคิดถึงลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์ อัยย์เอามือแตะท้องไว้แล้วร้องไห้ออกมา  

หลังจากร้องไห้จนสาแก่ใจแล้ว อัยย์ก็เริ่มหวาดกลัวสิ่งที่กำลังจะตามมา 

เธอไม่ใช่คนโง่ เมื่อได้รู้ว่าสามีไม่ซื่อสัตย์ สิ่งต่างๆที่เขาเคยพูดและทำกับเธอก็ย้อนเข้ามาในความทรงจำ 

ใช่แล้ว นลินผู้หญิงคนนั้นเคยมาที่งานศพของแม่ใหญ่ เธอมัวแต่วิ่งวุ่นกับการจัดแจงเรื่องต่างๆ จนไม่มีเวลาสังเกตสังกา ทั้งญาติและแขกที่มาร่วมงานมีมากเสียจนเธอจำไม่หวาดไม่ไหวและไม่ได้สนใจเมื่อเห็นนลินจับมือแสดงความเสียใจกับสามีเธอ 

ทั้งคู่ไม่ได้เพิ่งรู้จักกันแน่ๆ................. 

ความพยายามผลักดันให้เธอตั้งท้องเพื่อให้มีทายาทให้กับพ่อสามีก็ดูเหมือนจะมีบางอย่างแอบแฝง  

แล้วไหนจะเรื่องที่เขาปกปิดไม่ให้เธอรู้ข่าวการป่วยของแม่ใหญ่อีก  

เขาต้องการทำอะไรกันแน่?..... 

 

นลิน.... 

การหาข้อมูลของสาวสังคมอย่างนลินไม่ใช่เรื่องยาก แค่พิมพ์ชื่อชู้รักของสามีลงไป  

ข้อมูลก็ปรากฏขึ้นมาให้อ่านอย่างไม่หวาดไม่ไหว 

นลินลูกสาวคนเล็กของเจ้าสัว  

ม่ายสาวไฮโซสุดเซ็กซี่ที่เปลี่ยนคู่ควงเป็นว่าเล่น แต่สิ่งที่ทำให้ชื่อเสียงของเธอเป็นที่จดจำ  

ไม่ใช่ความสวยหรือความรวย แต่เป็นข่าวฉาวของเธอ 

สองปีที่แล้วข่าวที่นลินฉกสามีมาจากอกดาราสาวชื่อดัง กลายเป็นข่าวฉาวโฉ่นานนับเดือน 

คู่รักดารากับนักธุรกิจหนุ่มที่คนทั่วไปชื่นชมในความเหมาะสมและความหวานที่ทั้งคู่มีให้แก่กัน  

กลับกลายเป็นคู่ร้างเมื่อฝ่ายหญิงร่ำไห้ออกสื่อว่าถูกนลินแย่งสามีไป  

ทั้งภาพหลุดและภาพจากปาปารัสซี่เป็นหลักฐานที่ทำให้ชาวบ้านก่นด่าเธอทั้งเมือง 

แต่นอกจากจะไม่แคร์ข่าวหรือคำสาปแช่งที่ถาโถมเข้ามา นลินกลับเดินหน้าจดทะเบียนกับอดีตสามีของดาราสาว เพียงหนึ่งวันหลังจากที่พวกเขาจดทะเบียนหย่ากัน 

ผ่านไปแค่หนึ่งปี นลินก็ประกาศหย่าขาดกับสามีที่เธอแย่งมาจากคนอื่น 

แย่งสามีชาวบ้านจนเป็นนิสัยสินะ..... 

ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ?............. 

เขาเริ่มทรยศเธอตั้งแต่เมื่อไหร่?.................. 

 

ชีวิตที่ต้องเอาตัวรอดมาตั้งแต่เด็กทำให้อัยย์ตั้งสติได้เร็ว  

ถึงตอนนี้เธอจะยังไม่รู้ว่าสามีวางแผนจะทำอะไร แต่ถ้าเขาคิดจะทิ้งเธอ อัยย์ก็จะไม่จากไปมือเปล่าอย่างแน่นอน 

เธอรีบตรงกลับบ้าน เปิดเซฟและหยิบทรัพย์สินบางส่วนใส่กระเป๋าใบเล็กๆ แล้วเอาไปซ่อนไว้ในบ้าน 

ทองที่พ่อแม่สามีให้ในโอกาสสำคัญ นาฬิกา และเครื่องประดับที่สามีซื้อให้เป็นของขวัญ สมุดบัญชีธนาคารทุกเล่มโดยเฉพาะเล่มที่มีเงินสิบล้านบาทที่เป็นมรดกจากพ่อสามี 

ผัวจะทิ้งก็ได้ แต่เธอจะไม่มีวันกลับไปจนอีกเด็ดขาด..... 

หลังจากเอากระเป๋าใบนั้นไปซ่อนไว้แล้ว เธอก็อาบน้ำแล้วเข้านอน พยายามทำตัวให้เหมือนปรกติ  

แต่มันก็ยากเหลือเกิน ทุกครั้งที่หลับตาภาพจำต่างๆ ก็ย้อนเข้ามาในหัว ทั้งความทรงจำที่แสนดีในชีวิตคู่และภาพสุดเลวร้ายที่เธอเพิ่งจะได้เห็น 

เพียงพริบตาชีวิตและครอบครัวที่กำลังจะสมบูรณ์และเป็นสุขกลายเป็นเรื่องโกหก 

แค่คิดว่าจะต้องกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่เธอก็หวาดกลัวแล้ว แถมยังมีลูกที่อยู่ในท้องอีก  

ลูกที่หวังว่าจะเป็นโซ่ทองคล้องใจกลายเป็นเหมือนเชือกที่พันธนาการเธอไว้จนแทบจะไม่สามารถทำอะไรได้เลย 

ดึกมากแล้วกว่าอรรถจะกลับถึงบ้าน อัยย์นอนตัวเกร็ง เม้มปากแน่น  

เธอรู้สึกเหมือนมีถ่านร้อนๆ มาวางอยู่ข้างกาย คนที่เคยเป็นคู่ชีวิตที่คิดจะฝากชีวิตไว้กลายมาเป็นคนที่ทำร้ายเธอได้อย่างเจ็บแสบ 

 

เช้าตรู่ 

อัยย์ที่อยู่ในสภาพโทรมจากเรื่องราวหนักหนาที่เพิ่งค้นพบ เดินลงมาที่ชั้นล่าง 

อรรถที่ตื่นก่อนแล้วนั่งดื่มกาแฟอยู่ในครัว เตรียมพร้อมจะออกไปข้างนอกแล้ว 

“ตื่นแล้วเหรอ....เป็นอะไรไปสีหน้าคุณดูไม่ค่อยดีเลย แพ้ท้องเหรอ” 

ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาบวมแดงของภรรยาดูผิดปรกติจนเขาต้องเอ่ยปากออกมา 

ถ้าเป็นเมื่อก่อน เธอคงทราบซึ้งกับความห่วงเป็นใยที่เขามีให้  

แต่ตอนนี้เธอรู้แล้ว เบื้องหลังท่าทีอ่อนโยนคือความโหดร้ายและเลือดเย็น 

อรรถลุกขึ้นเอาแก้วกาแฟที่ดื่มแล้ว มาวางไว้ที่อ่างล้างจาน แล้วเดินมาลูบผมภรรยาอย่างอ่อนโยน 

“คุณไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว ต้องพักผ่อนเยอะๆ นะ”  

ตีสองหน้า............ 

ท่าทีเสแสร้งว่าห่วงใยทำให้อัยย์แทบจะอ้วกออกมา  

เธอทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ แล้วมองตามรถสามีที่แล่นออกไป  

ใช่สิ...เธอไม่ได้ตัวคนเดียว เธอมีลูกที่ต้องดูแล 

ลูก....... 

ลูกที่เธอหวังจะให้เกิดมาในครอบครัวที่พรั่งพร้อมกลับกลายเป็นเรื่องหลอกลวง 

เธอจะทำอย่างไรดี....แม้แต่ตัวเอง เธอก็แทบจะปกป้องไม่ได้ แล้วลูกล่ะ...... 

อัยย์นั่งอยู่ตรงนั้นครู่ใหญ่ แล้วลุกขึ้นไปเตรียมตัวเพื่อออกไปข้างนอก  

เธอเอากระเป๋าใบเล็กที่ซ่อนไว้ออกมา แล้วขับรถตรงไปยังธนาคารทันที  

ไม่เกินสองล้าน.............. 

อัยย์หน้าเสีย ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยมีเงินเยอะขนาดนี้มาก่อน เลยไม่รู้ห้ามถอนเกินสองล้าน  

ทำยังไงดีนะ....... 

อัยย์ตัดสินใจถอนเงินให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วรีบเอาทรัพย์สินและเงินสดที่มีทั้งหมดไปซ่อนไว้ ที่คอนโดส่วนตัว 

หลังจากนั้นเธอก็มุ่งหน้าไปที่สำนักงานทนายความเพื่อขอคำปรึกษา 

หลักฐาน....... 

อัยย์เดินออกมาจากสำนักงานทนายความอย่างเหนื่อยล้า 

ทนายบอกว่าสิ่งที่เธอต้องมีคือหลักฐาน แต่เธอจะไปหามาจากไหนกัน  

แล้วเธอจะต้องทนเห็นภาพนั้นอีกครั้งอย่างนั้นหรือ? 

แม่สามีโทรมา.... 

แม่ของอรรถ ตั้งแต่คบกันจนแต่งงานเธอแทบไม่ค่อยจะได้ใกล้ชิดกับแม่สามีมากนักเพราะสถานะเมียรอง  

ทำให้แม่ของอรรถไม่ค่อยมีบทบาทในครอบครัวมากนัก แม้แต่บ้านใหญ่ที่เตี่ยอยู่ แม่ของอรรถก็เพิ่งย้ายเข้ามาหลังแม่ใหญ่เสีย 

“ค่ะ...ม๊า” 

“อัยย์ ม๊าโทรหาอรรถไม่ติดเลย อยู่ด้วยกันหรือเปล่า?” 

แม้ใจอยากจะบอกว่าเหตุผลที่ติดต่ออรรถไม่ค่อยได้ อยากจะระบายความเจ็บปวดให้ใครสักคนฟัง แต่เธอก็ต้องห้ามตัวเองไว้ ถึงเรื่องที่เขาทำจะผิด แต่มันก็ไม่เกี่ยวกับพ่อและแม่ของเขา 

“อรรถไปทำงาน ส่วนอัยย์ออกมาข้างนอกค่ะม๊า” 

“เหรอ...ถ้าอย่างนั้นบอกอรรถด้วยนะ ว่าเตี่ยถามหา ถ้าพรุ่งนี้ว่างก็มากินข้าวเย็นกับเตี่ยด้วย” 

“ได้ค่ะม๊า เดี๋ยวอัยย์บอกอรรถให้” 

หลังจากวางสายจากแม่สามีแล้ว อัยย์ก็พยายามโทรหาอรรถ แค่เห็นชื่อเขาบนหน้าจอโทรศัพท์ อัยย์ก็น้ำตาคลอ 

ปิดเครื่อง.............. 

อยู่ด้วยกันสินะ.............. 

อัยย์กลั้นใจส่งข้อความไปบอกเขาแทน 

 

คืนนั้น 

“ม๊าบอกให้ไปกินข้าวกับเตี่ยใช่ไหม?” อรรถที่กลับดึกเหมือนเช่นเคย หันมาถามภรรยาที่นอนหันหลังอยู่ 

“อืม” 

“ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ สักหกโมงเราไปเจอกันที่บ้านเตี่ยเลยนะ” 

“อืม” 

 

เช้าวันต่อมา 

อัยย์รอจนกระทั่งได้ยินเสียงรถของสามีแล่นออกจากบ้าน แล้วค่อยลุกจากเตียง  

อัยย์เก็บเสื้อผ้าและข้าวของส่วนตัวบางส่วนใส่กระเป๋าเดินทาง แล้วพยายามจัดตู้เสื้อผ้าเพื่อไม่ให้ดูผิดสังเกต 

เธอแวะถอนเงินที่ธนาคาร แล้วเอาทุกอย่างไปเก็บไว้ที่คอนโดอีกครั้ง 

อัยย์ทรุดตัวลงนั่งที่โซฟา แล้วมองไปรอบๆ คอนโดเล็กๆแห่งนี้ เป็นสมบัติเพียงชิ้นเดียวของเธอ 

เธอพยายามปลอบใจตัวเองว่าถึงจะต้องแยกทางกับสามี แต่อย่างน้อยเธอก็ยังมีที่ซุกหัวนอน 

อัยย์ไม่หวังแล้วว่าเธอกับอรรถจะได้กลับไปเป็นครอบครัวเหมือนเดิม  

 

ที่หน้าบ้านพ่อแม่ของอรรถ 

อัยย์ลงจากรถแล้วยืนมองเข้าไปในบ้านหลังใหญ่  

เธอจำความรู้สึกตอนมาที่นี่ครั้งแรกได้ อรรถพาเธอมาแนะนำให้ครอบครัวรู้จัก 

วันนั้นมือที่แสนอบอุ่นของเขากุมมือของเธอไว้แน่น ทุกๆ ก้าวที่เธอเดินขึ้นบันไดหน้าบ้านมันช่างเต็มไปด้วยความประหม่า อรรถในตอนนั้นดูมั่นคงและพึ่งพาได้จนเธอตัดสินใจฝากชีวิตไว้กับเขา 

ในการพบครอบครัวฝ่ายชายครั้งแรก แม้จะสับสนกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนในครอบครัว แต่การต้อนรับอย่างอบอุ่นที่มอบให้ก็ทำให้เธอรู้สึกดีใจที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้ 

เมื่อนึกถึงพ่อแม่สามีก็ทำให้อัยย์ถอนหายใจออกมาอย่างหนักใจ 

หลายปีที่ผ่านมา พ่อแม่เขาดูแลเธอเป็นอย่างดี พวกเขาจะรู้สึกเสียใจแค่ไหน ถ้าได้รู้ว่าลูกชายทำอะไรลงไป 

“อรรถมาถึงแล้วนะ กำลังคุยกับเตี่ยอยู่” 

แม่ของอรรถรับไหว้ลูกสะใภ้ แล้วเดินนำเธอเข้าไปในห้องอาหาร 

อัยย์เข้าไปช่วยแม่สามีจัดโต๊ะอาหาร เสร็จแล้วก็ให้คนงานไปตามทั้งคู่มา 

แม้บนโต๊ะจะเต็มไปด้วยอาหารน่าทานมากมาย แต่เธอก็กินอะไรไม่ลง อัยย์ได้แต่เขี่ยอาหารไปมา 

“ไม่หิวเหรออัยย์?” 

“เวียนหัวนิดหน่อยค่ะแม่” 

“อย่ามัวดูแลแต่อรรถ ดูแลตัวเองด้วยนะ” 

“ค่ะ” 

อัยย์ก้มหน้าแล้วพยายามกดความรู้สึกเจ็บปวดเอาไว้ เธอยังไม่พร้อมจะให้พ่อแม่สามีมารับรู้เรื่องแย่ๆ ที่เกิดขึ้น 

“อรรถ...ดูแลเมียบ้างอย่าเอาแต่ทำงาน” 

“ครับแม่ แต่ช่วงนี้งานผมเยอะจริงๆ ไว้ว่างเมื่อไหร่ ผมจะพาอัยย์ไปเที่ยวนะ” 

คำโกหกของสามีทำให้อัยย์รู้สึกขยะแขยงเสียจน อยากจะสะบัดมือของเขาที่กุมมือเธออยู่ออก  

“งาน....ยุ่งมากเหรอ?” 

“ครับเตี่ย......มีหลายอย่างที่ผมต้องจัดการ ผมอยากจะสานต่อสิ่งที่เตี่ยสร้างไว้ให้ดี แล้วก็อยากจะขยับขยายไปทำธุรกิจอื่นๆอีก” 

สายตาของคุณอุทัยที่มองไปลูกชายคนเดียวเต็มไปด้วยความภูมิใจ เขาไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ลูกชายหมกมุ่นไม่ใช่เรื่องงานแต่เป็นเรื่องอื่น 

 “อ้อ...พอพูดถึงเรื่องนี้ผมก็นึกขึ้นมาได้ว่ามีเรื่องอยากจะปรึกษาเตี่ยกับอัยย์” 

“เรื่องอะไร?” 

อัยย์นั่งนิ่งแล้วตั้งใจฟังสิ่งที่สามีกำลังจะพูดกับพ่อสามีต่อไป 

ปรึกษาอย่างนั้นเหรอ.................... 

เขาน่าจะมีจุดประสงค์อื่นมากกว่า..................... 

พอได้รู้ธาตุแท้ของสามีแล้ว อัยย์ก็เริ่มมองเขาด้วยสายตาที่แตกต่างไป  

“คือตอนนี้ธุรกิจของเรากำลังจะขยายตัวออกไปมาก ผมเองก็อยากจะลองทำธุรกิจอื่นๆเพิ่มอีกแต่ก็เป็นห่วงอัยย์เตี่ยคิดยังไงครับ ถ้าผมจะหย่ากับอัยย์บังหน้าเพราะถ้าเกิดมีอะไรผิดพลาดขึ้นมา เราก็จะไม่ต้องเสียอะไรไปและอัยย์ก็ไม่ต้องมาแบกรับหนี้สินจากธุรกิจของผมด้วย” 

“ฮ่า..ฮ่า...ฮ่า” 

เสียงหัวเราะของอัยย์ที่แทรกขึ้นมาทำให้ทุกคนบนโต๊ะอาหารชะงัก 

อรรถมองภรรยาที่หัวเราะจนน้ำหูน้ำตาไหล เหมือนเห็นคนบ้า 

ใช่....อัยย์บ้าไปแล้ว 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว