ฝากนิยายเรื่องนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณทุกกำลังใจและคอมเม้นทุกคอมเม้นด้วยนะคะ💞: )

บทที่5 คู่แข่ง

ชื่อตอน : บทที่5 คู่แข่ง

คำค้น : สัตตบงกชแห่งนาคา / รัตนะมณี

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 299

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 19 เม.ย. 2564 13:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่5 คู่แข่ง
แบบอักษร

"รวินทร์รดา อีกไม่กี่เพลาเจ้าก็จะต้องไปร่วมพิธีถวายบัวทิพย์แล้ว..ตื่นเต้นหรือไม่?" 

องค์เอกอนันต์เอ่ยถามพระธิดาของตนพร้อมลูบศีรษะในขณะที่นางก้มกราบเมื่อมาเข้าเฝ้า 

"นิดหน่อยเจ้าค่ะ..พระบิดา" 

นางกล่าวตอบหลังจากที่เงยหน้าขึ้นแล้วลุกไปนั่งยังแท่นของตน 

"จริงสิ..พ่อก็ลืมถามเจ้าไปเสียสนิท ผู้ที่ร่วมถวายบัวทิพย์กับเจ้าคือผู้ใดกันรึ?" 

องค์เอกอนันต์มองใบหน้างามของธิดารักด้วยความอยากรู้ พระนางอัมราเทวีผู้เป็นมเหสีแอบกลั้นยิ้มเมื่อได้ยินสวามีเอ่ยถามเรื่องนี้ออกมา 

"เอ่อ..ท่านรามมินทรานาคาธิราชแห่งวิรูปักษ์เจ้าค่ะ" 

รวินทร์รดาตอบเสียงไม่ดังมากนักพร้อมด้วยใจที่เต้นแรงขึ้นมา โดยไม่รู้ว่ามาจากความกลัวผู้เป็นบิดาหรือความเขินอายกันแน่ 

"หืม..ท่านรามมินทราโอรสท้าววิรูปักษ์ผู้นั้นน่ะหรือ?" 

กษัตริย์แห่งฉัพพะยาปุตตะถึงกับนิ่งงัน เพราะจดจำได้ว่านาคราชหนุ่มผู้นี้คือผู้ที่ได้รับพรร่วมกับตนในครั้งนั้น ซึ่งมีเพียงสองผู้เท่านั้นที่บำเพ็ญบารมีถึง 

หากแต่..เขาอธิษฐานขอในสิ่งใดกัน! 

"ดีจริง..นับเป็นวาสนาของลูกเรายิ่งนัก ท่านรามมินทราเป็นจอมทัพผู้ไร้พ่ายชื่อเสียงเกริกไกร ไม่คิดว่าจะถูกมอบหน้าที่ให้เป็นผู้ถวายบัวทิพย์ในครั้งนี้" 

พระนางอัมราเทวีเอ่ยขึ้นอย่างรู้สึกปลาบปลื้มในตัวนาคราชหนุ่ม เมื่อมองไปยังธิดารักก็สังเกตเห็นพวงแก้มของนางแดงระเรื่อขึ้นมา 

"เหอะ..ดีอย่างไรกัน เยี่ยงนี้รวินทร์รดาจะกลายเป็นจุดสนใจของเทพธิดาจำนวนไม่น้อย แล้วยังจะเหล่านักรบสวรรค์อีกมากมายที่ร่วมรบกับเขามา ลูกเราจะต้องกลายเป็นที่จับจ้องอย่างแน่นอน" องค์เอกอนันต์สีหน้าเครียดขรึมออกจะบึ้งตึงขึ้นมาทันที 

"มีอันใดร้ายแรงหรือเจ้าคะ พระบิดา?" นาคีสาวมองผู้เป็นบิดาอย่างไม่เข้าใจ 

"เจ้าจะกลายเป็นที่อิจฉาริษยาของอิสตรีเหล่านั้น และบุรุษมากมายจะจับจ้องเจ้าเพราะได้รับเกียรติให้ถวายบัวทิพย์คู่กับเขา" 

เสียงของผู้เป็นบิดาไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด แต่ด้วยเป็นบัญชาแห่งองค์อินทราธิราช ไหนเลยจะมีผู้กล้าขัดได้ 

ถ้ารู้ว่าเป็นนาคราชผู้นี้..คงจะทูลขอไม่ให้นางไปร่วมงานครั้งนี้อย่างแน่นอน! 

