ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : สัญญาชีวิต

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 94

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ค. 2564 14:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สัญญาชีวิต
แบบอักษร

ชิงเหยียนใช้วิชาตัวเบาพาร่างของตนเองลงมาจากต้นไม้ก่อนจะแบมือไปข้างหน้าเพื่อขอปิ่นจากมือของชายผู้นั้น 

ชายทั้งห้าสบตากันอย่างมีความนัยก่อนที่ชายผู้มีปิ่นอยู่ในมือจะเปิดฉากสนทนากับสาวน้อยหน้าตางดงามผู้เป็นเป้าหมายด้วยท่าทางกะลิ้มกะเหลี่ย “เจ้ามีสิ่งใดมาแลก” 

“ขอข้าดูก่อน หากมันเป็นของข้าจริงค่อยเจรจาก็ไม่สาย” ชิงเหยียนหาได้พกสิ่งใดติดตัวมาดังนั้นจึงมิอาจกระทำการแลกเปลี่ยนได้ และถ้าปิ่นในมือของเขาคือของนาง นางก็ไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องหาสิ่งใดมาแลก เพราะมันคือของนางมาตั้งแต่ต้น 

“คิดว่าข้าไร้ปัญญาจนตามเจ้าไม่ทัน หากข้าให้เจ้า เจ้าก็คงหนีไปพร้อมกับมัน ไม่คืนข้าหรอก” ชายผู้ทำหน้าที่เจรจานำปิ่นไปซ่อนไว้ด้านหลังและแสยะยิ้มอย่างเป็นต่อ แท้จริงแล้วเขาไม่ได้ต้องการสิ่งแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งของ เขาต้องการอย่างอื่นมากกว่า... 

ชิงเหยียนเม้มปากแน่น ดวงตาฉายแววไม่พอใจเมื่อชายทั้งห้าใช้สายตาหยาบโลนมองมายังนาง คนถ่อยพวกนี้หากนางกำจัดเสียก็จะช่วยหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายได้อีกจำนวนมากทีเดียว “เช่นนั้นข้าจะแย่งมันมาด้วยกำลัง” 

แม้จะแปลกใจในท่าทีมั่นใจไม่หวั่นอันตรายของหญิงสาวที่ดูอย่างไรก็เสียเปรียบไม่ว่าจะเป็นด้านพละกำลังที่แตกต่างกันระหว่างสตรีและบุรุษ รวมไปถึงจำนวนคนที่มากกว่าถึงหนึ่งต่อห้าแต่เขาก็มั่นใจว่าพวกเขาต้องชนะอย่างแน่นอน “แย่งได้ก็เชิญ” 

“เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจ” บิดาของชิงเหยียนเป็นถึงองครักษ์คนสนิทของประมุขแผ่นดิน ทั้งครอบครัวมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับตระกูลท่านแม่ทัพ นางจึงได้รับการฝึกฝนวรยุทธ์มาจากทั้งสองฝ่าย สาเหตุที่นางให้ความสำคัญกับการฝึกยุทธ์ก็เพื่อขัดขวางไม่ให้คุณชายซีห่าวตกไปอยู่ในมือของสตรีอื่น แน่นอนว่าหากนางไม่เก่งจริงคงได้ถูกหญิงสาวพวกนั้นจัดการไปแล้วมิได้เชิดหน้าเชิดตาอยู่ข้างเขาจนถึงบัดนี้หรอก 

เหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก ความหวาดกลัวเข้าครอบงำจิตใจของคนทั้งห้าหลังจากได้ประมือกับสตรีผู้นั้นเพียงไม่กี่กระบวนท่า มิแปลกใจว่าเหตุใดหญิงสาวถึงได้มีสีหน้ามั่นใจถึงเพียงนั้น แม้พวกเขามีกันถึงห้าคนแต่ก็ไม่สามารถแตะหญิงสาวได้แม้ปลายก้อย นอกจากความอดสูที่ต้องแพ้ต่อสตรีแล้วยังมิรู้เลยว่าจะสามารถพาตนเองรอดชีวิตจากตรงนี้ไปได้หรือไม่ 

“กำจัดคนชั่วถือว่าไม่ผิด!” ชิงเหยียนแย่งดาบมาจากศัตรูและฟาดฟันพวกเขาไม่ยั้ง ผลคือนางกำจัดไปได้ถึงสี่ แววตาของนางไร้ความลังเลและสงสาร และเวลานี้ก็เหลือเพียงคนเดียวซึ่งก็คือผู้ที่มีปิ่นของนางอยู่ในมือ ที่นางปล่อยให้เขารอดเป็นคนสุดท้ายก็เพราะอยากได้ปิ่นคืนโดยที่มันไม่เปื้อนเลือดก็เท่านั้น 

“แม่นางโปรดหยุดก่อน! ข้าน้อยผิดไปแล้ว น... นี่ปิ่นของท่าน เอาคืนไป” ชายผู้เหลือรอดเพียงหนึ่งเดียวนำปิ่นที่ซ่อนอยู่ด้านหลังยื่นไปให้หญิงสาวที่กำลังย่างสามขุมเข้ามาหาตนเองด้วยมืออันสั่นระริก ทว่าอีกมือหนึ่งกลับหยิบขวดยาพิษเตรียมสาดใส่ศัตรูยามเข้ามาใกล้ พิษของมันสามารถทำให้ฝ่ายตรงกันข้ามสูญเสียการมองเห็นเปิดโอกาสให้เขาโจมตีได้ 

“แผนของเจ้าเทียบไม่ได้เลยกับมารยาของสตรีที่ข้าเคยเจอ คนเช่นเจ้าอยู่ไปก็รกโลก!” ชิงเหยียนมองมืออีกข้างหนึ่งด้านหลังอย่างรู้เท่าทันด้วยทราบดีว่าเขาซ่อนบางอย่างเอาไว้ 

เมื่อไม่มีทางให้เลือกชายผู้นั้นจึงตัดสินใจขยับเข้าไปใกล้หญิงสาวและนำยาพิษที่ซ่อนไว้สาดไปในอากาศหวังให้มันถูกดวงตาของศัตรูสักนิดก็ยังดี 

ทว่าชิงเหยียนที่ระวังตัวอยู่แล้วก็สามารถใช้วิชาตัวเบากระโดดขึ้นไปด้านบนทำให้ยาพิษไม่ถูกตัวนางแม้สักนิด และเมื่อเท้าแตะพื้นนางก็กระโดดอีกครั้งไปดักหน้าของศัตรูที่คิดหนีและฟันฉับไปที่มือข้างที่ถือปิ่นจนมันขาดกระเด็นตกไปที่พื้น แต่ก่อนที่นางจะลงมือสังหารเขาก็ได้ยินเสียงเรียกชื่อของนางมาจากทางด้านหลัง นางจำได้อย่างแม่นยำว่ามันเป็นเสียงของผู้ใดดังนั้นจึงได้หันกลับไปดู 

ภาพตรงหน้าซ้อนทับกับภาพในความฝันของซีห่าว ในฝันชิงเหยียนในชุดหรูหรางดงามก็ถือดาบไว้เช่นนี้ มีเลือดไหลนองไปทั่วบริเวณพร้อมกับฉากหลังที่เป็นกองเพลิงขนาดใหญ่โหมไหม้บ้านเรือน เสียงผู้คนร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วอย่างน่าเวทนา สีหน้าของนางเย็นชาไร้ความปรานีซึ่งไม่ต่างอันใดจากตอนนี้ 

เมื่อศัตรูชะงักก็เป็นโอกาสให้ชายที่เวลานี้เสียแขนไปข้างหนึ่งได้มีโอกาสหนีรอด เหตุใดคนไม่มีการเตือนล่วงหน้าว่าสตรีผู้นี้ฝีมือร้ายกาจและโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้ ไม่อย่างนั้นเขาคงได้ตระเตรียมคนให้มากกว่านี้และคัดแต่คนที่มีฝีมือมากเท่านั้น ทว่าเรื่องนี้ค่อยหาคำตอบในภายหลัง เวลานี้เขาควรหนีเอาตัวรอดก่อน 'ฝากไว้ก่อนเถิด สักวันข้าต้องเอาคืนให้ได้' 

“เจ้า!” ชิงเหยียนแผ่ไอสังหารและเร่งฝีเท้าตามคนร้ายแต่กลับถูกพี่ชายอย่างซีห่าวขัดขวาง “นี่ท่าน! เขาเป็นคนไม่ดีปล่อยไปรังแต่จะสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น” 

“แต่เจ้าไม่มีสิทธิ์ฆ่าผู้อื่น!” เวลานี้ซีห่าวกำลังสับสนระหว่างความจริงกับความฝันดังนั้นจึงตวาดชิงเหยียนออกไปอย่างไม่รู้ตัว 

“ต้องให้พวกเขาย่ำยีข้าก่อนจึงจะลงมือได้หรือเจ้าคะ!” ชิงเหยียนถามกลับด้วยความไม่พอใจและเปลี่ยนทิศเดินไปยังมือของคนร้ายข้างที่ถูกนางตัดอย่างรวดเร็วเพื่อมองหาสิ่งที่นางต้องการ นางเคยทำสิ่งใดถูกในสายตาของเขาบ้างแม้แต่การกำจัดคนถ่อยก็ยังผิด 

“พวกมันทำอย่างนั้นหรือ!” ซีห่าวได้สติรีบวิ่งไปจับร่างของชิงเหยียนเพื่อมองหาร่องรอยบาดแผลและสบตาของนางอย่างค้นคว้า ความฝันก็คือความฝันเขาต้องแยกให้ออก ชิงเหยียนในฝันเป็นคนละคนกับชิงเหยียนที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเขาอย่างแน่นอน  

“ห่วงข้าด้วยรึเจ้าคะ” ชิงเหยียนโผกอดร่างของซีห่าวและซบหน้าลงบนอกของเขาอย่างสุขใจ นางดูไม่ผิดแน่ แววตาของเขาแสดงออกชัดเจนว่าเขากำลังห่วงนางและนั่นทำให้นางรู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก 

“ตอบข้า!” ซีห่าวผลักร่างของชิงเหยียนออกห่างเพื่อคาดคั้นเอาคำตอบ 

“อย่างพวกเขาน่ะหรือจะทำได้” ชิงเหยียนเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี 

“ก็ไหนเจ้าบอกว่า...” ซีห่าวมีสีหน้างงงวย 

“ข้าก็แค่สมมุติ” กล่าวจบชิงเหยียนก็ผวากอดชายหนุ่มอีกครั้งแต่กลับถูกเขาผลักออกด้วยท่าทางรังเกียจ 

“เจ้า! ข้าไม่น่าเสียเวลากับคนโกหกเช่นเจ้าเลย” ซีห่าวชี้หน้าหญิงสาวด้วยความไม่พอใจ 

“นั่นเรียกมารยาหญิง สตรีทุกคนต่างมีติดตัวกันทั้งนั้น มันมิใช่การโกหก” ชิงเหยียนเถียงข้าง ๆ คู ๆ เพื่อหลีกหนีความผิด 

“ข้าน่าจะรู้ว่าคนอย่างเจ้าไม่มีวันยอมรับผิด” ซีห่าวเอามือไขว้หลังด้วยท่าทางฮึดฮัดเพราะอย่างไรเขาก็เถียงนางไม่ชนะสักครั้ง “แล้วนี่เจ้าออกมาคนเดียวทำไม” 

“ข้ามาตามหาปิ่นของข้า แต่นี่มันไม่ใช่!” ชิงเหยียนปาปิ่นในมือทิ้งอย่างขัดใจ นางดั้นด้นมาถึงที่นี่ ฟาดฟันกับศัตรูโดยไม่หวั่นอันตรายเพื่อพบกับความผิดหวังอย่างนั้นหรือ 

“เพื่อปิ่นเล่มเดียว! ทราบหรือไม่ว่าทุกคนเป็นห่วงเจ้าเพียงใด เหตุใดถึงเอาแต่ก่อเรื่อง!” ซีห่าวตำหนิชิงเหยียนที่ไม่รู้คิด ของนอกกายจะสำคัญไปกว่าชีวิตได้อย่างไร 

“มันเป็นปิ่นที่ท่านให้ข้าในวันเกิด” ชิงเหยียนตะโกนใส่เพื่อให้เขาทราบว่าเหตุใดมันถึงได้สำคัญสำหรับนาง 

“แล้วอย่างไร” ซีห่าวถามกลับด้วยท่าทางไม่เดือดเนื้อร้อนใจ 

“ยังไม่เข้าใจอีกอย่างนั้นหรือ เพราะท่านให้ข้ามันจึงสำคัญอย่างไรเล่า” บุรุษเช่นเขาช่างไม่เข้าใจความรู้สึกของสตรีแม้แต่น้อย 

“ปิ่นจะสำคัญไปกว่าชีวิตคนได้อย่างไร” ปิ่นอันนั้นหายไปซีห่าวก็สามารถซื้ออันใหม่ หรืออีกหลายอันให้กับนางก็ได้ไม่เห็นจะต้องเสี่ยงชีวิตออกตามหาและทำลายชีวิตคนถึงสี่คนเพื่อมัน 

“ผิดแล้ว มันสำคัญพอ ๆ กับชีวิตของข้า!” 

“ไร้สาระ!” ซีห่าวตะคอกหญิงสาวที่ดื้อดึงไม่รู้ความ 

“มันอาจไร้สาระสำหรับท่าน แต่สำหรับข้ามันไม่ใช่!” ชิงเหยียนมิอาจอธิบายคุณค่าทางจิตใจที่ปิ่นนี้มีต่อนางให้เขาฟังได้ ของทุกชิ้นที่นางได้รับจากเขาเป็นของขวัญวันเกิดล้วนแล้วเป็นท่านน้าเยวี๋ยนอ้ายและพี่สาวซีฮันเป็นผู้จัดการให้ มีเพียงปิ่นนี้เท่านั้นที่เขาตั้งใจซื้อให้นางด้วยตนเองดังนั้นมันจึงสำคัญมาก 

“ข้าขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงกับเจ้า! กลับได้แล้ว!” ซีห่าวตัดบทเพราะรั้งอยู่นานรังแต่จะทำให้ทุกคนเป็นห่วง 

“ไม่! ข้าต้องหามันให้เจอก่อน” ชิงเหยียนยืนกรานปฏิเสธ 

“ข้าจะซื้ออันให้ใหม่ เจ้าจะเอาสักสิบอันก็ได้” ซีห่าวโน้มน้าวชิงเหยียนให้เปลี่ยนใจโดยเอาของใหม่และจำนวนที่มากกว่ามาล่อ 

“ท่านกลับไปก่อน ข้าจะหามันต่อ ท่านเลือกมันให้ข้ากับมือในวันเกิดไม่ว่าอย่างไรข้าก็ต้องหามันให้พบ” ชิงเหยียนโบกมือไล่พี่ชายคนสนิทและผละออกห่างเพื่อตามหาปิ่นชิ้นสำคัญของตนเอง 

“เป็นเจ้าต่างหากที่เลือก” ซีห่าวแก้ไขความเข้าใจผิด เขาสอบถามจากพ่อค้าว่าสตรีที่มากับเขาหยิบปิ่นอันไหนซึ่งคำตอบที่ได้ก็คืออันที่เขามอบให้กับนางนั่นแหละ 

“ข้าเลือกอย่างนั้นเหรอ” ชิงเหยียนชี้มือไปที่ตนเองด้วยท่าทางงุนงง เพราะปิ่นที่นางเลือกมิใช่อันที่เขามอบให้นาง 

“ใช่! ก็ข้าถามจากพ่อค้าเครื่องประดับ เขาบอกว่าเจ้าหยิบ...” ซีห่าวชะงักเพราะจากสีหน้าของชิงเหยียนแสดงให้เห็นว่าปิ่นที่เขาให้กับนางนั้นเป็นคนละชิ้นกับที่นางต้องการอย่างมิต้องสงสัย เขาทำพลาด... 

ชิงเหยียนสบตาชายในดวงใจด้วยแววตาตัดพ้อ ที่แท้นางเข้าใจผิดหลงนึกไปว่าเขาเลือกให้นางเองกับมือ ความจริงแล้วเขาก็แค่อาศัยความจำอันเลอะเลือนของพ่อค้าเครื่องประดับหยิบมามั่ว ๆ เท่านั้น หากวันนั้นเขาใส่ใจสักนิดก็คงจะทราบว่าชิ้นไหนกันแน่ที่นางอยากได้ “เป็นพ่อค้าเครื่องประดับเองหรอกหรือ” 

“เป็นข้าที่สะเพร่า เอาไว้ข้าจะพาเจ้าไปซื้อชิ้นที่เจ้าชอบดีหรือไม่” ซีห่าวปลอบใจชิงเหยียนที่เวลานี้มีน้ำตาเอ่อคลออยู่เต็มดวงตา ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาเต็มอก 

ชิงเหยียนหันหลังให้ซีห่าวและเงยหน้าขึ้นเพื่อกลั้นน้ำตา ต่อให้มันเป็นความเข้าใจผิดอย่างไรมันก็สำคัญอยู่ดี เพราะปีต่อ ๆ ไปของขวัญที่นางได้รับอาจเป็นของที่น้าเยวี๋ยนอ้ายและพี่สาวซีฮันจัดการให้อีกก็เป็นได้ 

“นี่เจ้า!” ซีห่าวชี้ไปที่ชิงเหยียนด้วยความโกรธเมื่อนางยังดื้อดึงไม่ยอมกลับ 

“ข้าจะหามันจนกว่าจะพบ” กล่าวจบชิงเหยียนก็ผละจากชายหนุ่มก่อนจะปล่อยน้ำตาให้ไหลรินอาบแก้มด้วยความน้อยใจ นางกอดความหวังลม ๆ แล้ง ๆ มาตลอดแปดปีมีเพียงปิ่นชิ้นนั้นเท่านั้นที่นางสามารถจับต้องได้ 

ชิงเหยียนปาดเหงื่อและน้ำตาออกจากใบหน้าหลังจากควานหาปิ่นไปทั่วทุกที่ที่จำได้ว่าเดินผ่านแต่ก็ไม่พบ หรือนางจะสูญเสียมันไปแล้วจริง ๆ ‘สวรรค์! แม้แต่ของชิ้นเดียวที่ได้จากเขา ข้าที่ไม่ใช่เนื้อคู่ก็ไม่มีสิทธิ์เก็บมันไว้อย่างนั้นหรือ’ 

‘ไม่! ข้าไม่มีวันยอมแพ้!’ ชิงเหยียนเงยหน้าท้าทายต่อสวรรค์ เรื่องปิ่นนางจะตัดใจ ก็อย่างที่พี่ชายคนสนิทกล่าวสิ่งของหรือจะสู้คนได้ นางจะต้องเข้มแข็งเพื่อต่อสู้กับชะตาที่ไม่เข้าข้างตนเอง คิดได้ดังนั้นชิงเหยียนจึงลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้า และเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าจนหมดจดก่อนจะเดินกลับไปจุดเดิม 

ด้วยความรู้สึกผิดต่อชิงเหยียนซีห่าวจึงไม่ได้จากไปไหนแต่กลับช่วยนางตามหามันอย่างสุดความสามารถทว่าหาเท่าใดก็ไม่พบ จนกระทั่งได้ยินความเคลื่อนไหวจากทางด้านหลังจึงได้หันขวับไปมอง 

“กลับกันเถิดเจ้าค่ะ เดี๋ยวทุกคนจะเป็นห่วงมากกว่านี้” ชิงเหยียนไม่ยอมสบตาของซีห่าวและรีบเดินตรงไปยังม้าของตนเองอย่างรวดเร็ว 

ซีห่าวมองตามร่างของชิงเหยียนอย่างไม่เข้าใจ เขาถกเถียงกับนางอยู่เป็นนานเพื่อขอให้กลับแต่นางปฏิเสธ แต่แล้วจู่ ๆ นางคิดจะกลับก็กลับเสียอย่างนั้น “เจ้าหามันพบแล้วอย่างนั้นหรือ” 

“ท่านบอกเองว่าปิ่นนั้นไม่สำคัญไปกว่าชีวิตคน” วันนี้เพียงสูญเสียปิ่นที่ซีห่าวให้ นางก็ถึงกลับเสียศูนย์ แล้วถ้าวันหนึ่งนางต้องเสียเขาไปให้กับสตรีที่เป็นเนื้อคู่ของเขา นางจะทนได้หรือไม่ คำตอบคือไม่ และไม่แน่ว่านางอาจลงมือสังหารสตรีผู้นั้นก็เป็นได้ จากนั้นเขาก็คงจะเกลียดนางมากกว่าที่เป็นอยู่ เกลียดนางไปชั่วนิรันดร์ แต่อย่างน้อยเขาก็จะจดจำนางไปตลอดชีวิตแม้ในฐานะคนที่เกลียดมิใช่หรือ 

ซีห่าวสะอึก จริงอยู่ว่าเขาเป็นคนพูดคำนั้นเพราะเห็นแก่ความปลอดภัยของนาง แต่เวลานี้เขากลับรู้สึกผิดกับเรื่องของปิ่นอันนั้นจนอยากจะหามันคืนมาให้กับนางให้จงได้ 

ชิงเหยียนหันกลับไปมองซีห่าวเมื่อเห็นเขาเงียบไป นางเห็นแววตาสำนึกผิดในดวงตาของเขา “หากวันหน้าข้าทำผิดต่อท่าน ท่านจะสังหารข้าหรือไม่” 

“เจ้าเป็นดังน้องสาวของข้า ข้าจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร” ชิงเหยียนทำผิดมามากมายก็จริงแค่ความผิดทุกอย่างหาได้ร้ายแรงถึงขั้นที่เขาต้องเอาชีวิตของนาง หรือต่อให้เป็นเช่นนั้นจริงเขาก็ต้องยั้งมือเพราะนางเป็นถึงบุตรสาวของท่านป้าหวังเยี่ยนสหายสนิทของมารดา 

“ถือว่าท่านรับปากแล้ว กลับกันเถิดเจ้าค่ะ” ชิงเหยียนกระโดดขึ้นหลังม้าและออกนำไปก่อนอย่างรวดเร็ว นางหวังว่าเขาจะจดจำคำสัญญาในวันนี้ได้เพราะนางสังหรณ์ใจว่าเรื่องเช่นนั้นอาจจะเกิดขึ้นในไม่ช้า 

ความคิดเห็น