ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 1 กิน

คำค้น : ทิน , พี่ลม , นิยาย yaoi , นิยายวาย , นิยาย y , ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 04 มิ.ย. 2559 12:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
1 กิน
แบบอักษร

1   กิน

     ผ่านไปอีกเดือนกว่าๆ แล้วครับกับชีวิตมหาลัยของผม ทุกอย่างๆ มันก็ยังคงราบรื่นไปดี ถึงแม้การเรียนจะเริ่มยากขึ้นในแต่ละวิชาภาคแล้วก็ตาม แต่ผมก็พยายามทำความเข้าใจให้ได้ภายในคาบเพราะเวลาที่ผมลองกลับมาทบทวนดูเองกลับไม่เข้าใจเองซะงั้น? ต้องมาให้ไอ้พันช่วยอธิบายทุกที

     ตอนนี้ผมกับพันเดินมาตึกวิศวะครับ มันไม่ใช่ที่ๆ ผมจะต้องมาหรอก แต่เผอิญมีธุระที่ต้องมา แต่... ก็ไม่เชิงธุระสักเท่าไร

      “เห้ย! ทำไมมึงมาช้าจังวะ” ไอ้รุ่นพี่วิศวะบ่นใส่พวกผมที่กำลังเดินไปหา

      “ก็พวกผมเพิ่งเลิกเรียน”

      “นั่นแหละ กูรอนานละเนี่ย เห็นไหม”

     ครับ เห็นครับเห็น...

     ผมนึกตอบในใจ เอือมระอากับรุ่นพี่ที่ชอบเอาแต่ใจ

     ไม่ต้องแปลกใจครับว่าใคร เจ้าเก่าผมเอง พี่ลมกับพวกพ้องพี่แก...

     ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมาพวกพี่มันก็ยังวนเวียนอยู่ในวงจรชีวิตผมครับ ยังมากินข้าวที่โรงอาหารบ่อยๆ หรือไม่ก็เรียกพวกผมมาที่นี่บ้าง ระยะเวลาที่ผ่านมาก็ทำให้พวกเราเริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น แถมยังเริ่มเข้าใจนิสัยใจคอแต่ละคนดี

     โดยเฉพาะพี่ลม พี่มันแม่ง... โครตบังคับเลย เพราะพี่มันนั่นแหละที่ไลน์มาบอกผมให้มานี่ แล้วตอนนั้นผมเรียนอยู่ป้ะ เสียงไลน์ที่ผมลืมปิดมันก็ดังจนอาจารย์ที่สอนเตือนผม ผมนี่รีบปิดเสียงแต่พี่มันก็ยังส่งข้อความมาบอกให้ตอบเลยทันที ผมก็เออๆ ออๆ แอบตอบมันไปกลัวอาจารย์จะว่าอีก แล้วยังบอกอีกว่าจะรอทั้งๆ ที่พวกพี่มันเลิกเร็วกว่าผมตั้งหนึ่งชั่วโมง แถมยังบอกว่าถ้าไม่มาจะไปหาถึงที่เลย ซึ่งผมผู้รักความสงบยิ่งกว่าอะไรคงไม่กล้าใจพี่แกหรอกครับ ว่าแล้วก็เอือมระอาอีกรอบ

      “แล้วที่เรียกพวกผมมามีอะไรกันหรอพี่?” พอนั่งได้ไอ้พันก็ถามพี่ลมเลย ผมก็สงสัยเหมือนกัน

     แต่ในใจแว่วๆ ว่าเหมือนจะไม่สำคัญสักเท่าไร...

     “เสาร์อาทิตย์นี้พวกมึงมีสอบอะไรกันหรือป่าว” เป็นพี่เคนที่ถามกลับ

      “ก็ไม่มีนะ...”

      “ดีเลย พวกกูจะไปเที่ยวทะเลกัน เลยจะชวนมึงสองคนไปด้วย” พอพี่เคนตอบไอ้พันนี่ตาโตเชียว

      “เห้ยยย จริงดิ ไปๆๆ ผมกำลังเบื่อๆ ขี้เกียจเรียนพอดีเลย ผมไปๆ”

      “กูว่าละ อย่างมึงเคยขยันเรียนด้วยหรอวะ”

      “ไอ้พี่ฟ้า! นี่พี่ด่าผมหรอ”

      “กูพูดความจริงล่ะสิ หึ!

      “แม่งงงง!

     เหอๆๆ เอาแล้วไงๆ สองคนนี้มันกัดกันอีกแล้ว ตลอดหนึ่งเดือนที่ป่านมาพี่ฟ้ามันกวนตีนไอ้พันตลอดเวลาจริงๆ อ่ะ

      “ผมไม่ไปได้ไหม”

      “ทำไมอ่ะทิน?” พี่เคนมันถามผม

      “คือช่วงนี้ผมช็อตอ่ะ ไม่ค่อยอยากไปไหน” จริงๆ นะ ช่วงนี้ผมช็อตหนัก นี่จะกินมาม่าแทนข้าวอยู่แล้ว

      “ไม่ได้!” พี่ลมมันจ้องผมเขม็ง “ที่กูชวนคือกูบังคับมึงให้มึงไปด้วย”

      “ก็ผมบอกว่า..”

      “เดี๋ยวกูออกนู่นออกนี่ให้ก็ได้ แต่มึงต้องไปนะไอ้ทิน” พี่ลมมันพูดเชิงขอร้องพร้อมหาข้อเสนอมาให้ แต่จะให้ออกให้เนี่ยนะ ผมก็เกรงใจเป็นนะครับ

      “แต่..”

      “ไปเถอะน่าทิน ไอ้ลมมันอุตสาห์จะอวดรวดทั้งที แสดงว่ามันคงอยากให้มึงไปมากๆ ล่ะน่ะ” พี่แฝดไบท์พูดล้อพี่ลมจนผมเผลอยิ้มแห้งๆ

      “เดี๋ยวเหอะมึง กูไม่ได้อยากจะอวดรวยสักหน่อย แค่อยากให้มันไปด้วยต่างหากล่ะ” พี่มันแก้ต่าง ผมนี่ทั้งซึ้งทั้งลังเล...

      “แต่...”

      “ต้องไป!

      “เฮ้อ... ไปก็ไปฮะ”

     จริงๆ ผมก็อยากไปเที่ยวอ่ะ ไปก็ได้...

     พี่มันยิ้มกว้าง “ดีมาก งั้นวันเสาร์นัดแปดโมงนะเว้ย ใครสายกูเผาบ้านนน!

 

     วันเสาร์แล้วครับ 9 โมงกว่าแล้วด้วย พวกเรา 8 คนนั่งอยู่ในรถตู้โดยที่มีเจ้าของอย่างพี่ผิงแกเป็นโจเฟอร์ให้ มีพี่เคนนั่งข้างหน้าข้างคนขับ พี่แฝดแบงค์กับแฝดไบท์ก็นั่งด้วยกัน พี่ลมกับพี่ฟ้านั่งด้วยกัน และก็มีผมกับพันที่นั่งอยู่หลังสุดด้วยกัน

     เป้าหมายของทริปนี้คือบ้านพักตากอากาศของพี่เคนครับ เห็นเล่าว่าบ้านเขาติดกับทะเลพอดีและก็ใหญ่พอพวกเราทุกคนนอนได้ ถ้าแบ่งห้องนอนกันแน่นอนว่าผมกับพันต้องได้นอนด้วยกันแหละ ก็พวกเราเพื่อนกันนี่นา

     ปึก!

      “โอ้ย” ผมร้องเบาๆ พลางกุมขมับที่ไปกระแทกกับกระจก โอยยยย หัวนี่ปวดเลยปวด

      “นี่มึงหลับหรอ” ผมหันไปหาไอ้พันมันเงยหน้าจากเกมโทรศัพท์ถามผม

      “อือ ง่วง”

      “ก็ว่างั้น เมื่อคืนมึงนั่งทำงานซะดึกจะไม่ให้ง่วงได้ไงล่ะ” มันสาธยายเหตุผลใส่ ก็ตามที่มันพูด ผมนั่งปั่นงานถึงดึก เพราะงานมันต้องส่งก่อนอังคารหน้า แล้วเสาร์อาทิตย์ผมก็มาเที่ยวอีก กลัวจะปั่นไม่ทันก็เลยทำซะจนเสร็จเลย ถึงจะง่วงก็เถอะแต่เดี๋ยวมานอนวันนี้เอาก็ได้

      “อือ”

      “มาๆๆ เดี๋ยวหัวมึงก็ไปโขกกระจกอีกหรอก” มับจับผมมาซบไหล่ ซึ่งผมก็ไม่ขัดขืนอะไร

     พอดีเลย ยืมไหล่หน่อยนะเพื่อนรักกก ฮ่าๆๆๆ

     ผล็อยหลับไปสักพักรู้สึกเหมือนอากาศจะร้อนขึ้น เสียงเครื่องยนต์ก็ดับ คงจะแวะปั้มกันละมั้ง

      “เห้ย พวกมึงจะลงไปซื้อขนมกันป่าว” พี่ลมมันหันมาถามก่อนจะลงไปข้างล่าง

      “ทิน มึงจะลงป่าว?” พันมันมาถามพลางเขย่าตัวปลุก

      “หึ  มึงลงไปเหอะ กูง่วง”

      “มึงไม่เอาไรหรอ ให้กูซื้อให้ไหม” มันถามแล้วลุกจากที่นั่ง

      “อืออออ เอาขนมปังกับน้ำมาก็ได้” ผมล้มตัวนอนบนเบาะเต็มตัวและหลับอีกที ไม่ไหวง่วง

     บนรถมีแค่ผมกับพี่เคนที่นั่งหลับอยู่หน้ารถ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบและอากาศที่อบอ้าวเพราะไม่ได้เปิดแอร์ ถึงหน้าต่างจะเปิดแง้มๆ ให้มีอากาศหายใจบ้าง แต่มันอบจนนอนไม่หลับ พลิกไปพลิกมาก็ไม่คลายร้อน

      “ทิน ทิน ไอ้ทิน”

      “อือ” ผมพลิกกลับมาเปิดเปลือกตาเบาๆ กับเสียงเรียก “เห้ยพี่!

      “อะ อะไรของมึงไอ้ทิน จะตกใจอะไรวะ นี่กูไม่ใช่ผีเว้ยย” พี่ลมมันบ่นกับรีแอคชั่นผม จะไม่ให้ตกใจได้ไงวะ...

     ก็พี่มันเล่นยื่นหน้ามาซะใกล้เลยนี่หว่า...

      “ก็ผมตกใจ”

     อะ อะไร ไอ้ใจเต้นแรงนี่มันอะไรวะ?

      “ตกใจอะไร ไอ้ห่านี่ เอ้า” พี่มันโยนถุงอะไรให้

      “อะไรเนี่ย”

      “กูซื้อมาให้ เห็นมึงไม่ลงมาก็เลยซื้อมาให้” ผมเปิดดูในถุงมีขนมกับขนมปังหลายห่อ แล้วก็น้ำอัดลมสองสามขวด

      “ซื้อมาทำไมเยอะแยะเนี่ยพี่”

      “ก็กูไม่รู้ว่ามึงชอบกินอะไรบ้าง กูก็เลยหยิบๆ มาหมดเลย”

     คงจะหยิบๆ มาจริงๆ น่ะ หยิบมาแต่ถั่วทั้งนั้นเลย คือผมไม่ชอบกินถั่วเว้ยยยย

      “อ่ะ ผมเอาแค่นี้แหละ พี่เอาไปเหอะ” ผมหยิบโรลส้มกับโค้กไว้แล้วคืนถุงให้

      “อะไรวะ กูอุตสาห์ซื้อมาตั้งเยอะมึงเอาแค่นี้เนี่ยนะ เอาไปอีกดิวะ” พี่มันยื้อถุงคืน

      “ไม่เอา ผมไม่ค่อยชอบกินอ่ะ พี่กินเถอะ”

      “มึงนี่ เรื่องมากว่ะ อุตสาห์ซื้อมาให้แล้วยังจะเลือกมากอีก หึ!” พี่มันงอนเว้ย ผมนี่เบะปาก

     ก็คนมันไม่ชอบกินนี่หว่า...

     พี่มันหน้าบึ้งงอนผม กินขนมเอาๆ หมดไปหลายถุงละ เออ กินให้อ้วนตายไปเลยพี่ งอนอะไรไร้สาระไปได้

     สักพักก็ขับมาถึงบ้านพักของพี่เคน ต่างคนต่างบิดขี้เกียจกันเพราะนั่งรถเป็นเวลานาน แล้วก็จัดแจงหยิบกระเป๋าแล้วเปลี่ยนเสื้อไปเล่นน้ำกัน ซึ่งพอไอ้พันมันได้ยินก็กระดี้กระด้ารีบไปเปลี่ยนก่อนเลย

     ผมออกจากห้องหลังไอ้พันมัน อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อเสร็จสรรพ ใส่เสื้อแขนยาวที่ไม่หนามากกับกางเกงสามส่วน คือมันไม่ใช่ชุดเล่นน้ำ ผมแค่จะมานั่งรับลมเล่นแค่นั้นแหละ ไม่ได้มาเล่นน้ำหรอก ผมเคยเกือบจมน้ำเลยไม่ชอบลงน้ำเท่าไร

      “อ้าว พวกพี่ไม่เล่นน้ำกันหรอ” ผมลงมาก็เห็นพี่เคนกับพี่ผิงที่นอนอยู่บนเสื่อใต้ต้นสนใหญ่ ก่อนจะนั่งลงตาม

      “พี่ไม่ค่อยอยากเล่นเท่าไรน่ะ แล้วไอ้นี่มันก็คงเหนื่อยละมั้ง” พี่เคนตอบแทนพี่ผิงที่หลับอยู่ “แล้วทินล่ะ”

      “ก็เหมือนกันละฮะ”

      “หืมมมม” พี่เคนมองไปข้างหน้าที่มีพวกพี่กับเพื่อนผมเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน เห็นไอ้พันกับพี่แบงค์มันเล่นกวักน้ำใส่กันไปมา ก่อนที่จะมีพี่ไบท์ตามมา พี่ลมกับพี่ฟ้าครามก็ตามไปสมทบ พี่ฟ้ามันก็แกล้งกดไอ้พันให้จมแล้วมันก็เอาคืนบ้าง เห็นแล้วก็อดขำไม่ได้

     สักพัก พี่ลมมันก็ขึ้นฝั่งด้วยสภาพที่เปียกปอน เปียกทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า แผงอกที่มีกล้ามซิกแพคเรียงสวย ท่าเสยผมที่ตกมาปรกหน้าพี่เขา น้ำที่ไหลตามร่ายกายไหลหยดติ๋งๆ ลงบนทราย พี่ลมเดินมาใกล้เรื่อยๆ จน...

     จนผมคิดว่า...

     ผมจ้องพี่มันนานไปหรือเปล่า?

      “มองอะไร ไม่เคยเห็นคนหล่อรึไง”

     ครับ หล่อครับหล่อ หล่อจนผมอิจฉาเลยละครับ

     พี่มันพูดกระแทกแล้วนั่งลงบนเสื่อข้างๆ ผมนี่ถอนหายใจกับคำพูดพี่มัน

      “กูหิว อยากกินขนม” พี่มันประมาณแบบ แค่โพล่งออกมาอ่ะ แต่ตานี่มองทางอื่น ไม่หยิบไม่จับ

     คือ พี่สั่งผมใช่ไหม? จะให้ผมง้อพี่ใช่ม้ะ?

     ผมถอนหายใจอีกรอบแล้วหันมาหยิบถุงขนมมาแก แล้วยื่นให้พี่มัน

      “มือกูเปียกไม่เห็นหรอ” พี่มันยังไม่หันมามองผม

     ต้องให้กูป้อนด้วย?

      “พี่ก็หน้ามาสิ” ผมถอนหายใจหยิบขนมแล้วมาป้อนให้ พี่มันก็ให้ความร่วมมือดี

      “นี่พวกกูกลายเป็นอากาศไปแล้วสินะ...” ผมหันไปหาพี่เคน เห็นพี่ผิงตื่นแล้วกำลังมองทางพวกผม?

      “อะไร ก็กูหิวอ่ะ” พี่ลมมันโต้ ผมก็เงียบ ก็มันเรื่องจริงนี่?

     พอเริ่มตกเย็นพวกที่เล่นน้ำก็ขึ้นฝั่งกัน ต่างก็ไปอาบน้ำอาบท่าเปลี่ยนเสื้อกัน เห็นพี่เคนบอกว่าจะพาไปร้านอาหารทะเลที่รู้จักด้วย ไอ้พันมันกระดี้กระด้าอีก รีบวิ่งไปอาบน้ำก่อนเลย

      “หนาววววว”

     ผมนั่งอยู่โต๊ะหน้าบ้านก็เห็นพันมันบ่นหนาวกับพี่ลมเดินมาพร้อมกัน คงจะเพิ่งอาบน้ำเสร็จหมาดๆ เพราะผมของแต่ละคนก็ยังเปียกๆ อยู่เลย

      “มึงก็เช็ดผมเช็ดเพ้าเข้าสิ เดี๋ยวก็ไม่สบาย”

      “เออน่า”

      “กูว่ามึงกินยาดักด้วยดีกว่ามั้ง” ผมบอกมันอย่างห่วงๆ พลางท้าวเอวมอง

      “เห้ย กูก็ยืนอยู่นี่นะ ทำไมไม่ห่วงกูบ้างอ่ะ”

     อ้าว นี่ยืนอยู่ด้วยหรอเนี่ย คึคึ

      “ก็พี่โตแล้วไง”

      “แล้วไง กูก็มีสิทธิ์ไม่สบายเหมือนกันนั่นแหละ”

      “ไม่สบายก็กินยาไงพี่” ผมแกล้งกวนประสาทพี่มัน

      “ก็กูไม่อยากป่วยอ่ะ ไม่อยากกินยาด้วย” พี่มันเถียงกลับ ผมขมวดคิ้วมอง

      “แล้วพี่จะให้ผมทำอะไร”

      “ก็เป็นห่วงกูไง เช็ดผมให้กูเลย” ผมเบะปาก จะใช้ผมก็บอกมาสิ

      “เฮ้อ ไปนั่งเก้าอี้ไป” ผมสั่งพี่มันก่อนจะลุกรับผ้าขนหนูมาเช็ดผมให้พี่มันเบาๆ

      “พี่ลมแม่งเอาแต่ใจว่ะ” ไอ้พันมันพูดแขวะ พี่นี่ยิ้มสะใจ พี่มันหันมาถลึงตาใส่แล้วสะบัดหน้ากลับ

      “อะไรวะ ไอ้ลมแม่งมีคนใช้ส่วนหรือไงวะ ฮ่าๆๆ” อยู่ๆ พี่ฟ้าครามก็โผล่หัวเปียกมาเหมือนกัน ทำเอาไอ้พันหน้าบึ้งที่เห็นพี่มันมา

      “ก็นะ”

     ก็นะ? ก็นะอะไร? ไอ้ยักไหล่ด้วย พี่ลมแม่ง...

     “เฮ้อออ กูก็อยากมีคนเช็ดผมให้เหมือนกันนะ” ผมชำเลืองมองพี่ฟ้ามันบ่นๆ

      “มีมือมีตีนก็เช็ดเองสิพี่ หรือเป็นง่อย?”

      “สัส กูไม่ได้เป็นง่อย อย่างมึงจะไปเข้าใจอะไร มันคนละฟีลกันโว้ย”

      “ฟีลไหนผมก็แห้งเหมือนกันละวะ” ไอ้พันส่ายหน้าเอือม

      “งั้นมึงก็เช็ดให้กูดิ”

      “เรื่องไร! มือตืนพี่ก็มีก็เช็ดเองดิวะ” ไอ้พันมันหัวเสียแล้วเดินหนีกลับเข้าบ้านไป ไอ้พี่ฟ้ามันก็ยกยิ้ม คงสนุกที่ได้แกล้งมันอ่ะ ผมก็ขำไอ้พันมันเหมือนกัน

      “หัวเราะอะไร” พี่ลมมันถามผมที่หัวเราะเบาๆ

      “เปล่า แค่ขำไอ้พันมัน”

      “อืม” พี่มันตอบเบาๆ “นี่...”

      “?!” ผมสะดุ้งตาโต พี่ลมเลื่อนมือมาจับมือผมที่จับผ้าขนหนูอยู่ แล้วเลื่อนมือผมไปยังอีกตำแหน่งหนึ่ง

      “กูคันอ่ะ เกาตรงนี้ให้หน่อย”

      “อะ อ่า”

     จะ ใจมัน.. เต้นแรงอีกแล้ว...

     ผมทำตามที่พี่มันบอกโดยเบามือ แต่พี่มันยังไม่เอามือออก พอเกาตรงนี้แล้วก็เลื่อนไปอีกที่หนึ่ง จนเช็ดผมเสร็จนั่นแหละ

     ตอนนี้ก็เริ่มเย็นแล้ว พวกเราออกมาร้านอาหารทะเลที่พี่เคยบอกไว้ พวกเรามากัน 8 คนก็หาโต๊ะใหญ่นั่งกัน ติดรั้วแล้วก็มีลมพัดเย็นๆ อีก

     ผมให้พวกพี่สั่งอาหารให้ ผมก็ไม่ได้เกี่ยวที่จะไม่กินอาหารทะเล แต่เป็นเพราะผมชอบกินอาหารทะเลมากกว่า จะสั่งอะไรมาผมก็กินหมดแหละ ยกเว้นที่แพ้คือหมึก

     อาหารที่สั่งถูกวางบนโต๊ะมากมายจนผมเริ่มน้ำลายสอ ชอบ ชอบกินมากๆ อาหารทะเลเนี่ย ปลางี้ กุ้งงี้ ตักกินให้หมดเลย

      “ผมตักก่อนนะ!

      “กูตักก่อน มันนั่นแหละมาแย่งกู” เอาอีกแล้ว สงครามพันฟ้า...

      “ไอ้ทิน ไม่ลองกินหมึกทอดกระเทียมพริกไทยวะ อร่อยนะกูบอกเลย” พี่ลมมันชี้เมนูที่อยู่ตรงหน้าผมแท้ๆ แต่ไม่ตักมากินเลยสักคำ

      “หึ ผมไม่กินหมึก”

      “เลือกกินอีกแล้วนะมึงอ่ะ จานนี้อร่อยกูรับประกัน” พี่มันพูดพลางตักหมึก

      “ผมไม่กิน พี่ไม่ต้องตักมาน่ะ”

      “หยุดเลย มึงต้องกิน”

      “ไม่ๆๆ!” พี่มันไม่ฟังผมเลย ตักมาใส่จานผมเรียบร้อยละ

      “กิน กินเลย”

      “ผมแพ้หมึก!” ผมพูดเสียงดังใส่ และมองด้วยอารมณ์หงุดหงิดเพราะพี่มันไม่ฟังผมเลย พี่มันอึ้ง ไอ้พันก็อึ้ง มันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผมแพ้หมึก

      “อ้าว... กูไม่รู้นี่ ขอโทษละกัน”

      “...”

     พี่มันว่าเสียงอ่อน หน้าพี่ลมหงอยลงทันที ผมก็หน้าเจื่อนไม่แพ้กัน ดันไปตวาดใส่พี่มันทั้งที่พี่ลมก็ไม่รู้ว่าผมแพ้อะไรก็ยังจะไปเสียงดังใส่อีก

     ผมหยิบกุ้งเผาตัวโตๆ มาแกะเปลือกออก แล้ววางใส่จานพี่ลม

     “อ่ะ”

      “...แกะให้กูหรอ”

      “อือ...”

     ก็รู้สึกผิดอ่ะ อยากขอโทษด้วย ง้อแล้วนะ อย่าโกรธนะ กินด้วย...

     ผมที่ไม่กล้าพูดก็แอบๆ มองพี่ลม พี่มันเริ่มเผยยิ้มกว้างก่อนจะจิ้มกุ้งกิน แสดงว่าหายโกรธไม่หงอยผมแล้วนะ

      “อ่ะ” ปูนึ่งตัวนึงที่แกะกระดองเรียบร้อยแล้วถูกวางบนจานผมโดยฝีมือพี่ลม “ไอ้แบงค์ไบท์มันจะกินหมดละ เดี๋ยวมึงก็ไม่ได้กินหรอก”

      “ขอบคุณครับบบบ” โอ้ยปู มัวแต่กินกุ้งกับปลาจนลืมกินปูเลย จะหมดแล้วด้วย พี่แฝดแม่งงง

      “ผัดหอยลายก็อร่อยนะ ลองกินดู มึงกินได้ใช่ไหม”

      “อือๆๆ”

      “อะไรของพวกมึงเนี่ย” พี่ฟ้าครามโพล่งขึ้น ผมหันไปก็เห็นพี่มันมองพวกผมอยู่

      “ห้ะ?”

      “ตักนู่นแกะนี่ให้นี่มันหมายความว่ายังไง” พี่มันพูดจับผิดประสานกับสายตาที่จับผิดด้วย

      “เอ่อ... ไม่มีอะไรนี่พี่”

      “หรอออ?” ขนาดผมปฏิเสธไปพี่ฟ้าก็ยังมองด้วยสายตาจับผิด

     มันไม่มีอะไรสักหน่อย ไม่มีๆ

      “อะไรมึงไอ้ฟ้า มึงจะสื่ออะไร ห้ะ!

      “กูป่าวน้า กูไม่ได้พูดอะไรเลย มึงอย่าร้อนตัวสิไอ้ลม” พี่ฟ้ามันทำหน้าทะเล้นใส่ ผมนี่ขมวดคิ้วงง

     ร้อนตัวอะไร?

      “กูป่าว มึงอย่า”

      “อย่าอะไร กูก็เห็น ตักข้าวให้น้องมันอยู่ได้ น้องเขาก็มีช้อนนะเว้ย” พี่เคนพูดเสริมอีกคน ไอ้พี่ลมมันเริ่มล่อกแล่ก

      “กูแค่อยากให้มันลองกินดู ของอร่อยทั้งนั่นอ่ะ มึงก็เคยกินกันอ่ะ”

      “กูจำไม่ได้อ่ะ มึงตักให้กูมั้งดิ กูก็อยากกินมั้ง”

     นั่น... พี่เคนทำท่าทางจะอ้อนหรอ???

      “ไอ้สัส! มึงก็ตักกินเองดิวะ อย่ามาทำอะไรแบบนี้นะโว้ย กูขนลุก!

      “โหยยย ไอ้ผิงงง มึงดูไอ้ลมมันทำกับกูอย่างนี้สิ” พอพี่เคนเล่นพี่ลมไม่ได้ก็หันไปแกล้งพี่ผิงที่นั่งกินเงียบๆ บ้าง ฮ่าๆๆๆ ขำ พี่ผิงมันกระโดดหนีพี่เคนเหมือนกัน สงสารพี่เคน ฮ่าๆๆๆ

     กลายเป็นว่าพวกเราลืมเรื่องเมื่อกี้กันเพราะมาขำพี่เคนกันหมดเลย ฮ่าๆๆๆ

 

 

2BeCon

ความคิดเห็น