facebook-icon

ขอบคุณนักอ่านผู้น่ารักที่หลงเข้ามา กรุณากดถูกใจ แสดงความเห็นให้นักเขียนคนนี้นำไปปรับปรุงด้วยนะคะ :)

8 : ร้ายมา...ร้ายตอบ (100%)

ชื่อตอน : 8 : ร้ายมา...ร้ายตอบ (100%)

คำค้น : #หลีกลี้หลบหนีรัก #รักพี่ #พี่ไม่รัก #มนารมณ์

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 61

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 16 เม.ย. 2564 22:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
8 : ร้ายมา...ร้ายตอบ (100%)
แบบอักษร

8 

               หลายวันต่อมา  

               ยุกุลอ้อนวอนลลิลเกือบสองวันกว่าเธอจะใจอ่อนตอบตกลงมาโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์เช็คบาดแผลที่ศีรษะและข้อเท้าด้วยกัน แม้ครอบครัวจะทัดทานว่าคงไม่ดีหากมีคนเห็นทั้งคู่ไปไหนมาไหนสองต่อสอง โดยเฉพาะยุวดีที่ค้านหัวชนฝา ยุกุลจึงมัดมือชกด้วยการขอร้องให้จี๊ดจ๊าดมาด้วย ยุวดีจึงไม่รู้จะสรรหาข้ออ้างใดมาท้วง จำต้องยอมแบบไม่เต็มใจ  

               ลลิลแยกกับยุกุลและผู้จัดการส่วนตัวของเขาหน้าประตูรับผู้ป่วยนอกแล้วไปรอซื้อกาแฟให้จี๊ดจ๊าดในร้านที่คนแน่นขนัดกว่าจะถึงคิวก็ร่วมๆ ยี่สิบนาที จากนั้นถึงตามเข้ามาภายในอาคาร ขณะกำลังจะก้าวขาขึ้นบันไดเลื่อน สายตาพลันเหลือบไปเห็นสองคนคุ้นเคยลงบันไดเลื่อนอีกด้านพอดี ต่างฝ่ายต่างดีใจที่ได้พบกัน ลลิลรีบเปลี่ยนทิศทาง เดินไปรอรับ ‘อรัญญา’ และ ‘แอนนา’ มารดาและน้องสาวของอลัน  

               “ลลิล! ดีใจจังที่ได้เจอ” สองแม่ลูกโผเข้ากอดลลิลพร้อมๆ กัน  

               “หนูไม่สบายเหรอมาโรงพยาบาลทำไม” หลังกอดแฟนลูกชายจนหายคิดถึง อรัญญาสอบถามสาวสวยด้วยความห่วงใย  

               “เปล่าค่ะแม่ ลลิลมาส่งน้องตรวจตามนัดค่ะ” ลลิลตอบพลางเดินจับจูงหญิงวัยห้าสิบห้าแต่ผิวพรรณ ใบหน้าอ่อนเยาว์ไปยังชุดโซฟาที่ทางโรงพยาบาลจัดไว้บริการ  

               “น้องคนไหน ลูกสาวของพ่อบุญธรรมหรือน้องชายที่เป็นข่าวใหญ่โตเมื่ออาทิตย์ก่อนโน้น”  

               อยากรู้อะไรแค่ถามตรงๆ แอนนาคิดและทำอย่างนั้นมาตลอด ตอนนี้ก็เหมือนกัน ต่อมเผือกกำลังทำงาน  

               “ยุกุลนั่นแหละ” ลลิลตอบตรงไม่หมกเม็ด  

               “ตาเฉิงจูเนียร์คงไม่ได้ทำให้หนูโกรธจนหนีไปคบดาราคนนั้นใช่ไหมลูก”  

               อรัญญาทำหน้าถมึงทึง พูดถึง ‘ตาเฉิงจูเนียร์’ หรืออลันลูกชายคนโตแล้วหงุดหงิด  

               “ลลิลไม่ได้คบเขาค่ะ เรารู้จักกันตั้งแต่เด็ก วันที่เกิดเรื่องลลิลพลัดตกบันไดแต่เขาเข้าไปรับตัวไว้เลยซวยเจ็บตัวแทนลลิล” อรัญญานิ่งฟัง พยักหน้าเข้าใจในตอนท้าย เช่นเดียวกับแอนนาที่ไม่ทู่ซี้ถามต่อ “ลลิลยังไม่ได้ถามเลยว่าแม่กับแอนมาโรงพยาบาลทำไมคะ”  

               “ก็แม่น่ะสิ โหมวาดภาพในสตูดิโอเป็นอาทิตย์ กินข้าวเหมือนแมวดม โรคกระเพาะกำเริบปวดท้องตั้งแต่เมื่อคืนกว่าแอนจะกล่อมให้มาหาหมอได้ ไมเกรนจะขึ้นอีกคน”  

               แอนนาบ่นชุดใหญ่ให้ (ว่าที่) พี่สะใภ้ที่อายุเท่ากันรับรู้ ด้านอรัญญาเบือนหน้าหนีคล้ายรำคาญไม่อยากฟังเสียงแว้ดๆ ของลูกสาว  

               “อลันเป็นห่วงเรื่องสุขภาพแม่มาตลอด ทำไมถึงดื้ออีกล่ะคะ”  

               หญิงสาวเลื่อนมือไปกุมมือจิตรกรหญิงที่คลั่งไคล้ในการวาดภาพ ไม่ต่างกับอลันที่ชีวิตคิดถึงแต่การถ่ายภาพ นี่สินะที่เขาเรียกว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น จิตวิญญาณศิลปินเต็มเปี่ยม  

               “เด็กนั่นก็พูดไปงั้นแหละ เคยมาดูดำดูดีแม่มันซะที่ไหน”  

               ไร้ความน้อยใจในน้ำเสียงและสีหน้า อรัญญาเลี้ยงลูกแบบปล่อย ใครอยากใช้ชีวิตยังไงก็ตามสบาย พ่อแม่และลูกสองคนอยู่กันแบบเพื่อน  

               “เขาห่วงแม่จริงๆ นะคะ” แม้นานๆ กลับไทยทีแต่อลันนับเป็นผู้ชายที่รักครอบครัวมาก  

               “แม่ชักปวดหัวแล้วสิ ไม่มีใครเข้าข้างสักคน” อรัญญายกมือกุบขมับ ทำเอาลลิลหัวเราะร่วนกับอารมณ์ขันของศิลปินหญิง “แล้วนี่ซื้อกาแฟให้ใครล่ะ ละลายหมดแล้ว” ก่อนชี้นิ้วไปที่แก้วกาแฟ  

               “ตายแล้ว!” ลลิลโพล่งอย่างตกใจ หากอรัญญาไม่เอ่ยทัก เธอคงไม่เอะใจนึกถึงอเมริกาโนเย็นของจี๊ดจ๊าดที่วางอยู่บนโต๊ะในเวลานี้ “แม่กับแอนจะกลับรึยังคะ ถ้าไม่รีบรอลลิลตรงนี้สักครู่ได้ไหมคะ ลลิลจะรีบเอากาแฟไปให้ผู้จัดการยุกุลแล้วลงมาคุยด้วยหรือไม่ก็ไปหาอะไรอร่อยๆ กินกัน” ระยะเวลาหลายปีที่ได้ทำความรู้จักครอบครัวนี้ทำให้หญิงสาวรู้สึกผูกพัน  

               “แอนมีธุระต้องบินไปเชียงใหม่น่ะ ต้องพาคุณป้าจอมดื้อคนนี้ไปส่งที่บ้านก่อน ไว้เรานัดเจอกันวันหลังนะลลิล” แอนนาทำหน้าเสียดายที่พลาดโอกาสดีๆ เธออยากเม้าท์เรื่องพี่ชายกับลลิล  

               “หายเร็วๆ นะคะแม่ อย่าอดอาหารอีกนะคะ” ลลิลสวมกอดมารดาของแฟนหนุ่มต่อด้วยการล่ำลา “สวัสดีค่ะแม่” 

               “สวัสดีจ้ะ”  

               “บายลลิล” แอนนาโบกไม้โบกมือให้ ก่อนคล้องแขนมารดาเดินจากไป  

               หญิงสาวรอจนกระทั่งสองแม่ลูกที่เหมือนเป็นพี่น้องกันเสียมากกว่าเดินลับสายตาถึงหยิบแก้วขึ้นมาตั้งใจจะไปหายุกุลกับจี๊ดจ๊าด  

               ทว่าเขาอยู่ข้างหลังเธอก่อนแล้ว  

               “ยอร์ช พี่จี๊ดมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”  

               “ก็มาตั้งแต่...”  

               “เพิ่งมาน่ะ”  

               ดาราหนุ่มที่นั่งบนวีลแชร์พูดแทรกกันไม่ให้ผู้จัดการส่วนตัวหลุดปากว่าเขาแอบมองลลิลอยู่นานพอสมควร ยุกุลเห็นว่าลลิลหายไปนาน จึงรบเร้าให้จี๊ดจ๊าดพามาตามหา พอประตูลิฟต์เปิดก็เห็นลลิลนั่งสนทนากับผู้หญิงสองคนอย่างออกรส ใบหน้ายิ้มแย้มอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เขาคงไม่รู้ว่าสุภาพสตรีคู่นั้นเป็นใครถ้าจี๊ดจ๊าดไม่บอกว่าผู้หญิงที่อ่อนวัยกว่าคือแอนนา จิวเวลรีดีไซเนอร์ที่กำลังโด่งดัง น้องสาวแท้ๆ ของอลัน ส่วนอีกคนน่าจะเป็นมารดาช่างภาพหนุ่ม ศัตรูหัวใจหมายเลขหนึ่งของเขา  

               “ตรวจเสร็จแล้วเหรอ”  

               “ยังหรอก พี่จี๊ดจ๊าดน่ะสิอยากดื่มกาแฟ สั่งยอร์ชโทรหาลลิลแต่ลลิลไม่รับสาย”  

               จี๊ดจ๊าดหน้าเหวอเพราะไม่เคยทำอย่างที่ยุกุลกล่าวหาหน้าตาใสซื่อ  

               “ขอโทษนะคะพี่ นี่กาแฟค่ะ” ลลิลส่งกาแฟให้คนกระหาย “เดี๋ยวลลิลเข็นเก้าอี้เองนะคะ” อาสาทำหน้าที่แทน ไถ่โทษความผิดที่ล่าช้า  

  

               เวลา 13.30 น.  

               ลลิลรับรู้ได้ถึงความผิดปกติของยุกุล หมอแจ้งว่าแผลแห้งแล้ว อนุญาตให้สระผมได้ ทว่ายุกุลกลับไม่มีท่าทียินดีอย่างที่ควรจะเป็น เขานอนหลับตาซึ่งไม่รู้ว่าหลับจริงไหมตลอดทาง จี๊ดจ๊าดที่อยากพาเขาไปเสริมแต่งความหล่อที่ร้านประจำเลยไม่มีโอกาสได้ปริปากถาม  

               หลังคนขับรถส่งผู้จัดการส่วนตัวดาราที่บ้านเรียบร้อยก็มุ่งตรงกลับบ้าน หญิงสาวปลุกเขาตื่นเมื่อถึงทางเข้าหมู่บ้าน ทว่ายุกุลบอกให้คนขับพาไปบ้านภูวเศรษฐ์ ลลิลคิดว่าเขาต้องการส่งเธอก่อน แต่ปรากฏว่าเขาขอลงด้วยโดยมีลีลารอต้อนรับราวกับนัดหมายกันล่วงหน้า  

               “หมอว่ายังไงบ้างลูก”  

               “แผลแห้งแล้วครับ หมอให้ยอร์ชสระผมเลยคิดถึงแม่ลี”  

               “ยังไงจ๊ะ”  

               “ยอร์ชจำได้ว่าแม่ลีมีเตียงสระผม สระผมให้ยอร์ชหน่อยได้ไหมครับ” ดาราหนุ่มออดอ้อนแม่ของหญิงสาวขณะเดินเข้าบ้าน  

               “จะดีเหรอยอร์ช แม่ลีไม่ใช่ช่างทำผมในร้านดังๆ นะ เกิดผมยอร์ชเสียขึ้นมาจะทำยังไง” ลีลากังวลจริงจัง เพราะทุกส่วนในตัวยุกุลล้วนมีมูลค่า ยิ่งเขาเป็นพรีเซนเตอร์ให้แชมพูสำหรับผู้ชายยี่ห้อดังอยู่ด้วย  

               “ปกติยอร์ชก็สระเอง ไม่เห็นเป็นไรเลย”  

               “ให้ลลิลสระให้ดีกว่าไหม” ลีลาโบ้ยภาระให้ลูกสาวที่เดินตามมาด้านหลัง  

               “ไม่ครับ ยอร์ชอยากให้แม่ลีสระ” ยุกุลยืนกรานจนสองแม่ลูกรู้สึกฉงนใจ 

               ชายหนุ่มรู้ว่าบ้านนี้มีเตียงสระผมเพราะเคยเห็นลีลาสระผมให้อรนาฏตามคำสั่งยายเด็กนั่นอยู่บ่อยๆ วันนี้เขามีเรื่องอยากคุยกับลีลาเป็นการส่วนตัวถึงมาที่นี่  

               “ลลิลดูแลยอร์ชดีไหม”  

               “ดีครับ” ยุกุลหลับตาตอบบนเตียงขณะลีลาชะโลมแชมพูลงบนศีรษะที่เปียกชุ่ม  

               “ยอร์ชอยากได้อะไรก็ขอลลิลได้เลยนะ ถึงลลิลจะดูแข็งกระด้างไม่ยอมใครแต่ยอร์ชก็น่าจะรู้ดีกว่าใครว่าจริงๆ ลลิลใจดีมากแค่ไหน”  

               ใช่...ลลิลมีจิตใจอ่อนโยนชอบช่วยเหลือคนอื่น แต่เรื่องความรัก...ลลิลไม่เคยเห็นใจเขาเลย  

               “แม่ลีชอบยอร์ชไหมครับ”  

               “เป็นอะไรเรา...ทำไมอยู่ๆ ถึงถามแบบนี้ ยอร์ชก็รู้ว่าแม่รักยอร์ชเหมือนลูกหลานแท้ๆ” ลีลาหัวเราะน้อยๆ นึกแปลกใจตั้งแต่ยุกุลส่งข้อความมาบอกว่าจะมาหาที่บ้าน แล้วนี่ยังถามคำถามประหลาดๆ อีก  

               “ระหว่างยอร์ชกับแฟนลลิล แม่ลีชอบใครมากกว่ากันครับ” ยุกุลเอ่ยถามเหมือนเด็กขาดความมั่นใจ ภาพความสนิทสนมระหว่างลลิลกับครอบครัวอลันทำให้เขาเจ็บปวดลึกๆ เขาอยากให้ยุวดีเมตตาลลิลแบบที่อรัญญาทำ เพราะอาจเป็นหนทางเดียวที่เขาจะสมหวังเรื่องความรัก  

               “แม่สนิทกับยอร์ช แม่ก็ต้องรักยอร์ชสิ” ยุกุลใจชื้นได้ไม่เท่าไหร่ ประโยคถัดมาก็ทำเขาเซไปไม่เป็นเหมือนกัน “แต่ถ้าลลิลแต่งงานกับอลัน ตอนนั้นเราคงสนิทกันมากขึ้น แม่ลีก็ต้องให้ความรักความสำคัญกับลูกเขยเหมือนลูกสาวของแม่อยู่แล้ว ลลิลรักใคร แม่ลีก็รักด้วยจ้ะ”  

               “ถ้าลลิลแต่งงาน ยอร์ชคงกลายเป็นหมาหัวเน่า ยอร์ชไม่อยากแบ่งความรักกับใคร”  

               “โถ...แม่ลีรักยอร์ชเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงแน่นอน” ลีลาปลอบพลางนวดศีรษะหนุ่มรุ่นลูกอย่างเบามือ  

               “ถ้าจะสารภาพตรงๆ ยอร์ชไม่อยากเห็นลลิลแต่งงานกับคนอื่นด้วย” ลีลาชะงักหลังได้ฟังความในใจที่ดาราหนุ่มเปิดเผย ใช่ว่าลีลาจะไม่รู้มาก่อน ทว่าเวลานี้สงสัยว่ายุกุลต้องการอะไร “แม่ลีบอกทีสิครับ ทำยังไงยอร์ชถึงจะเป็นคนที่ลลิลเลือก” แม้ลลิลจะแสดงท่าทีกระด้างกระเดื่องต่อลีลา แต่ยุกุลเชื่อว่าไม่มีใครรู้ใจลลิลไปกว่ามารดาของเธออีกแล้ว  

               “เรื่องหัวใจมันบังคับกันไม่ได้หรอกนะยอร์ช” ประโยคนี้ทำเอายุกุลเจ็บแปลบหัวใจ “แต่อย่างที่เขาว่าถ้าคนเรามีวาสนาต่อกัน ต่อให้ต้องพลัดพราก ระหว่างทางมีคนอื่นมาแทรก แต่สุดท้ายก็จะได้คู่กันอยู่ดี” สารที่ตามท้ายมีนัยยะแอบแฝงชวนให้ยุกุลขบคิดว่าตัวเขาเองยังมีความหวัง  

               ลีลาพายุกุลออกจากห้องเสริมสวยของอรนาฏเงียบๆ หลังสระผมเสร็จเรียบร้อย พอใกล้ถึงห้องนั่งเล่นก็ได้ยินเสียงลลิลที่ฟังดูฉุนเฉียวผิดปกติ ทั้งคู่ถือวิสาสะหยุดอยู่หน้าห้องและนิ่งฟัง  

               “ลลิลปวดหัว อย่าชวนทะเลาะได้ไหม...ถ้ายูยังไม่หยุดก็ไม่ต้องคุยกันอีก ไม่ต้องเจอกันอีก เลิกกันไปเลยจะได้จบๆ”  

               เลิกกัน?  

           ยุกุลหูผึ่ง ตาโตเมื่อได้ยินคำนั้นหลุดจากปากลลิล ปลายสายที่เธอเรียกว่า ‘ยู’ คงเป็นอลัน พวกเขาทะเลาะกัน แม้ไม่รู้ว่าเรื่องอะไรแต่น่าจะหนักหนาจนถึงขั้นอาจจะเลิกรากัน  

               ลีลาและยุกุลรอจนกระทั่งลลิลวางสาย สงบสติอารมณ์ครู่หนึ่ง ทั้งสองถึงเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นด้วยอาการปกติประหนึ่งไม่รับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นแม้แต่น้อย  

               “ลลิลทำอะไรอยู่” ยุกุลฉีกยิ้มกว้างเอ่ยถาม ค่อยๆ ทิ้งตัวนั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้ามพร้อมกันนั้นก็ลอบสังเกตปฏิกิริยาหญิงสาวด้วย  

               “คิดเรื่องงานเรื่อยเปื่อยน่ะ” ลลิลปรับสีหน้า ถามคำถามกลับพยายามกลบเกลื่อนความโกรธ “สระผมเสร็จแล้วเหรอ”   

               “เรียบร้อยแล้ว รู้สึกเบาสบายขึ้นเยอะเลย” ชายหนุ่มอวดพลางสางผมตัวเอง  

               “จะกลับบ้านรึยัง เดี๋ยวฉันไปส่ง”  

               “กลับอะไรกันล่ะลลิล ยอร์ชบอกแม่ว่ายังไม่ได้ทานข้าวเที่ยงเลยนะ” ลีลาว่า ดุลูกสาวอยู่ในที “ไปอุ่นกับข้าวในครัวให้แม่หน่อยสิ”  

               “ค่ะ” ลลิลตอบรับไม่อิดออด เธอไม่อยากอยู่กับที่ให้ฟุ้งซ่าน ไม่อยากแสดงละครต่อหน้าใครว่าตัวเองไม่เป็นอะไรด้วย  

               “แม่ลีได้ยินแบบที่ยอร์ชได้ยินไหมครับ” ยุกุลกระซิบลีลาเสียงเบาเพราะกลัวคนที่เพิ่งตรงไปที่ครัวได้ยิน อีกฝ่ายพนักหน้าตอบ “แม่ลีรู้ไหมครัวว่าเขาทะเลาะกันเรื่องอะไร”  

               “แม่ก็ไม่รู้นะ” ลีลาส่ายหน้า เผยข้อสงสัยในใจให้หนุ่มรุ่นลูกรับรู้ “แม่แอบสงสัยตั้งแต่ลลิลกลับมาแบบไม่บอกไม่กล่าวใคร แถมยังดูมีพิรุธตอนถูกถามเรื่องอลัน ที่ผ่านมาสองคนนี้ไม่เคยมีปัญหากัน แต่ครั้งนี้อาจจะเป็นเรื่องใหญ่”  

               ดาราหนุ่มสะกดความดีใจไว้ ไม่อยากเสียมารยาทต่อหน้าลีลาที่ดูเป็นกังวลในความสัมพันธ์ระหว่างลูกสาวกับช่างภาพชื่อดัง  

               โอกาสเดินเข้ามาประชิดตัวเขาแล้ว!  

  

           เวลา 16.00 น.  

               หลังทานอาหารกลางวัน ยุกุลไม่ยอมกลับบ้าน เขาอ้างว่าเบื่อบรรยากาศเดิมๆ เต็มที ได้มานั่งเล่นที่บ้านอาชาแล้วรู้สึกดี หวนคิดถึงอดีตที่เคยมาขลุกอยู่ที่นี่บ่อยๆ จึงขอตามลลิลไปที่ศาลาในสวน สัญญาว่าจะไม่รบกวนเวลาทำงานของเธอ แต่หารู้ไม่ว่าการที่เขานอนจ้องเธอทำให้หญิงสาวยิ่งเสียสมาธิ ลลิลจึงเปลี่ยนมาเปิดเพลงฟังพร้อมกับหาข้อมูลแต่งนิยายในอินเตอร์เน็ตแทน เหลือเชื่อว่าไม่ถึงครึ่งชั่วโมงยุกุลจะเคลิ้มหลับเพราะเพลงแนว ballad ของเธอ ลลิลปล่อยให้ยุกุลพักผ่อนบนโซฟาหวายเกือบสองชั่วโมง ตั้งใจว่าจะทยอยขนอุปกรณ์ทำงานไปเก็บในบ้านให้เรียบร้อยแล้วค่อยกลับมาปลุกชายหนุ่มตื่น   

               “เขาเรียกว่าอะไรนะ ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่ใช่ไหม แม่เป็นยังไง ลูกสาวก็เป็นแบบนั้น”  

               ลลิลชะงักกึก หยุดฟังบทสนทนาที่แว่วมาจากห้องนั่งเล่น นั่นเสียงยุวดีกำลังวิวาทกับมารดาเธออยู่แน่ๆ  

               “มันชักจะมากเกินไปแล้วนะคุณ คุณจะเกลียดฉัน ฉันไม่ว่าแต่ขอล่ะอย่าดูถูกลูกสาวฉัน ลลิลไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่คุณคิด”  

               “ฮึ...ไม่ใช่แบบที่ฉันคิด แสดงว่าร้ายกาจกว่าแม่อีกสินะ เพราะจากที่ฉันเห็นก็เกาะติดตายอร์ชแน่น คงหวังให้ลูกชายฉันหลงหัวปักหัวปำแล้วกะจะรวบหัวรวบหางเป็นสะใภ้บ้านเศรษฐี”  

               คนแอบฟังใจเต้นระรัวด้วยความโกรธ มือข้างที่ว่างกำหมัดแน่น เธอเนี่ยนะที่เกาะแกะยุกุล ลูกชายยุวดีต่างหากที่ทำแบบนั้นตลอดสิบปี  

               “ลลิลไม่จำเป็นต้องใช้วิธีสกปรกๆ จับใคร ลูกสาวฉันเพียบพร้อมทุกอย่าง เก่งรอบด้าน ไม่อย่างนั้นตายอร์ชคงไม่หลงรักหรอก”  

               “เก่งเรื่องใช้มารยาร้อยเล่มเกวียนเหมือนแม่ด้วยไงถึงหลอกลูกชายฉันได้ ฉันขอเตือนเธอไว้เลยนะว่าเธอไม่มีทางสมหวังในสิ่งที่ฝันเอาไว้ ฉันจะขัดขวางทุกทางไม่ให้ลูกสาวเธอเข้าใกล้ตายอร์ชได้อีก ถ้าเขาหาย ทุกอย่างต้องจบ!” 

               ร่างบางสั่นเทิ้มโมโหถึงขีดสุดเมื่อถูกยุวดีใช้คำพูดเหยียดหยาม ลลิลคิดว่าตัวเองเข้าใจถ่องแท้ถึงเหตุผลที่มารดายุกุลชิงชังไม่ถูกชะตาเธอและแม่ก็วันนี้ ยุวดีคงไม่ต่างจากอรนาฏที่มองว่าลีลาแต่งงานกับอาชาคงเพราะหวังถีบตัวเองในพ้นจากความจน อยากร่ำรวยอยู่อย่างสุขสบาย ลลิลคนนี้จะทำให้เห็นว่าพวกเขาคิดผิด  

               หญิงสาวหมุนตัวกลับทางเดิม ในหัวตอนนี้เต็มไปด้วยความคิดอยากจะ ‘ฉีกสัญญา’ ที่ทำไว้กับยุกุล เธอจะไม่ดูแลเขาให้ยุวดีตราหน้าเป็นหญิงไร้ศักดิ์ศรีอีก เธอจะไล่สองแม่ลูกกลับแบบไม่ไว้หน้า คอยดู!  

               “ตื่น! ยอร์ชตื่น!” ลลิลวางของในมือลงบนโต๊ะก่อนหันมาปลุกคนขี้เซาตื่น แต่เขากลับนิ่งคล้ายท่องอยู่ในนิทราแสนหวาน “ยอร์ช ฉันบอกให้ตื่น ไม่ได้ยินหรือไง” คราวนี้นั่งลงบนโซฟาหวาย ก้มตัวลงไปตะคอกใกล้ๆ จึงพลาดท่าถูกคนแกล้งหลับดึงร่างเข้าหา เพราะไม่ทันตั้งตัวปลายจมูกเลยเบียดชนจมูกยุกุลจังๆ  

               “ทำไมต้องเสียงดังด้วย”  

               ยุกุลแสร้งสะลึมสะลือ ปรือตาขึ้นช้าๆ หากแต่ไม่ยอมปล่อยเธอออกจากพันธนาการ โดยไม่คาดคิดว่าการกระทำของเขาจะสร้างความเดือดร้อนให้ลลิล เนื่องจากอีกไม่กี่วินาทีต่อมายุวดีก็ตามมาอาละวาด 

               “ฉันคิดผิดที่ไหนล่ะ ปล่อยลูกฉันนะ!”  

               มารดาดาราหนุ่มถลาเข้ากระชากตัวลลิล ออกแรงสุดกำลังผลักเธอไปด้านหลัง คนดวงซวยที่ไม่ได้ทำอะไรผิดตั้งหลักไม่อยู่เซไปชนกับลวดเกี่ยวกระถางหนวดฤาษีที่อาชาแขวนติดเสาศาลาไว้  

               “ลลิล!”  

               ทั้งลีลาและยุกุลเรียกชื่อเธอพร้อมกันเสียงดังด้วยความตกใจ ฟากผู้ถูกกระทำร้องโอยเบาๆ พลางยกมือขวาจับต้นแขนซ้ายอัตโนมัติตามปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกาย เลือดสีแดงสดค่อยๆ ซึมออกจากผิวหนัง  

               “แม่ทำอะไรของแม่น่ะ!” ยุกุลดันตัวขึ้นจากที่นอน คว้าไม้ค้ำยันได้ก็ตรงดิ่งเข้าไปหาหญิงสาวที่ลีลากำลังดูบาดแผลให้ “ลลิลเป็นยังไงบ้าง เจ็บไหม” ชายหนุ่มกระวนกระวายทันทีที่เห็นแผลค่อนข้างยาวนอกร่มผ้า  

               “กลับไปเดี๋ยวนี้!” ลีลาตวาดลั่น ถลึงตาจ้องสองแม่ลูกด้วยความเกรี้ยวโกรธ  

               “แม่ลี...” ยุกุลนึกหวั่น เขาไม่เคยเห็นลีลาในมุมนี้มาก่อน เช่นเดียวกับลลิลที่ความงุนงงเข้ามาแทนที่ความโกรธยามมารดาออกโรงปกป้องเธอ  

               “ฉันบอกให้กลับไปทั้งแม่ทั้งลูกนั่นแหละ” น้ำเสียงลีลาแข็งกระด้างเอ่ยไล่แขกที่ไม่อยากต้อนรับ  

               “ลลิลเจ็บอยู่  ยอร์ชยังไม่อยากกลับ” หนุ่มหล่อร้องขอหวังให้ลีลาผ่อนปรน  

               “บอกให้กลับก็กลับสิยอร์ช ก่อนที่สิ่งที่ยอร์ชกลัวมันจะเกิดขึ้น”  

               ยุกุลสะอึก พูดไม่ออก ลีลากำลังเตือนว่าหากเขาดื้อดึงจะไม่ได้รับความเมตตาจากแม่ของลลิลอีก  

               “รีบทำแผลให้ลลิลนะครับแม่ลี ไปโรงพยาบาลก็ได้” ยุกุลกล่าวด้วยความห่วงใยทิ้งท้ายก่อนจำใจเดินอย่างทุลักทุเลออกจากศาลาโดยปฏิเสธการช่วยเหลือจากผู้เป็นแม่ “ยอร์ชจะเดินกลับเอง แม่ไม่ต้องยุ่ง” ลูกชายจอมเอาแต่ใจตวัดหางตามองมารดาเคืองๆ ยุวดีข่มอารมณ์โกรธ จิกตามองสองแม่ลูกอย่างเคืองขุ่นแล้วเดินตามลูกชายไป  

               “เจ็บไหม” ลีลาถามลูกสาว 

               “นิดหน่อยค่ะ”  

               “เข้าบ้านไปทำแผลกันดีกว่า”  

               “แม่บอกลลิลก่อนว่าอายุเขาไม่ชอบเราเพราะอะไรกันแน่”  

               “ช่างมันเถอะลูก อย่าสนใจเลย” ลีลาอึกอัก เบือนหน้าไม่สบตาเธอตอนพูด  

               “แม่...ลลิลโตแล้วนะ ลลิลควรรู้เหตุผลของเขา จะได้ตัดสินใจได้ว่าควรวางตัวยังไงกับครอบครัวนั้น”  

               “เขามองเราว่าเป็นกาที่ย้อมสีมาอยู่ในฝูงหงส์อย่างพวกเขาไงล่ะ” ลีลาแค่นหัวเราะทั้งที่สายตาฉายความเจ็บปวด “ความรักของแม่แกมันไม่มีค่าในสายตาคนรวยอย่างเขาหรอก เขามองแม่เห็นแก่เงิน เผลอๆ ในหัวลูกสาวแม่เองก็คงคิดแบบนั้นเหมือนกัน ใช่ไหมล่ะลลิล”   

               “แม่...”  

               ลลิลจุกในอก เธอยอมรับว่าเคยคิดเช่นนั้นจริงๆ เพราะหากแม่เธอไม่ทะเยอทะยานอยากได้อยากมีคงไม่ทิ้งพ่อของเธอแล้วกลับมากรุงเทพฯ ปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อเข้าสังคมคนรวยและแต่งงานกับอาชา แต่หลายปีที่ลีลาใช้ชีวิตคู่กับอาชานั้น แม่ของเธอไม่ได้ใช้ชีวิตสบายดั่งคุณหญิงคุณนาย แต่งตัวหรูหรา ใช้เงินมือเติบ กลับกันลีลายังคงความสมถะ ทำงานบ้านเอง ทำขนมไทยที่ชอบส่งขายและยอมเป็นเหมือนคนใช้ลูกเลี้ยง อีกอย่าง...เธอรู้ว่าลีลารักอาชามาก แต่เธอยังยึดติดกับความทรงจำเก่าๆ ที่มีเพียงฤทธิ์ ลีลาและเด็กหญิงลลิล ถึงทนเห็นภาพแม่ยิ้มแย้มหรือกอดผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่พ่อไม่ได้  

               นั่นคือเหตุผลที่ลลิลรู้สึกผิดบาปในใจจนตัดสินใจย้ายออกไปอยู่ที่อื่น 

               “ไปทำแผลได้รึยัง” ลีลาถามอีกหน ไม่อยากให้ลูกสาวคิดมาก  

               “เดี๋ยวลลิลจะกลับมาทำแผลเอง”  

               “จะไปไหนน่ะ” ลีลาร้องห้ามไม่ทัน ลลิลวิ่งไปเสียก่อน  

               พอคิดว่าลีลาต้องทนทรมานใจมาแสนนานเพราะสายตา คำพูด การกระทำของยุวดี แวบหนึ่งลลิลจึงถูกความเจ้าคิดเจ้าแค้นครอบงำสติ เธอวิ่งออกจากบ้านเพื่อตามหายุกุลและเหมือนโชคชะตาเข้าข้าง ชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยโทสะ เคืองโกรธมารดาที่เพิ่งก้าวพ้นประตูบ้านภูวเศรษฐ์เกิดสะดุดล้มลงไปนั่งพับบนพื้นถนน ยุวดีหวีดร้องปรี่ประคองลูกชายแต่ยุกุลสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมของมารดา  

               “ยอร์ช!” หญิงสาวตกใจไม่แพ้ยุวดี เร่งฝีเท้าเข้าไปยังจุดเกิดเหตุ  

               “ลลิล!” ยุกุลรั้งเอวคอดเข้าหาตัว กอดลลิลที่ย่อตัวลงมาดูอาการเขา หญิงสาวกอดตอบหลวมๆ ยุวดีลมออกหูแต่จะทำร้ายลลิลอีกก็เกรงยุกุลจะอาละวาด กัดฟันนิ่งไว้ “ออกมาทำไม ทำไมไม่ทำแผลก่อน”   

               “ฉันไม่ได้เจ็บมาก นายน่ะสิเดินออกมาคนเดียวได้ยังไง” ลลิลผละตัวออก ดึงมือชายหนุ่มออกด้วย “ข้อเท้าเป็นอะไรรึเปล่า ลุกขึ้นไหวไหม” เธอสอบถามจากใจจริงไม่เสแสร้ง  

               “ปวดเท้านิดหน่อยแต่น่าจะลุกได้”  

               “ให้ฉันช่วยดีกว่า” ลลิลยืนขึ้น หันไปมองยุวดีขอความช่วยเหลือ “อายุช่วยหน่อยสิคะ” สองคนที่ได้ยินประโยคนั้นแสดงท่าทีแตกต่างกันลิบลับ ยุกุลจิ๊ปากส่งเสียงไม่สบอารมณ์ ในขณะที่ยุวดียินดีที่จะทำตามคำพูดลลิลเป็นครั้งแรก “ฉันปวดแขนให้ช่วยนายคนเดียวคงไม่ไหว อย่าดื้อเลยนะยอร์ช” หญิงสาวอ้าง ยุกุลสีหน้าอ่อนลงเห็นใจเธอ ยินยอมให้ยุวดีประคองอีกข้าง 

               “รออยู่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันไปเอารถมา จะได้ไปส่งนายกับอายุที่บ้าน”  

               ยุวดีหน้าเสีย ไม่คิดว่าลลิลจะปฏิบัติต่อเธอและลูกเหมือนปกติ ไม่อาฆาตแค้นใดๆ อย่างลีลาแสดงก่อนหน้านี้ ทั้งที่เจ็บตัวเพราะเธอ  

               “ลลิลไปทำแผลก่อนดีกว่า ยอร์ชเป็นห่วง เลือดยังไหลอยู่เลยนะ”  

               “แค่นี้เอง”  

               ลลิลยิ้มบางๆ ใช้มือเช็ดเลือดตรงต้นแขนต่อหน้ายุกุลและมารดา ยุวดีถึงกับอึ้งจนอดพูดไม่ได้  

               “ฉันว่าเธอไปทำแผลเถอะ ถ้าแผลติดเชื้อจะทำยังไง”   

               “ไม่เป็นไรค่ะ ลลิลขอไปส่งยอร์ชก่อน ขืนยืนนานข้อเท้าระบมแน่”  

               “ลลิล...”  

               “รอแป๊บเดียวนะ” ลลิลรีบพูดแทรก หมุนตัวกลับเข้าบ้านภูวเศรษฐ์ ยุกุลส่ายหน้ากับความรั้นไม่แพ้เขาของหญิงสาว  

               ปี๊น!  

           เสียงแตรรถจากรถคุ้นตาดึงความสนใจคนทั้งสามให้หันมอง เมื่อกระจกเลื่อนเปิดลง...พฤกษ์ชะโงกหน้าออกมาสอบถามทันที   

               “มีอะไรกันเหรอครับ ทำไมแกมาอยู่ตรงนี้วะยอร์ช”  

               “ฉันกำลังจะกลับบ้าน ลลิลจะไปส่ง”  

               “พฤกษ์มาพอดีเลย ช่วยพาอากับยอร์ชไปส่งที่บ้านหน่อยสิ ไม่อยากรบกวนคนบ้านนี้” ยุวดีรีบขอร้อง  

               “แม่!” ยุกุลหงุดหงิด  

               “พี่สาวยอร์ชเขาต้องทำแผล อยากให้แผลเขาติดเชื้อเหรอ” ยุวดีใช้ลลิลเป็นเครื่องมือให้ลูกชายคล้อยตาม  

               “ให้พฤกษ์ไปส่งเถอะยอร์ช ไว้พรุ่งนี้เจอกันนะ” ลลิลที่เดินกลับมาสมทบทำทีเห็นด้วยกับยุวดี 

               “ทำแผลเสร็จลลิลต้องถ่ายรูปส่งให้ยอร์ชดูนะ” ยุกุลยอมรับแต่ยังงอแง  

               “ได้ นายรีบกลับบ้านเถอะ” หญิงสาวยิ้มหวาน “ยอร์ชหกล้ม ลลิลว่าอายุโทรถามหมอหน่อยก็ดีนะคะว่าควรทำยังไง ต้องไปเช็คอะไรที่โรงพยาบาลหรือเปล่า”  

               “ฉันเป็นแม่ ฉันรู้น่า” ยุวดีตอบห้วนๆ  

               “ขอโทษค่ะ” ลลิลหน้าจ๋อย เอ่ยเสียงอ่อย  

               “ยอร์ชไม่เป็นอะไรมากหรอก ลลิลไม่ต้องเป็นห่วง ขอบคุณมากนะครับ” ชายหนุ่มอยากกอดปลอบลลิลใจจะขาดที่ถูกมารดาของเขาทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ ทว่าร่างกายไม่อำนวยให้ทำอย่างใจคิดได้  

               ลลิลส่งยุกุลขึ้นรถแล้วตัวเธอถึงกลับเข้าบ้านไปทำแผล ไม่ลืมถ่ายรูปส่งให้เขาดูในไลน์และถามอาการอีกฝ่ายประหนึ่งห่วงใยทั้งอาการบาดเจ็บและความรู้สึกยุกุลมาก  

               “แม่รู้นะว่าลลิลจะทำอะไร” ลีลาที่แอบมองเหตุการณ์อยู่หน้าบ้านตั้งแต่ตามลลิลมาจากสวนหน้าบ้าน กระทั่งดูลูกสาวทำแผลด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่ลีลารู้ดีว่าลลิลขบคิดบางเรื่องไปด้วย  

               “ทำอะไรคะ” หญิงสาวแกล้งไม่รู้เรื่อง  

               “แม่ไม่เคยมีปัญหากับสิ่งที่แกคิดว่าเป็นปัญหาของแม่นะลลิล อย่าคิดเอาคืน ลลิลอาจจะสะใจที่เห็นยุวดีโมโห คลุ้มคลั่งเพราะยุกุลให้ความสำคัญกับเรามากกว่า แต่คนไม่รู้อิโหน่อิเหน่ที่เราจงใจใช้เขาเป็นเครื่องมือ เขาน่าสงสารนะลลิล เขาจะกลายเป็นคนที่เจ็บปวดที่สุด” 

               “แม่พูดอะไร ลลิลไม่เข้าใจ ขอไปเก็บของในสวนก่อนนะคะ”  

               ลลิลขยับลุกเมื่อถูกจับได้ว่ากำลังจะหาเรื่องยุวดีโดยใช้ยุกุลซึ่งเป็นแก้วตาดวงใจของยุวดีจัดการ เธอจงใจไม่ทำแผลแล้ววิ่งออกไปตามยุกุลให้เขาสงสาร กอดชายหนุ่มยุยุวดีโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ขอความช่วยเหลือและแนะนำยุวดีด้วยท่าทีสุภาพเพื่อให้ยุกุลมองเธอในแง่บวกและให้คะแนนมารดาของเขาติดลบที่โมโหร้ายใส่เธอตลอดเวลา  

               มันเล็กน้อยมากถ้าเทียบกับสิ่งที่ยุวดีทำกับเธอและแม่มาตลอด 

                

----------------------------------------------------------          

เรื่องราวจะไปทางไหนต่อน้าาาาาาาา

กด 1 ลลิลเอาคืนคุณแม่ยุวดีของคุณยุกุล

กด 2 ลลิลเลิกยุ่งกับสองแม่ลูกเลยดีกว่าาา

มาช้าแต่มาแล้วนะคะ

ความคิดเห็น