ปวดตรูด

ชื่อตอน : เจ็บปวด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 463

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 21 เม.ย. 2564 00:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เจ็บปวด
แบบอักษร

ร่างสูงใหญ่เดินไปตามถนนคนเดินที่มีคนเดินขวักไขว่ไปมาอย่างใจลอย มีเพียงคำคำเดียวที่วนอยู่ในหัวอย่างไม่ยอมหยุด 

 

'เราเลิกกันเถอะ' 

 

บอลเฝ้าถามตัวเองว่าตัวเองทำอะไรผิด เห็นแก่ตัวนั่นไม่ใช่แน่ๆ เพราะบอลมันเสียสละทุกๆ อย่างให้กันแฟนของตน หรือแสดงความรักไม่มากพอ? ทำพฤติกรรมไม่ดี?  

บอลไม่รู้เลยสักนิด เมื่อหันกลับไปมองตัวเอง ตลอดมาเขามักเป็นสุภาพบุรุษต่อหน้าแฟนของเขาเสมอมา ทั้งซื้อของให้ ทั้งแสดงความรักให้เรื่อยมา ไม่มีครั้งไหนเลยที่บอลคิดจะนอกใจกาย ไม่มีเลย บอลรักกายจนสุดหัวใจ รักจนแทนจะตายแทนได้  

สองเท้าเดินมาหยุดที่ประตูหน้าบ้านตนเอง มือใหญ่ค้นหากุญแจในกระเป๋ากางเกงของตน ก่อนจะไขกุญแจเพื่อเดินเข้าไปในบ้านราวไร้วิญญาณ ร่างใหญ่พาตัวเองมาที่ห้องนอนของตนแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงหลังใหญ่ น้ำสีใสไหลออกมาตามดวงตาคม 

"พี่ผิดอะไรกัน..." บอลเอ่ยถามด้วยเสียงปนสะอื้น แม้จะรู้ว่าไม่มีอีกฝ่ายอยู่ก็ตาม ชายหนุ่มได้แต่คิด แต่ก็กลับคิดไม่ออก รู้แต่เพียง  

 

'ยังไงความรักระหว่างผู้ชายกับผู้ชายมันก็ไปไม่รอดอยู่แล้ว!!'  

 

เหตุผลแค่นั้น?? เป็นไปไม่ได้หรอก มันไม่มีทางเป็นไปได้ ก็ทั้งที่กายเองก็ตอบรับบอลแท้ๆในเมื่อเขาขอกายคบ  

"มันต้องมีมากกว่านั้น" บอลพูดออกมา ก่อนจะข่มตาหลับไปทั้งอย่างนั้น แล้วสัญญากับตนว่ายังไงพรุ่งนี้จะต้องไปขอคืนดีกับกายให้ได้ 

 

.. 

.. 

.. 

 

เมื่อถึงเช้าวันใหม่ บอลขอลางาน แล้วตัดสินใจไปหากายที่มหาลัย เขาจำตารางเรียนของผู้เป็นแฟนได้เสมอมา จึงรู้ว่าวันนี้กายมีเรียนบ่าย เวลาตอนนี้เกือบๆ เที่ยงแล้ว จึงคิดได้ว่าคนที่ตัวเองกำลังไปหานั้นคงกำลังนั่งอยู่ที่ใต้ตึก  

"หวังว่า.. จะใช้ได้นะ" บอลพูดพลางมองช่อกุหลาบกับกล่องเค้กในมือ เขารู้ว่ากายชอบกินเค้กมาก จึงซื้อติดมือมาด้วย  

นัยน์ตาสีดำสนิทกวาดตามองไปทั่วบริเวณ ในที่สุดก็ได้เจอกายเสียที แต่ภาพที่บอลเห็นก็กลับทำให้เขาชะงักและต้องเบิกตากว้าง 

"กายบ้าอะ! พูดงี้ตีตายเลย" หญิงสาวหน้าตาน่ารักที่บอลรู้จักดีกำลังตีแขนผู้เป็นแฟนของเขาอย่างน่ารักราวกับว่า... 

 

เป็นแฟนกัน.. 

 

บอลขมวดคิ้ว เพราะเขาไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ากายสนิทกับแพรวตอนไหน รู้แค่ว่ารู้จักกันเท่านั้น  

"ก็แพรวน่ารักนี่นา ไอ้คนน่ารักก" มือเล็กที่บอลเคยจับบีบแก้มนิ่มของหญิงสาวอย่างไม่แรงนัก 

"บ้าๆๆ พอเลยนะ เขินจะตาย" 

"เขินทำไมเล่า ก็แฟนกันนี่นะ" ปากเล็กๆ ที่บอลไม่เคยได้ล่วงเกินเพราะกายไม่อนุญาต จูบเข้าที่แก้มของหญิงสาวเบาๆ 

 

ชายหนุ่มไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง มีเพียงเสียงในใจที่วนซ้ำไปมา  

 

'ก็แฟนกันนี่นะ'  

 

ตอนไหนกัน บอลไม่รู้อะไรทั้งสิ้น ได้แต่ยืนนิ่งแบบนั้น และยังเจ็บใจมากกว่านั้นที่อีกคนไม่แม้จะสังเกตด้วยซ้ำว่าบอลยืนอยู่ตรงนี้  

"มีแฟนน่ารักแบบนี้ ก็สมกับที่เราพยายามมาตลอดอะนะ เราน่ะอุตส่าห์ทนคบกับไอ้เกย์บ้านั่นมาตั้งสองปีเลยน๊า ตัวเองจะให้รางวัลเค้ามั้ยครับ?" กายพูดอย่างออดอ้อนต่อหน้าแฟนสาว  

"อะๆให้จุ๊บทีนึงน๊า แต่ถ้าพูดถึงไอ้นั่นน่ะโคตรโง่เลยอะ เราก็แค่ทำดีด้วยหน่อยเพราะเห็นว่ามันน่าสมเพชเท่านั้นเองอะ จริงๆเค้าก็ไม่ได้อยากสนิทกับมันหรอก แต่เห็นมันทำการบ้านอะไรให้แทนเลยปล่อยๆไป พอมันทำงานของที่มันซื้อให้ก็เยอะตามไปอีก โง่สุดๆเลยนะ แต่ก็ดีและ เพราะเค้าก็เจอตัวเองไงค้าบ จุ๊บ" แพรวพูดหยอกกับกายราวกับว่าแอบคุยกันลับหลังบอลมานานแล้ว แต่เพิ่งได้โอกาสบอกเลิกเขาได้เมื่อวาน 

"เราบอกเลิกมันไปแล้ว มันก็คงไม่มายุ่งกับเราแล้วหรอก ถ้ามาละก็จะด่าให้ลืมทางกลับบ้านเลย เนอะ"  

 

ตุบ!  

 

ช่อดอกกุหลาบตกลงบนพื้นรวมทั้งกล่องเค้กที่ตั้งใจซื้อมา พร้อมตั้งใจเขียนหน้าด้วยตัวเองอย่างบรรจง สิ่งที่กายพูดราวกับมีดแหลมคมที่กำลังกรีดหัวใจของบอลอย่างโหดเหี้ยม ทั้งตัวชาไปหมด ไม่รู้จะพูดคำใด หรือทำอะไร ได้แต่ยืนนิ่ง  

คนรอบข้างเริ่มมองชายร่างสูงใหญ่ที่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น แต่ทั้งสองคู่รักใหม่กลับไม่แม้แต่ชายตามองเขาเลยสักนิด... 

ราวกับทั้งโลกพังทลายลง รวมถึงใจของชายหนุ่ม ทั้งๆที่รักขนาดนั้น... แต่สิ่งที่ได้กลับมานั่นคือคำลวง ที่บอกรักเขา..มันคืออะไรกัน.... ที่ตอบรับคำบอกรักนั่นไป... เพราะผู้หญิงคนนี้เองหรอ? 

ทั้งหมดคือเรื่องหลอกลวงที่มีเพียงเขาเป็นบันไดเองงั้นหรอ? 

ทำไมล่ะ? 

ทั้งๆที่รักขนาดนี้นี่น่า... 

ทำไมกัน... 

ทำไมล่ะ... 

 

บอลเฝ้าถามตัวเองทั้งๆที่ยืนนิ่งแบบนั้น แต่สุดท้ายก็หลับตาลงก่อนจะเก็บสิ่งที่ทำตกแล้วเดินจากไปแม้จะไม่อยากยอมรับความจริงก็ตาม อยากให้สิ่งที่เห็นนี้เป็นเพียงแค่ฝัน แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ความอยาก เพราะสุดท้ายความจริงก็ย่อมเป็นความจริง แต่บางครั้งความจริงมันช่างเจ็บปวดราวกับกำลังโดนทรมารอย่างช้าๆ แต่กลับรุนแรง และไม่สามารถตายได้.... 

บอลตกอยู่ในภวังค์ความคิดจนรู้สึกตัวอีกทีก็กลับมาอยู่ที่หน้าบ้านตัวเองเช่นเดิม เป็นการลางานที่ไร้ประโยชน์สิ้นดี... ทั้งเสียเงินเปล่า เสียโควตาการลางาน รวมทั้ง.. ใจแหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี... 

ร่างใหญ่ลากตัวเองมายังโซฟาก่อนจะนั่งลงอย่างหมดอาลัยตายอยาก น้ำตาไหลออกมาจนแทบจะกลายเป็นเลือดที่ไหลออกมาแทน แม้จะร้องไห้แค่ไหน ร้องออกมาดังแค่ไหนก็รู้อยู่เต็มอกว่าอีกฝ่ายไม่มีทางจะกลับมา  

ทั้งๆ ที่คิดว่ากายเป็นแสงสว่างที่ฉุดเขาออกมาจากความมืดมิดของชีวิตได้แล้วแท้ๆ ตลอดมานั้นตั้งแต่เด็กบอลก็ถูกแกล้งจากคนที่โรงเรียนมาตลอดทั้งครูและเพื่อน แม้พยายามฟ้องพ่อหรือแม้กระทั่งแม่เขาก็ไม่คิดจะช่วย ไม่มีใครอยู่ข้างเขาเลยสักคน ทุกๆ วันที่ไปเรียนราวกับตกนรกทั้งเป็น ทั้งถูกทำร้าย ถูกใส่ร้าย นินทา จนบอลเป็นโรคซึมเศร้าจนเกือบฆ่าตัวตาย 

จนขึ้นมหาลัยเพื่อนสมัยมัธยมบางส่วนที่อยู่มหาลัยเดียวกันก็ปล่อยข่าวลือแย่ๆ ของเขา ซึ่งนั่นเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ เขาไม่ได้ทันแม้แต่จะแก้ตัว ทุกคนก็เชื่อข่าวลือนั้นและนินทาต่อกันเป็นทอดๆ จนไม่มีใครอยากยุ่งกับชายหนุ่มสักคน แถมยังตกเป็นเป้าการถูกแกล้งเสียอีกต่างหาก 

เมื่อมีงานกลุ่มบอลก็กลายเป็นคนสุดท้ายที่จะถูกเลือก แล้วถึงแม้จะถูกเลือกเข้ามาอยู่ในกลุ่ม ก็โดนโยนงานใส่ ถ้าหากไม่ทำก็ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง จึงต้องจำใจยอมทำ   

แต่มีครั้งหนึ่งที่บอลได้ทำงานกลุ่มดังเดิม แต่คนในกลุ่มนั้นโยนงานทั้งหมดมาที่เขา แถมยังบอกก่อนวันส่งงานเพียงอาทิตย์เดียว โดยไม่สนสุขภาพของบอลแม้แต่น้อย จนชายหนุ่มต้องนั่งทำงานไม่หลับไม่นอนจน ล้มป่วยไปก่อนวันส่งงานเพียงวันเดียว นั่นทำให้เขาทำงานได้ไม่ทัน จนเพื่อนในกลุ่มโกรธแค้นเป็นอย่างมาก ทั้งๆ ที่นั่นไม่ใช่ความผิดของบอลเลยแม้แต่น้อย  

วันนั้นเขาก็ถูกดักทำร้ายจากกลุ่มอันธพาลอย่างหนักจนสลบไปนานร่วมหลายเดือน แล้วถึงแม้จะพยายามหาคนร้ายก็ไม่เจอ ราวกับว่าคนเหล่านั้นหายไปจากโลกนี้อย่างไรอย่างนั้น 

แต่ในที่สุดบอลก็ได้สนิทกับเด็กสาวคนหนึ่งนามแพรว เธอไม่เชื่อข่าวลือเหล่านั้นและคอยแก้ข่าวให้บอลเสมอ เขาจึงช่วยเธอในการทำการบ้านต่างๆ ให้หรือซื้อของให้เป็นบางครั้งคราว และในที่สุดชายหนุ่มก็ได้พบกับกาย กายอายุราวคราวเดียวกับแพรวที่จู่ๆ ก็มาคุยกับบอลอย่างสนิทสนม  

สิ่งที่บอลเห็นกายนั้นคือเทวดาที่มาปัดเป่าความทุกข์ของเขาไปให้หมดสิ้น ไม่ว่าจะรับฟังคำปรึกษาต่างๆ หรืออยู่ด้วยเวลาเศร้า ตอนแรกก็เอ็นดูเหมือนกับน้องแท้ๆ แต่ความรักก็เริ่มเข้าแทรกทีละนิด จนในที่สุดก็ได้เอ่ยบอกรักไป  นับเป็นโชคดีอย่างมากเมื่อชายหนุ่มตอบตกลง สองปีที่ผ่านมา ราวกับได้ชีวิตใหม่ เขาลืมความทุกข์ต่างๆ ไปจนหมดสิ้น เป็นช่วงที่มีความสุขมากที่สุดในชีวิต 

แต่ทุกอย่างพังทลายลงเมื่อรับรู้ว่าทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องหลอกลวงทั้งหมด คนที่เขาเอ็นดูเหมือนน้องสาวหรือแม้กระทั่งคนที่คิดว่าเป็นคู่ชีวิตที่ดีที่สุดกลับหักหลังอย่างไร้เยื่อใย จนสุดท้ายแล้วบอลก็ไม่เหลือใคร แม้กระทั่งพ่อกับแม่ที่หายไปเมื่อหลายปีก่อน... ไม่มีแล้วจริงๆ... 

ชายหนุ่มร้องไห้ร่วมหลายชั่วโมงจนตกดึกจนเริ่มปวดหัวตุบ จึงตัดสินใจจะไปนอนที่ห้องนอนตัวเองเสียจะดีกว่า ขายาวก้าวขึ้นบันไดอย่างสติเลื่อนลอย แต่ด้วยการเดินด้วยสติไม่อยู่กับตัวจึงสะดุดบันไดจนตกไปเสียหลายขั้น เลือดสีแดงสดไหลออกมาที่บริเวณหัวของเขา กลิ่นเลือดเริ่มคละคลุ้ง อยากจะลุกไปปฐมพยาบาลแต่บอลขยับตัวไม่ไหว แล้วสุดท้าย ภาพทุกอย่างก็ดับวูบ... 

 

'อยากได้งั้นหรอ? อยากได้เขากลับมางั้นหรอ?'  

 

'ในเมื่อเขาไม่ยอม ก็ขังไว้เสียสิ' 

 

เฮือก!! 

 

บอลได้สติแล้วลุกพรวดแต่แผลที่หัวทำให้เขาต้องกุมที่หัวแล้วร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ขาสั่นๆ ค่อยๆ พยุงตัวขึ้น รู้สึกว่าร่างกายช้ำไปหมด เขามองไปยังนาฬิกาก็พบว่านี่เป็นเวลาตีสามกว่าๆ แสดงว่าเขาหมดสติไปประมาณห้าชั่วโมงได้ 

"คงต้องทำแผลก่อน.." เสียงทุ้มเอ่ยกับตนเอง ก่อนจะลากร่างที่กำลังบาดเจ็บไปยังกล่องยาในห้องนั่งเล่น เขากวาดตาไปทั่วจนในที่สุดก็เจอสิ่งที่ต้องการหา มันอยู่ใกล้กับชั้นวางของนี่เอง  

"อึ่ก!" จู่ๆ บอลก็รู้สึกปวดจี๊ดขึ้นมาจนเซล้มไปโดนชั้นวางของจนมันโค่นลงมา เผยให้เห็นผนังที่นูนอย่างแปลกประหลาด 

"อะไร.." ชายหนุ่มพยุงตัวเองขึ้นมาแล้วสำรวจผนังที่ยื่นออกมาอย่างสงสัย มือใหญ่กดเบาๆ ที่ส่วนที่ยืนออกเมื่อกดสิ่งนั้นก็พบว่านั่นคือประตู เพราะมันบุ๋มลงไป ราวกับว่าที่นี่มีคนซ่อนห้องเอาไว้อย่างลวกๆ บอลตัดสินใจทำแผลตนเองก่อนเพราะเลือดมันไหลออกมาจนรู้สึกหน้ามืด เมื่อทำแผลเสร็จจึงกลับมาดูอีกครั้งพร้อมกับมีดทำครัว 

ความคมของมีดค่อยๆกรีดวอลล์เปเปอร์จนมันขาดออกจากกันตามแนวรอยประตู จนในที่สุดเขาก็พบว่านี่คือประตูอย่างที่คิด แล้วถูกเปิดออกอย่างง่ายดายราวกับรอเวลาคนมาเปิดเสียอย่างนั้น  

 

แอ๊ดดด  

 

เสียงประตูดังขึ้นเหมือนว่าประตูนี่คงจะเก่ามากแล้ว เมื่อมันเปิดออกสุดก็พบกับบันไดที่พาลงไปสู่ด้านล่าง ชายหนุ่มเดินไปหยิบไปฉายแล้วเดินลงไปเพื่อสำรวจ เสียงเท้ายามเก้าเดินลงบนบันไดปูนเก่าดังอย่างต่อเนื่องจนหยุดลงเมื่อถึงจุดหมาย ทางข้างหน้าเป็นห้องขนาดใหญ่ กลิ่นอับตลบอบอวล กลิ่นบางอย่างที่คล้ายกับเลือด... 

แสงจากไฟฉายส่องไปจนเจอกับสวิตช์ไฟ เมื่อสวิตช์ถูกเปิดขึ้นสิ่งที่อยู่ในห้องนั้นคือสิ่งมีคมต่างๆ โซ่ เชือก และรวมไปถึงคราบเลือด... เขาพยายามเดินต่อไปแม้ในใจจะกลัวก็ตาม จนเท้าไปแตะอะไรเข้า และเมื่อพบเข้าบอลก็ต้องอ้วกออกมาทันที 

"อุ้บ! อ้วกก" สิ่งที่เขาเตะไปนั้นคือหัวของมนุษย์ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ใบหน้าเละจนจำไม่ได้ และเนื้อต่างๆก็แห้งราวกับว่าถูกทิ้งไว้นานแล้ว ชายหนุ่มกลัวสุดขั้วหัวใจแต่ในขณะเดียวกันนั้นก็กลับปวดหัวอย่างรุนแรงกะทันหัน  

"อ๊ากกก" มือใหญ่กุมหัวตัวเองแน่นจนน่ากลัวว่าผมจะหลุดติดมือมาด้วย จนเขาก็สลบลงไปรอบที่สอง.. 

 

'ไม่ๆ ฉันผิดไปแล้วยกโทษให้ฉันเถอะ!!!' 

'กรี๊ดดดด!!' 

'ฉันไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น ได้โปรด!!'  

'อ๊ากกกกกกกก!!!' 

'อะไรล่ะ เพิ่งจะเริ่มเองนะ หึๆ' 

 

.. 

.. 

.. 

 

พรึ่บ! 

 

ร่างใหญ่ลุกขึ้นมาอีกครั้งจากอาการช็อกไปเมื่อก่อนสลบ รอบนี้เขาไม่ได้ตกใจหรือรู้สึกสะอิดสะเอียนอะไรกับสิ่งตรงหน้าแม้แต่น้อย ซากหัวผู้หญิงตรงหน้าก็กลับเหยียบจนใบหน้าที่เละอยู่แล้วเละกว่าเดิม  

"ทุกอย่าง... ทุกอย่างพวกแกต้องชดใช้.. กายต้องกลับมาหาพี่.. ต้องกลับมา..." 

 

"พี่จะไปรับกายเองนะ" 

ความคิดเห็น