ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่หนึ่งร้อยเจ็ดสิบสี่ ยังคง spoil ต่อเนื่อง

ชื่อตอน : ตอนที่หนึ่งร้อยเจ็ดสิบสี่ ยังคง spoil ต่อเนื่อง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 251

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 17 เม.ย. 2564 20:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่หนึ่งร้อยเจ็ดสิบสี่ ยังคง spoil ต่อเนื่อง
แบบอักษร

ตอนที่หนึ่งร้อยเจ็ดสิบสี่ ยังคง spoil ต่อเนื่อง

หวังลี่ที่ไม่ได้รู้ว่าพวกจอมนางแห่งวังหลวงพยายามวางแผนใส่กันอีกแล้ว กลับสะท้อนใจในโชคชะตาของอี้จิงอยู่พอสมควร แต่เขาไม่ได้สงสารอะไรมาก เพราะรู้ว่าต่อให้เขาฆ่าเธอ เธออาจจะฟื้นคืนชีพขึ้นมาจากหลุมศพด้วยดวงวิญญาณของซีอีโอจากต่างมิติก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเป็นไปไม่ได้ คนเราต้อง open mind มองโลกให้กว้างและเปิดใจเข้าไว้

“ไม่ต้องคิดมากหรอกอี้จิง พี่บอกแล้วว่าพี่จะปกป้องอี้จิงเอง” เพราะพี่กลัวว่าอาจจะมีซีอีโอที่ไหนมาสิงคุณเธออีกและอาจจะเป็นปัญหามากกว่าเดิม ตอนนี้มีซีอีโออยู่คนเดียวอย่างอี้ผิงก็แย่พอแล้ว

อี้จิงแอบยิ้มไปทางหานซวงกับจูกัดหลิงหลง

สร้างความแค้นใจให้กับแม่สองเสือสาวอย่างยิ่งเมื่อเห็นรอยยิ้มของอี้จิงนั้น

เป็นอันที่จะกล่าวว่า เรื่องที่ผู้ชายมองว่าเป็นยิ้มปรกติธรรมดา ผู้หญิงในแนวโรมานซ์สามารถแปลความได้ว่าคือการยิ้มเยาะ แต่พวกเธอก็คิดถูกเพราะอี้จิงยิ้มเยาะพวกเธอจริงๆ

“ถ้าเพื่อท่านพี่ อี้จิงยอมสละชีวิตได้ค่ะ”

 “โอ๋ ช่างเป็นคนดีจริงๆ” หวังลี่ลืมตีความความหมายของคำพูดอี้จิงเพราะเขามัวแต่หมกมุ่นเรื่องซีอีโอ ว่าอี้จิงพูดว่าแค่เพื่อเขา ไม่ได้พูดว่าเพื่อคนอื่นๆเสียหน่อย

นี่คือจุดอ่อนของวิถีเม่ยกั๋วอีกอย่างหนึ่งที่ตรงไปตรงมา จนคนบอกว่าซื่อบื้อในการเจรจาและจ้องจะเอาเปรียบ มองว่าโง่เขลานั่นเอง

สาเหตุที่เตียบ่อกี้สามารถรวมใจชาวยุทธได้ก็เพราะพวกเขาเชื่อใจเตียบ่อกี้ว่าเป็นคนซื่อสัตย์ไม่หักหลังพวกเขา แต่ไม่สามารถแก้ปัญหานางมารในเรื่องได้ จนท่านกิมย้งต้องส่งแม่นางชุดเหลืองมาแก้ปัญหาไม่อย่างนั้นเรื่องคงไม่จบ

บุคลิกอาจจะเหมือนข้อเสียแต่นั่นก็อาจจะเป็นข้อดีของผู้นำคนหนึ่ง ที่จะสามารถสร้างความเชื่อใจให้คนจำนวนมากทำงานร่วมกันได้ ปัญหาแบบเดียวกับคนของพรรคมาร ที่ดันเก่งกันทุกคนแต่ไม่สามารถหาจุดกึ่งกลางแกนกลางที่สร้างความเชื่อใจให้ลงมือทำงานร่วมกันได้

แต่อนิจจา หวังลี่ ไม่ได้รับรู้การมองกันตาเขียวเพราะเขากำลังคิดเรื่องเล็กน้อยอย่างคนกว่าครึ่งในคืนนี้จะถูกเผากลายเป็นตอตะโกตามเนื้อเรื่องต้นฉบับนั่นเอง

“ขอท่านผู้อาวุโสแนะนำด้วยเถอะ อย่างท่านอาจารย์หงซิ่วฉวนพยายามพิทักษ์คุณธรรมจนเสียชีวิตเพราะคนจากวังหลวง ศิษย์พยายามหลีกเลี่ยงความขัดแย้งเช่นนั้นไม่ให้เกิดขึ้น”

หยวนเทียนกังชะงักเล็กน้อยหลับตาและสะท้านอีกคราหนึ่ง พร้อมถอนหายใจมองไปทางหงซิ่วฉวนที่มองมาทางนี้แล้ว

หงซิ่วฉวนนักพรตคิ้วขาวประสานมือคารวะกล่าวว่า

“อึงกง(ท่านผู้มีคุณ)ไม่ต้องทุกข์ร้อน ทำนายจนเสียพลังการบำเพ็ญของท่านผู้เฒ่า หากข้าสามารถสละชีวิตเพื่อพิทักษ์ธรรมได้จริงๆแม้ตายก็ไม่เสียชาติเกิดแล้ว”

นั่นผมพยายามจะแถบิดเบือนคำพูดให้ดูดี เอ๋ แต่ อึงกง(ท่านผู้มีคุณ)?

หงซิ่วฉวนยิ้มเล็กน้อยหันมาทางผมและกล่าวว่า

“หวังลี่อาจารย์ดีใจนักที่เจ้าอยากช่วยอาจารย์ ชั่วชีวิตหนึ่งของอาจารย์ที่คิดว่าตัดสินใจถูกที่สุดคือการเลือกเจ้าเป็นศิษย์นี่ล่ะ ท่านผู้มีคุณหยวนเคยช่วยข้าและเจ้าอ้วนไว้เมื่อตอนที่พวกเรายังพึ่งออกท่องยุทธจักรและบอกข้าว่า ข้ามีชะตาเป็นเจ้าสำนัก แต่การคัดเลือกผู้สืบทอดต้องทำให้ดี เพราะจะส่งผลกระทบต่อความอยู่รอดหรือล่มสลายของสำนักได้ อาจารย์เสียชีวิตไม่นับเป็นอะไร แต่สำนักของเราไม่อาจเสียชื่อได้ ตราบใดที่เจ้ายังมีชีวิตอยู่ คนกระดูกผุเฒ่าอย่างข้าตายไปจะเป็นไรไป?”

“เฮ้อ เจ้าเลือกถูกหงซิ่วฉวน เลือกหวังลี่เจ้ายังพอมีทางรอดอยู่บ้างแต่...เฮ้อ”

หยวนเทียนกังหลับตานับนิ้วและส่ายหน้าไปมาหลายๆครั้ง

จนกระทั่งมีคนหนึ่งบอกว่า

“นะนี่ท่านอาจารย์หยวนทำนายไปกี่ครั้งแล้วนี่ ทำนายหนึ่งครั้งลดทอนอายุขัยท่านผู้เฒ่า แม้ข้าจะอยากรอดแต่ไม่อยากเห็นท่านทำเช่นนี้เลย”

เฮ้ย มีเงื่อนไขพรรค์นี้ด้วยเรอะ

อุ๊บแค่ก ราวกับป้องกันผมไม่เชื่อ หยวนเทียนกังกระอักโลหิตออกมาทันที

คนในห้องก็รู้สึกละอายใจ ที่ไม่กล้ากล่าวห้ามปราม

หน้าตาที่เคยสดชื่นกลายเป็นมีแววอิดโรยอยู่บ้างของที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นในระดับเซียนยุทธ

“ชะตาฟ้า ชะตาคน ข้าหยวนเทียนกังยังไม่อาจฝ่าฝืนหรือไร?”

ท่านหยวนเทียนกังพึมพำขณะจ้องมองไปที่นอกหน้าต่างเห็นดาวส่องไสว

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว