ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 6. 45%

คำค้น : พระเอกรู้ทันนางเอกแทบทุกอย่าง รักและเข้าใจนางเอก โรมแนติก ตลก ฟิน ชิลๆ น่ารัก นางเอกเจ้าแผนการ พี่ชายหวงน้องสาว องค์หญิงแก่นแก้ว

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 54

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 เม.ย. 2564 10:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6. 45%
แบบอักษร

หานเพียวเพียวเดินกลับไปกลับมาในโถงรับรองของเรือนพักของนางด้วยใจที่กระวนกระวายกระสับกระส่าย นางเฝ้ารอที่จะได้พบหรงชินอ๋องและร่วมหอกับเขาใจแทบขาด คาดไม่ถึงว่าในที่สุดเขาจะเห็นใจนาง นางจึงสั่งห้องเครื่องเตรียมอาหารอย่างดีถึงแปดอย่างมาขึ้นโต๊ะเพื่อร่วมกินมื้อเย็นกับเขา 

“ท่านอ๋องมาถึงแล้วเพคะ พระสนม” อิงอิงรีบเดินซอยเท้าถี่ยิบมารายงานด้วยใบหน้าเบิกบานยิ้มไม่ยอมหุบ 

หานเพียวเพียวรีบเดินไปยืนหน้าคันฉ่องทองเหลืองตรวจเสื้อผ้าหน้าผมเมื่อพบว่าตนงดงามหมดจด ก็รีบเดินออกไปต้อนรับเขาถึงหน้าประตู 

นางยอบกายคำนับอย่างอ่อนช้อยแล้วเงยหน้าทักทายเขาเสียงหวานเสนาะว่า 

“อาหารเตรียมพร้อมแล้วเพคะ ท่านอ๋องอยากอาบน้ำก่อนรับประทานอาหารหรือไม่เพคะ” 

“ไม่ล่ะ เราแค่มีเรื่องจะคุยกับเจ้านิดหน่อย” 

ใบหน้าชื่นมื่นของหานเพียวเพียวลดทอนลงไปบางส่วน กระนั้น...นางยังคงยิ้มหวานแล้วเปิดทางให้เฮ่อหมิงหรานเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะกินข้าวภายในโถง 

หานเพียวเพียวเห็นพระสวามีเอาแต่ยกชาขึ้นซดจึงรีบหยิบถ้วยตักน้ำแกงปลาใส่แล้ววางลงตรงหน้าเขา 

“ทานอะไรสักหน่อยสิเพคะ ท่านอ๋อง วันนี้พ่อครัวทำอาหารรสชาติอร่อยมากนะเพคะ หม่อมฉันลองตรวจพิษด้วยตัวเองจึงรู้รสชาติเพคะ” 

“ขอบใจเจ้ามากนะ ลำบากเจ้าแล้ว” แม้จะพูดชมเชยแต่สีหน้าของคนพูดกลับเย็นชาอย่างยิ่ง จนใจของหานเพียวเพียวชักเริ่มฝ่อ 

“เด็กๆ เอาของเข้ามาได้” 

หานเพียวเพียวใจเต้นระทึก พยายามคาดเดาว่าสวามีเตรียมของกำนัลอะไรกับนาง แล้วให้เนื่องด้วยสาเหตุใด 

พอเห็นชามน้ำซุปหญ้าฝรั่นมาวางลงตรงหน้า สาวงามมากเล่ห์ก็ขมวดคิ้วมุ่น ยังไม่ทันจะเอ่ยปากถาม เฮ่อหมิงหรานก็ชิงตอบก่อนว่า 

“หลายวันก่อนเจ้าไม่สบายอย่างหนัก ข้าจึงสั่งให้พ่อครัวทำน้ำซุปหญ้าฝรั่นมาบำรุงร่างกายของเจ้าเป็นประจำ หญ้าฝรั่นนั้นหายากและมีราคาแพง เพื่อเห็นแก่บิดาของเจ้าข้าจึงต้องดูแลเจ้าอย่างดี แม้ตลอดสามปีมานี้อาจจะทำให้เจ้าน้อยเนื้อต่ำใจไปบ้าง แต่ข้าสัญญาว่าจะช่วยมองหาบุรุษที่ดีเหมาะสมกับเจ้ามาแต่งเจ้าเข้าจวนไปเป็นฮูหยินเอก” 

“อะ...อะไรนะเพคะ” 

เฮ่อหมิงหรานไม่สนใจเสียงร้องตะกุกตะกักของนางแต่ลุกขึ้นจากโต๊ะแล้วเดินออกไปจากเรือนพักของหานเพียวเพียว โดยพูดทิ้งท้ายไว้ว่า 

“ปิ่นปักผมค้างคาวบนมวยผมเจ้า ดูเข้ากับเจ้าดีนะ!” 

หานเหลียงตี้มองน้ำซุปหญ้าฝรั่นด้วยความปวดร้าวใจ นางอยากจะคว่ำโต๊ะทั้งอย่างนั้น แต่องครักษ์อย่างอู๋จวงยังยืนคุมเชิงนางอยู่ เพื่อจะมองนางดื่มน้ำซุปหญ้าฝรั่นตามคำสั่งของท่านอ๋อง 

“เหตุใดเจ้ายังอยู่อีก มิตามท่านอ๋องไปเล่า” หานเพียวเพียวร้องถามเสียงเครือ ทั้งโมโหทั้งอับอาย 

“ข้ามีหน้าที่คอยดูหานเหลียงตี้ดื่มน้ำซุปหญ้าฝรั่นให้หมดก่อนทุกครั้ง” 

“เฮอะ” หานเหลียงตี้ยกชามน้ำซุปขึ้นซดไปครึ่งชามแล้วกระแทกชามลงกับโต๊ะ มองหน้าอู๋จวงอย่างเอาเรื่อง 

“ข้าดื่มแล้ว เช่นนี้เจ้าพอใจหรือยัง” 

อู๋จวงไม่ตอบแต่หมุนตัวเดินกอดกระบี่แนบอกออกไปจากเรือนพัก มีรอยยิ้มสาสมใจยกขึ้นที่มุมปาก 

  

กว่าข้อเท้าของหลิงหลิงซีจะหายดีก็ต้องใช้เวลาถึงหนึ่งอาทิตย์ เพราะนางไม่ยอมให้กวงมามาทายาที่เฮ่อหมิงหรานมอบให้เป็นประจำ หมายจะถ่วงเวลาเข้าหอออกไป 

กระนั้นเรื่องราวในตำหนักเมิ่งจางก็หาได้รอดพ้นหูตาของหลิงหลิงซีไม่ 

“ให้ดื่มน้ำซุปหญ้าฝรั่นมิเท่ากับทำให้นางเป็นหมันหรอกหรือ?” หลิงหลิงซีพูดออกมาแล้วรู้สึกตะครั่นตะครอด้วยความหวาดกลัวเฮ่อหมิงหรานขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ 

“นั่นสิเจ้าคะ แต่น่าแปลก หานเหลียงตี้เป็นลูกสาวของหมอหลวง แต่กับไม่มีความรู้เรื่องตัวยาเลย ยอมดื่มน้ำซุปหญ้าฝรั่นทุกวัน” จางปี้พูดจาดูแคลนหานเพียวเพียวอย่างเปิดเผย 

“จางปี้...เจ้าคงลืมไปว่าทุกครั้งที่หานเหลียงตี้จะดื่มน้ำซุปหญ้าฝรั่น ใต้เท้าอู๋จะคอยดูนางดื่มตลอดเวลานะ”จางเปียวทวนความจำ 

“ข้าว่าอีกไม่นานนางคงรู้ตัวว่าน้ำซุปนั่นคือยาพิษดีๆนี่เอง” หลิงหลิงซีถอนหายใจ 

“แล้วเหตุใดท่านอ๋องต้องแอบทำร้ายนางด้วยหรือว่าท่านอ๋องจะรู้ว่านางเป็นตัวการในการสับเปลี่ยนโสมเกาหลีเป็นโสมตังกุยเจ้าคะ” จางปี้วิเคราะห์อย่างฉลาดเฉลียว 

“อืม...อาจจะเป็นไปได้” หลิงหลิงซีพยักหน้าอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก 

แต่จางปี้กับจางเปียวกลับยิ้มแป้น จางเปียวรีบพูดอย่างดีใจว่า “เห็นได้ชัดว่าท่านอ๋องจงใจทำโทษหานเหลียงตี้เป็นการลับเพื่อเห็นแก่คุณหนู แต่ท่านอ๋องเป็นคนปากกับใจไม่ตรงกันจึงไม่กล้าทำอย่างเปิดเผยเพื่อไม่ให้คุณหนูล่วงรู้ว่าท่านอ๋องมีใจให้คุณหนูแล้ว ท่านอ๋องช่างน่ารักยิ่งนัก” 

“ข้าเพิ่งแต่งเข้ามาในตำหนักอ๋องยังไม่ถึงสิบห้าวัน จะทำให้ท่านพี่หลงรักข้าเร็วถึงเพียงนี้ ย่อมเป็นไปไม่ได้ เขาคงทำไปเพื่อเห็นแก่เกาทงฝางมากกว่า” 

“เอ๊...คุณหนูพูดเช่นนี้ ทำให้บ่าวได้กลิ่นน้ำส้มจางๆในอากาศนะเจ้าคะ” จางปี้หยอกเย้า หลิงหลิงซีจึงขึงตาใส่กลบเกลื่อนความขัดเขิน 

“คุณหนูน่ะ...ตั้งแต่แต่งเข้าตำหนักเมิ่งจางมา บ่าวยังไม่เคยเห็นว่าท่านอ๋องจะทำร้ายจิตใจคุณหนูที่ตรงไหน มีแต่คุณหนูต่างหากที่...” จางปี้พูดประโยคต่อไปออกมาไม่ได้ กลัวจะถูกนายสาวขับไล่กลับจวนโหว 

หลิงหลิงซีไม่ถือสาอีกฝ่าย จัดการเปลี่ยนประเด็นทันทีว่า “เอาเถิดๆ วันนี้เป็นวันหยุด ข้าว่าจะกลับไปเยี่ยมบ้านสักหน่อย จางปี้...เจ้าก็สั่งให้คนไปเตรียมรถม้าเถิด แล้วก็สั่งบ่าวคนหนึ่งไปแจ้งแก่ท่านอ๋องว่าข้าจะกินมื้อเย็นที่จวนโหว คงกลับค่ำหน่อย”  

“เจ้าค่ะ คุณหนู” 

รถม้าติดตราประทับของตำหนักอ๋องขนาดเทียมม้าสี่ตัวเคลื่อนออกจากตำหนักเมิ่งจางไม่ช้าไม่เร็วตรงไปยังจวนจงเป่ยโหว เพียงแค่เค่อเดียวก็มาถึงหน้าประตูจวนที่มีสิงโตหินสองตัวตั้งอยู่สองข้างเสาค้ำยันหลังคาประตูจวน 

หลิงหลิงซีได้ส่งคนไปแจ้งแก่บิดามารดาและพี่ชายล่วงหน้าแล้วว่านางจะกลับมากินมื้อเย็นที่จวน ดังนั้น...เจียงซื่อจึงออกมายืนรอรับบุตรสาวอยู่หน้าประตูพร้อมกับสามีที่ยิ้มแฉ่งทันทีที่เห็นบุตรสาวก้าวลงจากรถม้า 

หลิงกวงเฟยรีบเข้าไปสวมกอดลูบหลังบุตรสาวด้วยความคิดถึง ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบทันทีว่า 

“เจ้าอ๋องวิตถารนั่นแกล้งลูกหรือเปล่า ซีซี” 

“ท่านพ่อ มาพูดเช่นนี้ที่หน้าจวนไม่กลัว...” หลิงหลิงซีเอานิ้วชี้ปาดคอทำสีหน้าสยดสยอง หลิงกวงเฟยจึงสงบปากสงบคำ ก่อนจะส่งไม้ต่อให้ภรรยาที่สวมกอดบุตรีบ้างแล้วพูดคุยเล็กน้อยก่อนพากันเดินเข้าจวน 

“ท่านพี่ไปซื้อกับข้าวมาให้ท่านแม่ทำให้ข้ากินหรือเจ้าคะ” 

“ใช่แล้ว...ตั้งแต่ขาดกวงมามาไป แม่ก็ไม่ค่อยไว้ใจใครนอกจากท่านพี่ของเจ้ากับพ่อบ้านหลี แต่พ่อบ้านหลีก็มีงานล้นมือ บ่อยครั้งที่แม่ต้องออกไปซื้ออาหารเอง แต่วันนี้พอพี่ชายเจ้ารู้ว่าเจ้าจะมากินมื้อเย็นด้วยกัน ก็รีบขันอาสาไปซื้อกับข้าวในตลาดทันที แม่กำลังคิดอยู่ว่าจะรับบ่าวอาวุโสสักคนเข้ามาทำงานในจวนเพิ่ม” 

“ข้ายังนึกว่าท่านพี่เอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในห้องกับเพื่อนชาวโอวโจวเสียอีก”  

“เจ้าหมายถึงดันแคนน่ะหรือ...ตอนนี้เขาก็ยังอยู่ในห้องหนังสือของพี่เจ้า เห็นว่าประดิษฐ์ปืนไฟอานุภาพสูงได้แล้ว กำลังหาเวลาทดสอบกัน” หลิงกวงเฟยพูด 

“เห็นทีท่านพี่คงคิดจะเพิ่มแสนยานุภาพให้กับกองทัพ” 

“ใช่แล้ว ต่อให้บ้านเมืองสงบมากแค่ไหน แต่อาวุธยุทโธปกรณ์และเสบียงกรังต้องมีเตรียมพร้อมอยู่เสมอ เพราะเราไม่มีทางรู้ได้ว่าศึกสงครามจะเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อไหร่ แคว้นไหนแอบคิดก่อกบฏต่อต้านแคว้นของเราบ้าง แม้จะมีสายสืบของเราแทรกซึมอยู่ทั่วทุกแคว้น แต่กว่าข่าวสารจะมาถึงต้องใช้เวลานาน ถึงตอนนั้นแคว้นที่คิดจะมาตีแคว้นเราอาจเตรียมกองทัพไว้พร้อมแล้วก็เป็นได้ ที่สำคัญ...สายสืบอาจจะถูกจับกุมตัวไปสังหารทิ้งโดยที่เราเองก็ไม่ล่วงรู้ก็เป็นไปได้เช่นกัน” 

“ลูกทราบดีเจ้าค่ะท่านพ่อ” 

“เจ้าก็กลับไปพักยังเรือนสายลมก่อนก็ได้ ไว้แม่ทำอาหารเสร็จแล้วจะส่งคนไปตาม” เจียงซื่อรู้ว่าหากบุตรสาวกลับมายังจวนย่อมต้องอยากกลับไปพักในเรือนเดิมของตนที่งดงามอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้ละลานตา แต่สายตาสะดุดเข้ากับปิ่นแมงมุมทองคำเสียก่อน จึงร้องทักว่า 

“ซีซี...เหตุใดเจ้าจึงปักปิ่นแมงมุม” 

หลิงหลิงซียกมือขึ้นแตะปิ่นที่ตัวเองเป็นคนสั่งทำ แล้วยิ้มเก้อๆ ตอบเจือขำว่า 

“เพื่อใช้กำหราบสนมจองหองบางคนเจ้าค่ะ” 

“อ้อ...แล้วสนมคนนั้นได้ปิ่นอะไรจากเจ้าไปเล่า” 

“ปิ่นค้างคาวแดงเจ้าค่ะ ท่านแม่ก็อย่าคิดมากเลย ลูกไม่อายหากจะต้องปักปิ่นเช่นนี้เดินไปมาในตลาด ไม่แน่...ลูกอาจจะเป็นผู้นำสมัยด้านปิ่นแบบใหม่ก็ได้นะเจ้าคะ” 

“คำพูดเจ้าครั้งนี้แม่ไม่กล้าเชื่อถือหรอก” 

หลิงหลิงซีหัวเราะเบาๆ ก่อนเดินนำบ่าวรับใช้ไปยังเรือนสายลมหลังคำนับมารดาแล้ว 

หลิงหลิงซีชอบนอนอ่านหนังสือประโลมโลก เพราะตำราทั้งหมดในหอหนังสือของจวนถูกนางเปิดอ่านไปจนหมดแล้ว ตอนนี้นางจึงสนใจอ่านเรื่องรักๆใคร่ๆที่เหนือธรรมชาติเป็นพิเศษ 

จางปี้ตามไปดูแลนายสาวเหมือนปกติ ส่วนจางเปียวตามเจียงซื่อเข้าไปในครัวเพื่อช่วยตระเตรียมความพรักพร้อมในการทำอาหารจานโปรดของหลิงหลิงซีทันทีที่หลิงเหอซื้อวัตถุดิบกลับมา 

***************************************************** 

เรื่องนี้วางจำหน่ายในรูปแบบอีบุคแล้วนะคะ 

 

 https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTk5MDM2OCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjE1MTY5NyI7fQ 

ความคิดเห็น