facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Let me be yours : Part 7 [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 24 เม.ย. 2564 22:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Let me be yours : Part 7 [100%]
แบบอักษร

Let me be yours 7 

 

นาธานเดินออกมาจากห้องน้ำก็พบว่าเตียงนอนกลับมาอยู่ในสภาพเดิมอย่างที่มันควรจะเป็น โจเซฟเองก็สวมเสื้อเรียบร้อยแล้วเช่นเดียวกันกับนาธานที่กลับมาอยู่ในชุดเดิม แม้นาธานจะชอบที่เขามีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวพันกายมากกว่าก็เถอะ แต่ในสถานการณ์ที่จำเป็นต้องใช้สติครบถ้วนอย่างตอนนี้ ให้เขามีเสื้อผ้าครบชุดคงดีกว่า 

"เรามีเรื่องต้องคุยกัน" 

"อือฮึ" นาธานรู้อยู่แล้วเพราะเขาคิดเรื่องนี้ตลอดการชำระล้างร่างกาย เดินมานั่งลงปลายเตียงเคียงข้างโจเซฟ เลื่อนดวงตากลมแป๋วแหววขึ้นสบมอง 

"เรื่องเมื่อครู่...." 

"ฉันชอบ และยังอยากให้มันเกิดขึ้นอีก วันนี้ฉันเตรียมตัวมาไม่ดีพอ อันที่จริงมันค่อนข้างกะทันหันนิดหน่อย ครั้งหน้าเรามาลองกันใหม่" นาธานต่อประโยคให้เสร็จสรรพโดยไม่รอฟังว่าโจเซฟจะพูดอย่างไร เขาสันนิษฐานได้ว่ามันอาจไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากฟัง 

"ครั้งหน้า? " 

"ใช่ ครั้งหน้า บางทีเราอาจ....ทำต่อให้จบได้อย่างที่นายว่า" 

มานึกดูแล้วนาธานรู้สึกดีมากจนลืมความกลัวที่เขามีในทีแรกไปเลย โจเซฟยอมอดทนเพื่อเขาทั้งที่ตัวเองพร้อมเสียยิ่งกว่าพร้อมสำหรับขั้นตอนถัดไป แม้มันจะเป็นเซ็กซ์ที่ถูกบีบบังคับให้เกิดขึ้นเพราะตัวนาธานเอง แต่ทันทีที่โจเซฟเห็นประกายความหวาดกลัวในดวงตาเขาโจเซฟก็เลือกที่จะหยุด และหาทางออกอื่น ซึ่ง อืม.... นาธานยอมรับว่ามันเป็นหนทางที่ไม่ได้แย่เช่นกัน 

"มันจะไม่มีครั้งหน้าอีกแล้วนาท เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน" 

เด็กแสบเม้มปากแน่น พยายามกดข่มความรู้สึกปวดแปลบที่ทิ่มแทงหน้าอกข้างซ้ายลงไป เอ่ยถามเสียงค่อย "นายไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ" 

คนถูกตั้งคำถามเบือนหน้าหนี 

นาธานรู้ดีว่ามันไม่มีทางใช่ โจเซฟรู้สึก แถมยังรู้สึกมากเชียวล่ะ 

"ต่อให้นายปากแข็งแค่ไหนนายก็หลอกความรู้สึกตัวเองไม่ได้หรอก โอเค ครั้งนี้ฉันอาจรีบร้อนมากเกินไปหน่อย เราควรค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปอย่างที่นายว่า แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว และฉันก็บอกแล้วว่าฉันชอบนาย และพนันได้ว่านายเองก็เริ่มรู้สึกดีๆ กับฉันแล้วเหมือนกัน" มือเรียวยกขึ้นประคองแก้มสากดันให้หันกลับมาสบตากันอีกครั้ง ถามย้ำเพื่อความมั่นใจ "จริงไหม" 

นาธานเห็นความหวั่นไหวในดวงตาคม 

"เพราะฉะนั้นก็เลิกปฏิเสธฉันได้แล้ว มันเจ็บนะ" 

....มันเจ็บจริงๆ  

ใครจะรู้ว่าโจเซฟกำลังถูกเด็กที่อายุน้อยกว่าเขาสิบปีสั่งสอนเรื่องความรัก....อีกแล้ว ลมหายใจแผ่วพ่นออกมาเบาๆ อย่างคนคิดไม่ตก เขาเองไม่รู้เหมือนกันว่าควรจัดการกับความรู้สึกนี้อย่างไร โจเซฟยอมรับว่าเรื่องเมื่อครู่ทำเขารู้สึกดีจนควบคุมตัวเองแทบไม่อยู่ และไม่รังเกียจสักนิดที่จะมีครั้งต่อๆ ไป แต่นี่มันไม่ถูกต้อง 

"นายยังเด็กมาก" 

"ฉันสิบแปดแล้ว โตพอที่จะตัดสินชีวิตของตัวเอง และใช่อย่างที่นายพูด ฉันยังเด็ก ยังมีเวลาตัดสินใจลองผิดลองถูกอีกเยอะ เพราะฉะนั้นนายจะยอมเป็นครูคนแรกให้ฉันไหมล่ะ" 

โจเซฟหรี่ตาลง เริ่มเห็นเค้าลางแล้วว่าเด็กแสบนี่พยายามจะโน้มน้าวเขาด้วยวิธีไหน ทำเอาความคิดซับซ้อนวุ่นวายของเขากลายเป็นเรื่องหยุมหยิมไปเลย ใครบ้างล่ะไม่เคยสับสนเรื่องความรัก บางทีการได้เป็นครูสอนประสบการณ์ชีวิตให้ใครสักคนอาจไม่ได้แย่อย่างที่เขาคิดก็ได้ 

"สอนวิชาอะไร" 

มือเรียวบนแก้มเลื่อนลงมายังลำคออุ่น นิ้วหัวแม่มือสัมผัสถึงแรงเต้นตุบของชีพจรสม่ำเสมอ ไล้ต่ำลงมายังแผ่งอกกว้างสะดุดตุ่มเนื้อเล็กที่เขาจงใจวนซ้ำตรงนั้นสองสามทีก่อนผละจากอย่างอาลัยอาวรณ์ ดวงตาซุกซนวาววับเมื่อรู้สึกได้ว่าร่างกายที่เขาสัมผัสสั่นสะท้านเบาๆ ปลายนิ้วเรียวกดขย้ำกล้ามท้องหนั่นแน่น อ้อยอิ่งอยู่แถวๆ กระดุมกางเกงหลายวินาทีก่อนมาจบที่ต้นขาของคนตัวโต เฉียดผ่านอะไรบางอย่างที่กำลังครึ่งหลับครึ่งตื่นไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด 

ปากหยักตอบทีละคำช้าๆ ทว่าชัดถ้อยชัดคำ "วิชา....กระชับความสัมพันธ์....แบบแน่นแฟ้น" 

หึ เด็กแสบ 

ดวงตาสีเข้มจับจ้องเจ้าเม่นแคระพลางเอ่ยเตือน 

"ฉันเป็นครูที่ค่อนข้างดุนะ" 

นาธานยิ้มเจ้าเล่ห์รับ "พอเข้าใจได้ เพราะบางครั้งฉันก็เป็นนักเรียนดื้อ" 

ปลายนิ้วสากยกขึ้นเช็ดริมฝีปากแดงสดทั้งที่ไม่เปื้อน เพียงเพราะเขาอยากสัมผัสมันเฉยๆ "ฉันเป็นครู ถ้าอย่างนั้นฉันเป็นคนตั้งกฎ" 

"กฎอะไร" 

โจเซฟตัดสินใจแล้วว่า หากสุดท้ายมันต้องเกิดขึ้น 

บางที ....ก็แค่ปล่อยให้มันเป็นไป 

"อย่าได้ทำแบบนี้กับใครอีก เข้าใจหรือเปล่า" 

 

ดีแลนซื้อบาร์เก่าๆ นั่นไว้แล้ว 

และตอนนี้โจเซฟก็กำลังเข้าไปจัดการกับข้าวของภายในนั้น เขาใช้บริการบริษัทรื้อถอนและตกแต่งภายในใหม่ทั้งหมด ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในกระบวนการขั้นตอนแรก หลังจากตกลงเรื่องการเรียนการสอนกันเรียบร้อยแล้วนาธานจึงทำตัวติดหนึบกับคุณครูคนใหม่ของเขาทั้งวัน 

และตอนนี้เขากำลังนั่งขัดสมาธิกอดถังโอ๊คใบเล็กซึ่งโจเซฟนำมาวางไว้ให้เท้าคางสบายอารมณ์อยู่บนเคาน์เตอร์บาร์ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองชายหนุ่มอกสามศอกสี่ห้าคนทำงาน โจเซฟเองก็เป็นหนึ่งในนั้น เขาช่วยขนย้ายเก้าอี้เก่าๆ ออกไป 

และตอนนั้นเองที่นาธานได้เจอกับทอม เพื่อนอีกคนในกลุ่มของโจเซฟ ชายร่างสูงเจ้าของใบหน้าไม่น่าไว้วางใจ นาธานไม่ชอบรอยยิ้มลึกลับที่อีกฝ่ายมองมาเลย 

"ในที่สุดฉันก็รู้แล้วว่าวันสองวันนี้นายยุ่งอยู่กับอะไรโจ" 

"เงียบน่ะทอม ทำไมนายมาอยู่นี่ ดีล่ะ" 

"ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงพรุ่งนี้หมอน่าจะให้กลับบ้านได้ เขาน่ะอึดจะตาย ยิ่งกว่าคนเหล็กซะอีกนายก็รู้ คงอยากออกมาจัดการเรื่องควินตันเองแทบตายแล้ว" 

"อลันยังไม่ได้ข่าวเขาเลย" 

นาธานกลอกตามองบนเมื่อได้ยินเสียงทอดถอนใจของโจเซฟยามพูดถึงคนที่หายตัวไป 

ทอมเหยียดยิ้ม "ไม่กลับมาซะก็ดีแล้วหมอนั่นน่ะ พวกเราจะได้กลับเข้าสู่ชีวิตปกติสุขอย่างเดิมสักที" 

คราวนี้เด็กแสบแทบอยากลุกขึ้นปรบมือให้เลย เขาเห็นด้วยกับประโยคนี้อย่างไม่ต้องสงสัย บางทีเขากับทอมอาจจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ ทว่าดูเหมือนโจเซฟจะไม่เห็นด้วยกับความคิดนั้น สังเกตได้จากสายตาคมดุเลื่อนมองปรามนาธานผู้ซึ่งกำลังแย้มยิ้ม 

"อย่าได้พูดแบบนี้ให้ดีได้ยิน ถ้านายไม่อยากเจ็บตัว" 

ทอมยักไหล่ไม่ใส่ใจ ก่อนจะช่วยโจเซฟและคนอื่นๆ ขนของออกไปจนภายในบาร์ว่างโล่ง หลังจากนั้นการรื้อถอนเพื่อสร้างสรรค์ใหม่จึงเกิดขึ้น นาธานจึงถูกโจเซฟเนรเทศออกมาจากพื้นที่ทำงาน 

"เดี๋ยวพาไปส่งที่บ้าน แล้วฉันจะกลับมาคุมทางนี้ต่อ" 

เด็กแสบหน้าตูม นี่ใช่คนเดียวกับเมื่อเช้าตอนอยู่บนเตียงกับเขาหรือเปล่าเนี่ย "ทำไมอยู่ด้วยไม่ได้ล่ะ ฉันไม่ได้ทำตัวก่อกวนสักหน่อยนี่" 

"ก่อกวน" โจเซฟตอบสั้นๆ ทั้งที่อยากอธิบายให้ฟังมากกว่านี้แต่กลัวเจ้าเม่นแคระจะเหลิงไปเสียก่อน เรื่องอะไรเขาจะบอกว่าไม่ชอบสายตาคนงานยามมองนักเรียนในสังกัดคนใหม่ของเขา ยิ่งเห็นยิ่งขัดตา ส่งกลับบ้านก่อนเป็นดีที่สุด 

ตอนนั้นเองที่คนงานหนุ่มแน่นคนหนึ่งแบกท่อนไม้ออกมาโยนทิ้ง ทว่าแทนที่จะเดินกลับเข้าไปดีๆ อีกฝ่ายดันทิ้งสายตาให้คนทางนี้เห็นด้วยนี่สิ เจ้าเม่นแคระถึงได้เข้าใจ 

"อ้อ ก่อกวนทางใจนี่เอง" นาธานยิ้มเสียจนตาปิด ยกนิ้วมือจิ้มหน้าอกกว้างหยอกล้อ โจเซฟปัดป้องโดยการจับมือข้างนั้นออก....แต่ไม่ยอมปล่อย เด็กแสบหัวเราะร่วนเบาๆ แกว่งมือที่ถูกกุมไว้ไปมา 

โจเซฟบอกเสียงนุ่ม "รู้แล้วก็กลับ" 

"ยังไม่กลับบ้าน ไปบ้านแรนด์ก่อน นายเสร็จจากทางนี้แล้วค่อยไปรับฉันกลับ กินมื้อเย็นด้วยกัน" 

โจเซฟนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับ ทว่ายังไม่ทันได้พาเด็กแสบไปขึ้นรถ ทอมกลับเดินออกมาเสียก่อน ถ้อยคำหยอกล้อจงใจตะโกนมาให้นาธานได้ยิน 

"เฮ้เพื่อน ตรงนี้ยังต้องการนายอยู่นะ เว้นเสียแต่ว่าตรงนั้นจะมีอะไรน่าสนใจมากกว่าการจับมือ" ทอมเห็นชัดว่ามือของพวกเขากอบกุมกันอยู่ จึงแสร้งตะโกนดังมากกว่าเดิม "งั้นก็ไปเถอะ แต่อย่าเสียแรงกับทางนั้นมากนักแล้วกัน อย่าลืมว่าฉันยังต้องการคนช่วยอยู่นะ" 

โจเซฟสบถหยาบคายถึงเพื่อนเบาๆ ขณะลากเจ้าเด็กแสบที่กำลังหัวเราะไปขึ้นรถ ระหว่างทางไม่เงียบเหงาเพราะเสียงเจื้อยแจ้วของนาธาน 

"นายบอกว่าร้านนี้มีหุ้นส่วนด้วยกันสามคน? " 

"อืม ดีตัดสินใจซื้อมันไว้เพราะเจ้าของเดิมอยากขายทิ้งตัดความวุ่นวาย เขาอยากให้พวกเรามีรายได้ทางอื่นนอกจาก...." 

นาธานเลิกคิ้วหันมองคนข้างตัวเนื่องจากอยู่ๆ คำพูดเขาก็ขาดหายไปดื้อๆ ไม่ยอมต่อให้จบเสียอย่างนั้น 

"นอกจากอะไร" 

โจเซฟนิ่งมองถนนเบื้องหน้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับมา นาธานรู้สึกได้ว่าเขาไม่อยากตอบคำถามนี้ "นอกจากงานที่เราทำอยู่" 

"ร้านสักน่ะเหรอ" 

"อืม" โจเซฟรับคำเบาๆ 

ผู้คนในละแวกนี้รู้ว่าดีแลนเปิดร้านสักโดยมีเพื่อนๆ ของเขาคอยเทียวไปเทียวมาช่วยเหลือ แต่พวกเขาก็รู้กันอีกเช่นกันว่าสิ่งที่คนกลุ่มนั้นทำไม่ใช่แค่สักลายลงบนผิวหนังให้คนอื่น เพียงแต่พวกเขาไม่รู้ว่าอะไรซุกซ่อนอยู่ภายใต้อิทธิพลลึกลับ และทุกคนก็หวาดกลัวเกินกว่าจะหาคำตอบด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงปล่อยให้มันเป็นความลับต่อไป 

ทว่าไม่ใช่กับนาธาน 

"พวกนายเป็นมาเฟียเหรอ แบบว่า เรียกเก็บค่าคุ้มครองอะไรแบบนั้นน่ะ" 

โจเซฟถึงกับสำลักน้ำลายกระแอมไอออกมาสองสามที ยังดีที่ไม่หลุดขำออกมาด้วย หางตาเหลือบมองคนข้างตัว ในหัวเจ้าเม่นแคระมองพวกเขาแบบนี้นี่เองสินะ แต่ก็ไม่แปลกหรอก เพราะหลายคนก็มีความคิดผิดๆ แบบนี้เช่นกัน 

"ฉันเคยไปเคาะประตูบ้านพวกนายเพื่อเรียกเก็บเงินรายเดือนไหมล่ะ" 

นาธานตอบกลับมาอย่างพาซื่อ ทำเอาโจเซฟมุมปากกระตุก "ก็ไม่นะ" 

"แล้วนายเรียกฉันว่ามาเฟียเก็บค่าคุ้มครองได้ไง" 

"ก็...." นาธานพยายามนึกถ้อยคำอธิบาย ในเมื่อมันคือความรู้สึกนามธรรมที่เกิดขึ้นเองจากจิตใต้สำนึกว่าบุคคลกลุ่มนั้นอันตราย ควรอยู่ให้ห่างเข้าไว้อย่าไปเกี่ยวข้อง และหลายๆ ครั้งเป็นการบอกเล่าจากประสบการณ์ของคนอื่นมากกว่า "ทุกคนที่ทะเลสาบกลัวพวกนาย พวกเราบางคนเองก็ด้วย จะทำอะไรต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ ไม่ให้ถูกจับได้" 

"ก็เพราะทำความผิดน่ะสิ ถ้าคนพวกนั้นไม่ได้สร้างความเดือดร้อนจะมีใครไปทำอะไรพวกเขาได้ เมืองนี้ยังมีตำรวจอยู่นะเผื่อนายไม่รู้" 

"พวกนายน่ากลัวกว่าตำรวจซะอีก จมูกดียิ่งกว่าหมา...." 

"นาท" เสียงปรามเข้มงวดทำเอาเจ้าเด็กแสบงับปากปิดถ้อยคำของตัวเอง แต่เห็นชัดๆ ว่าไม่ทันแล้ว 

"โทษที" 

คนอายุมากกว่าส่ายใบหน้าน้อยๆ ทว่าในใจกลับยิ้มเยาะคำพูดสวยหรูของตัวเอง พวกเขามีสิทธิ์พูดเรื่องความถูกผิดด้วยหรือ งานขายข้อมูลที่พวกทำไม่ใกล้เคียงกับความถูกต้องสักนิด หากเรื่องนี้ถึงหูทางการละก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าใครจะถูกจับส่งเข้าห้องสอบสวนก่อนกัน 

ที่สำคัญ เขาไม่มีทางให้นาธานเข้ามาพัวพันกับเรื่องพวกนี้แน่ 

นาธานสัมผัสได้ว่าบรรยากาศในรถกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง และเขามั่นใจว่าไม่ใช่เพราะคำว่าหมาของเขาเมื่อครู่แน่ โจเซฟรู้อยู่แล้วว่าเขามันเป็นเด็กแสบ ทว่านาธานกลับไม่รู้ว่าพูดผิดที่ตรงไหน เขาเพียงแค่อยากเข้าใกล้ผู้ชายอันตรายคนนี้มากขึ้นอีกหน่อยเท่านั้นเอง 

นาธานตัดสินใจวกกลับมาเรื่องแรกในช่วงต้นของบทสนทนา 

"หุ้นส่วนบาร์คือดีแลน นาย แล้วก็ทอมคนเมื่อกี้น่ะเหรอ" 

ไหล่ตึงเครียดของโจเซฟผ่อนคลายลง "อืม" 

"ถ้าอย่างนั้นฉันก็ได้รับอภิสิทธิ์เข้าบาร์ดื่มเบียร์ได้ก่อนจะอายุครบยี่สิบเอ็ดน่ะสิ" 

"น้อยๆ หน่อย ใครบอกนายแบบนั้น" 

เจ้าเด็กแสบยิ้มร้าย ไม่สนใจการห้ามปรามไม่จริงจัง ตอนนี้เขารู้แล้วว่าโจเซฟไม่ได้ดุอย่างที่เขาพยายามแสดงออกสักนิด ไม่....ตั้งแต่กิจกรรมร้อนแรงเมื่อเช้า 

"ถ้าเสร็จแล้วฉันขอไปช่วยงานที่ร้านได้ไหม ถือเป็นการฝึกงานก็ได้" เผื่อนี่อาจจะเป็นอาชีพใหม่ในอนาคตของเขา นาธานพยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดอันแสนชาญฉลาดของตัวเอง 

ทว่าโจเซฟกลับบอกปัดและจอดรถเทียบกับฟุตบาทหน้าบ้านแรนดี้ พวกเขาถึงที่หมายแล้ว 

"เอาไว้ค่อยว่ากันทีหลัง" 

"ทำไมต้องทีหลัง ก็ตอนนี้...." 

"หลังจากแม่นายอนุญาต" โจเซฟตัดบท ไม่เปิดโอกาสให้โต้แย้งใดๆ ได้อีก หันมาปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยให้เด็กดื้อพลางกำชับเสียงดุ "ฉันน่าจะกลับมารับตอนห้าโมงเย็น จะดีมากหากพวกนายไม่ออกไปสร้างปัญหาที่ไหน เพราะถ้าฉันรู้ นายจะถูกลงโทษ" 

ทั้งที่การขู่ควรทำให้กลัว นาธานกลับใจเต้นตึกตักขึ้นมาเสียอย่างนั้น อยากรู้เหลือเกินว่าการลงโทษของโจเซฟเป็นอย่างไร "มันจะเกี่ยวกับโซ่แส้กุญแจมือหรือเปล่า" ดวงตาคนถามเป็นประกาย 

ทว่าความหวังทั้งหมดถูกยับยั้งลงโดยคุณครูจอมเฮียบและบทลงโทษที่ทำให้นาธานใจสลาย "มันเกี่ยวกับการที่นายจะไม่ได้รับสิทธิพิเศษใดๆ ที่บาร์ทั้งนั้น และเลิกคิดเรื่องฝึกงานไปได้เลย" 

เจ้าเม่นแคระกระฟัดกระเฟียดลงจากรถอย่างไม่พอใจนัก ก่อนปิดประตูยังไม่วายตะโกนใส่คนบนรถทิ้งท้ายและกระแทกประตูปิดเสียงดัง 

"นายมันคนใจร้าย ตายด้าน! " 

ทิ้งคนบนรถไว้กับคำสบประมาทที่เจ้าตัวรู้ดีทั้งใจว่าไม่จริง 

เด็กแสบเอ๊ย 

 

 

 

TBC. 

>>>> 

คุณครูแดดดี้ ดุนะหนูไหวเหรอ 

ไหวไม่ไหวไม่รู้ แต่นาธานน่าจะสู้ตาย >< 

ปล.ขอบคุณสำหรับคอมเม้นและกำลังใจค่า 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว