ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 ห้อง369

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 ห้อง369

คำค้น : แต่งงาน, เย็นชา, ภรรยา, นิยายรัก, โรแมนติก, ดราม่า, แอบรัก, เมียจ้าง, พระเอกรวย, นางเอกฉลาด

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 เม.ย. 2564 17:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 ห้อง369
แบบอักษร

 

บ้านขนาดกลางสีขาวสองชั้นตั้งอยู่ในหมู่บ้านขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ภายในบ้านมีหญิงสาวผมสั้น รูปร่างสูง ผิวขาว เธอมีดวงตาทรงอัลมอนด์สีน้ำตาลที่บ่งบอกว่ามีเชื้อสายตะวันตกปะปน 

วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานปีที่ 5 ของไอรินและสามี เธอจัดเตรียมงานฉลองเล็กๆ ด้วยตัวเอง บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารน่าทาน สเต๊กเนื้อเมนูโปรดของสามี บรูสเกต้าและพาสต้าหอยลาย กลางโต๊ะมีแจกันที่ประดับด้วยกุหลาบสีขาวช่อใหญ่ เธอเตรียมไวน์แดงไว้ดื่มฉลองกับสามี 

ไอรินหรืออัยย์หันไปมองนาฬิกาเกือบทุ่มแล้วสามีของเธอยังไม่กลับมา เธอกังวลใจเล็กน้อยเพราะมันช้ากว่าเวลากลับบ้านปรกติ แต่เพียงครู่เดียวก็ได้ยินเสียงรถเข้ามาในบ้าน 

อรรถกับเธอแต่งงานกันมาห้าปีแล้ว ทั้งคู่พบกันบนเที่ยวบินกรุงเทพ-นิวยอร์ค เขาเป็นผู้โดยสารส่วนเธอเป็นแอร์โฮสเตสในเที่ยวบินนั้น รวมเวลาตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ก็หกปีแล้วที่เขาและเธอได้พบกัน  

ในวัยสามสิบห้าปี เธอคิดว่าตัวเองมีชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อม  

ห้าปีที่แล้วเธอลาออกจากงานแอร์โฮสเตสเพื่อมาแต่งงานและทำหน้าที่แม่บ้านให้สามีที่เป็นนักธุรกิจ อัยย์คิดว่าเธอทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมและคิดว่ามันจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป… 

 

อรรถเดินเข้ามาในบ้านด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก แต่อัยย์ไม่ทันสังเกตเพราะมัวแต่ดีใจที่สามีกลับมาถึงเสียที 

“มาแล้วหรือคะ? นึกว่าอาหารจะเย็นเสียก่อน” 

อรรถเดินมานั่งที่โต๊ะอย่างเงียบๆ เขามองภรรยาที่ยิ้มแย้มอย่างมีความสุขตรงหน้า แล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ  

ในตอนนั้นเองที่เธอเริ่มสังเกตได้แล้วว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับสามี 

“มีอะไรหรือเปล่าคะ” 

อรรถถอนหายใจอีกครั้ง แล้วมองหน้าภรรยาเหมือนตัดสินใจบางอย่าง จากนั้นเขาก็ค่อยๆพูดออกมา 

“อัยย์............เรื่องลูก” 

“เรื่องลูกทำไมหรือคะ ก็ไหนเราคุยกันแล้วไง ว่าไม่มีก็ไม่เป็นไร เราอยู่กันสองคนตายายก็ได้” เธอกุมมือสามีเอาไว้แล้วบอกออกไปเพราะไม่อยากให้เขากังวลใจ  

ตั้งแต่แต่งงานทั้งคู่ก็พยายามมีลูกมาโดยตลอด แต่ก็ไม่สำเร็จ 

จนไม่นานมานี้ อรรถถึงได้ทราบว่า....เขาเป็นหมัน 

“ผมรู้ว่าเราคุยกันแล้ว แต่ว่า เรา.............ต้องมีลูกให้ได้นะอัยย์ ไม่อย่างนั้น ผมจะเสียทุกอย่างไป”  

อรรถพูดด้วยน้ำเสียงอัดอั้น แต่ไอริณฟังแล้วก็ยังไม่เข้าใจว่าอะไรทำให้เขาเปลี่ยนใจ 

“เกิดอะไรขึ้นคะที่รัก คุณอธิบายให้อัยย์ฟังหน่อยได้ไหม” 

“วันนี้ผมแวะไปบ้านโน้นมา แม่ใหญ่บอกว่าเจ้หนึ่งท้อง อัลตราซาวนด์แล้วเป็นลูกชาย เจ้บอกเตี่ยว่าถ้าลูกคลอดออกมาจะให้ใช้นามสกุลเตี่ยแทนนามสกุลสามี เตี่ยดีใจมากเลยที่จะได้หลานชาย เตี่ยบอกว่าถ้าผมมีลูกชายให้ไม่ได้จะยกสมบัติทั้งหมดให้ลูกของเจ้แทน 

อรรถพูดออกมาอย่างอัดอั้น ไอริณมองเขาอย่างเห็นใจ  

เธอเพิ่งรู้ตอนที่แต่งงานกับเขาว่าแม่ของอรรถเป็นภรรยารองของพ่อที่เป็นนักธุรกิจเชื้อสายจีน แม่ใหญ่หรือภรรยาคนแรกมีลูกสาวสองคน  

ส่วนแม่ของอรรถมีลูกชายคนเดียว แต่เพราะเป็นครอบครัวที่ยึดถือในธรรมเนียมจีน  

พ่อของเขาจึงยกกิจการให้อรรถดูแลในฐานะลูกชายคนเดียว ส่วนพี่สาวที่แต่งงานออกไป  

เขาก็มอบทรัพย์สินอย่างอื่นให้เป็นสมบัติติดตัวไปแทน อรรถและอัยย์ถูกกดดันมาตลอดเรื่องมีลูก แต่แม้จะพยายามแค่ไหนก็ไม่สำเร็จจนมารู้ว่าสาเหตุเพราะอรรถเป็นหมันนั่นเอง 

“แล้วเราจะทำยังไงล่ะ คุณก็รู้ว่า.........”  

อัยย์พูดได้แค่นั้นก็หยุดเพราะไม่อยากให้สามีกระทบกระเทือนความรู้สึก 

“ผมไม่ได้บอกใครเรื่องนั้น ที่บ้านยังไม่มีใครรู้” อรรถมองหน้าภรรยาอย่างชั่งใจ แล้วพูดต่อว่า 

“อัยย์........คุณทำกิฟท์ให้ผมได้ไหม”  

“กิฟท์เหรอ แล้วจะเอา........จากไหนล่ะ” อัยย์งุนงงกับคำขอของสามี ให้เธอไปทำกิฟท์แต่เขาเป็นหมันนี่นะ 

“ก็ขอบริจาคได้ไหม” อรรถอ้อนวอนภรรยา  

“ช่วยผมหน่อยนะอัยย์ ไม่อย่างนั้นผมกับคุณคงต้องไปอยู่ข้างถนน ทุกอย่างที่เรามีอยู่ตอนนี้ มาจากกงสีทั้งนั้นนะอัยย์” 

ความจริงที่ตีแสกหน้า ทำให้ทั้งคู่นิ่งไป 

อาหารวันครบรอบแต่งงานกลายเป็นหมัน ทั้งอัยย์และอรรถไม่มีใครกินอาหารมื้อนั้นลงเลยสักคน  

อัยย์นอนคิดใคร่ครวญถึงสิ่งที่สามีบอกวันนี้ หลังจากแต่งงานกัน เธอก็อยากจะมีลูกเพื่อให้ครอบครัวสมบูรณ์ แต่ก็ต้องตัดใจเมื่อรู้ว่าสามีเป็นหมัน  

แต่ความคิดที่ว่าเธอต้องท้องลูกของคนอื่นที่ไม่ใช่สามีก็ทำให้อัยย์รู้สึกหวาดกลัวไม่น้อย  

เธอกลัวว่าเมื่อลูกเกิดมาแล้ว อรรถอาจจะไม่สามารถรักลูกได้อย่างสนิทใจเพราะเขาไม่ได้เป็นผู้ให้กำเนิด 

 

ตอนเช้า 

อัยย์กำลังจัดโต๊ะอาหารเช้าให้สามี ทั้งคู่นั่งลงที่โต๊ะกินข้าวแล้วมองหน้ากันอย่างลำบากใจ 

“อัยย์” คุณลองคิดเรื่องที่ผมพูดเมื่อวานหรือยัง  

“ก็..........คิดอยู่ค่ะ” อรรถเอื้อมมือมากุมมือของภรรยาไว้แล้วพยายามเกลี้ยกล่อมอีกครั้ง  

“ผมสัญญานะ ผมจะรักเด็กคนนั้นให้เหมือนลูกผม จะไม่มีใครรู้เรื่องนี้ คุณช่วยผมรักษาทุกอย่างไว้ได้ไหม” 

เธอถอนหายใจอย่างหนักแล้วมองหน้าสามีที่ดูทรุดโทรมเพราะไม่ได้นอนทั้งคืน แล้วบอกว่า 

“อัยย์ขอไปคุยกับหมอก่อนแล้วกันนะคะ” 

“ขอบคุณนะอัยย์ ขอบคุณมาก” อรรณละล่ำละลักขอบคุณภรรยาที่รับปากจะช่วยเขา 

อรรถไปทำงานแล้ว อัยย์ยังคงนั่งอยู่บนโต๊ะอาหารแล้วคิดทบทวนถึงเรื่องทั้งหมด เธอมองไปรอบๆ บ้านสีขาว ขนาดใหญ่โต สระว่ายน้ำสวยๆ สนามหญ้าที่ตกแต่งอย่างดี ทั้งหมดนี้มาจากครอบครัวอรรถ  

พวกเขามอบทั้งหมดนี้ให้กับลูกชายคนเดียวและหวังว่าจะได้หลานชายมาสืบสกุล  

เธอเองก็ไม่อยากเสียมันนี้ไป ชีวิตของเธอกว่าจะมาถึงวันนี้ กว่าจะมีทุกอย่างที่เห็น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย เธอไม่อยากกลับไปยืนที่จุดเดิมอีกแล้ว 

 

นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้อัยย์มายืนอยู่ที่นี่ “ศูนย์สำหรับผู้มีบุตรยาก”  

เธอตั้งใจจะมาปรึกษาหมอเรื่องการทำกิฟท์และขอรับบริจาคอสุจิ  

แต่ยังไม่ทันจะเดินเข้าไปเธอก็พบกับ เจ้สอง......พี่สาวคนรองของอรรถ 

“อัยย์มาทำอะไรที่นี่” เจ้สองทักอย่างแปลกใจที่เห็นน้องสะใภ้  

“มาเยี่ยมเพื่อนที่โรงพยาบาลนี้น่ะคะ แล้วก็เดินหลงมาทางนี้ เจ้มาทำอะไรหรือคะ”  

“อ้าว....อรรถไม่ได้บอกเหรอ สามีเจ้ย้ายมาทำงานที่โรงพยาบาลนี้แล้ว เจ้แวะเอาขนมมาให้เขาน่ะ” 

“อ๋อ ยินดีด้วยนะคะ ได้ย้ายกลับมากรุงเทพเสียที” 

อัยย์รีบขอตัวออกมาทันที เธอไม่น่าลืมเลยว่าสามีเจ้สองเป็นหมอสูติ ถ้าเธอไปทำกิฟท์ เรื่องต้องถึงหูเขาแน่ๆ  

คิดแล้วก็กลุ้มใจเธอจะไปปรึกษาใครดีนะ ไปโรงพยาบาลก็ไม่ได้เพราะถึงจะเปลี่ยนโรงพยาบาล เรื่องก็อาจจะไปเข้าหูครอบครัวสามีอยู่ดี แล้วต้องทำยังไงถึงจะมีลูกได้ล่ะ สิ่งที่มีอยู่ในตอนนี้........เธอไม่อยากเสียมันไปเลย 

อัยย์ที่กลุ้มใจเดินไปตามถนนอย่างไร้จุดหมาย เธอเดินไปเรื่อยๆ จนเข้าไปในสวนสาธารณะ เธอนั่งลงที่ม้านั่งใกล้ต้นไม้ใหญ่ ครอบครัวของอรรถเป็นความมั่นคงเดียวที่เธอมี เธอมาไกลมาก มากจนไม่อาจกลับไปเริ่มใหม่ได้อีกเมื่อกวาดสายตาไปรอบๆ บางอย่างก็สะดุดตาเธอ 

 

สิ่งที่หยุดสายตาของอัยย์ไว้ก็คือ สติกเกอร์โฆษณาที่ติดอยู่บนป้ายแผนผังของสวนสาธารณะ บนสติกเกอร์เป็นรูปผู้ชายหน้าตาดี ใส่เสื้อเชิ้ตปลดกระดุมจนถึงกลางอก มีหมายเลขโทรศัพท์และข้อความติดอยู่ “บริการพิเศษสำหรับคุณผู้หญิงทุกคน Host Service ...........ผู้ชายขายน้ำ” 

ผู้ชายขายน้ำ................. ถ้าเป็นเมื่อก่อน เธอคงเบือนหน้าหนีจากสิ่งที่เห็น แต่เพราะอับจนหนทาง ทำให้อัยย์คิดเรื่องบ้าๆ ออกมา ถ้ารับบริจาคสเปิร์มไม่ได้ก็หาผู้ชายที่สามารถให้ลูกกับเธอได้แทนสิ นี่อาจจะเป็นทางออกของเรื่องนี้ก็ได้  

อัยย์รีบจำหมายเลขโทรศัพท์ที่อยู่บนสติกเกอร์และเดินออกมาจากตรงนั้น แล้วโทรออกไปเหมือนกลัวว่าตัวเองจะเปลี่ยนใจ 

“ฮัลโหล” ปลายสายเป็นผู้ชายรับ 

“นี่เบอร์ โฮสต์เซอร์วิสใช่ไหมคะ” 

“ใช่ครับ คุณผู้หญิงต้องการใช้บริการใช่ไหมครับ” 

“คือ..........ถ้าใช้.........จะเป็นความลับไหมคะ” 

“แน่นอนครับ ทุกอย่างจะเป็นความลับ คุณไม่ต้องบอกชื่อจริงเราด้วยซ้ำ ถ้าไม่อยากถูกตามจากบัตรเครดิต ก็จ่ายเป็นเงินสด ถ้ากลัวจะไม่ปลอดภัย คุณก็กำหนดสถานที่นัดหมายเอง” 

“แล้วที่นั่น........ทำอะไรให้ได้บ้างคะ” 

“ก็แล้วแต่ความต้องการของลูกค้านะครับ จะกินข้าว ดูหนัง ช้อปปิ้งเป็นเพื่อนเราก็ทำให้ได้ หรือถ้าต้องการอะไรที่มากกว่านี้ ก็ได้เหมือนกันครับ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณ คุณสามารถเลือกชายหนุ่มได้ตามสเปคที่คุณชอบได้เลย” 

“คือไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ” อัยย์รู้สึกกระดากใจที่ได้ยินเรื่องแบบนี้ เธออยากบอกเขาว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น เธอทำเพราะมีความจำเป็น แต่แล้วเธอก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ ลูกจะต้องเหมือนพ่อด้วยสินะ เธอเกือบลืมเรื่องนี้ไป 

“ขอเลือกได้ไหมคะ” 

“คุณจะให้เราส่งคนไป หรือจะมาเลือกเองล่ะครับ” 

“ฉันจะไปเองค่ะ”  

อัยย์ตัดสินใจทันที แม้ไม่รู้ว่าที่ที่จะไปมันเป็นแบบไหน ปลอดภัยหรือเปล่าแต่ก็ดีกว่าเสี่ยงให้ใครมาเห็น เธอรีบขึ้นแท็กซี่ไปยังสถานที่ที่ปลายสายบอกมาทันที 

เมื่อลงจากแท็กซี่อัยย์ก็เห็นว่าที่นัดหมายเป็นเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง สภาพค่อนข้างเก่า น่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปี ระบบรักษาความปลอดภัยแทบไม่มีเลย มีเพียงลุงยามแก่ๆ ที่นั่งหลับอยู่ตรงทางเข้า  

เธอค่อยๆ เดินขึ้นไปจนถึงชั้นสาม แล้วมองหาหมายเลขห้องที่ปลายสายบอกไว้ “369”  

อัยย์จับลูกบิดประตูไว้แล้วปลอบใจตัวเองว่ามาถึงขั้นนี้แล้วจะถอยไม่ได้ เด็ดขาด เธอเปิดประตูเข้าไปในห้อง แล้วก็เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่กลางห้อง เขาหันมาทันทีที่เธอเดินเข้าไป  

ภายในห้อง ค่อนข้างมืดเพราะม่านบังแสงที่ถูกปิดเอาไว้ ถ้าไม่มีโคมไฟสีส้มที่มุมห้องก็คงมองไม่เห็นอะไรเลย อัยย์พยายามมองสำรวจไปรอบๆ ที่ผนังห้องตกแต่งด้วยวอลเปเปอร์สีเขียวเหลืองลายดอกไม้ที่ดูย้อนยุค เมื่อเดินเข้าไปก็เห็นโซฟาตัวยาว อยู่ชิดผนังด้านซ้ายมือ ใกล้กันมีโต๊ะทำงานที่มีไฟดิสโก้ติดอยู่ ถัดจากโต๊ะทำงานเป็นประตูห้องน้ำ ทางด้านขวามือเมื่อมองลึกเข้าไปจะเห็นว่ามีเตียงขนาดใหญ่สีขาวที่มีผ้าห่มสีแดงพาดอยู่ ช่างเป็นการตกแต่งที่ไม่เข้ากันเสียเลย 

หลังจากมองสำรวจรอบห้องเสร็จแล้วอัยย์ก็หันไปสบตากับผู้ชายที่ยืนเท้าสะเอวมองเธออยู่  

“ฉัน..........ฉันคือคนที่โทรมาก่อนหน้านี้ค่ะ ฉันต้องการใช้บริการ” 

ผู้ชายคนนั้นเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ อัยย์รีบเดินไปนั่งที่โซฟาเพื่อปกปิดท่าทีประหม่า แล้วหันไปบอกอีกฝ่ายว่า 

“แต่ฉันต้องการคุยกันให้ชัดเจนก่อน” 

ชายหนุ่มคนนั้นยังนิ่งเงียบ เขาเดินมานั่งที่หลังโต๊ะทำงานแล้วมองมาที่เธออย่างสงสัย 

“ถ้าอยากพูด ก็พูดได้เลยครับ” เป็นประโยคแรกที่เธอได้ยินจากปากเขา 

อัยย์สูดลมหายใจลึกๆ แล้วเริ่มอธิบายเหตุผลของเธอให้เขาฟัง  

เธอบอกเขาว่า เธอและสามีต้องการมีลูก แต่เธอไม่สามารถไปขอความช่วยเหลือจากโรงพยาบาลได้เพราะเหตุผลส่วนตัว เธอจึงเลือกทางนี้ 

“อืม..................สรุปว่าคุณต้องการผู้ชายมานอนด้วยเพื่อมีลูกให้สามี แต่ต้องการเก็บเป็นความลับใช่ไหม?” หลังจากได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้ว เขาก็สรุปออกมาได้ทันที 

“ใช่ค่ะ ฉันยินดีจ่ายเป็นเงินสด แล้วที่คุณบอกทางโทรศัพท์ ก่อนหน้านี้ ว่าคิดครั้งละสามพัน แต่ฉันจะจ่ายให้ครั้งละห้าพัน แต่ทุกอย่างต้องเก็บเป็นความลับ จะต้องไม่มีใครรู้เรื่องนี้” 

“แล้วสามีคุณ...........จะไม่ว่าเหรอ” 

“อย่างที่ฉันบอกไง เขา...จะต้องไม่รู้เรื่องนี้” 

“ได้.........ว่าแต่ คุณต้องการเริ่มมันเมื่อไหร่ล่ะ”  

“เร็วที่สุด”  

“หา” 

“ฉันรอไม่ได้แล้ว ฉันต้องการทำมันให้เร็วที่สุด” 

“เอ่อ.........แต่” 

เธอสบตากับเขาอย่างมุ่งมั่น แล้วถามว่า “ไหนล่ะคะ แค็ตตาล็อกที่คุณบอกไว้ ฉันต้องการเลือกผู้ชายที่มีส่วนคล้ายสามีที่สุด” 

“ไม่มี” 

“หา............อะไรนะ?” 

“ตอนนี้เรามีปัญหานิดหน่อย ไม่มีพนักงานเหลือแล้ว” 

อัยย์หน้าซีดทันทีที่ได้ยิน ไม่มีพนักงานเหลือแล้ว.... แล้วเธอจะทำยังไงดี? นี่เป็นทางเลือกสุดท้ายของเธอแล้ว กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้เธอต้องใช้กำลังใจอย่างมาก เธอไม่อยากกลับไปมือเปล่า อัยย์นิ่งคิดหาทางออก.........คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก 

แต่เมื่อหันมาพิจารณาผู้ชายตรงหน้า เขาตัวสูงผิวขาว ตาชั้นเดียวเหมือนกับสามีเธอ แต่ที่แตกต่างคือความคมสันของใบหน้าที่ชัดเจนกว่าสามีของเธอ อัยย์มองคิ้วที่ดกดำได้รูปเหมือนกับวาดมา ลูกที่เกิดจากผู้ชายหน้าตาแบบนี้ ต้องน่ารักแน่นอน เมื่อคิดได้แบบนั้นเธอจึงรีบบอกเขาไป 

“งั้นก็คุณแล้วกัน ฉันตกลงเลือกคุณ” 

“หา.........อะไรนะคุณผู้หญิง? คือผมไม่................” เขาพูดได้แค่นั้นก็ต้องตกใจ อัยย์ที่ไม่รู้ว่าเอาความกล้ามาจากไหน เดินเข้าไปด้านในห้อง เธอยืนอยู่ที่ปลายเตียง แล้วเริ่มถอดเสื้อผ้าออกมาวางบนม้านั่งเล็กๆ ที่อยู่ด้านข้าง  

“เฮ้ย...........เดี๋ยวคุณใจเย็นๆ” เขาพูดได้แค่นั้น แล้วก็ต้องอึ้งกับสิ่งที่เห็น อัยย์ที่เปลือยเปล่านั่งอยู่ที่ปลายเตียง เพราะมีพ่อที่เป็นลูกครึ่งอังกฤษทำให้เธอมีผิวพรรณที่ขาวผ่องกว่าคนเอเชียทั่วไป ในแสงสลัวชายหนุ่มมองภาพที่เห็นตรงหน้าอย่างพอใจ 

ผิวขาวราวหยวกกล้วย หน้าอกน้อยๆ ที่พอดีกับฝ่ามือ ปลายปทุมถันที่เป็นสีชมพูชวนให้ลิ้มลอง รูปร่างที่ซ่อนอยู่ในเสื้อผ้าของอัยย์ช่างน่าอภิรมย์ไม่น้อย 

อัยย์ที่กำลังพยายามข่มความอาย รีบพูดออกมาโดยไม่หันไปมองอีกฝ่าย 

“เสร็จงานแล้วฉันจะจ่ายเป็นเงินสด” 

“ตกลง” ชายหนุ่มตอบรับ แล้วก็ค่อยเดินเข้าไปหาเธอ........................ 

 

 

…………………………………………………………………... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว