ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : CRAZY LOVE 12 : Bad dream

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 94

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 22 เม.ย. 2564 15:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CRAZY LOVE 12 : Bad dream
แบบอักษร

โครม!!!

“ฮึกฮือ ฮือ”

ร่างของเด็กสาวที่ร้องไห้ไม่หยุดถูกโยนลงกับพื้นโกดังเก่าที่เขรอะไปด้วยฝุ่น รอบข้างมีเศษเหล็กเก่ากองพะเนินสูงอยู่หลายกอง กลิ่นสนิมลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ

“ไม่คิดว่าจะได้ของแถมที่น่าสนใจ”เสียงทุ้มของชายฉกรรจ์หนึ่งในสามคนพูดขึ้น เด็กสาววัยสิบห้าถดตัวหนีด้วยสายตาหวาดกลัว

.

.

“อึ่ก..”เหงื่อเม็ดเล็กผุดเต็มหน้าผากของหญิงสาวที่กำลังนอนกระสับกระส่ายใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน ไรผมและเนื้อตัวของเธอเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ นิ้วมือเรียวสวยกระตุกเกร็งแน่น

“ออกไป..ฮึก มะไม่นะ..ไม่!!!!”

เฮือกกก!

“แฮ่กๆ..อึ่ก”ฉันลืมตาโพล่ง รีบผุดตัวลุกขึ้นนั่งท่ามกลางความมืด มือสั่นๆเอื้อมไปเปิดไฟก่อนขยับไปเปิดลิ้นชักรื้อกระปุกยาที่เลิกกินไปเกือบสองเดือนออกมาเปิดฝาเคาะเม็ดยาลงบนมือ

กึก

เสียงเม็ดยาจำนวนมากในกระปุกหกลงบนเตียงกระจายลงไปวางเกลื่อนเต็มพื้นเพราะมือที่สั่นเกินกว่าจะควบคุม

“อึ่ก..ฮึก”ฉันกำลังจะลืมไปแล้ว ทั้งที่ใกล้จะลืมจนได้แล้วแท้ๆ ทำไมล่ะ ทำไมมันถึงตามหลอกหลอนฉันอยู่อีก “ฮืออ ฮึก”

ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่หลังจากที่ฉันเอาแต่นั่งกอดขาที่ชันขึ้นมาแสงจากด้านนอกก็ค่อยๆสว่างส่องผ่านผ้าม่านบางๆเข้ามา ฉันเงยหน้าขึ้นมองอย่างเชื่องช้าก่อนขยับลงจากเตียงเข้าไปอาบน้ำ

สักพักก็ออกมาแต่งตัวในชุดศึกษา นี่ก็สองวันผ่านไปแล้วตั้งแต่ที่วินเซ่นไปอิตาลีเพื่อกลับไปทำงานสำคัญบางอย่างให้กับเรย์ ฉันเดาว่าอย่างนั้นไม่งั้นเรย์คงไม่เรียกวินเซ่นกลับไปกะทันหันแบบนี้ ส่วนอาการของฉันก็เริ่มดีขึ้นมากแล้วหลังจากได้นอนพักบวกกับกินยา

พอแต่งหน้าแต่งตัวเรียบร้อยฉันก็เดินลงมาจากห้อง บรรยากาศภายในบ้านสำหรับฉันนั้นเงียบเชียบ

“คุณหนูคะอาหารเตรียมเรียบร้อยแล้วค่ะ”กระทั่งแม่บ้านเดินเข้ามาเรียก ฉันพยักหน้ารับเดินตามหลังแม่บ้านเข้าไปนั่งที่โต๊ะทานข้าว มีข้าวต้มหนึ่งถ้วยวางเตรียมไว้ด้านหน้า กินสองสามคำก็ทานน้ำตามแล้วออกมาที่รถ

รถตู้หรูคันสีดำจอดเทียบบันไดด้านหน้าประตูทำฉันชะงัก นี่อย่าบอกนะว่า..

ครืดด

“เชิญครับ”บอดี้การ์ดจัดการเปิดประตูรถผายมือให้ฉันขึ้นรถ ฉันกลอกตาถอนหายใจ ไหนวินเซ่นรับปากฉันแล้วไง ก่อนจะไปก็คุยกันรู้เรื่องแล้วนี่ แต่ทำไมเป็นแบบนี้อยู่อีก

“ฉันไปเองได้”

“ขอโทษครับ ผมขัดคำสั่งหัวหน้าไม่ได้”

“อยากตายหรือไง”ฉันจ้องหน้าเขม็ง ระหว่างวินเซ่นกับฉันคงกลัวหมอนั่นมากกว่าสินะ

“ขอโทษครับคุณหนู แต่ผมยืนยันคำเดิม”บอดี้การ์ดก้มศีรษะบอกออกมานิ่งๆ ฉันเสยผมลวกๆอย่างหงุดหงิดเตรียมเดินไปเอารถที่ลานจอด

ชึบ!

ลูกน้องหลายคนขยับเข้ามาขวางฉันจึงเบี่ยงไปอีกทางแต่พวกนี้ก็ยังตามมาอีก

“จิ๊!”สุดท้ายฉันก็ต้องยอมขึ้นรถมาอย่างช่วยไม่ได้ แล้วทีนี้จะแว่บไปซื้อยาคุมฉุกเฉินได้ยังไงเนี่ย ฉันไปอ่านในเน็ตมาเห็นบอกว่าต้องกินยาภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงนานสุดร้อยยี่สิบชั่วโมงแต่ประสิทธิภาพการป้องกันของยาก็จะลดลงด้วยเหมือนกัน

อืม คงต้องหาเวลาออกไปซื้อตอนพัก แต่จะไปยังไงอีกเนี่ยฉันไม่อยากขึ้นแท็กซี่ รถของตัวเองก็ไม่ได้เอามา เรื่องนี้ต้องคุยกับวินเซ่นให้รู้เรื่อง!

“ทำไมหมอนั่นต้องให้พวกนายมาส่งฉันด้วย”ฉันกอดอกถามออกไปเสียงฉุน รู้สึกไม่พอใจวินเซ่นนิดหน่อยเพราะวันนั้นก็ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว

“หัวหน้าเป็นห่วงคุณหนูครับ ท่านไม่อยากให้คุณหนูได้รับอันตรายเวลาที่หัวหน้าไม่อยู่”

“อย่างกับตอนอยู่ดูแลฉันงั้นแหละ”หมอนั่นไม่ได้ถูกส่งมาให้ดูแลฉันเลยสักนิด

“หึๆ คุณหนูอาจจะยังไม่รู้นะครับว่าวันก่อนที่คุณหนูไม่กลับบ้านหัวหน้ากังวลแค่ไหน ท่านไม่ได้พักเลยครับ”

“...”รู้สิ ฉันเป็นเพื่อนที่ไม่ต่างจากน้องสาวของหมอนั่นนี่นา แต่ฉันไม่ยอมรับหรอกว่าวินเซ่นเป็นพี่แค่อายุมากกว่าหกเดือนหรอกนะ

“ใช่ครับ หัวหน้าเป็นห่วงคุณหนูมาก แล้วก็วันก่อนหัวหน้าน่ากลัวสุดๆด้วยครับ”บอดี้การ์ดอีกคนที่นั่งฝั่งข้างคนขับพูดสมทบ

“วันนั้นถ้าคุณหนูยังไม่กลับมาพวกผมคงต้องไปดูกล้องทุกจุดตามถนน แค่คิดถึงสีหน้าหัวหน้าวันนั้นผมยังขนลุกไม่หาย”

“อ่าา..”ดูท่าพวกหมอนี่จะสาธยายหมอนั่นออกมาได้เว่อร์วังไปหน่อยแฮะ

“ถึงแล้วครับ”พอได้ยินฉันเลยเงยหน้าขึ้นมองรอบๆก็พบว่าพวกเขาจอดอยู่หน้าคณะของฉันแล้ว

“อืม”ฉันจัดสายกระเป๋าขึ้นมาสะพายดีๆแล้วเปิดประตูรถลงไป

“คุณหนูเลิกเรียนสี่โมงพวกผมจะมารอรับก่อนเวลานะครับ”

“..อืม”ฉันนิ่งไปนิดไม่คิดว่าจะพวกเขาจะรู้ตารางเรียนของฉันด้วยแต่สุดท้ายฉันก็เลือกที่จะตอบรับแล้วขึ้นไปเรียน ขืนห้ามก็มีแต่จะเสียเวลาเปล่าๆในเมื่อพวกเขาฟังคำสั่งแค่เจ้านายเท่านั้น แต่ก่อนอื่นต้องโทรหาวินเซ่นก่อน

เดี๋ยวนะ ฉันชะงักนิ้วที่กำลังจะกดโทรออกที่ชื่อของเพื่อนสนิท ก็ที่นี่เพิ่งจะเก้าโมง ที่อิตาลีป่านนี้ยังตีสี่อยู่ ถ้างั้นรอเที่ยงแล้วกัน

ฉันเก็บโทรศัพท์กลับลงกระเป๋าแล้วก้าวขาเข้าไปยืนในลิฟต์ที่เปิดออกพอ นิ้วเรียวกดขึ้นไปบนชั้นสี่ เลขที่แสดงว่าถึงชั้นที่ไหร่เปลี่ยนไปเรื่อยๆกระทั่งลงยังชั้นสี่

ติ๊ง

ครืดดด

“...”กำลังจะเดินออกไปสายตาฉันก็ไปสะดุดที่ยัยมินมินกับเพื่อนอีกสองคนด้านหน้าประตูลิฟต์ เลื่อนสายตามองต่ำลงไปยังเท้าข้างที่พันด้วยผ้ายืดอยู่นิดหน่อย

“ล้มแค่นั้นทำอย่างกับว่ากระดูกหัก”และตอนที่กำลังเดินผ่านกลุ่มยัยมินมินออกมาฉันก็พูดขึ้นเบาๆอย่างตั้งใจให้ได้ยินพร้อมรอยยิ้มมุมปาก

“ไปเหอะ”หนึ่งในเพื่อนของยัยนั่นเรียกฉันให้ปรายตากลับไปมอง ยัยมินมินรีบหลบสายตาเดินกะเผลกเข้าไปในลิฟต์พร้อมกับเพื่อนสองคนที่คอยประคองอยู่ข้างๆ

เกลียดชะมัด!

 

 

 

12 : 30 น.

“ปล่อยตรงเวลาเว่อร์”

“เฮ้อ..หิววว~”

“ป่ะ ไปกินข้าวกัน”

เสียงจอแจของนักศึกษาที่พากันทยอยกันออกมาจากห้องดังขึ้นเป็นเรื่องปกติหลังจบคลาส ส่วนฉันเก็บข้าวเก็บของของตัวเองใส่แฟ้มลงจากตึกไปคนเดียวอย่างเงียบๆ

พอก้าวเดินออกมาจากลิฟต์ฉันก็ได้ยินเสียงใครบางคนที่คุ้นเคยดังมาจากฝั่งทางขวามือหลังกำแพงที่ฉันกำลังจะเดินออกไปเพียงก้าวเดียว จะไม่อะไรเลยถ้าไม่มีชื่อของพี่โช

“มินมินไปคนเดียวได้ค่ะพี่โช”

ฉันขยับขาเข้ามาหลบหลังกำแพงและยื่นหน้าออกไปมองเล็กน้อยก็สบกับร่างสูงคุ้นเคยของพี่โชที่กำลังถือแฟ้มสีชมพูที่ดูยังไงก็..เป็นของยัยนั่น

“โกรธ?”พี่โชเลิกคิ้วถามมินมินที่เบือนหน้าหนีเสียงนิ่งเรียบ

“เปล่าค่ะ”

“หึ”

“...”รอยยิ้มของพี่โช..

ฟึ่บ

ฉันขยับตัวเข้ามายืนพิงกำแพง กอดแฟ้มในมือตัวเองแน่น

..ทำไมไม่ใช่ของฉันนะ

“หัวเราะอะไรคะ”น้ำเสียงกระเง้ากระงอดถามอีกฝ่ายดังมาให้ได้ยิน ฉันยืนเงียบอยู่ที่เดิมอย่างพยายามเกลี่ยหูฟัง

“เปล่า”

“ก็เห็นอยู่นี่คะว่าหัวเราะ”

“ขอโทษที่ไม่ได้พาไป”ประโยคอ่อนลงของพี่โชทำให้ฉันขยับออกไปมองอีกครั้ง

“มินมินไม่ได้โกรธที่พี่โชไม่ได้พาไปโรงบาลวันนั้นเลยนะคะแล้วก็ไม่ได้โกรธพี่โชเรื่องอะไรเลยค่ะ”ยัยนั่นตอบอย่างร้อนตัว

มือฉันกำแน่น กัดฟันกรอดอย่างไม่ชอบใจ

กึก

ก่อนจะรู้สึกว่ามีใครเดินมาหยุดอยู่ใกล้ๆจึงหันกลับมาก็พบว่าเป็นพวกพี่เอวา

“มายืนแอบฟังคนอื่นคุยกันนี่ไม่รู้หรอว่าเสียมารยาท”พี่เอวาถามและระดับเสียงก็ดังมากพอจนต้องหันไปมองพี่โชกับมินมินที่ก็หันมามองทางฉันเหมือนกัน รวมทั้งนักศึกษาที่เดินเข้าออกตึกต่างก็หยุดมองซึ่งพวกนั้นไม่ได้อยู่ในสายตาฉันเท่าไหร่แต่พี่โช เขามองฉันด้วยแววตาว่างเปล่า จะกี่ครั้งก็ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่

“...”สายตาของพี่แคลที่มองมาบริเวณลำคอทำให้ฉันใช้มือจับผมมาปิดรอยกัดที่พี่โชทำไว้และกลบเกลื่อนด้วยการชักสีหน้าใส่พี่เอวา รีบเดินออกมาแต่เพราะยังเจ็บอยู่เลยเดินไวได้ไม่มากนัก

เวลาต่อมาฉันต้องจำใจนั่งแท็กซี่มาลงที่ร้านขายยาแถวมอ แต่ก็ไม่ใกล้ถึงขนาดจะเดินมา ยืนชั่งใจอยู่หน้าร้านเกือบห้านาทีก็ตัดสินใจเข้าไป

“สวัสดีค่ะหาอะไรสอบถามได้นะคะ”เภสัชกรผู้หญิงยิ้มทักทายขึ้น ฉันที่ตั้งใจว่าจะรีบเข้ามาซื้อแล้วรีบกลับชักอยากจะถอยหนีออกไปตั้งแต่เห็นจำนวนลูกค้าในร้านแล้วจึงต้องทำท่าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดแนบหู กำลังจะเข้าไปถามซื้อยากับเภสัชกรผู้หญิงก็มีลูกค้าคนหนึ่งตัดหน้าไปฉันเลยต้องเปลี่ยนเป้าหมายไปที่เภสัชกรผู้ชาย

“สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าหาอะไรอยู่ครับ”เภสัชกรยิ้มถามอย่างใจดี ฉันอึกอัก

“ฮะฮัลโหล ฉันอยู่ร้านขายยาแล้วต้องบอกเค้าว่าอะไรนะ”รีบทำเป็นถามคนในสาย

“...”เภสัชกรเลิกคิ้วก่อนจะยิ้มให้ฉันที่ทำทีเป็นกดวางสาย

“มาซื้อยะ..ยาคุมฉุกเฉินค่ะ”ฟู่ ใจเย็นต้องไม่ทำให้คนอื่นรู้ว่ามาซื้อไปใช้เอง ฉันเป็นนักศึกษานะใส่ชุดนักศึกษา

“ครับ”เภสัชกรหยิบยาคุมฉุกเฉินสองสามยี่ห้อขึ้นมาวางบนเคาน์เตอร์ “ยาคุมฉุกเฉินมีหลายยี่ห้อ..”

“เอายี่ห้อที่หมอคิดว่าดีที่สุดเลยค่ะ”ฉันรีบบอกออกไปก่อนที่เภสัชกรจะพูดจบ ได้ของมาก็หยิบเงินจำนวนหนึ่งส่งให้ไป รอเงินทอนไม่นานก็รีบพาตัวเองออกมา

ให้ตายเถอะ ฉันโครตจะอาย อย่าให้ใครรู้เชียวนะว่าฉันพึ่งคุยโทรศัพท์คนเดียวไปไม่งั้นคงต้องหาปี๊บคลุมหัวแน่

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว