ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 368

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 19 เม.ย. 2564 17:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4
แบบอักษร

อยู่ดีๆผมก็เป็นคนดีขึ้นมาซะงั้นตอนแรกว่าจะพามันไปที่คอนโดของผมแต่ทางผ่านมีโรงพยาบาลใกล้ๆทำให้ผมต้องเลี้ยวรถเข้าไปก่อนจะส่งมันให้พยาบาลดูอาการผมรอพยาบาลทำแผลให้มันราวๆครึ่งชั่วโมงและเมื่อผมเดินเข้าไปก็พบว่ามันรู้สึกตัวแล้วมันทำสีหน้าไม่พอใจทันทีที่เจอหน้าผม

"มึงมาอยู่ที่นี่ได้ไง" เป็นคำถามแรกที่มันถามผม

"มึงคิดว่าไงล่ะ" ผมไม่ตอบแต่ถามมันกลับไป

"มึงคงพากูมาโรงพยาบาลสินะ" มันพูดพร้อมกับยิ้มเยาะผมเห็นหน้ามันในเวลานี้น่าจะปล่อยให้มันโดนกระทืบไปตั้งแต่ตอนนั้นถ้าจะดี

"ใช่ไงจะขอบคุณไหมล่ะ" ผมบอกมันแต่ก็ไม่ได้หวังคำขอบคุณจากมันหรอกเพราะคนอย่างไอ้ตะวันมันคงพูดคำนี้ไม่เป็น

"มึงช่วยกูทำไมมึงไม่ชอบขี้หน้ากูไม่ใช่หรอ" มันถามผมพร้อมกับมองหน้าผม

"กูไม่อยากจะช่วยหรอกนะแต่เห็นแล้วมันขัดตาว่ะไหนว่าเก่งไงชอบชกต่อยไม่ใช่หรอทำไมตอนนั้นถึงได้โดนพวกมันกระทืบล่ะ"

"ไม่ตอบก็อย่ากวนตีนได้ไหมวะแค่เงียบปากไป" มันยังปากดีไม่เลิกจนผมถึงกับต้องส่ายหน้า

"เดี๋ยวกูไปส่งบ้านลุกขึ้นมาสิ" ผมบอกมันก่อนที่ทั้งผมและมันจะเงียบไปผมกับมันหรือมองสบตากันจนกระทั่งมีพยาบาลสาวสวยเดินเข้ามาหาพวกเรา

"คนไข้สามารถกลับบ้านได้นะคะแต่อาจจะมีอาการปวดหัวนิดหน่อยพยาบาลเย็บแผลให้แล้วนะคะแผลไม่ลึกมากก็เลยไม่เป็นอันตรายมากค่ะ"

"ขอบคุณมากนะครับ" ไอ้ตะวันหันไปเอ่ยขอบคุณพยาบาลสาวสวยพร้อมกับรอยยิ้ม

"ค่ะ เชิญคนไข้รับยาแล้วกลับบ้านได้นะคะ" พูดจบพยาบาลสาวสวยก็เดินออกไปผมหันไปมองไอ้ตะวันก่อนจะถามมันอีกรอบ

"จะให้กูไปส่งไหม"

"ไม่ต้องกูกลับเองได้" มันตอบก่อนจะพยุงตัวเองขึ้นมานั่งแต่ดูแล้วมันโคตรขัดตาด้วยแผลที่มันมีตามตัวทำให้มันขยับร่างกายได้ยากขึ้นมานิดนึงทำให้ผมต้องเดินเข้าไปหามันและช่วยมันพยุงตัวเอง

"ไม่ต้องยุ่ง" มันดุผมพร้อมกับสะบัดแขนออกจากการจับของผม

"ทำเก่งไปเถอะเจอพวกมันระหว่างทางคงได้จองศาลาวัดแทน"

"คิดว่ากูกลัวงั้นหรอตอนนั้นพวกมันเล่นทีเผลอกูเลยพลาดท่า"

"ไม่ใช่หรอกมั้งมึงมันอ่อนเองจะเป็นเสือไม่มีหรอกนะคำว่าพลาดท่า" ผมพูดและยกยิ้มมุมปาก

"งั้นหรอ แล้วไอ้แผลที่มุมปากของมึงอ่ะมึงคงตั้งใจสินะที่จะให้กูต่อย" มันพูดพร้อมกับยกยิ้มมุมปากเหมือนว่ากำลังอยู่เหนือผม

"ถ้ากูบอกว่าใช่ล่ะ" คราวนี้มันเงียบเงียบชนิดที่ว่าไม่พูดอะไรออกมาเลยส่วนผมเมื่อเห็นท่าทีของมันแล้วก็อดที่จะหัวเราะเยาะไม่ได้

"หัวเราะอะไรพ่องมึงตายหรอ" มันด่าผมพร้อมกับมองหน้าด้วยแววตาขุ่นเคือง

"กูต้องร้องไห้ไม่ใช่หรอถ้าพ่องกูตายจริงๆ"

"หลบไปกูจะกลับบ้าน" มันทำท่าทีไม่พอใจก่อนจะขยับลงมาจากเตียงและเดินผ่านหน้าผมไป ผมมองตามมันไปตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยเห็นใครดื้อดึงขนาดนี้ขนาดเจ็บตัวแทบตายยังมาอวดเก่งอีก

"ไหวแน่หรอวะเดินเหมือนคนขาเป๋เลยนะมึง" ผมเดินตามหลังมันไปและพูดยั่วโมโหมันนิดหน่อย

ตะวันมันไม่ตอบโต้ผมเลยเอาแต่เดินหน้าตรงไปที่เคาน์เตอร์รับยา หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปเอาแต่เดินตามมันจนกระทั่งมันรับยาจ่ายตังค์เสร็จสิ้นครบทุกอย่างมันก็เดินออกมาด้านนอกตึกโดยมีผมเดินตามเงียบๆตะวันมันเดินออกไปหน้าโรงพยาบาลเพื่อที่จะเรียกรถแท็กซี่แต่ทว่าตอนนี้เวลามันก็ดึกมากแล้วหน้าโรงพยาบาลจึงไม่ค่อยมีรถแท็กซี่เท่าไหร่ทำให้ตะวันต้องยืนรอไปพักหนึ่งผมเห็นท่าแล้ววันนี้มันคงไม่ได้กลับบ้านทำให้ผมต้องเดินกลับไปที่โรงรถเพื่อไปขับรถออกมาและมันก็เป็นอย่างที่ผมคิดไว้ไม่มีผิดเมื่อผมขับรถออกมาตะวันก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิม

ผมขับรถไปจอดเทียบด้านหน้าตรงที่มันยืนอยู่มันทำเมินไม่มองรถผมผมเลยแกล้งบีบแตรให้มันตกใจและมันก็ได้ผลเมื่อมันสะดุ้งจนเกือบจะล้มลงไปนั่งที่พื้น ผมแอบหัวเราะสะใจในรถคนเดียวก่อนจะได้รับสายตาแค้นเคืองที่ตะวันส่งผ่านกระจกมา

ผมเปิดประตูด้านคนขับเพื่อจะลงไปหาตะวันและนั่นก็ทำให้ตะวันกำลังจะเดินหนีผมแต่ผมเร็วกว่าสาวเท้าก้าวก้าวเข้าไปหาตะวันก่อนที่จะปล่อยให้ตะวันเดินหนีไป

"ทำบ้าอะไรของมึงวะ" มันหันมาตะคอกเสียงใส่ผมทันทีที่ผมจับตัวมันได้

"กูจะไปส่งมึงเองเห็นแล้วมันน่าสงสารวะ"

"ใครใช้ให้มึงสงสารกู"

"ไม่มีใครใช้แต่ดูมึงเวลานี้สิมันน่าสงสารกว่าหมาข้างถนนอีก"

"ไอ้สิงหา!" มันตะคอกใส่ผมอีกแล้ววันนี้มันตะคอกใส่ผมทั้งวันไม่รู้ว่ามันเป็นอะไรนักหนากลัวลืมชื่อผมหรือไง

"ขึ้นรถได้แล้วกูไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้นนะ" ผมบอกมันก่อนจะบังคับมันกึ่งลากมาที่รถแม้มันจะขืนตัวไว้แต่มันก็สู้แรงผมไม่ได้อยู่ดีทำให้ผมบังคับมันได้ง่ายมากขึ้นและมันก็ต้องยอมขึ้นรถมาแต่โดยดี

หลังจากที่ผมและมันขึ้นมาบนรถเรียบร้อยแล้วก็ต่างคนต่างเงียบและผมก็ทำหน้าที่ขับรถออกไประหว่างทางไม่มีใครพูดอะไรออกมาจนกระทั่งผมขับมาได้สักพักนึงไอ้ตะวันมันค่อยพูดกับผม

"ไม่ใช่ทางไปบ้านกูนิ" มันหันมามองหน้าผม

"ก็ใช่ไงมึงไม่ได้บอกทางกูนี่แล้วกูจะรู้ได้ไงว่าบ้านมึงอยู่ที่ไหน"

"ไปกลับรถข้างหน้าเดี๋ยวกูบอกทาง"

"ไม่อ่ะกูขี้เกียจไปบ้านกูดีกว่าตอนนี้มันก็ดึกแล้วด้วย" ผมพูดออกไปแล้วก็ทำให้มันโมโหขึ้นมาอีกครั้ง

"ไม่ได้! กูจะกลับบ้านถ้ามึงไม่ไปส่งกูก็จอดให้กูลงตรงนี้แหละ" มันพูดพร้อมกับเตรียมปลดเข็มขัดและหวังจะเปิดประตูลงแต่ผมก็ล็อคประตูไว้อย่างแน่นหนาไม่ให้มันลงง่ายๆหรอก

"มันเที่ยงคืนแล้วนะเว้ย หรือว่าบ้านมึงอ่ะอยู่ไกลมากถ้าขืนกูไปส่งมีหวังกูได้หลับในแหกโค้งตายแน่"

"ตายก็เรื่องของมึงสิเกี่ยวอะไรกับกูมึงอยากอาสาไปส่งกูเองนิมึงก็ต้องไปส่งกูสิไม่ใช่มาบ่ายเบี่ยงแบบนี้"

"มึงก็นั่งเงียบๆไปเถอะกูไม่ทำอะไรมึงหรอกหรือว่ามึงกลัวกลัวว่ากูจะทำอะไรมึงงั้นหรอ"

"มึงจะทำอะไรกูได้มึงทำกูก็แค่สวนแค่นั้นคนอย่างกูไม่เคยกลัวใครโดยเฉพาะมึง" มันพูดขู่ผมนิสัยของมันโดยแท้

"มึงก็ยังเป็นมึงนะสมคำร่ำลือทำไมไม่ไปเป็นนักมวยวะมาเรียนทำไม"

"เรื่องของกูอย่าเสือก!"

"เรื่องของมึงงั้นหรอแต่กูมาคิดดูแล้วกูอยากให้มันเป็นเรื่องกู" ทำไมผมชอบเวลาที่ได้ยั่วโมโหมันและยิ่งเห็นทำหน้าแบบนั้นผมโคตรชอบเลย

"กูจะถามมึงตรงๆนะสิง มึงเข้าหากูด้วยเหตุผลอะไร" อยู่ดีๆมันก็ทำหน้าจริงจังขึ้นมาทำให้ผมปรับอารมณ์แทบไม่ทันผมเหลือบมองมันที่นั่งอยู่ข้างๆก่อนจะเผลอสบตากับมันตอนนี้มันกำลังมองมาที่ผมด้วยแววตาที่ค่อนข้างอ่านยาก

ผมเงียบและครุ่นคิดในสิ่งที่มันถามผมไม่รู้ว่ามันต้องการคำตอบแบบไหนและจะให้ผมบอกออกไปตรงๆก็คงจะไม่ได้เพราะตอนนี้ผมกำลังเล่นเกมอยู่กับพวกเพื่อนๆถ้าขืนมันรู้มีหวังได้โกรธมากกว่าที่เป็นอยู่แน่นอน

"กูอยากเป็นเพื่อนมึงได้ไหมล่ะ" ผมบอกออกไปอย่างน้อยวิธีนี้ก็น่าจะโอเคที่สุด

"เพื่อนงั้นหรอ หึ" มันพูดพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆราวกับว่ามันไม่เชื่อในสิ่งที่ผมพูด

"อะไรที่ทำให้มึงอยากเป็นเพื่อนกับกู" มันย้อนถามผมกลับมา

"ไม่รู้สิกูคิดว่ามึงเจ๋งดี"

"กูไม่ได้โง่นะเหตุผลของมึงคงไม่ใช่แบบนี้แน่นอน" ไอ้ตะวันมันรู้ทันผมแน่นอนว่ามันไม่ใช่เหตุผลเลยสักนิดใครกันนะจะอยากเป็นเพื่อนกับคนอารมณ์ร้อน

"แล้วมึงต้องการเหตุผลแบบไหนล่ะกูจะได้บอกถูก"

"เหตุผลที่แท้จริงจริงๆจากมึงไป" ไอ้ตะวันมันพูดเน้นย้ำ

"ก็ได้กูจะบอกเหตุผลที่แท้จริงกับมึง" ผมถอนหายใจเบาๆและรวบรวมความกล้าที่จะพูดออกไป

"ความจริงแล้วกูว่ากูสนใจมึง"

เกิดความเงียบดังจากที่ผมพูดจบไม่มีเสียงอะไรเล็ดรอดออกมาเลยสักนิดผมยกยิ้มมุมปากก่อนจะทำเสียงเหมือนจริงจังมาก

"กูพูดความจริงทุกอย่างมึงจะเชื่อหรือไม่เชื่ออันนี้ก็แล้วแต่มึงเพราะต่อให้กูพูดกี่ครั้งกูก็จะพูดคำนี้ว่ากูสนใจมึงถ้ากูไม่สนใจมึงกูคงไม่เข้าหามึงตั้งแต่แรก"

"คิดว่ากูเชื่อคนง่ายขนาดนั้นหรอถ้ามึงสนใจกูแล้วเพื่อนมึงล่ะ" มันยังคงสงสัยและไม่ยอมเชื่อคำพูดผมง่ายๆ

"นั่นเพื่อนกูส่วนนี้กูคนละคนกันมึงจะโยงมาให้เป็นคนเดียวกันไม่ได้ความคิดมันก็คนละความคิดกูไม่รู้หรอกนะว่าไอ้โต้งมันไปแย่อะไรมึงไว้บ้างแต่สำหรับกูแล้วกูเข้าหามึงเพราะความสนใจในตัวมึงล้วนๆ"

ผมพูดย้ำคำเดิมเพราะจะให้มันมั่นใจว่าผมไม่ได้โกหกมันเลยสักคำเดียว

"งั้นจอดให้กูลงตรงนี้แหละถ้ามึงพูดตรงถ้ามึงไม่ได้โกหกกู"

"มึงเอาแบบนี้เลยหรอวะ"

"เออ กูมีปัญญากลับเองก็แล้วกัน"

พอมันพูดจบผมก็หักพวงมาลัยรถเข้าไปจอดเทียบข้างทางทันทีแม้ดึกมากแต่ผมก็ต้องจอดตามคำบอกของมันเพราะจะให้มันเชื่อมันหันมามองหน้าผมก่อนจะเปิดประตูรถลงไปความจริงผมก็แอบเป็นห่วงมันอยู่หรอกนะกลัวว่าจะเจอคู่อริอีกครั้งเพราะถ้าเจออีกมันไม่รอดแน่แต่มันก็ยืนยันว่ามันจะกลับเองผมก็ไม่ขัดอะไร

ผมมองตามไอ้ตะวันที่เดินผ่านความมืดไปผมยังไม่ออกรถและมันก็เดินหน้าต่อโดยที่ไม่สนใจรถผมที่จอดอยู่เลยมันเดินไปเรื่อยๆและผมก็ตัดสินใจขับรถออกมาจากตรงนั้นทันที

 

ฝากติดตามให้กำลังใจด้วยนะคะ

 

 

ความคิดเห็น