ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 27

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 681

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 22 เม.ย. 2564 07:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 27
แบบอักษร

 

 

 

" การประมูลจะเริ่มต้นในอีกสิบห้านาทีครับ " พูดแค่นั้นก่อนจะโค้งตัวเดินออกไปอย่างสุภาพ

 

โรงประมูลเรฮานแห่งนี้ถือเป็นโรงประมูลอันดับหนึ่ง ผู้ที่สามารถเข้ามาเหยียบที่นี่ได้ต้องเป็นระดับมหาเศรษฐี เพราะนอกจากค่าผ่านทางที่ปาเข้าไปสิบล้านไม่ต้องนึกถึงราคาเริ่มต้นของสิ้นค้าที่ถูกจัดขึ้น

 

จำนวนผู้คนก็ขึ้นอยู่กับจำนวนบัตรเข้าร่วมที่ทางโรงประมูลส่งไปให้ นั้นเป็นการยืนยันว่าคุณมีคุณสมบัติเพียงพอ แต่จะเข้าหรือไม่นั้นเป็นสิทธิ์ของคุณ

 

เรียกได้ว่าเป็นสถานที่พลาญเงินเล่นโดยแท้สำหรับผู้ที่ไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไร จะมีการปกปิดตัวตนสำหรับผู้เข้าร่วมเป็นความลับโดยไม่มีการลงทะเบียนใดๆทั้งสิ้น

 

อีกทั้งยังเป็นการประมูลที่ผู้เข้าร่วมต้องใส่หน้ากาก เพราะงั้นเลยไม่ต้องกังวนว่าจะมีใครมาเอาเรื่องที่ประมูลของที่อีกฝ่ายต้องการไป

 

โรงประมูลจะแบ่งออกเป็นสี่ชั้น ชั้นแรกจะเป็นที่รวมตัวของผู้เข้าร่วมก่อนถึงเวลาประมูล ชั้นที่สองจะเป็นที่นั่งสำหรับประมูลโดยมีระยะห่างระหว่างคนอยู่ที่สองเมตร เบาะนั่งทำจากหนังแท้ราคาหลักล้านจะมีโต๊ะเล็กๆอยู่ด้านข้างเพื่อให้บริกรเสิร์ฟนํ้า

 

สำหรับใครที่ต้องการความเป็นส่วนตัวก็จะอยู่ที่ชั้นสาม จะมีพื้นที่แยกเป็นล็อบๆพร้อมกระจกใสเก็บเสียงต้านแรงปะทะ มีทั้งแบบคนเดียวและกลุ่มโดยจะเสียค่าห้องเพิ่มเป็นห้าล้านและสิบล้าน

 

ส่วนชั้นสี่ที่พวกเราอยู่เป็นพื้นที่สำหรับบุคคล มีแค่ผู้ที่ครอบครองบัตรเข้าร่วมสีดำเท่านั้นถึงจะขึ้นมาได้ เราเลือกเป็นห้องรวม ภายในตกแต่งอย่างหรูหรา มีชุดโซฟาสีแดงกำมะหยี่พร้อมโต๊ะน้ำชารับรอง รอบข้างเป็นกำแพงหนาคลุมโทนสีทองอร่าม ด้านหน้าเป็นกระจกใสที่สามารถมองเห็นเวทีได้อย่างชัดเจน

 

บัตรสีดำแสดงถึงอำนาจซึ่งตอนนี้มีเพียงสิบสองใบเท่านั้น ห้าใบอยู่ที่นี่ สองใบอยู่ที่เจ้าของโรงประมูล หนึ่งใบอยู่ที่ภาคิน ดาเรวผู้บัญชาการFBI หนึ่งใบอยู่ที่เจ้าของคาสิโนคลับผู้เป็นกลางไม่เข้าร่วมพันธมิตรกับฝ่ายไหน ส่วนอีกสามใบ...

 

" น้องเรน " เจ้าของชื่อหลุดออกจากความคิด เดินเข้าไปนั่งบนโซฟาข้างผู้เป็นพ่อ

 

นัยน์ตาสีเงินกวาดมองรอบพื้นที่แถวเดียวกัน มีแค่สามคนที่มา... สองในนั้นอยู่ห้องเดียวกันเดาได้ไม่ยากเพราะดูจากลักษณะที่เหมือนกันแลัวคงคนเป็นเจ้าของโรงประมูล วิลเลียมและบิวเลียม นาร์ต ส่วนอีกคน...

 

ดวงตากลมโตทอดมองไปยังห้องที่อยู่ห่างกันสามห้องอย่างพิจารณา อีกฝ่ายอยู่ในชุดสูทสีดำเรียบหรู แม้ใบหน้าจะถูกปกปิดไว้แต่นัยน์ตาสีเทาเข้มเรียบนิ่งนั้นเขาจำได้...ภาคิน

 

" มีอะไรรึเปล่า " เมื่อรู้ว่าตัวเองเผลอมองนานเกินไปจนทำให้คุณป๊ะป็าเอ่ยถามก็ได้แต่หันกลับมานั่งจิบชาพลางตอบ

 

" เปล่าครับ ผมแค่มองว่าใครมาบ้างเฉยๆ " เอเดนพยักหน้าถ้าน้องเรนว่าแบบนั้นก็แล้วไป

 

ดวงตาสีดำเหลือบมองไปยังทิศทางที่ลูกตนพึงละออก สบเข้ากับดวงตาสีเทาของคนที่นั่งอยู่เพียงลำพัง อีกฝ่ายก้มหน้าให้เขาเล็กน้อยเหมือนรู้ถึงตัวตนก่อนหันไปยังเวทีอีกครั้ง

 

" กล่าวขอบพระคุณท่านผู้เข้าร่วมการประมูลทุกท่าน โรงประมูลเรฮานขอยินดีต้อนรับและขอให้ทุกท่านสนุกไปกับสิ้นค้าที่ถูกจัดขึ้นในคํ่าคืนแสนวิเศษนี้ " พิธีกรชายในชุดทักซิโด้ออกมาโค้งคำนับก่อนเอ่ยต้อนรับเป็นการเปิดงาน

 

ดวงตาคมห้าคู่เหลือบมองกันเล็กน้อยเมื่อการแข่งขันกำลังจะเริ่มขึ้น ใครประมูลของที่น้องเรนต้องการมากที่สุดมาได้ถือเป็นผู้ชนะ

 

เหมือนมีประกายสายฟ้าพาดผ่านระหว่างดวงตา ไค อี้ซาน ดาร์ด เซน ลอบกรอกตาขึ้นอย่างอืมระอา นี่พวกคุณพ่อเอาจริงหรอ ถึงจะมีท่าทีแบบนั้นแต่ในใจก็ปราถนาที่จะให้ผู้เป็นพ่อตนเป็นฝ่ายชนะ เผื่อจะได้เร่งทำคะแนนให้คนงามหันมาสนใจ

 

" เอาล่ะครับเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราจะขอเริ่มการประมูลโดยสิ้นค้าชิ้นแรกกันเลย " อีกฝ่ายว่าพร้อมผายมือไปด้านข้าง หญิงสาวในชุดเกาะอกสีแดงรูปรัดเดินเข็นรถเข็นเข้ามากลางเวทีก่อนจะเปิดผ้าคลุมออก

 

" นี่คือมงกุฎของราชินีลอเรนซ์ที่หนึ่งแห่งฮารีน ยอดมงกุฎประดับด้วยทับทิมสีแดงสด หนึ่งในสามของสะสมสุดลํ้าค่าของพระนาง ว่ากันว่าผู้ที่ได้ครอบครองจะมีอายุที่ยืนยาวขึ้น เริ่มราคาประมูลอยู่ที่ หนึ่งร้อยล้านบาท " เสียงตะลึงร้องโหขึ้นทันทีที่รู้ว่าของที่อยู่ใต้ผ้าคืออะไรก่อนจะพากันยกป้ายเสนอราคาที่สูงกว่า

 

" สองร้อยล้าน! "

 

" สองร้อยห้าสิบล้าน! "

 

" ครับท่านใดให้มากกว่านี้ไหมครับ! "

 

" สามร้อยล้าน! "

 

เสียงเสนอราคายังคงดังขึ้นเรื่อยๆ สำหรับผู้ที่ต้องการของสะสมของราชินีลอเรนซ์มาครอบครอง นัยน์ตาคมห้าคู่เหลือบมองร่างบางที่ยังคงนั่งนิ่ง

 

 

 

" แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าหนูเรนจะสนใจ " ลูคัสเอ่ยขึ้น

 

" เรื่องนั้นไม่เห็นยาก ถ้ายกคิ้วสูงหรือม่านตาขยายก็แสดงว่าสนใจ แค่จับสังเกตให้ได้ก็พอ " เป็นเอเดรียนที่เอ่ยตอบ อีกฝ่ายดันแว่นตาขึ้นเล็กน้อยพลางยักคิ้วน่าหมั่นไส้

 

 

 

ฝ่านเรนเองที่รู้สึกถึงสายตาที่มองมาก็อดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ ไม่รู้เขาคิดไปเองรึเปล่าที่เหมือนโดนคุณป๊ะป๋าและพวกคุณลุงเหลือบมองหน้าเป็นระยะ

 

' เมื่อหนูเรนเลิกคิ้ว! "

 

" หนึ่งพันล้านบาท " ทุกเสียงพลัดเงียบสงัดเมื่อผู้ที่นั่งอยึบนชั้นสูงสุดยกป้ายเสนอราคา จากห้าร้อยล้านที่กำลังจะจบลงเพราะไม่มีใครกล้าสู้ราคาต่อแต่ตอนนี้กลับเพิ่มขึ้นเป็นหลักพันล้านในชั่วพริบตา

 

เรนมองคุณลุงลูคัสอย่างแปลกใจขึ้นอีก ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะสนใจของพวกนี้ด้วย

 

" สองพันล้าน " คราวนี้เสียงเรียบดังมาจากคุณลุงดีแดนบ้าง

 

ความแปลกใจยิ่งเพิ่มขึ้นอีกเมื่อนอกจากคุณลุงลูคัสแล้วยังมีคุณลุงดีแลนและคนอื่นตามมาเรื่อยๆ

 

นี่มันพึ่งของชิ้นแรกเองนะ?

 

การเสนอราคาสิ้นสุดลงโดยคุณลุงอี้ซานเป็นผู้ครอบครองในราคาสองหมื่นล้านบาท ที่จริงราคามันคงจะสูงขึ้นกว่านี้ถ้าไม่ได้พวกไคดึงสติเอาไว้ ถึงแม้จำนวนเงินแค่นั้นจะไม่ทำให้ขนหน้าแข้งอีกฝ่ายร่วงแต่ก็ไม่ดีแน่ถ้ายังไม่เลิกเสนอราคากับของชิ้นแรก

 

เรนแอบโล่งใจที่คุณป๊ะป๋าไม่เป็นไปกับเขาด้วย เพราะถ้าไม่งั้นคงต้องมีเรียกคุยกันหน่อยว่าเอามันไม่ทำอะไร

 

ฝ่ายเอเดนเองที่คิดได้ เขาที่เป็นพ่อเลี้ยงดูน้องเรนมาหลายปี ทำไมจะไม่รู้ว่าน้องเรนสนใจหรือไม่สนใจอะไร ทฤษฎีของเอเดรียนถือว่าใช้ได้ก็จริงแต่คงไม่ใช่กับน้องเรนที่ทุกอย่างต้องมีค่าพอ

 

แน่นอนว่าข้อมูลนี้เขาจะไม่บอกให้พวกมันรู้เด็ดขาด ไหนๆก็ไหนๆปล่อยให้พวกมันพลาญเงินเล่นกันซะบ้างก็ดีไม่น้อย

 

การประมูลดำเนินต่อเมื่อของชิ้นถัดไปปรากฏขึ้นกลางเวที และก็เป็นดังเช่นเดิมเมื่อราคาเสนอสูงลิบถูกเอ่ยขึ้นเรื่อยๆจนไม่อาจเอื้อมและทุกครั้งก็จะจบลงที่ 'ปิเการประมูล'

 

" คุณลุงลูคัส แล้วที่ว่าคุณหญิงสนใจนี่คืออะไรหรอครับ " ผมถามเมื่อการประมูลเริ่มดำเนินต่อไปท่ามกลางผู้คนที่พากันเหงื่อตกกับราคาที่ถูกเสนอจากคนกลุ่มเดิม จะมีบ้างในสิ่งที่พวกเขาไม่เสนอราคานั้นเป็นโอกาสให้ได้ชิงของประมูล

 

" เป็นสร้อยคอประดับแซฟไฟร์ที่ถูกพบกลางทะเลน่ะ คุณหญิงเธอบอกว่าสีมันเข้ากับดวงตาของเจ้าลูอีสก็เลยอยากได้ให้มัน " คุณลุงลูคัสตอบเสียงเรียบราวพูดเรื่องดินฟ้าอากาศ ไม่ได้สนใจใบเซ็นรับรองของประมูลที่ตั้งอยู่ข้างกันกว่าสิบแผ่น ไม่ต่างจากคุณลุงคนอื่นที่แต่ละใบราคาไม่ตํ่ากว่าพันล้าน

 

เรียกได้ว่าเล่นเอาเจ้าของโรงประมูลทั้งสองนั่งยิ้มแฉ่งหุบไม่ลงกันเลยทีเดียว จะสงสารก็แต่คนที่เข้าร่วมการประมูลผิดวัน เพราะดูเหมือนวันนี้ของประมูลกว่าครึ่งจะตกไปอยู่ในมือของผู้ถือครองบัตรสีดำ

 

" ลูอีสหรอครับ? " ไม่ยักเคยได้ยินแฮะว่าคุณลุงลูคัสมีน้อง

 

" หมาน่ะ คุณแม่บอกว่าว่าหน้ามันเหมือนคุณพ่อเลยให้ชื่อว่าลูอีส " เป็นไคที่เอ่ยตอบแทน เรียกคิ้วของผู้ที่ถูกพาดพิงถึงให้กระตุก

 

" เห~พึ่งรู้นะเนี่ยว่านายหน้าเหมือนหมา " ลุงดีแดนพูดติดตลกเรียกมุมปากหนากระตุกขึ้นอีกครั้ง

 

" หา ว่าไงนะ " ลุงลูคัสเอ่ยลากเสียงอย่างหาเรื่อง จนคุณลุงอีซานต้องห้ามปรามทั้งสองถึงจะหยุดลงได้ แต่ก็ไม่วายลอบหัวเราะกับสิ่งที่ได้ฟัง จนใบหูคนถูกนินทาขึ้นสีแดงระรื่นไม่รู้จากความอายหรือโมโห และอดไม่ได้ที่จะมองคาดโทษใส่ลูกชายตัวดี

 

" เอาน่าๆคุณพ่อผมแค่พูดไปตามความจริง เนอะ " หึ ลูคัสแค่นลมขึ้นจมูก กลับไปล่ะน่าดู ฝ่ายไคที่เหมือนรับรู้สิ่งที่ผู้เป็นพ่อสื่อก็พลันเหงื่อตก แหะ

 

" สี่พันล้าน " เบลอแปปเดียวเสียงจากผู้เป็นพ่อก็ดังขึ้น เรนมองสิ่งที่คุณป๊ะป๋าประมูลได้คือแจกันฝังเพไนท์ที่ถูกค้นพบใต้ทะเลทรายลึก ว่ากันว่ามันเป็นของกลุ่มโจรที่ขโมยมาจากฟาโรห์ในสมัยอดีต ถ้าเป็นคนอื่นประมูลได้ละก็คงเอามันใส่ไว้ในตู้นิรภัยเพื่อโชว์ถึงคุณค่าของมัน แต่ถ้าเป็นคุณป๊ะปึละก็...

 

" ป๊ะป๋าเอาไปทำอะไรหรอครัง " ถามขึ้นหลังอีกฝ่ายรับใบเซ็นจากบริกร

 

" เอาไปใส่ดอกไม้ในห้องน้ำน่ะ " ว่าแล้วเชียว...แต่ก็นะ ผมสนซะที่ไหน

 

" ให้คุณค่าซะตํ่าเลยนะครับ " เอเดรียนเอ่ยเสียงเย้า

 

" หึ มันก็แค่ของประดับที่เอาไว้รองรับสิ่งที่สวยงามเท่านั้น " สำหรับโรเซนไฮซ์แล้วดอกไม้ทุกดอกล้วนมีค่ามากกว่าสิ่งเหล่านี้

 

เอเดรียนที่ฟังแล้วก็ได้แต่หรี่ตา หมดคำบรรยายเกี่ยวกับหลักการใช้ของมีค่าของคนตรงหน้า

 

" เอาล่ะครับ ของชิ้นต่อไปคือ สร้อยคออ็องตัวเเน็ต ตรงกลางจะเป็นแซฟไฟร์สีนํ้าทะเลอ่อน ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ร้อยห้าสิบล้านบาท มีใครให้มากกว่านี้ไหมครับ! "

 

" น้องเรนอยากได้รึเปล่า "

 

" ไม่ล่ะครับ " เมื่อได้ยินดังนั้นลูคัสก็ยกยิ้ม หนูเรนเปิดทางให้เขาก็ไม่จำเป็นต้องแข่งกับเจ้าพวกนี้ด้วย

 

" สองพันล้าน " ราคาน่าตกใจดังขึ้นอีกเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็นับไม่ได้ ผู้คนต่างปิดปากเก็บเสียงเมื่อรู้ว่าสู้ราคาไม่ได้ และไม่รู้ว่าวันนี้พวกเขาจะสามารถเอาอะไรกลับไปบ้านได้บ้าง

 

" ปิดประมูล! " และก็จบลงเช่นเดิม...

 

เรนละสายตาจากเวทีหันมองไปอีกด้าน ดูเหมือนว่าภาคินยังไม่เริ่มประมูลอะไรทั้งที่การประมูลใกล้จะจบลง หรือไม่อีกฝ่ายก็กำลังรอบางอย่างอยู่

 

" และแล้วก็มาถึงสินค้าชิ้นสุดท้ายที่ทางโรงประมูลพร้อมใจนำเสนอ " สิ้นเสียง ม่านสีแดงกลางเวทีก็ถูกเปิดออก ชายในชุดทักซิโด้สองคนเข็นกรงที่ถูกปิดไว้ด้วยผ้าสีดำทึบออกมา

 

" นั่นก็คือ... " อีกฝ่ายลากเสียงยาวก่อนจะกระชากผ้าสีดำออก เผยให้เห็นถึงสิ่งที่อยู่ภายในกรงสีเงิน

 

นัยน์ตาสีเงินสั่นไหววูบหนึ่งยามรู้ว่ามันคืออะไร สองมือเผลอกำแน่นอย่างลืมตัว ก็รู้อยู่หรอกว่ามันถือเป็นเรื่องปกติ แต่ก็ไม่นึกว่าโรงประมูลจะทำถึงขนาดนี้...

 

" นั่นมันเด็กนี้! "

 

 

 

 

................................................................

 

มาแล้วค่าาาา คุณป๊ะป๋าเราเอาเรื่องเหมือนกันน้าาา

 

เอ๋~ตอนหน้าจะเกิดอะไรขึ้นนะอยากรู้จัง ถึงทำให้น้องเรนเริ่มมีน้ำโหขึ้นมาได้

 

ขนหน้าแข้งจะร่วงหมดเลยรึเปล่านะคุณป๊ะป๋าเราาาา

 

แล้วคุณภาคินมาเกี่ยวอะไรด้วยนะ แล้วอีกสามคนคือใครรรร

 

อิอิ เรื่องราวมันจะไม่ชิวแล้วนะคะ ต่อจากนี้คือของจริง

 

ฝากติดตาม คอมเมนต์ เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ^^

 

รักทุกท่าน...จากไรท์

 

 

ความคิดเห็น