ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 ความสงสัยที่เกาะกุมหัวใจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 ความสงสัยที่เกาะกุมหัวใจ

คำค้น : แต่งงาน, เย็นชา, ภรรยา, นิยายรัก, โรแมนติก, ดราม่า, แอบรัก, เมียจ้าง, พระเอกรวย, พระเอกซึน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 550

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 เม.ย. 2564 17:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 ความสงสัยที่เกาะกุมหัวใจ
แบบอักษร

 

อัยย์หน้าซีด เธอรีบขับรถไปโรงพยาบาลทันที  

ในสถานการณ์ที่เธอควรจะได้ดีใจกลับต้องมาได้ยินข่าวร้าย 

อัยย์รีบเดินเข้าไปหาอรรถที่ยืนอยู่ท่ามกลางหมู่ญาติและพี่สาวทั้งสองคน  

“เกิดอะไรขึ้นเหรออรรถ?” 

“แม่ใหญ่ป่วยเป็นมะเร็ง เธอเป็นสะใภ้ประสาอะไร ไม่รู้เหรอ?”  

เจ้หนึ่งที่ร้องไห้อยู่หันมากรีดเสียงใส่อัยย์ เธอเอาความเสียใจที่ต้องสูญเสียมารดาทุ่มเข้าใส่น้องสะใภ้ที่เพิ่งเดินเข้ามา 

อัยย์หันไปมองหน้าสามีอย่างงงงัน ช่วงสามเดือนมานี้เธอไม่ได้ไปหาพ่อแม่สามีเลย  

เพราะสามีบอกว่าแม่ใหญ่มัวแต่วุ่นวายดูแลลูกสาวคนโตที่ตั้งท้องอยู่ ส่วนพ่อสามีก็ยุ่งกับงานของบริษัท 

ส่วนแม่รองหรือแม่ที่แท้จริงของสามีก็ไม่เคยปริปากเล่าอะไรให้เธอได้รู้เลย 

อรรถเดินมาจับมือภรรยาไว้  

“อย่าถือเจ้เขาเลยนะ เขากำลังเสียใจอยู่ กำลังท้องกำลังไส้อยู่ด้วย” 

ท้อง.................. 

อัยย์ยกมือขึ้นกุมท้องโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่แค่เจ้หนึ่งที่ท้องแต่เธอก็เช่นกัน 

ตลอดสัปดาห์หลังจากนั้นกลายเป็นภาพลือนรางสำหรับอัยย์  

เธอและสามีมัวแต่วุ่นวายกับงานศพของแม่ใหญ่จนแทบไม่มีเวลาพูดคุยกัน 

หลังเสร็จสิ้นงานศพ พ่อสามีก็เรียกทุกคนเข้าพบ 

ทันทีที่เดินเข้าไปทุกคนก็สังเกตเห็นทนายที่นั่งอยู่ข้างๆ พ่อสามีทันที 

อัยย์นั่งลงข้างๆ สามี ตรงข้ามกับพี่สามีทั้งสองคนและสามีของพวกเธอ 

คุณอุทัยพ่อสามีของเธอกวาดสายตามองทุกๆ คนที่อยู่ในห้อง  

“ที่เรียกมาวันนี้ ก็จะคุยเรื่องสำคัญ แม่ใหญ่ก็จากไปแล้ว เตี่ยก็แก่แล้ว อยากจะทำอะไรให้เรียบร้อย พวกแกจะได้ไม่มีปัญหาทีหลัง” 

พี่สาวทั้งสองคนของอรรถ เริ่มนั่งตัวตรง พวกเธอเริ่มรู้แล้วว่าพ่อต้องการแบ่งสมบัติ นี่เป็นการเรียกคุยเพื่อชี้ชะตาของพวกเขา 

ต่างจากพี่สาวทั้งสองคน อรรถมีท่าทีนิ่งสงบเหมือนกับรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น 

คุณอุทัยหันไปมองลูกสาวทั้งสองคน 

“ตึกแถวที่ตลาดทั้งหมด เตี่ยจะยกให้พวกลื้อสองคนเท่าๆ กัน เงินสดแล้วก็ข้าวของที่แม่ใหญ่เก็บไว้ พวกลื้อก็เอาไปแบ่งกันเองแล้วกันเตี่ยไม่ยุ่ง” 

ลูกสาวทั้งสองหันไปมองหน้ากัน แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา  

แม้ว่าตึกแถวในตลาดที่พ่อจะยกให้จะมีถึงยี่สิบห้อง เงินสดและเพชรทองที่แม่ของพวกเธอเก็บไว้จะมีจำนวนไม่น้อย  

แต่ถ้าเทียบกับบริษัทที่เป็นรายได้หลักของครอบครัวแล้วมูลค่าของสิ่งที่พวกเธอได้รับนับว่าน้อยมาก 

คุณอำนวยหันมามองหน้าลูกชายคนเดียว  

“ส่วนบริษัท ลื้อทำมาตลอด ลื้อก็รับไปแล้วรับผิดชอบให้ดี สานต่อสิ่งที่เตี่ยสร้างมาให้ดี” 

“ส่วนอัยย์ เตี่ยจะให้เงินสดลื้อสิบล้าน เก็บไว้เป็นเงินทุนเผื่อลื้ออยากจะทำธุรกิจเป็นของตัวเอง” 

ฟังมาถึงตรงนี้พี่สาวทั้งสองคนของอรรถก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป พวกเธอหันมามองทางอัยย์และอรรถอย่างไม่พอใจ และหันไปประท้วงกับพ่อสามี 

“มันไม่ยุติธรรมเลยนะเตี่ย พวกหนูได้แค่ตึก แต่อรรถได้บริษัทไปหมดเลย” 

“ไม่ยุติธรรมยังไง อรรถมันเป็นคนเดียวที่ทำงานที่นั่น มันก็ต้องได้ไปสิ ถูกแล้ว” 

“ก็เตี่ยไม่ให้พวกหนูไปทำ ไม่ใช่เพราะพวกหนูไม่อยากไปเสียหน่อย” 

“หนึ่ง พูดเบาๆ ก็ได้อย่าตะโกนใส่เตี่ยสิ”  

สามีของเจ้หนึ่งรีบสะกิดแขนเตือนภรรยาทันทีเมื่อสังเกตเห็นว่าพ่อสามีเริ่มมีท่าทีไม่พอใจ 

“เจ้หนึ่งพูดถูกนะ เตี่ยไม่ให้เราไปทำ แล้วจะมาพูดแบบนี้ไม่ได้ เตี่ยมีลูกสามคนก็ควรแบ่งให้เท่ากัน แล้วทำไมถึงให้เงินแต่สะใภ้ ไม่ให้ลูกเขยบ้างล่ะ มันไม่ยุติธรรมเลย” 

“ไม่ยุติธรรมตรงไหน ไอ้ตึกพวกนั้น ถ้าขายก็ได้เป็นร้อยล้าน เงินกับของที่แม่ลื้อทิ้งไว้เตี่ยก็ไม่ได้แบ่งให้อรรถมัน ตอนพวกแกสองคนแต่งออกไปก็ได้ไปไม่ใช่น้อยๆ จะมาโวยวายอะไรอีก” 

เมื่อได้ยินผู้เป็นพ่อพูดถึงทรัพย์สินที่ได้รับตอนแต่งงาน ลูกสาวสองคนของนายอุทัยก็เริ่มเงียบ  

ถึงพวกเธอจะได้ไปไม่น้อย แต่มันก็เทียบไม่ได้เลยกับบริษัทที่สร้างรายได้มหาศาล และทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อบริษัทก็มีมากมาย 

“แล้วทำไมเตี่ยให้เงินอัยย์แต่ไม่ให้ลูกเขยเตี่ยบ้างล่ะ” ลูกสาวคนโตที่ยังไม่พอใจเริ่มหันมาหาเรื่องอัยย์แทน 

“แกคิดว่าฉันไม่รู้เหรอ ว่าแม่แกเอาเงินให้ผัวแกไปทำธุรกิจตั้งเท่าไหร่” 

“แล้วบ้านหนูล่ะเตี่ย พวกหนูไม่ได้ทำธุรกิจนะ” ลูกสาวคนที่สองที่เพิ่งได้รู้ว่าพี่สาวได้เงินจากแม่ เธอสะบัดแขนที่สามีกำลังจับไว้เพื่อห้ามออกแล้วเริ่มประท้วงทวงสิทธิ์ที่ตัวเองควรจะได้ทันที  

“ผัวลื้อไม่ได้ทำ แต่พ่อผัวแม่ผัวลื้อทำโว้ย เขามายืมเงินเตี่ยไปเท่าไหร่ ลื้ออยากดูไหม” 

ระหว่างที่พ่อสามีและพี่สามีทั้งสองคนกำลังถกเถียงกันหน้าดำหน้าแดง  

อัยย์ก็สังเกตเห็นว่าสามีไม่ได้มีท่าทีทุกข์ร้อน เขานั่งเงียบๆ ปล่อยให้ทุกคนเถียงกันจนพอใจ 

หลังจากถกเถียงกันหลายชั่วโมง ลูกสาวทั้งสองคนก็ต้องยอมเซ็นต์สัญญาตามที่บิดาต้องการและออกจากบ้านไปด้วยความโมโห 

อัยย์หันไปมองสามีที่กำลังเซ็นต์เอกสารอยู่ แล้วเริ่มกังวลเมื่อนึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ 

ถ้าพ่อสามียกสมบัติให้เรียบร้อยแล้ว การตั้งท้องก็ไม่ใช่เรื่องจำเป็นอีกต่อไปใช่ไหม? 

ตอนนี้ทุกอย่างอยู่ในมืออรรถแล้ว........ 

เขาไม่จำเป็นต้องมีหลานให้พ่อก็ได้......... 

อัยย์เริ่มหวาดกลัว เธอยังไม่ได้บอกให้เขารู้ว่าเธอตั้งท้อง 

ถ้าเขารู้แล้ว อรรถจะรู้สึกยังไงนะ 

ค่ำนั้นสองสามีภรรยากลับบ้านด้วยอารมณ์ที่แตกต่างกัน 

อรรถดีใจที่ได้รับทุกอย่างจากบิดา ส่วนอัยย์แม้จะได้เงินมาสิบล้านแต่กลับไม่สามารถดีใจได้อย่างเต็มที่ 

เธอท้อง ท้องลูกของผู้ชายอื่น อรรถจะคิดยังไงนะ เขายังอยากได้เด็กคนนี้อยู่ไหม? 

“อรรถ” 

อรรถที่กำลังจะเดินขึ้นชั้นสองชะงัก แล้วหันมามองหน้าที่ซีดเผือดของภรรยา 

“มีอะไรเหรอ?” 

อัยย์กลืนน้ำลาย แล้วกลั้นใจบอกสิ่งที่เก็บเอาไว้ให้สามีรู้ 

“อัยย์ท้องแล้ว” 

อรรถยิ้มกว้างแล้วเดินเข้ามากอดเธอไว้ 

“จริงเหรออัยย์ ผมดีใจมากเลย ขอบคุณนะที่ทำเพื่อผม” 

อัยย์ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก อรรถยังคงต้องการลูกคนนี้ต่างจากที่เธอหวาดกลัวว่าเขาจะไม่ต้องการลูกคนนี้อีกหลังจากได้สมบัติทั้งหมดแล้ว  

ตอนนี้ครอบครัวของเธอก็สมบูรณ์แล้วใช่ไหม?................. 

ชีวิตที่เพอร์เฟกต์ที่เธอฝันถึงมาตลอดกำลังจะเป็นจริงแล้วใช่ไหม?................ 

 

ตะวันนั่งอยู่ในรถมองผู้หญิงคนนั้น….ผู้หญิงที่เขาเคยร่วมเตียงด้วย ขับรถเก๋งคันหรูออกมาจากหมู่บ้าน  

ไอริณ......... 

เพราะทนความอยากรู้อยากเห็นไม่ไหวทำให้เขาต้องให้คนสืบเรื่องของเธอ 

และมันก็ใช้เวลาไม่นานที่ตะวันจะรู้ตัวตนของผู้หญิงที่เขานอนด้วย 

ไอริณ อดีตแอร์โฮสเตส ภรรยาประธานบริษัท ลูกสะใภ้เศรษฐีใหญ่ 

ชีวิตของเธอดูเพียบพร้อมเสียจน ไม่น่าเชื่อว่าจะต้องมาทำเรื่องแบบนี้ 

แต่ก็นั่นแหละ ชีวิตลูกสะใภ้คนจีน มันคงจะยากและก็ซับซ้อนเกินกว่าที่เขาจะเข้าใจได้ 

 

ตลอดสัปดาห์หลังจากนั้นเป็นเหมือนชีวิตในฝันของอัยย์  

อรรถที่ตอนนี้ได้เป็นประธานบริษัทเต็มตัวแล้ว ดูแลเธอและลูกเป็นอย่างดี 

ชีวิตที่เธอฝันมาตลอดกำลังจะเป็นจริงแล้ว อีกไม่นาน..... 

อัยย์ขับรถตรงไปที่โรงพยาบาล เพื่อพบกับสามีที่มารออยู่แล้ว 

อรรถที่ยิ้มอย่างใจดี กุมมือพาเธอมุ่งหน้าไปยังแผนกสูตินรีเวช 

“ยินดีด้วยนะคะ คุณกำลังตั้งครรภ์”  

คำที่เธอเคยได้ยินแต่ในหนังหรือละคร ไม่เคยคิดเลยว่าจะมาได้ยินมันกับหู 

เธอหันไปมองอรรถที่มีสีหน้าดีใจอย่างเห็นได้ชัด  

ถูกแล้ว.............. 

เธอตัดสินใจถูกแล้วที่ทำมันลงไป.......... 

“คุณต้องดูแลตัวเองให้ดีนะ หมอบอกว่ายังเป็นช่วงท้องอ่อนๆ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ห้ามยกของหนัก ส้นสูงก็เลิกใส่ไปก่อน” 

“ค่ะ” 

อัยย์ยิ้มให้กับท่าทีห่วงใยของสามีที่แทบจะเดินประคองเธอมาส่งที่รถ 

“ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ อัยย์แข็งแรงดี ว่าแต่.......เย็นนี้คุณต้องประชุมอีกแล้วเหรอคะ” 

“อืม...มีอะไรอีกตั้งหลายอย่างที่ผมต้องจัดการ ขอโทษนะ ที่ไม่ได้กลับไปทานข้าวเย็นกับคุณเลย” 

“ไม่เป็นไรค่ะ” 

อัยย์กอดลาสามีแล้วขับรถตรงกลับบ้าน ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งคู่แทบไม่ได้อยู่ด้วยกัน อรรถบอกว่าในฐานะประธานบริษัท เขามีงานที่ต้องจัดการเพิ่มขึ้นทำให้ต้องกลับบ้านดึกทุกวัน  

แม้อัยย์จะสงสัยเล็กน้อย เพราะรู้ว่าสามีทำงานแทนพ่อสามีมาหลายปีแล้ว ไม่น่าจะมีงานไหนที่เขายังไม่รู้ แต่เธอก็คิดในแง่ดีว่าอาจจะเป็นเรื่องทรัพย์สินที่อยู่ภายใต้ชื่อบริษัทที่เธอยังไม่รู้....... 

 

แต่ความรู้สึกหวาดกลัวและหวาดระแวงก็เริ่มคืบคลานเข้ามาในหัวใจของอัยย์  

ผ่านมาหลายสัปดาห์แล้วตั้งแต่พ่อสามีแบ่งมรดกให้ แต่อรรถก็ยังคงกลับบ้านดึกโดยอ้างเรื่องงาน 

ถ้าอัยย์เซ้าซี้หรือถามมากๆ ก็จะถูกเขาโมโหใส่ ทุกอย่างกลายเป็นความผิดของเธอที่ไม่เข้าใจภาระของสามี ไม่เข้าใจว่าตำแหน่งและหน้าที่ของเขาตอนนี้มันสำคัญแค่ไหน สุดท้ายอัยย์ต้องเป็นฝ่ายขอโทษเขาแทน 

แม้จะพยายามทำใจให้เชื่อสามี แต่ท่าทีที่เปลี่ยนไปของเขาก็ทำให้เธอหวาดกลัว อรรถที่อ่อนโยนและใจดีกลับกลายเป็นคนเย็นชาและหงุดหงิดจนเธอต้องคอยระวังตัวเวลาที่อยู่กับเขา 

ทั้งหมดนี้เป็นสาเหตุให้อัยย์มาอยู่ที่นี่ ในรถคันนี้ 

เมื่อทนอยู่กับความสงสัยที่เกาะกุมหัวใจไม่ไหว อัยย์ก็ตัดสินใจที่จะมาดูให้เห็นกับตา 

เธอจอดรถอยู่ริมถนนฝั่งตรงข้ามบริษัทของสามี  

ดวงตาทั้งสองคู่ จับจ้องไปที่ทางเข้า-ออก ใกล้ถึงเวลาเลิกงานแล้ว  

และก็เหมือนกับหลายๆ วันที่ผ่านมา อรรถบอกเธอว่าเขาจะกลับดึก 

หลังจากเลยเวลาเลิกงานได้ไม่นาน รถของสามีเธอก็แล่นออกจากบริษัท  

มือของอัยย์เย็นเฉียบ เธอจับพวงมาลัยแล้วเม้มปากไว้แน่น ภาวนาให้ตัวเองเข้าใจผิด  

เธอขับรถตามสามีไปช้าๆ ไปจนถึงเซอร์วิสอะพาร์ตเมนต์ขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง เธอรู้จักที่นี่ดี มันเป็นหนึ่งในมรดกที่สามีของเธอได้รับมาจากพ่อของเขา ที่นี่แบ่งเป็นสองส่วน ตึกเล็กเป็นเซอร์วิสอะพาร์ตเมนต์สำหรับผู้เช่าพักรายวัน ส่วนอีกตึกใหญ่ที่อยู่ด้านหลังเป็นคอนโดที่มีห้องชุดให้เช่าระยะยาว ผู้เช่าล้วนแล้วแต่เป็นชาวต่างชาติที่ทำงานในไทย 

อัยย์เริ่มใจชื้นและภาวนาให้เขามาที่นี่เพราะเรื่องงาน เธอจอดรถริมถนนและมองสามีเดินลงจากรถ  

เขาไม่ได้เดินไปที่ตึกเล็กที่มีออฟฟิศตั้งอยู่ แต่เดินตรงไปที่ตึกใหญ่และขึ้นลิฟต์ไป 

อัยย์หน้าเสีย เขาไปหาใครที่ตึกนั้นกันนะ ถ้าเขามาเรื่องงานก็ต้องไปที่ออฟฟิศสิ... 

อัยย์ไล่สายตามองไปยังห้องพักแต่ละชั้น ไม่นานไฟของห้องหนึ่งในชั้นแปดที่เคยมืดมิดก็ถูกเปิดขึ้น 

ในตอนนั้นเอง ที่มีรถพอร์ชสีเหลือง แล่นเข้าไปจอดข้างๆ รถของอรรถ 

ทันทีที่เห็นผู้หญิงที่ก้าวลงจากรถ อัยย์ก็หน้าซีดเผือด 

นลิน...... 

แม้จะไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่ไม่มีใครที่ไม่รู้จักนลิน ม่ายสาวนักธุรกิจ ลูกสาวของเจ้าสัวใหญ่ที่มีธุรกิจระดับประเทศ  

นลินสาวไฮโซนักเรียนนอก เป็นผู้หญิงที่ทั้งสวย ทั้งเก่ง นอกจากจะช่วยงานของบิดาแล้ว เธอยังมีธุรกิจส่วนตัวอีกมากมาย เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องเดียว 

เรื่องผู้ชาย...... 

นลินหย่ามาสองครั้งแล้ว แต่รายชื่อผู้ชายที่เธอเคยควงหรือมีสัมพันธ์ด้วยนั้นยาวเป็นหางว่าว  

ชื่อเสียงความเป็นผู้หญิงเจ้าเสน่ห์เปลี่ยนผู้ชายง่ายๆ เหมือนเปลี่ยนรองเท้า เป็นตำหนิเดียวในชีวิตนลิน แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่ได้แคร์ขี้ปากชาวบ้านและใช้ชีวิตตามที่ตัวเองต้องการ 

นลินเดินเข้าไปที่ตึกเดียวกันกับที่สามีเธอเดินเข้าไป อัยย์มองขึ้นไปที่ชั้นแปดไม่นานก็เห็นเงาผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้าไปในห้อง แล้วก็หายไป 

อัยย์ซบหน้าลงกับพวงมาลัย เธอจะทำอย่างไรดี ใจหนึ่งก็หวาดกลัว อีกใจหนึ่งก็ยังคงเชื่อมั่นในตัวสามีที่อยู่ด้วยกันมาหลายปี  

เธอตัดสินใจแล้ว............. 

เธอจะไปดูให้เห็นกับตา............ 

อัยย์มองซ้ายมองขวาแล้วก็เห็นว่า รปภ.ที่เฝ้าประตูตึกนั้นเดินออกมาจากตัวตึกเพื่อไปเปิดไฟรอบๆ พื้นที่ 

อัยย์อาศัยจังหวะนั้นรีบลงจากรถ แล้วเดินเร็วๆ เข้าไปในตัวตึก เธอพุ่งเข้าไปในลิฟต์แล้วกดชั้นแปดกว่ารปภ.จะเดินกลับมา ลิฟต์ก็ถูกปิดลงแล้ว  

 

ถึงชั้นแปดแล้ว 

อัยย์พยายามทำใจให้เข้มแข็งแล้วก้าวขาออกจากลิฟต์ ในแต่ละชั้นมีห้องชุดแค่สามห้อง ความสับสนทำให้เธอจำไม่ได้ว่าห้องที่เปิดไฟอยู่ทิศทางไหน  

อัยย์ยืนสับสนอยู่ตรงทางเดิน แล้วเธอก็เห็นบางอย่าง 

ห้องที่อยู่ซ้ายสุด ปิดประตูไม่สนิท...... 

อัยย์เดินไปยืนที่หน้าห้อง คนที่เดินเข้าไปในห้องคงรีบร้อนเสียจน ไม่ได้ดูว่าพรมเช็ดเท้า ถูกดันมาขวางประตูไว้ทำให้มันปิดไม่สนิท  

อัยย์ที่ใจเต้นจนแทบจะทะลุออกมานอกอก รวบรวมความกล้าแล้วค่อยๆ ผลักประตูให้เปิดออก 

ทันทีที่ประตูเปิดออก อัยย์ก็เซจนต้องพิงขอบประตูไว้ เธอจำมันได้ทันที รองเท้าของสามีที่เธอเป็นคนซื้อให้เขา 

ตั้งแต่เป็นแฟนกันจนแต่งงาน อัยย์ก็เข้าไปดูแลการแต่งตัวให้สามี อรรถที่เคยแต่งตัวเชยๆ ก็ดูดีขึ้นด้วยฝีมือของอัยย์ 

ข้างๆ รองเท้าของสามีเธอ มีรองเท้าส้นสูงสีแดงที่เธอเห็นนลินใส่ 

อัยย์กลั้นหายใจแล้วค่อยๆ ก้าวเข้าไปในห้องชุด  

อัยย์ก้าวเข้าไปยืนอยู่กลางห้องรับแขก แล้วมองไปทั่วๆ อย่างสับสน  

ด้านในห้องชุดที่เงียบสงัด มีเสียงแผ่วๆ ที่ได้ยินมาจากห้องที่อยู่ด้านในสุด 

หน้าของอัยย์ที่ซีดอยู่แล้ว ยิ่งซีดมากกว่าเดิม เธอเม้มปากที่สั่นไหว แล้วค่อยๆ เดินไปตามเสียงที่ได้ยิน 

ยิ่งเดินเข้าไปใกล้เท่าไหร่ เสียงที่ได้ยินยิ่งชัดมากขึ้น มากขึ้น........ 

 

......................................................................................... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว