email-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอให้นิยายเรื่องนี้ทำให้คุณยิ้มได้ :)

เสือเลี้ยงเด็ก : พี่ดุนะหนูไหวหรอ? (2/2)

ชื่อตอน : เสือเลี้ยงเด็ก : พี่ดุนะหนูไหวหรอ? (2/2)

คำค้น : โจชัว

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 33

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 เม.ย. 2564 22:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เสือเลี้ยงเด็ก : พี่ดุนะหนูไหวหรอ? (2/2)
แบบอักษร

พี่ดุนะหนูไหวหรอ? (2/2) 

"เซเว่นสวัสดีค่า” “ค่า สวัสดีค่า ดูอารมณ์ดีกันจังเลยนะคะไม่ทราบว่าอยากจะแบ่งความทุกข์ของหนูไปเป็นสีสันสักหน่อยมั้ยคะ?” ฉันอยากจะตอบออกไปแบบนี้มากเหลือเกินเพราะตอนนี้ฉันบรมโคตรเซ็งกะบ๊วยสุดๆไปเลย ด้วยความที่ตอนเด็กชีวิตก็เส็งเคร็งมากพอแล้วพอหลุดพ้นมาได้ก็อยากมีฟ้าหลังฝนเลยเลือกที่จะรักษาชีวิตตัวเองหย่อนตูดบนฮาเล่ย์คันงามมากับเขาแล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนหรอ…

“อันนี้ไลน์ผมนะครับ” นี่ไง! ยืนบริหารเสน่ห์ให้สาวเล็กสาวใหญ่หลงผิดอยู่ข้างๆ ฉันนี่ไง เพดานเซเว่นเป็นสิ่งที่ดวงตาของฉันสนใจมากที่สุดในตอนนี้ถ้าไม่เกรงใจก็อยากจะออกไปยืนข้างนอกแล้วเงยหน้ามองฟ้าให้สายตาสุดเอือมระอาของฉันไปสะกิดใจนางฟ้าให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

“ระวังผู้ชายคนนี้กินหัวนะคะหนูขอเตือนด้วยความหวังดี ชิ!” ฉันหันไปจิ๊ปากใส่ร่างสูงอย่างหมั่นไส้ก่อนจะคว้าตะกร้าสีส้มแล้วเดิมจ้ำอ้าวมาโซนขนมถุงใหญ่คว้าขนมใส่ตะกร้าด้วยความโมโหพลางนึกถึงคำพูดของเขาไปด้วย “ฉันเป็นผู้ปกครองของเธอหรอ” เกินไปแล้วนะ! “ถ้าเธอดื้อฉันสามารถทำโทษเธอได้” ฮึ้ย! น่าโมโห “ไม่ไปก็ตายเลือกเอา” งั้นหรอ…

“ย๊า! พี่น่ะสิที่สมควรตายน่ะ ฮึ้ย!!!” คิดแล้วมันก็ขึ้นพอขึ้นแล้วอารมณ์มันก็ลงไปไม่ได้พลั้งปากออกมาด้วยความหงุดหงิดคว้าขนมถุงสุดท้ายยัดใส่ตะกร้าอย่างฉุนๆ กำลังจะเดินอ้อมไปหาความเย็นมาดับร้อนในใจก็ถูกมือหนากระชากตัวปลิวมายืนจังก้าอยู่ตรงโซนผ้าอนามัย

“เอ่อ…” ดับสูญอีกครั้งกับความโกรธ กวัดไกวสายตาไปยังเชลล์สูงเบื้องหน้าที่มีบรรจุภัณฑ์ทรงสี่เหลี่ยมวางอยู่ฉันควรพูดหรือทำหน้าตายังไงดีล่ะ เอ่อ…ทำไมเขาถึงลากฉันมาที่โซนที่…เอ่อ…ผู้…ผู้ชายอย่างเขาไม่ควรจะมายืนจ้องแบบนี้…

“เมนส์มายัง” ชอค ซี นี ม่า…วิญญาณของฉันโดนดูดออกจากร่างไปหมดแล้ว มะ…เมื่อกี้เขาถามวะ…ว่าอะไรนะ? มะ…มีประจำเดือนหรือยังใช่หรือเปล่า?

“…พี่…จะ…จะอยากรู้ไปทำไมเล่า…” ฉันตอบกลับอย่างประหม่าไม่กล้ามองหน้าเขาเลยด้วยซ้ำนอกจากก้มหน้าแดงๆ งุดๆ แทบจะมุดแผ่นดินหนี จะบ้าหรอ?! เขากล้าถามออกมาโต้งๆ ด้วยหน้าตายๆ เสียงห้วนๆ แบบนั้นได้ยังไงกันเล่า มันน่าอายจะตายไปยิ่งเอ่ยออกมาจากริมฝีปากหนานั่นมันยิ่งน่าอายถึงไอ้คนพูดจะไม่รู้สึกรู้สาอะไรก็เถอะแต่ไอ้คนฟังเพื่อรอตอบอย่างฉันนี่สิร้อนผ่าวทั้งดวงหน้าไปหมด

“ถามโง่ๆ ถ้ามีแล้วก็จะได้ซื้อไปไว้ไง ถึงเวลาประจำเดือนของเธอมาจะได้มีใช้เพราะฉันไม่คิดจะวิ่งหน้าตั้งลงมาซื้อให้เธอหรอกนะ ไม่มีความเมตตาขนาดนั้น ฉันไม่ใช่ผัวเธอ เข้าใจ๊?” นิ้วเรียวเชิดคางฉันอย่างหาเรื่องพลางโน้มใบหน้าลงมา ดวงตาคมคู่ไม่มีอะไรแฝงเลยนอกจากความกวนประสาทพร้อมคำพูดกวนประสาทสุดห่วยแตก เขาพังทลายความอายของฉันไปจนหมดสิ้นเหลือแต่ความหมั่นไส้ดังเดิม ฉันจ้องเขาเขม็งพลางเม้มปากแน่นยกนิ้วชี้จิ้มกลางหน้าผากร่างสูงแล้วดันออกสุดแรง

“เข้าใจค่ะ!” ฉันตอบกลับด้วยรักและเคารพไม่รอให้เขาสร้างความอาฆาตก็รีบวิ่งไปหยิบตะกร้าแล้ววิ่งกลับมาหยิบของใช้ส่วนตัวลงตะกร้าด้วยความเร็วแสง นึกโมโหผู้ชายข้างๆ อยู่ทุกนาที เป็นไปได้อยากจะพาไปหาหมอฟันแล้วเลาะปากของเขาดูหน่อยว่าคอกหมาข้างในนั้นมีพันธุ์อะไรบ้างแล้วเลี้ยงไว้กี่คอกปากถึงได้ร้ายสุดจะทนขนาดนี้ นี่เขาไม่ได้ความเป็นผู้ดีจากชาวอังกฤษเลยหรอถ้าฉันจำไม่ผิดเขามาจากตระกูลผู้ดีนะคุณป้ากับคุณลุงมีหน้ามีตาในสังคมด้วยแล้วทำไมเขาถึงได้ร้ายขนาดนี้ก็ไม่รู้

“นี่หยิบของหรือหยิบคำด่าในใจเธอมาด่าฉันวะเนี่ย ช้าชิบ! เร็วๆ หิวข้าว” ควรอ่ะ…ควรไปเลาะปากและเข้าคอร์สอบรมนิสัย!

“เรียบร้อยแล้วค่ะ!” กระแทกทั้งเสียงกระแทกทั้งของใส่ตะกร้าก่อนจะสะบัดทั้งหน้าทั้งตัวเดินเฉียดไหล่ร่างสูงเตรียมจะไปคิดเงินกลับถูกรั้งด้วยเสียงเข้ม

“เดี๋ยว” ฝีเท้าชะงักกึกจำใจหันกลับมาด้วยอารมณ์บ่จอยสุดๆอยู่ด้วยไม่ถึงวันยังเซ็งกะบ๊วยขนาดนี้แล้วฉันต้องอยู่กับเขาไปจนกระทั่งเรียนจบมันกี่ปีนะ…หนึ่ง…สอง…สาม…สี่ โอ้วไม่นะ! แขนขาแทบระทวย อีกสี่ปีเลยหรอ ได้โปรดเมตตาเด็กตาดำๆด้วยเถอะ สองชั่วโมงก็แทบจะกัดลิ้นตายอยู่แล้ว

“อะไรอีกละคะ…เอ๋?” จู่ๆ เขาก็มาคว้าตะกร้าขนมของฉันไปถือไม่บอกไม่กล่าว ฉันมองตะกร้าในมือเขาสลับกับความว่างเปล่าในมือฉันก่อนที่ความแปลกใจหล่นฟาดหัวฉันเต็มแรง หึ ไม่อ่ะ เป็นไปไม่ได้แน่ๆ คนอย่างเขาเนี่ยนะมีน้ำใจถือของให้? ขนาดหมวกกันน็อคเขายังไม่เสียสละให้ผู้หญิงเลยนั่นอยู่ในเขตพื้นที่สีแดงด้วยนะน่ะ โน๊วโน ไม่ใช่อ่ะ เขาไม่ได้ใจดีขนาดนั้นจะต้องมีอะไรแหงๆ

“อะไร? ก็แค่จะถือให้แปลกตรงไหน ส่วนเธอถือไอนี่แล้วกัน” ว่าแล้วเขาก็ยัดตะกร้าสีส้มสีเดิมใส่แทนที่ตะกร้าขนมทันในนั้นเองแขนอันบอบบางของฉันก็ร่วงพึ่บตามแรงโน้มถ่วงก้มหน้ามองสิ่งของที่อยู่ในตะกร้าก็แทบอยากจะข่วนแผ่นหลังกว้างที่เดินไหล่สั่นด้วยความชอบใจไปหน้าเคาน์เตอร์ให้หนังร่อนออกมาเป็นแผ่นๆ

“หน็อย…ไอ้พี่โจชั่ว!” ฉันว่าแล้วเชียวว่าคนอย่างเขาน่ะมันดีไม่ได้จะเป็นได้ก็แต่คนกวนประสาทโคตรๆ เท่านั้นแหละเพราะไอ้สิ่งที่เขายัดมาให้ฉันถือมันคือเบียร์สี่แพ็คอัดมาอยู่ในตะกร้าเดียวกันน่ะเส้!!!!

“เอ้า! เร็วๆ สิ แค่นี้หนักหรอหมูตู้จอมแก่น ฮ่าๆๆ” หมูตู้จะ…จอมแก่น…อ๊ากกกกกกกกก!!!! โมโหวุ้ย! ตะวันโมโหแล้วโว้ยยยยยย! ไอ้พี่นี่มันร้ายบรมโคตรไปเลย!!! แต่ที่น่าหงุดหงิดกว่าคือฉันกลับทำอะไรเขาไม่ได้สักกะติ๊ดนอกเสียจากนอกจากเดินกระแทกเท้าตึงตังหน้ายับกึ่งลากตะกร้าเบียร์มาทางเคาน์เตอร์ หันมองซ้ายตัวเองเห็นใบหน้าร้ายๆ ยักคิ้วกวนๆ ก็ยิ่งระอุเลยกระแทกตะกร้าผ้าอนามัยดังปังก่อนจะตวัดสายตามองข้างซ้ายอีกครั้งคราวนี้เป็นรอยยิ้มเยาะเย้ยเท่านั้นเองร่างกายของฉันมันร้อนราวกับไฟตวัดสายตากลับมาพร้อมหน้ามุ่ยก้มลงยกตะกร้าเบียร์ด้วยสองมือกระแทกตะกร้าบนเคาน์เตอร์สุดแรง

“คิดตังด้วยค่ะ!” ฉันแหกปากเสียงดังสนั่นหันจ้องไอ้ผู้ชายจอมกวนประสาทยืนปั้นหน้าเย้ยด้วยหน้านิ่วคิ้วขมวดลืมตัวไปว่าข้างหน้าคือพี่สาวพนักงานที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรด้วยเลยหางตาเห็นเธอลุกลี้ลุกลนทำหน้าที่ของตัวเอง ฉันอยากขอโทษพี่สาวเขานะแต่ตอนนี้ฉันยังไม่ว่างเพราะกำลังคิดว่าชาติที่แล้วฉันไปทำเวรทำกรรมอะไรกับเขามาทำไมชาตินี้ถึงบรมซวยขนาดนี้ กวนประสาทโคตรๆอยากจะจับผู้ชายจอมกวนประสาทนั่นฉีกเป็นชิ้นๆแล้วโยนให้ไอ้เข้เขมือบซะ

หงุดหงิด!

“ทั้งหมดเจ็ดร้อยห้าสิบบาทค่ะ” โอ๊ะโอ่! แค่เจ็ดร้อยกว่าบาทไม่คณามือผู้ชายคนนี้หรอกสงสัยต้องกวาดทั้งเซเว่นเขาถึงจะเลิกยิ้มเย้ยฉันสักที ชิ!

“พี่ชายคนนี้จ่ายค่ะ!” บอกให้รู้จบก็สะบัดหน้าเดินฉับๆ ออกมาจากเซเว่นได้ยินเสียงประตูร้อง ตื๊อ ตือ แต่เอ๊ะ…ทำไมร่างกายของฉันมันถึงหยุดอยู่กับที่แบบนี้นะ ฉันเลยก้าวขาขวาเดินอีกครั้งแต่ผลลัพธ์เหมือนเดิมเป๊ะสองมือแกว่งรัวๆขาสับฉับๆแต่ทำไมตัวมันไม่ไปวะเนี่ยกระทั่งคอเสื้อของฉันโดนรั้ง

“อ๊ะ!” ร่างของฉันปลิวถอยหลังกลับมาอยู่ตรงร่างสูงพอดีเป๊ะ หัวใจของฉันกระตุกวูบพราะไม่ทันได้รู้ตัวอดใจหายไปชั่ววูบไม่ได้เหมือนกันก่อนจะเงยหน้าฉุนๆมองคนก่อเหตุอย่างแค้นๆ รู้อะไรมั้ยชีวิตฉันมันจะสั้นเพราะเขานี่แหละ! พับผ่าสิ!

“ถือของด้วยครับ” ใบหน้ากวนๆพยักพเยิดไปทางถุงเซเว่นสองถุงใหญ่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันบรรจุอะไรไว้ส่วนถุงที่สามที่เขาจับจองนึกว่าฉันซื้อก้อนเมฆกับปุยนุ่นก่อนจะพาดถุงขนมไว้บนบ่าเอามืออีกข้างล้วงกระเป๋ากางเกงเดินผิวปากผ่านหน้าฉันไปสบายใจเฉิบ น้ำโหมันเดือดปุดๆ อยากจะวิ่งไปฉีกร่างเขาบัดเดี๋ยวนี้เลย! โฮ่ยยยย! เก่งชะมัดเลยกับฉันเนี่ยต่อให้ถืออีกสิบถุงก็ยังไม่เทียบเท่าไอ้สิ่งที่เขาให้ฉันถือเลยนะ! ไอ้…ไอ้พี่โจชั่ว!

“ไอ้มหาวายร้ายฝากไว้ก่อนเถอะ! ฉันจะขยำพี่อย่างนี้ นี้ นี้ เลย คอยดูสิ!” ความแค้นมันลงมือยกขึ้นมาขยำลมผสมความมโนว่าในมือของฉันคือไอ้มหาวายร้ายคนนั้น คนอย่างพี่น่ะต้องโดนซะบ้างฉันจะเอาให้พี่เป็นลูกเจี๊ยบในกำมือของฉันให้ได้เลยคอยดูสิ! ฮึ้ย! โมโหเว้ย

        ฉันคว้าถุงเซเว่นออกมาด้านนอกอย่างทุลักทุเลเหมือนแขนขวาโดนลูกตุ้มเหล็ก 10 ตัน ถ่วงเอาไว้ส่วนแขนซ้ายยังดีที่เบา ลาก ดึง ยก ผ่านประตูเซเว่นออกมาได้ก็เห็นร่างสูงนั่งกระดิกเท้าอยู่บนเบาะฮาเล่ย์ที่ฉันเล็งไว้ว่าอีกไม่กี่วันมันจะได้ย้ายถิ่นฐานจากอกของพ่อมัน ที่แฮนด์ฮาเลย์มีถุงขนมกับถุงพิซซ่าขนาดใหญ่แขวนไว้พร้อมกลิ่นหอมกรุ่น

“ช้า ใช้ไม่ได้” มาอีกแล้วคอกสุนัข!

“พี่ก็มาถือเองสิคะ” ให้ฉันแบกเบียร์สี่แพ็คเยี่ยงชายหนุ่มลากออกมาได้ก็ถือว่าควรได้โล่รางวัลแล้วนะแล้วดูมือของฉันสิเนี่ยแดงเถือกเป็นรอยถุงเลยเขามีความเห็นใจต่อมนุษย์โลกบ้างหรือเปล่า ให้ตายเถอะ! ไม่รู้ล่ะถ้าฉันโดนมากกว่านี้นะฉันจะแจ้งองค์กรที่ดูแลเรื่องสิทธิมนุษยชนว่าผู้ชายคนนี้ใช้แรงงานเด็ก

“หึ ขึ้นมานั่งนี่” เขาสั่งสั้นๆ ก่อนจะลุกเดินมาคว้าถุงเบียร์กับถุงผ้าอนามัยจากมือฉันไปถือ แสงแห่งธรรมมันพวยพุ่งเข้าตา โอ้วพระเจ้า พระเจ้าขา ผู้ชายคนนี้ทรงเห็นธรรมแล้วหรอคะ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะมีน้ำใจถึงแม้ว่ามันจะช้าไปก็ตามแต่ก็ดีกว่าไม่มีละว้า ด้วยความซาบซึ้งในน้ำใจครั้งนี้ฉันเลยยอมเดินไปคร่อมมอไซต์อย่างว่าง่าย

        พี่โจเดินตามเข้ามาแล้วเอาถุงเบียร์วางบนหน้าตักของฉันอีกที ส่วนอีกถุงเขาเอาไปแขวนไว้กับแฮนด์รถอีกข้างที่มีถุงเซเว่นอยู่ก่อนแล้วพร้อมกับขายาวๆ ภายใต้กางเกงยีนสีดำคร่อมตามมาประจำที่ เท้าขวากระแทกกระทั้นสตาร์ทเครื่องดังกระหึ่ม ใบหน้าหล่อหันมาสั่งเสียก่อนจะออกรถ

“กอดเอาไว้นะถ้าเบียร์ฉันตกเธอโดนหักคอแน่” ชิ! ฉันรู้อยู่แล้วล่ะ

 

“โดมิโน พิซซ่ามาพร้อมกับโปรโมชั่นสุดคุ้มต้อนรับเทศกาลปีใหม่ ชุดซูเปอร์คุ้มเมื่อซื้อพิซซ่าถาดใหญ่สองถาดขึ้นไปเพียงแค่ 199 บาทจากปกติ 479บาท ชุดปาร์ตี้หารสวรรค์ของคนเปิดตี้ เริ่มด้วยสวรรค์ชั้น 1 พิซซ่าถาดใหญ่ 1 ถาด ไก่แม็กซิกัน 4 ชิ้น ชิ้กเก้นไบท์ size s ฟรี โค้กสองกระป๋อง ในราคาเพียง 399 บาทก็อิ่มคุ้มแต่ถ้าหากยังไม่จุใจขอเสนอสวรรค์ชั้น 2 พิซซ่าถาดใหญ่สองถาด ขนมปังกระเทียม น่องไก่แม็กซิกัน ปีกไก่และน่องไก่รสเผ็ดและฮาวาเอี้ยนชีสซี่ พอคเก็ต และโค้กลิตร 1 ขวดใหญ่ ในราคาเพียง 699 บาท โทร 1612…”  

“พ่อขาหนูอยากกินพิซซ่า” ฉันไม่สามารถอดใจกับสิ่งยั่วยุในจอ LED ขนาดใหญ่ได้เลยหันมาบอกผู้เป็นพ่อที่นั่งพิงเก้าอี้หนังตัวใหญ่อยู่ตรงมุมห้อง มือหนึ่งยกก่ายหน้าผากอีกมือหนึ่งกำแก้วเนื้อดีก่อนจะกระดกดื่มของเหลวที่อยู่ในแก้วจนหมดตามด้วยร่างสูงใหญ่ของท่านฟุบลงกับโต๊ะ 

“พ่อคะ!” ด้วยความตกใจฉันจึงรีบวิ่งไปหาท่าน กลิ่นเหม็นฉุนจากตัวของพ่อปะทะกับจมูกของฉันทำให้ฉันรู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่พ่อดื่มคือเหล้าที่พ่อเคยบอกว่ามันเป็นของโปรดและทุกครั้งที่พ่อดื่มมันท่านจะกลายเป็นปีศาจร้ายถูกพวกมันควบคุมจิตใจแม้กระทั่งจิตวิญญาณไม่เหลือความเป็นคนทุบตีแม่ทุกครายามดื่ม 

        ภาพที่ฝังลึกเหมือนเป็นบาดแผลเหวอะเน่าหนองในหัวใจคว้าขวดแก้วทรงแบนก่อนจะอุ้มมันวิ่งเข้าไปในห้องน้ำเปิดฝาแล้วจัดการเทน้ำสีเหลืองกลิ่นฉุนลงชักโครกไปพร้อมกับภาพจำอันแสนโหดร้ายย่ำยีหัวใจที่ติดตา 

“นั่นแกทำบ้าอะไรน่ะ?!” เสียงเข้มของชายวัยกลางคนสาดใส่ฉันราวกับไฟร้อนพรวดเข้ามาในห้องน้ำ กวาดสายตามองไปรอบๆไม่นานสายตานั้นก็มาหยุดอยู่ที่ฉัน แววตาที่กราดเกรี้ยวของพ่อทำให้ฉันตื่นกลัวก้าวถอยหลังด้วยขาอันสั่นเทาแต่ก็ยังกล้าที่จะบอกในสิ่งที่ฉันคิดให้เขาได้รับรู้ 

“เพราะไอ้ขวดนี้ทำให้แม่ของหนูเจ็บปวดหนูไม่อยากเห็นแม่ร้องไห้อีกแล้วค่ะ” พอนึกถึงภาพนั้นแล้วเหมือนความกลัวของฉันมันจะลดน้อยถอยลงไป น้ำตาของแม่เหมือนมีดปักอกของฉันแต่ถึงอย่างนั้นแม่ก็จะยิ้มให้ฉันแล้วบอกฉันว่าแม่ไม่เป็นไร รอยฟกช้ำตามใบหน้าสวยๆ ของแม่เหมือนเข็มเล็กๆ ทิ่มแทงใจของฉันแต่ถึงอย่างนั้นแม่ก็ยังคงยิ้มให้ฉันแล้วบอกว่าแม่ไม่เจ็บ 

        เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! ใบหน้าของฉันสะบัดไปตามจนร่างเซถลาไปกองกับพื้นก่อนมือข้างหนึ่งจะยกขึ้นลูบหน้าร้าวระบมทั้งสองข้างด้วยความตกใจ มองคนที่ลงมือด้วยประกายตาเจ็บปวดอาบน้ำตา ทะ…ทำไมกัน ทำไมการที่ฉันปกป้องแม่ผู้เป็นที่รักผลลัพธ์ที่ตามมาถึงเลวร้ายเช่นนี้ 

“นี่แกบ้าไปแล้วหรอ?! แกรู้มั้ยว่าสิ่งที่แกทิ้งไปมันขวดล่ะเท่าไหร่ ฉันสอนแกไม่เคยจำเลยใช่มั้ยว่าอย่ามายุ่งกับของของฉันน่ะห้ะนังลูกไม่รักดี! ออกมานี่!” มือหยาบกระด้างกระชากแขนของฉันจนร่างของฉันถลาไปข้างหน้ามันทันที่จะได้ลุกโดนลากขาลากพื้นออกมาจากห้องน้ำ พ่อปล่อยฉันเอาไว้ที่พื้นแล้วเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบเข็มขัดหนังออกมาหนึ่งเส้น ฉันสั่นผวาเมื่อมองสบตาคมของท่านที่ก้มลงมามองพร้อมก้าวเข้ามาหาฉัน 

“ลูกอย่างแกมันต้องโดนสั่งสอน” จากเข็มขัดเส้นยาวตอนนี้มันถูกพันไว้กับมือใหญ่ของพ่อจนเหลือความยาวขนาดพอดี หยาดน้ำตาของฉันมันพรั่งพรูออกมาแทบจะเป็นสายเลือดไม่กล้าแม้แต่จะขยับหนีเพราะรู้ดีว่าไม่อาจทันพ่อ ต่อให้น้ำตาของฉันจะกลายเป็นสายเลือดก็ไม่อาจสัมผัสหัวใจที่เมตตาของพ่อได้ 

“ไม่นะพ่ออย่าตีหนูนะ…ฮึก…พ่อ…” หยาดน้ำตาของฉันไม่มีค่าสำหรับเขาแต่อย่างน้อยฉันก็อยากจะขอ ขอร้องแทบเท้าของ ได้โปรดอย่าตีฉันเลย… 

        ฉันก้มหน้าลงจับปลายเท้าของพ่อ น้ำตาไหลหลินลงสู้พื้นพร้อมกับหลับตาลงอย่างเจ็บปวดเมื่อรู้ว่าสิ่งที่ฉันทำมันไม่เป็นผลอะไรนอกจากต้องก้มหน้าตัวสั่นผวาน้อมรับโทษด้วยเข็มขัดหนังจากเขา 

“อย่าตีลูกนะคะ!” เสียงของแม่ตะโกนขึ้นมาพร้อมกับร่างบอบบางของท่านโผเข้ากอดฉันวันบดบังความเจ็บแสบให้ฉันจากเข็มขัดหนังเส้นนั้น ร่างของแม่สั่นสะท้าน เสียงของแม่สั่นเครือกระชับออกกอดแน่น อ้อมกอดที่เปรียบเสมือนโล่ โล่ที่รองรับกับความเจ็บปวดมากมาย โล่ที่ปกป้องฉันจากภัยอันตราย แม่คือโล่ที่สะบักสะบอมไม่เคยเอ่ยปากว่าเจ็บออกมาให้ฉันได้ยินสักคำ 

“อย่าตีลูกเลยนะคะฉันขอร้องเดี๋ยวฉันจะซื้อเหล้าให้คุณใหม่เองแต่อย่าตีลูกเลยนะคะ พรุ่งนี้คุณมีประชุมผู้ถือหุ้นแต่เช้าคุณรีบไปพักผ่อนเถอะค่ะฉันเตรียมน้ำอุ่นไว้ให้คุณแล้ว”  

“เพราะเธอเอาแต่ปกป้องลูกแบบนี้มันถึงไม่เห็นหัวฉัน เฮอะ!” เข็มขัดหนังลอยเฉียดหัวของฉันกับแม่ไปตรงมุมห้องตามแรงโทสะของพ่อ เขาปรายตาตำหนิโทษมองเราสองคน ถึงแม้ความผวากลัวในตัวของฉันจะสงบลงไปบ้างแต่ก็ยังรู้สึกถึงความสั่นของร่างกายขณะสบตาแข็งกระด้างไร้หัวใจ น่ากลัวเหลือเกิน…ดวงตาของพ่อไม่มีแม้แต่ความเห็นใจเขาจ้องหน้าฉันไม่นานก็ผละออกไปจากห้องเหลือเพียงเสียงสะอื้ออ่อนๆของฉันในอ้อมกอดของแม่ 

“เป็นอะไรมั้ยลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” ดวงตาสีอ่อนเจือน้ำตาระคนเจ็บปวดขณะไล่สายตาไปตามเนื้อตัวของฉัน เพราะสีหน้าของท่านที่ดูกังวลอย่างเห็นได้ชัดทำให้ฉันพยายามบิดหน้าหลบรอยตบของพ่อบนหน้า แต่เหมือนพระเจ้าจะช่างสร้างสั่งไม่เคยลิขิตชีวิตของฉันให้พบความสุขถึงทำให้มือขาวนวลของแม่จับคางฉันบิดมาเผชิญหน้าเธอ 

“หนูไม่เจ็บค่ะแต่ว่าแม่…ทำไมถึง…” คอของฉันเหมือนมีเข็มเล็กทิ่มแทงเป็นพันเล่มเมื่อเห็นรอยฟกช้ำบนใบหน้าขาวนวลของผู้เป็นแม่อย่างชัดๆเพราะที่ผ่านแม่ฉันจะได้แต่แอบมองอยู่ระหว่างช่องประตูเล็กๆ พอตื่นเช้าแม่คิดว่าแม่คงปกปิดรอยพวกนี้ด้วยเครื่องสำอางแต่วันนี้ฉันรู้สึกปวดหัวใจเหลือเกินที่ได้แต่มองรอยฟกช้ำเหล่านี้กับความรู้สึกเจ็บปวดจุกอกโดยที่ฉันไม่สามารถทำอะไรได้สักอย่าง 

“แม่ไม่เป็นไรลูก งั้นหนูหลับตาก่อนได้มั้ยคะแม่มีอะไรอยากให้หนูดู” เอ๋…ให้ฉันดูหรอ มันคืออะไรล่ะทำไมถึงต้องปิดตาด้วยนะ 

“อะไรหรอคะแม่…” ฉันถามออกไปแต่ก็ยอมหลับตาลงตามที่แม่บอก พอจะถามออกไปให้ชัดๆ อีกครั้งก็โดนเสียงนุ่มปรามเบาๆ อย่างไม่ถือสา 

“ชู่ว อย่าโวยวายไปค่ะแค่เดินตามแม่มาก็พอ” แล้วฉันเลือกอะไรได้ล่ะฉันขัดใจนางฟ้าของฉันไม่ลงหรอกได้แต่หลงอยู่ในความมืดสนิทมีแสงสว่างเดียวที่นำพาฉันคือมือนุ่มของแม่ที่กำลังจูงมือฉันไปที่ไหนสักที่กระทั่งกลิ่นหอมกรุ่นเหมือนขนมปังอบที่พึ่งออกจากเตาถ่านมาใหม่ๆ ลอยโชยมีตีจมูกเล็กรั้นของฉันเข้า 

        เพราะความหอมตรงหน้านั้นไม่อาจรั้งเปลือกตาฉันได้อีกต่อไปดวงตามันก็ลืมขึ้นเองในทันทีราวกับติดสปริงรีบมองหาต้นตอของความหอมทันทีทำหน้าที่ไปพร้อมกับสองเท้าที่ก้าวฉับๆ ไปยังโต๊ะทานข้าวตัวใหญ่พบกับกล่องบรรจุภัณฑ์ทรงสี่เหลี่ยมสีขาวคาดน้ำเงินขนาดใหญ่บนหน้ากล่องมีตัวอักษรภาษาอังกฤษเขียนว่า ‘Domino’ s Pizza’  

“เซอร์ไพรส์! ใช่ที่หนูอยากทานหรือเปล่าคะ” ฉันพยักหน้าเล็กๆ อยากจะยิ้มกว้างสุดใจแต่เหมือนมีอะไรสักอย่างมาปิดกั้นรอยยิ้มของตัวเองเอาไว้ ในขณะที่ฉันบอกความต้องการกับพ่อกลับเป็นแม่ที่เสกสิ่งที่ฉันต้องการมาให้ด้วยรอยยิ้มแสนอบอุ่น ฉันก้าวไปข้างหน้าตรงของแม่และไม่ไกลนัก ร่างบางของแม่คุกเข่าลงตรงหน้าฉัน 

“งั้นเรามาทานด้วยกันนะลูก” น้ำตาของฉันไหลรินอาบร่องแก้มรีบพยักหน้าออกไปให้ไวที่สุดพร้อมหยดน้ำตา หากถามว่าใครคือนางฟ้าในหัวใจฉันก็จะขอตอบว่าผู้หญิงที่อยู่เบื้องหน้าของฉันตอนนี้ มือขาวนวลหอมหวนความอ่อนโยนซับทุกหยดน้ำตาของฉันในขณะที่เธอเองก็พยายามที่จะซุกซ่อนมันเอาไว้ด้วยหยดน้ำตาทุกหยดที่เอ่อล้นของเธอ 

“ค่ะแม่…”  

 

“เฮ้ยๆ คราวนี้ร้องไห้เลยว่ะ เฮ้! ตะวัน ตะวัน เป็นอะไรน่ะ รู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า ตะวัน!” เสียงแหบพร่าและแรงเขย่าปลุกฉันให้ตื่นจากอดีตอีกครั้งผิดจากครั้งแรกเล็กน้อยที่ฉันไม่ได้ตกใจอะไรนอกจากมองหน้าของทุกคนด้วยแววตาว่างเปล่า ฉันร้องไห้หรอ…

        ฉันยกมือแตะดวงตาเบาๆรู้สึกถึงความเปียกชื้นในทันทีก่อนจะรีบกดซับน้ำตาให้แห้งเหือดโดยเร็วพลางสูดจมูกเล็กๆ บ้าจริง ทำไมฉันถึงเซนสิทีฟขนาดนี้นะ ปากบอกจะไม่นึกหวนอดีตแต่พอเจออะไรนิดอะไรหน่อยมากระทบใจก็ดันเผลอไผลไปกับอดีตอยู่เรื่อยไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ ฉัน

“ตะวันเป็นอะไรบอกพี่สิ ไอ้โจมันแกล้งอะไรอีกหรือเปล่าที่เราบอกพี่ไม่ได้” พี่เดม่อนยังคงไม่ปล่อยผ่านถามฉันซ้ำอีกครั้งด้วยสีหน้ากังวล ฉันก็ได้แต่เอ่ออ่าคลอออกมาเบาๆเพราะไม่รู้จะตอบว่ายังไงดีสายตาก็กระสับกระส่ายไม่หยุดดูก็รู้ว่ามีอะไรปิดบังแต่ฉันไม่มีทางปิดอาการตัวเองได้ดีกว่านี้แล้วนะ

“ไม่มีหรอกหน่า” คนถูกกล่าวหาปฏิเสธเสียงเอือม ฉันเหลือบมองเขาเล็กๆ ก็เห็นว่านั่งหน้านิ่งเก็บทรงอยู่เงียบๆ ก็อย่างที่เจ้าตัวปฏิเสธนั่นแหละ ไม่มีหรอกที่เขาแกล้งนอกรอบน่ะ พอพาสายตากลับมามองหน้าสีเข้มเจือกังวลของพี่เดม่อนฉันก็กลัวที่จะบอกออกไป จะให้บอกว่าตอนเด็กๆ โดนพ่อตบหน้าเพราะเทเหล้าสุดโปรดของเขาลงชักโครกตอนที่อยากกินพิซซ่าก็เลยร้องไห้มันก็ไม่ใช่เรื่อง อ่า…เอาไงดีล่ะ

“ใช่ค่ะ พี่โจพูดถูกแล้ว คือ…หนูแค่…เอ่อ…ดีใจเฉยๆน่ะค่ะที่จะได้กินพิซซ่าเป็นครั้งแรก” ฉันฉีกยิ้มกว้างโชว์ฟันครบ 32 ซี่ กลบเกลื่อนรอยบาดลึกจากอดีต ก็ไม่รู้หรอกนะว่าพวกเขาจะเชื่อหรือเปล่าแต่ฉันอยากจะปรารถนาให้พวกเขาเชื่อ น่าตลกดีเหมือนกัน ครั้งหนึ่งฉันเคยมีทุกอย่าง บ้าน รถ เงิน ทอง เพื่อนและความเจ็บปวดแต่ตอนนี้ฉันสูญเสียทุกอย่างรวมถึงความเจ็บปวดนั้นด้วยสิ่งที่มีในปัจจุบันคือความลำบากแม้แต่พิซซ่ากล่องเดียวก็ไม่มีปัญญาซื้อกินตั้งแต่นั้นมาฉันก็ไม่เคยถามหาความยุติธรรมในชีวิตอีกเลย

เพราะเบื้องบนตรงฟากฟ้าบางทีก็ไร้ซึ่งความปรานีกับลูกของท่าน…

        แต่ก็ช่างมันปะไร! พระเจ้าไม่ปรานีฉันคนนี้ก็จะงัดข้อกับพระองค์เอง อดีตที่แสนเจ็บปวดมันสอนให้ฉันท้าทายและสิ่งแรกที่เริ่มท้าทายคือมหาวายร้ายนามว่าโจชัว ส่วนอย่างที่สองนั่นคือ…เจ้ากล่องสี่เหลี่ยมนามว่าโดมิโน พิซซ่าตรงหน้าฉันเนี่ย! โว้ว! น่ากินชะมัดเลยฉันนั่งจ้องพิซซ่าชิ้นโต 12 ชิ้นในถาดสองถาด กลิ่นหอมของแป้งอบมันไปกระตุ้นน้ำย่อยในกระเพาะอาหารของฉันให้ร้องโครกคราก อ่า…ไม่ไหวๆ ให้นั่ง ดม ดู สูด แบบนี้ฉันทนไม่ไหวหรอก มันน่ากินจังเลย~

“พี่โจ…หนูกินมันเลยได้มั้ย…” น้ำลายกึกใหญ่ถูกส่งลงคอหลังจากสูดกลิ่นของแป้งอบกรอบหอมๆ มาร่วมสองนาที แล้วก็ไม่รู้ว่าพี่โจชัวนอกจากจะเป็นมหาวายร้ายแล้วยังมีอีกร่างเป็นเทวดาหรือเปล่าถึงได้สั่งพิซซ่าหน้าโปรดของฉันได้ถูกต้องเป๊ะเว่อร์ขนาดนี้ ซีฟู๊ด มาเนีย กับหมึกเนื้อเด้งๆ และเอ็กซ์ตรีมชีสยืดๆร้อนๆเต็มปาก อ๊า~ น่ากินชะมัดเลย สรุปแล้วฉันกินมันได้มั้ยนะไม่เห็นมีเสียงตอบรับกลับมาเลยแฮะฉันจึงเงยหน้ามองเขาเพื่อเอาคำตอบถึงกับต้องผงะ

        ดวงตาสีน้ำข้าวกำลังมองฉันด้วยสายตาสงสัย คิ้วสีเข้มขมวดนิดๆ ยกมือกอดอกพลางเอียงใบหน้าหล่อเหลาเล็กน้อย เขามองอะไรน่ะ? ฉันนึกแปลกใจต้องถามตัวเองอีกครั้งในใจ ปกติสายตาที่เขามองมามีแค่แบบเดียวเท่านั้นอย่างที่อยู่บนดาวอังคารแล้วมองลงมาก็รู้แต่เผอิ๊ญวินาทีนี้เขาดันเผยสายตาอย่างที่สองออกมาจนฉันนึกแปลกใจและเขาก็สร้างความแปลกใจให้ฉันไม่เลิกด้วยการปลดมือออกจากอกเอื้อมมาช้อนพวงแก้มทั้งสองข้างของฉันแทน

“ฮื่อ! อะไรของพี่อีกเนี่ย” ดวงตาของฉันเบิกโพลงมองเขาด้วยสายตาตะลึงลานผสมกับความแปลกใจสุด อะไรของเขาอีกอ่ะนี่เขาจะมามุกไหนอีกฉันรับมือไม่ทันแล้วนะ

“นี่มันพิซซ่านะยัยหมูตู้เธอก็ไม่เคยกินจริงๆหรอ พูดจริงดิ” เคยสิ เคยกิน มันอร่อยมากด้วยที่ได้กินกับแม่แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ฉันพึงประสงค์หรอกสำหรับการกินพิซซ่าทั้งน้ำตาแบบนั้นถ้าฉันรู้ว่าทุกอย่างมันจะเป็นแบบนั้นฉันคง…อ่า…ให้ตายสิ เอาอีกแล้วนะตะวัน ฉันไม่สามารถบอกอะไรกับเขาได้มากไปกว่าการพยักหน้าเล็กๆ

“ให้ตายเถอะ วิบากกรรมอะไรของเธอกันนะ” นั่นสินะ…นี่มันวิบากกรรมอะไรของฉันกัน ความหลังที่ไม่อยากจำหากเลือกได้ก็ไม่ขอเกิดมาบนกองเงินกองทองหากแต่ไร้ความสุขแต่อย่างใด ก็คงต้องมีแหละ…ต้องมีใครสักคนเล่นตลกกับชีวิตแน่ๆใครที่ไม่มีตัวตน ข้างบนนั้น…

“เอ้า! นี่ของเธอ อยากกินเท่าไหร่ก็กินเลยจะกินหมดนั่นเลยยังได้” ด้วยความที่ฉันเอาแต่เหม่อหวนคิดถึงอดีตซ้ำแล้วซ้ำเล่าเลยไม่ได้มองว่าตอนนี้เบื้องหน้าของตัวเองมีกล่องกระดาษหลากหลายทรงวางอยู่ทั้งพิซซ่าสองหน้า ไก่สามกล่องและพาสต้า ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของเจ้าของประโยคแน่นอน

“จะบ้าหรอคะ ไม่ๆ มันเยอะเกินไป คนอื่นๆ ก็ต้องกินด้วยกันสิ เอาคืนไปเลยๆ” ฉันรีบย้ายกองกล่องอาหารกลิ่นหอมกลับไปวางตรงกลางตามเดิม เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ บทจะดีก็ดีจนใจหายหรือเป็นเพราะความสงสารก็ไม่รู้แต่ที่รู้ๆ ฉันไม่สามารถเห็นแก่ตัวแบบนั้นได้เงินก็ไม่ได้จ่ายสักบาทและจะมากินทุกอย่างคนเดียวแบบนี้ได้ยังไงล่ะ

“ไม่ต้องห่วงใครห่วงตัวเองก็พอ เธอน่ะกินเข้าไปเยอะๆ จะได้โตไวๆ” เขาลดแขนทรงพลังจากระดับอกเอื้อมมาเคาะเบาๆสองทีบนกล่องกระดาษสีน้ำเงินขาวแล้วก็ชักกลับไปกอดอกเหมือนเดิมแถมยังใช้ดวงตาคมคู่สีน้ำข้าวจับจ้องหน้าฉันเหมือนเดิมด้วย ถ้าประโยคนี้ไม่ได้ออกมาจากปากของเขาฉันจะมองว่าผู้พูดกำลังแสดงความเป็นห่วงในฉบับผู้ชายปากร้ายแต่เผอิญดันออกมาจากผู้ชายร้ายๆ อย่างเขาน่ะสิความเป็นห่วงฉันขอปัดทิ้งไปให้ไกลสุดขอบฟ้าไปเลยเหนือสิ่งอื่นใดคือฉันทำตามที่เขาสั่งไม่ได้จริงๆ

“ก่อนจะโตได้พุงแตกก่อนแน่ๆ ถ้าพี่ให้หนูกินหมดนี่น่ะ ถ้างั้นหนูขอแบ่งให้ทุกคน…หือ?” ยังไม่ทันได้พูดจบเหมือนโชคชะตาเล่นตลกส่งมหาวายร้ายมาฉุดรั้งกล่องพิซซ่าที่ฉันเตรียมจะเคลื่อนย้ายไปด้านหน้าไว้ตามด้วยเสียงเข้มพูดออกมานิ่งๆ

“เอาแค่นี้พอ” ฉันมองตามมือของพี่โจช้าๆ พิซซ่าหนึ่งถาดกับไก่หนึ่งกล่องถูกมือหนาส่งไปวางกองอยู่ด้านข้างเบ็ดเสร็จรวมเป็นสองกล่องในขณะพวกเขามีสี่คนกับพิซซ่าและไก่อย่างละกล่องเนี่ยนะ จะบ้าหรอนั่น?! พวกเขาคือชายชาติทหารเชียวนะแต่ละคนดูก็รู้ว่ากินจุแล้วพิซซ่ากับไก่แค่นั้นจะไปพอกินอะไร ไม่รู้ล่ะฉันจะไม่ยอมเป็นเด็กขี้สงสารที่เห็นแก่กินเด็ดขาด

“ไม่ได้ๆ ทำแบบนี้ไม่ถูก พี่ไม่จำเป็นต้องมาสงสารหนูหรอกนะถึงตอนนี้จะยังไม่มีกินแต่รับรองว่าอนาคตมีแน่ พวกพี่น่ะมีตั้งสามคนจะกินถาดเดียวได้ยังไงล่ะคะโดยเฉพาะพี่ เดี๋ยวกินไม่อิ่มก็พาลมาหาเรื่องหนูอีกเพราะฉะนั้นหนูเอาแค่นี้พอ” ขณะร่ายยาวฉันก็หยิบกล่องกระดาษบรรจุอาหารทุกกล่องย้ายไปตั้งตรงหน้าชายชาติทหารสามคนก่อนจะเอื้อมแขนสั้นๆไปหยิบแป้งกรอบๆร้อนๆโปะหน้าด้วยชีสเยิ้มๆไหม้ๆนิดหน่อยมาโชว์ตรงหน้าพร้อมกับยิ้มแฉ่ง

“สองชิ้น…” เท่านี้ก็พอแล้วพิซซ่าสองชิ้นยอมเสียสละหมึกขาวๆ ชิ้นโตให้ไปเป็นการเพิ่มโปรตีนให้กับชายหนุ่มทั้งหลายส่วนฉันขอแค่นี้ก็พอแล้ว

“พูดมากหน่ากินๆ เข้าไปเถอะฉันไม่ได้ใจดีแบบนี้ทุกวันหรอกนะเฮ้ย มีแค่ตอนนี้ วันนี้และวินาทีนี้เท่านั้น กินซะ” คำบัญชาเอาแต่ใจวกกลับมาหาฉันอีกครั้งกลับมาพร้อมกลับกล่องพิซซ่า ไก่ พาสต้า เอวี่ติงที่ฉันอุตส่าห์เลื่อนไปวางตรงหน้าพวกเขา ฉันแช่สายตาบนหน้าหล่อร้ายที่กำลังตีหน้าขรึมมองกลับด้วยแววตานิ่งสุดท้ายเขาก็ชนะอีกจนได้เป็นฉันที่หลบสายตาออกมาก่อน โอเค ยอม…ฉันขอยอมแพ้

        ฉากดราม่าฉันขอสต๊อปเอาไว้แล้วกันถึงฉันจะซาบซึ้งและแปลกใจในความขี้สงสารของพี่โจชัวก็เถอะ ไม่คิดว่าคนที่ไม่สนไม่แคร์กวนประสาทไปวันๆ อย่างเขาจะมีมุมนี้ด้วยแต่เอาเถอะสำหรับฉันมันไม่ได้ทดแทนความชั่วร้ายของเขาได้เลยสักนิดเพราะฉะนั้นฉันควรจะซาบซึ้งให้พอประมาณ อ่า…สัก…สักหนึ่งในร้อยของนิสัยเขาก็พอ

แค่นั้นก็เหลือแหล่แล้ว!

        ฉันจับเอ็กซ์ตร้าชีสสองชิ้นประกบกันพลางเลียลิ้มฝีปากช้าๆขณะมองความเยิ้มของชีส แม่ขา พิซซ่าของโปรดหนูวันนี้หนูกำลังจะได้กินแล้วนะแม่จะไม่ต้องรู้สึกผิดแล้วนะคะที่ไม่มีเงินซื้อให้หนูกินเพราะหนูกำลัง จะกินมันเจ้าพิซซ่า

“อ้า~” ฉันอ้าปากให้กว้างที่สุดสำหรับยัดความอร่อยเต็มคำพร้อมยัดเจ้าพิซซ่าของโปรดเข้าปาก นาทีฟินนาเล่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ตีมาคู่กับกินหอมกรุ่นจวนจะถึงอยู่แล้วเชียวอีกนิดเดียวเท่านั้นก็มีมือหนาปริศนาดึงข้อมือฉันออกเป็นจังหวะเดียวกับที่ฉันกัดลงไปพอดีเลยทำให้ฟันกระทบกันดังกึกกรามสั่นสะท้านแทบร้าวไปทั้งปากตามมาด้วยเสียงหัวเราะกร๊ากที่โคตรสะใจของคนที่คุณก็รู้ว่าใคร

“ฮ่าๆ ฮ่าๆๆๆ เธอแม่งฮาว่ะโหม่งพื้นโชว์ไม่พอขบฟันโชว์อีก ฮ่าๆๆ ตลกฉิบหาย” ไอ้…ไอ้พี่โจชั่ว!!!!

“โทษทีๆ แค่จะบอกเธอว่าระวังร้อนนะ อย่าทำหน้าเหมือนหมูตู้หิวข้าวดิวะ ฮ่าๆๆๆ” โจชัวผู้นั้นหัวเราะตบเข่าฉาดอย่างสะใจอีกมือนึงก็ชี้หน้าฉันไปด้วย ตึง! เส้นสติของฉันขาดสะบั้น ไม่ทงไม่ทนมันแล้ว! ไม่เคยมีใครบอกเขาใช่มั้ยว่าอย่ามายุ่งกับผู้หญิงตอนหิว ก็ไม่เป็นไร! วันนี้ฉันจะบอกให้เองรับรองว่าเขาจะต้องจำไปจนตาย!

        แค่จะบอกว่าระวังร้อนงั้นหรอ โกหกทั้งเพ! แค่อยากแกล้งฉันมากกว่า หน็อย! แรงอาฆาตอันแรงกล้าของฉันไม่เคยเป็นสองรองใครลุกพรวดกระโจนเข้าหาร่างสูงที่หัวเราะอย่างเมามันก่อนจะบิดตัวเอาขาล็อกลำคอแกร่งของเขาไว้ไม่ให้หลุดออกไปพร้อมกับถกเสื้อหนังสีดำของเขาขึ้น

“เฮ้ยๆ จะทำอะไรๆ หมูตู้ปล่อย!” หึ ปล่อยให้โง่น่ะเส้! อุตส่าห์หลงผิดซาบซึ้งไปกับความขี้สงสารของเขา พลาด! ฉันมันพลาดเอง ฉันมันโง่เขลาที่ไปหาความดีจากหนึ่งในร้อยของเขามาซาบซึ้ง วันนี้ฉันตรัสรู้อย่างแจ่มแจ้งแล้วว่าคนอย่างเขาไม่มีข้อดีอะไรให้ซาบซึ้งเลยและขอบคุณมากที่เขาใส่แค่เสื้อหนังคลุมท่อนบนอันเปลือยเปล่ามามันทำให้ฉันปฏิบัติการจัดการเสือร้ายได้ง่ายขึ้น

“เผื่อพี่ยังไม่รู้ว่าหนูเรียนศิลปะป้องกันตัวมาและรับรองว่าพี่จะได้แหกปากร้องสมใจ” ฉันก้มหน้าพูดกับใบหน้าหล่อที่ติดแหง็กอยู่กับต้นขาของฉัน รอยยิ้มร้ายๆบัดนี้มันกลายเป็นของฉันมาพร้อมกับชัยชนะอันยิ่งใหญ่

“ว่าไงนะ?!” ทันทีที่ปลายคิ้วสูงเลิกขึ้นด้วยความแปลกใจฉันก็ตอบออกไปเป็นภาษากายให้อย่างรู้ใจด้วยการโน้มตัวลงมากัดหัวนมของเขาเต็มแรงและสุดแรงด้วยความเคียดแค้นที่มี

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!! ”

 

(JOSHAU’ S CAR)  

 

BMW I8 & HALEY DAVIDSON BREAKOUT 114 

 

-------------------------------------------------------------------- 

Talk With Me 

กลับมาแล้ว......!!!!!! เย้!

        กราบขอโทษนักอ่านที่น่ารักไว้ตรงนี้ด้วยนะคะที่หายไปซะนานเลย พอดีได้งานประจำน่ะค่ะแล้วยังปรับตัวไม่ได้ไม่รู้จะหาเวลาไหนไปแต่งนิยายดี โอ๊ยยยย!! ขอโทษจริงๆน้า แต่ตอนนี้เวลาลงตัวแล้วค่ะถึงช่วงนี้สำหนับสาวบัญชีอย่างเราจะยุ่งมากเป็นพิเศษแต่ก็อดคิดถึงทุกๆคนไม่ได้จริงๆเลยก็เลยค่อยๆหาเวลาสักชั่วโมงแต่งๆมาเรื่อยๆจนจบตอนได้และจะแต่งให้จบเรื่อง คิกคิก~

        เรื่องของเฮียโจจะเป็นเรื่องสุดท้ายในเช็ทเสือนะคะหวังว่าทุกคนจะชอบกันน้าเพราะเราก็หายจากการจับแป้นพิมพ์ไปนานเลยรู้สึกว่าตัวเองยังแต่งไม่ค่อยไหลยังไงก็ไม่รู้แต่ก็พยายามสุดความสามารถเพื่อความสนุก ยังไงก็ฝากติชมด้วยนะคะ

ปล.แก้คำผิดให้แล้วนะคะเดี๋ยวยังไงจะแก้ให้อีกรอบ

ปล.1 Ep.2 นี้มีทั้งหมอ 2 ตอน แบ่งเป็น พี่ดุนะหนูไหวหรอ? (1/2) กับ (2/2) อย่าลืมอ่านกันให้ครบนะคะ

 

กฏแห่งรอยยิ้ม :) 

หากชอบก็อย่าลืมเพิ่มเข้าชั้นหนังสือเอาไว้แจ้งเตือนตอนใหม่ๆ 

หากรักก็อย่าลืมกดเลิฟนิยายเรื่องนี้ 

ให้กำลังใจกันง่ายๆแค่คอมเมนต์ 

               

  

ขอให้นิยายเรื่องนี้ทำให้คุณยิ้มกว้าง 

b y 

ท า น ต ะ วั น 

ความคิดเห็น