"เจ้าพี่..เหตุใดจึงตรัสให้ลูกกลัวเช่นนั้นล่ะเจ้าคะ อันที่จริงต้องนับว่าเป็นเกียรติอย่างมากที่รวินทร์รดาได้ถวายคู่กับท่านรามมินทรา เพราะนาคราชผู้นี้มิได้มีเรื่องเสียหายในทางใดเลย ครองตัวดีมิเคยยุ่งเกี่ยวอิสตรีใด" 

ผู้เป็นมเหสีหันไปท้วงติงสวามีของตน ยิ่งเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของธิดารักก็ยิ่งอยากจะแอบหยิกเนื้อสวามีเป็นการลงโทษ ติดแต่เพียงอยู่ต่อหน้าธารกำนัลมากมายนัก 

"หึ..ข้าจะไปคอยดูแลธิดาของข้าอย่างใกล้ชิด ใครหน้าไหนบังอาจมายุ่งกับธิดาข้าจะได้เห็นดีกัน!" 

รวินทร์รดาถึงกับใจเสียเมื่อเห็นท่าทีของผู้เป็นบิดาตน นางไม่เคยรู้ว่าการได้ถวายบัวทิพย์ร่วมกับเขา..จะนำพาซึ่งความยุ่งยากใจขนาดนั้น ยิ่งเห็นพระพักตร์ขององค์เอกอนันต์ ก็คงจะบ่งบอกได้ว่าหนักหน่วงเพียงใด 

"ลูกรักของแม่ เจ้าอย่าได้ตื่นตกใจไปเลย มันมิได้เป็นอย่างที่พ่อเจ้ากล่าวหรอก พ่อเจ้าเพียงแค่ห่วงหวงเจ้ามากไปเท่านั้นเอง" 

พระนางอัมราเทวีพยายามกล่าวบอกผู้เป็นราชธิดาที่นั่งสีหน้าไม่ดี ส่วนพี่เลี้ยงทั้งสองก็เอื้อมมือไปกุมมือพระธิดาของตนเอาไว้เป็นการปลอบโยน.. 

 

ตกค่ำ 

"พระธิดายังทรงกังวลใจในเรื่องที่พระบิดากล่าวอยู่อีกหรือเจ้าคะ?" 

แก้วฟ้าเอ่ยถามเมื่อเห็นผู้เป็นนายยืนเหม่ออยู่ที่ริมหน้าต่าง 

"น้องรู้สึกหวั่นใจขึ้นมา กลัวว่าพวกนางที่ชื่นชอบท่านรามมินทราจะไม่ชอบน้องและจะต้องมองน้องไม่ดี พี่แก้วฟ้า..น้องไม่อยากเป็นที่จับจ้องของผู้ใด" น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาดูหมองเศร้า 

"พระธิดาอย่าเพิ่งกังวลใจไปก่อนเลยเจ้าค่ะ บางทีมันอาจมิได้เป็นดั่งเช่นที่องค์เหนือหัวตรัส เพราะท่านรามมินทราเองก็ไม่ค่อยจะปรากฏตัวที่ใดนัก ผู้ที่จะเห็นท่านจริงๆนั้นน่าจะเป็นเหล่านักรบสวรรค์เสียมากกว่า เช่นนั้นแล้วบางทีเหล่าอิสตรีพวกนั้นอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบุรุษที่ถวายบัวทิพย์คือใคร" 

แก้วฟ้าพยายามจะกล่าวให้ผู้เป็นนายของตนสบายใจ เพราะความจริงนั้น..พวกตนเองก็ใช่ว่าจะเคยเห็นใบหน้าของจอมทัพสวรรค์ผู้เลื่องชื่อท่านนี้ 

"จริงเจ้าค่ะ..พวกพี่เองก็เพียงแต่ได้ยินแค่นามและกิตติศัพท์ หากยังไม่เคยได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของท่านรามมินทราเลยสักครั้ง ว่าแต่..ทรงรูปงามมากหรือไม่เจ้าคะ?" 

จิตตรีที่เอ่ยสนับสนุนถ้อยคำของแก้วฟ้าหันมาทางพระธิดาของตน แล้วขยับเข้ามานั่งใกล้ๆเมื่อจัดเตรียมแท่นบรรทมเสร็จแล้ว 

"อะ.. เอ่อ ก็.. " 

รวินทร์รดาทำสีหน้าไม่ถูก คำถามนี้ทำให้นางต้องนึกถึงใบหน้าคมเข้มที่หล่อเหลาราวเทพบุตรชั้นสูงขึ้นมา หากจะบอกว่าเขาหน้าตาธรรมดาก็คงจะเป็นการโกหก แต่หากยอมรับว่ารูปงาม..ก็จะมิเป็นการยอมรับว่านางหวั่นไหวกับเขาหรือ 

"รูปงามใช่หรือไม่เจ้าคะ ดูจากสีหน้าของพระธิดาก็รู้แล้วเจ้าค่ะ" จิตตรียิ้มขบขันเมื่อเห็นรวินทร์รดามีพวงแก้มที่แดงปลั่งขึ้นมา 

"นะ..น้องมิได้กล่าวเช่นนั้นเสียหน่อย กะ..ก็เหมือนบุรุษทั่วไปนั่นล่ะ"  

นางหันมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาพี่เลี้ยงตรงหน้า 

"จิตตรี..หากเจ้าไม่ระมัดระวังปากของเจ้าไว้ คอยดูเถอะองค์เหนือหัวจะได้สั่งลงโทษเจ้าจนหลังขาดแน่ๆ" 

แก้วฟ้ารีบเอ่ยเตือนสหายของตนทันทีที่ได้ยิน จิตตรีถึงกับรีบปิดปากของตนเอาไว้ด้วยความหวาดเกรงอาญา 

"พวกพี่ไปพักผ่อนเถอะจ๊ะ น้องจะนอนแล้ว" 

รวินทร์รดาตัดบทเมื่อเห็นว่าเรื่องราวจะไปกันใหญ่ หลังจากพี่เลี้ยงทั้งสองออกไปนางก็หันไปมองดอกจำปีบาดาลที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง 

"ท่านจะสร้างความเดือดร้อนให้กับข้า" 

นางเอ่ยขึ้นเมื่อนึกถึงถ้อยคำของผู้เป็นบิดา มือเรียวเล็กเอื้อมไปหยิบมันแล้วเอาไปโยนทิ้งนอกหน้าต่าง จากนั้นจึงกลับมานอนแล้วหลับตาลงอย่างช้าๆ 

"พี่รับรองว่าจะไม่ทำให้เจ้าเดือดร้อน" 

เสียงนี้ดังขึ้นอยู่ใกล้ๆ นาคีสาวลืมตาลุกขึ้นพรวดอย่างรวดเร็วพร้อมหันมองไปรอบๆแต่ก็ไม่พบผู้ใด 

"สะ..เสียงมาจากไหนกัน" นางเอ่ยด้วยความตื่นตระหนก 

"ที่แหวนของเจ้าอย่างไรล่ะ ลืมแล้วหรือว่าพี่เป็นผู้มอบให้" 

นางยกมือขึ้นมาก็พบว่าที่นิ้วนางข้างซ้ายมีแสงสว่างวาบออกมาจากธำมรงค์ที่สวมอยู่ 

"ทะ ท่าน ทำเช่นนี้พระบิดาของข้าจะต้องเอาเรื่องท่านเป็นแน่" นางขู่เขาออกไปพร้อมทั้งพยายามดึงมันออกอีกครั้ง แต่ก็เป็นเช่นเดิมยิ่งนางดึงมันก็ยิ่งรัดแน่นขึ้น 

"หากพี่ไม่อนุญาต อย่างไรเจ้าก็ถอดมันออกไม่ได้..รวินทร์รดา" 

คราวนี้ปรากฏเจ้าของร่างสูงโปร่งเลือนลางยืนอยู่ข้างแท่นบรรทมของนาง 

"ท่าน! เข้ามาได้อย่างไร?" 

นาคีสาวตื่นตระหนกอย่างที่สุด นางรีบขยับถอยหนีพร้อมดึงผ้าห่มแพรขึ้นมาคลุมกายเอาไว้ 

"พี่มิได้มาหาเจ้า..นี่เป็นเพียงร่างจำแลงเท่านั้น หากเจ้าสวมแหวนของพี่อยู่ไม่ว่าที่ใดเจ้าก็จะสามารถสื่อถึงพี่ได้" เสียงทุ้มนุ่มกล่าวบอกอย่างอ่อนโยน 

"ทะ..ท่านทำเช่นนี้เพื่ออันใดกันเจ้าคะ เยี่ยงนี้ผู้อื่นจะเข้าใจข้าผิดได้" 

รวินทร์รดาเบาใจเพียงเล็กน้อยแต่ยังคงไม่ไว้ใจเขา นางไม่เข้าใจเช่นกันว่านาคราชหนุ่มผู้นี้ต้องการสิ่งใดกันแน่ 

"เข้าใจผิดว่าอันใดหรือ?" เขาถามกลับน้ำเสียงกรุ้มกริ่ม 

"ก็..ก็เข้าใจผิดว่าท่านกับข้า.เอ่อ.." นาคีสาวหน้าแดงระเรื่อไม่สามารถจะเอ่ยออกมาได้ 

"พวกเขาจะมิเข้าใจผิด เพราะพี่เป็นคู่บารมีของเจ้า และเจ้า..เป็นของพี่" 

ประโยคนี้ทำเอารวินทร์รดาหน้าร้อนผ่าวราวกับมีใครสุ่มไฟอยู่ตรงหน้า นางตะลึงค้างนิ่งอึ้งได้แต่มองร่างจำแลงอันเลือนลางอย่างพูดไม่ออก 

"เมื่อถึงวันพิธี..ห้ามหลบตาพี่และอย่าหนีกลับก่อนเด็ดขาดไม่เช่นนั้น..พี่จะมาหาเจ้าด้วยตัวเอง วันนี้เจ้าพักผ่อนเถิด..อ่อ..แล้วห้ามเอาดอกไม้ที่พี่ให้ไปทิ้งอีกนะ" 

กล่าวจบเขาก็เลือนหายไปพร้อมกับปรากฏดอกจำปีบาดาลดอกใหม่วางอยู่ตรงหน้านางด้วยกลิ่นหอมตลบอบอวล รวินทร์รดามองดอกไม้ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก รู้เพียงใจสั่นไหวเต้นรัวกับคำพูดของเขา 

คู่บารมีอย่างนั้นหรือ! 

 

วันพิธี.. 

เสียงบรรเลงเพลงพิณของเหล่าคนธรรพ์ดังเสนาะหูทั่วชั้นฟ้า เหล่าเทพบุตรเทพธิดามากมายพากันมาร่วมงานพิธีในครั้งนี้ ทุกหมู่เหล่าต่างนั่งอยู่ในที่ของตนแบ่งแยกไปตามบุญบารมีและเผ่าต่างๆ 

เทพเทวา ทุกชั้นฟ้า มาสถิตย์ 

เนรมิต ด้วยฤทธี มีกายหอม 

ต่างลงนั่ง ยังแท่นที่ บารมีพร้อม 

บ้างยินยอม สละให้ ด้วยใจงาม 

ถึงเวลา พาถวาย กายนอบน้อม 

ศีรษะค้อม น้อมลงต่ำ ทำซ้ำสาม 

รวินทร์รดา สบตาซึ้ง จึงทำตาม 

ก่อนองค์ราม จะนำส่ง องค์พุทธะ.. 

หลังพิธีเสร็จสิ้นลง สายตาแทบทุกคู่ต่างก็จับจ้องไปยังนาคราชทั้งสองที่ถูกเลือกให้ถวายบัวทิพย์แก่พระพุทธองค์ในครั้งนี้ ต่างกระซิบกระซาบเอ่ยถึงรูปโฉมของทั้งสองกันอื้ออึง 

"นั่นท่านรามมินทรานาคาธิราชจอมทัพสวรรค์ผู้ไร้พ่ายมิใช่หรือ ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นผู้ถวายบัวทิพย์ในครั้งนี้ด้วย ว่าแต่นางผู้นั้นเป็นใครกัน..งามยิ่งกว่านางใดที่ข้าเคยพบมาเลย" 

"ตายจริง..นะ..นั่น ท่านรามมินทราตัวจริงเสียงจริงใช่หรือไม่ ระ..รูปงามกว่าที่ข้าคิดเอาไว้เสียอีก" 

ทั้งเหล่าบุรุษและอิสตรีที่มาร่วมงานต่างตากันกล่าวถึงและจ้องมองจนรวินทร์รดาทำตัวไม่ถูก 

"อย่ากลัวไปเลย..ใครกล้าจับจ้องเจ้าพี่จะจัดการให้หมด" 

น้ำเสียงทุ้มแข็งเอ่ยออกมาอย่างลืมตัว เมื่อเห็นสายตากรุ้มกริ่มของเหล่าเทพบุตรทุกชั้นที่มาเพ่งมองมาที่นาคีสาวเป็นสายตาเดียวกัน 

รวินทร์รดาได้แต่ก้มหน้าก้มตา รอคอยเวลาที่จะได้รับอนุญาตให้กลับไปหาผู้เป็นบิดาและพระมารดาของตนที่นั่งอยู่เขตของฉัพพะยาปุตตะ 

"ขอจงเป็นผู้มีชัย" 

คำตรัสที่มากไปด้วยบุญบารมี พระสุรเสียงอบอุ่นให้รู้สึกถึงความปลอดภัยและปลื้มปิติ รวินทร์รดาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยคล้ายรู้ชัดว่าประโยคนี้ พระพุทธองค์ทรงตรัสให้พรแก่นางและนาคราชหนุ่ม 

ทั้งสองก้มกราบแทบพระบาทโดยพร้อมเพรียงกัน ก่อนจะค่อยๆถอยหลังออกมาอย่างนอบน้อม 

"รวินทร์รดา..มากับพี่" 

นาคราชหนุ่มเอ่ยบอกเมื่อเห็นนางทำท่าจะหาทางกลับไปหาผู้เป็นบิดา ตั้งแต่นางเดินทางมาถึงเขาก็ละสายตาจากนางมิได้เลย แถมยังถือวิสาสะเอ่ยแทนตนว่าพี่ราวกับสนิทสนมกันมานาน 

"ข้า..ข้าอยากกลับไปหาพระบิดาเจ้าค่ะ" 

นางเอ่ยบอกเขาสีหน้าหวาดหวั่น เพราะตรงนี้มีแต่ทวยเทพชั้นสูงผู้ที่รอเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ นาคาหนุ่มดึงมือนางให้เดินตามออกมาจากที่ตรงนั้น นางพยายามจะขัดขืนดึงมือออก แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยกลับเกาะกุมแน่นขึ้น 

"ท่านรามมินทรา ปล่อยมือข้าเถิดเจ้าค่ะ" 

นาคีสาวพยายามกล่าวบอกเมื่อเห็นสายตาของเหล่าเทพธิดาและเทพบุตรที่จ้องมองมายังพวกตน 

"พี่จะไปส่งเจ้าให้ท่านเอกอนันต์เอง" ใบหน้าหล่อเหลาหันไปบอกนางแล้วยิ้มน้อยๆ 

"ไม่ต้องจับมือข้าก็ได้นี่เจ้าคะ หากพระบิดาเห็นเข้าข้าจะถูกตำหนิ" นางบอกเสียงเบาด้วยความหวั่นเกรง 

"พี่จะรับผิดชอบทุกอย่างเอง อย่ากังวลไปเลย" เสียงทุ้มเอ่ยบอกอย่างไม่รู้สึกกริ่งเกรงอันใด 

"ท่านรามมินทรา..ไม่เห็นหรือว่านางกลัวเจ้า เสร็จกิจแล้วก็ปล่อยนางเถิด..ประเดี๋ยวข้าจะเป็นผู้ไปส่งนางเอง ไม่ทราบว่านางผู้นี้เป็นธิดาของผู้ใดกัน" 

เสียงของบุรุษร่างใหญ่ผู้หนึ่งดังขึ้น พร้อมกับก้าวเข้ามาดักหน้านาคราชหนุ่มอย่างไม่เกรงกลัว 

"วราภักดิ์..คงไม่ต้องรบกวนเจ้าหรอก นางเป็นผู้ร่วมถวายบัวทิพย์กับข้า ข้าจะเป็นผู้ไปส่งนางเอง" นาคราชหนุ่มเสียงแข็งสีหน้าขรึมเคร่งขึ้นทันที 

"รามมินทรา..แต่ไหนแต่ไรเจ้าไม่เคยให้ความสำคัญกับอิสตรีนางใด เหตุใดไม่มอบนางให้ข้าเล่า..รับรองว่าข้าจะไปส่งนางให้ถึงที่เลยทีเดียว"  

ถ้อยคำที่เอ่ยออกมาเจือไปด้วยเสียงหัวเราะเย้ยหยัน รวินทร์รดารู้สึกหวาดกลัวบุรุษผู้นี้ขึ้นมาจับใจ เขาดูจะเป็นคู่อริกับนาคราชหนุ่มอย่างเห็นได้ชัด 

"ขะ..ข้าจะให้ท่านรามมินทราไปส่ง คงไม่รบกวนท่าน"  

รวินทร์รดาขยับเข้าไปแอบด้านหลังนาคราชหนุ่มอย่างรวดเร็ว นางรู้สึกว่าบุรุษที่มาใหม่น่ากลัวกว่ามาก 

"แม่นาง..เจ้าอย่าได้เกรงใจไปเลย ให้ข้า วราภักดิ์ผู้นี้ไปส่งเจ้าเถิด จะได้ทำความรู้จักกับบิดาของเจ้าด้วย" บุรุษผู้มาใหม่ยังคงจะเอ่ยเช่นเดิม 

"หลีกไป..วราภักดิ์!" รามมินทราส่งเสียงดุ 

"คิดว่าข้าจะเอาชนะเจ้ามิได้หรืออย่างไรรามมินทรา..นาคราชวิรูปักษ์ก็หาเอาชนะพญาครุฑาอย่างข้าได้ไม่!" 

คำประกาศกร้าวนี้ราวกับเป็นการท้าประลอง เพียงแค่นาคีสาวได้ยินคำว่าครุฑาก็รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายมิใช่นาคราชเช่นตน 

********************* 

ท่านพี่รามมินทรา..จัดการมันเลยเจ้าค่ะ! 

🙏โปรดอภัยข้าด้วยที่มาช้า แต่ก็มาแล้วน้าาาาาา 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว