facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Let me be yours : Part 6 [50%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 15 เม.ย. 2564 23:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Let me be yours : Part 6 [50%]
แบบอักษร

Let me be yours 6 

 

"นายนี่มันแน่มาตลอดจริงๆ " 

นาธานยิ้มกริ่มรับคำชมจากเพื่อนสนิทในเช้าของวันถัดมา แรนดี้โทรมาปลุกถามหาผลลัพธ์ตั้งแต่เช้าตรู่ เวลานี้เจ้าตัวดียังคงนอนเกลือกกลิ้งไปมาอยู่บนเตียง นิ้วเขี่ยปลายปลอกหมอนเล่นสบายอารมณ์ 

"ตอนขากลับหมอนั่นเป็นไงบ้าง" 

"เงียบตลอดทาง ไม่พูดไม่ถามอะไรอีกเลย" 

"หึหึ ต้องขอบใจนายด้วยแรนด์ที่ช่วยพูดกระตุ้นให้ ไม่อย่างนั้นโจเซฟคงไม่คล้อยตามง่ายขนาดนี้" 

เพราะคำถามจี้จุดของแรนดี้ ถึงแม้จะทำให้โจเซฟตัดใจจากควินตันไม่ได้ในทันที แต่มันก็ทำให้เขารู้ว่านาธานเองก็มีความสำคัญสำหรับเขามากเช่นกัน ไม่อย่างนั้นเขาคงทิ้งนาธานไว้ที่นั่นและออกไปตามหาควินตันต่อแล้ว 

ยิ่งกว่านั้น โจเซฟไม่ปฏิเสธเรื่องจูบ 

ปากหยักเผยอออกเล็กน้อย ไล้ปลายลิ้นแดงสดเลียริมฝีปากตัวเองเพื่อระลึกถึงรสสัมผัสวาบหวามเมื่อคืน ผิวแก้มพลันร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง โจเซฟทั้งดุดัน เร่าร้อน อันตราย เป็นความท้าทายรสชาติอร่อยที่นาธานโปรดปราน 

ทว่าอยู่ๆ ปลายสายกลับเปลี่ยนอารมณ์ถามด้วยน้ำเสียงกังวลใจ "แต่เปลืองตัวเกินไปหรือเปล่านาท" 

"ถึงจะเปลืองตัวไปบ้างก็ถือว่าคุ้มค่า ถ้าสุดท้ายแล้วเขากลายเป็นของฉัน" 

"อื้อฮือ เดี๋ยวนี้ชัดเจนนะ ของฉันได้เต็มปากเต็มคำเชียว" 

ใช่ ถ้าอยากได้ นาธานก็ต้องชัดเจนกับความรู้สึกของตัวเองก่อน ตอนนี้เขาพูดได้เต็มปากเต็มคำแล้วว่าชอบโจเซฟ เพราะฉะนั้นตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เขาจะพุ่งเข้าใส่เต็มฝีเท้า 

เตรียมตัวรอรับได้เลย 

"เอาเถอะ หมอนั่นก็ดูไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร ฉันซัพพอร์ตนายเต็มที่" 

"มันต้องอย่างนี้สิ ยกตำแหน่งเพื่อนดีเด่นให้เลย" 

แรนดี้หัวเราะรับคำเบาๆ ก่อนจะกระแอมไอทีหนึ่งเพื่อเปลี่ยนหัวข้อสนทนา กลับมาจริงจังอีกครั้ง 

"ฉันยื่นเอกสารสมัครเรียนไปที่วิทยาลัยชุมชนแล้วนะ" 

คนฟังเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบรับเบาๆ 

ครอบครัวของแรนดี้เปิดบริษัทรับเหมาต่อเติมบ้านขนาดเล็กซึ่งบริหารจัดการกันเองภายในครอบครัว เขาจึงตั้งใจเรียนต่อวิทยาลัยชุมชนหลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตร์สองปีเพื่อเอาความรู้กลับมาช่วยกิจการของที่บ้าน เรื่องนี้นาธานรู้มาตั้งนานแล้ว 

"นายก็ควรเลือกเรียนต่อสักหลักสูตรนะนาท ถ้าเรียนแล้วไม่ชอบใจค่อยเปลี่ยนใหม่ปีหน้าก็ยังไม่สาย อย่างน้อยนายจะได้รู้ว่าวันข้างหน้าอยากทำอะไร" 

"ฉันบอกนายไปแล้วนี่ว่าฉันจะไม่เรียนต่อ" นาธานบอกเสียงห้วน เขาไม่ชอบห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่จำกัดอิสรภาพของเขา แค่สิบสองปีที่ผ่านมาก็มากพอแล้ว 

"ถ้าอย่างนั้นหลังจากเรียนจบนายจะทำอะไร เฝ้าร้านให้แม่ไปตลอดชีวิต? " 

"เราคุยเรื่องนี้กันรอบที่ล้านแล้วมั้ง! ทำไม ถ้าฉันจะเฝ้าร้านให้แม่ไปทั้งชีวิตแล้วมันมีปัญหาอะไร" 

"คนขี้เบื่ออย่างนายเนี่ยนะ ไม่เอาน่า นายทนได้ไม่ถึงสามเดือนหรอก ทุกวันนี้แค่แวะไปช่วยงานบางวันนายยังบ่นกระปอดกระแปดไม่หยุดเลย" 

"เดี๋ยวฉันก็หาทางของฉันได้เองละน่า ไม่คุยกับนายแล้ว" 

นาธานตัดสายเพื่อนสนิทอย่างรำคาญใจ พลางโยนโทรศัพท์ทิ้งไปให้พ้นตัว 

ทีตัวเองยังไปเรียนสถาปัตย์เพื่อช่วยงานที่บ้านได้ แล้วทำไมเขาจะดูแลร้านขายของฝากเล็กๆ ต่อจากแม่บ้างไม่ได้ล่ะ หรือไม่บางทีเขาอาจจะมีความสามารถแฝงอย่างอื่นที่ตัวเองยังไม่ค้นพบก็ได้ 

นาธานดีดตัวลุกขึ้นจากเตียง สะบัดผ้าห่มคลุมที่นอนซ่อนความยุ่งเหยิงไว้ภายใต้ผ้านวมเรียบตึง ก่อนจะวิ่งปึงปังจากชั้นสองเข้าสู่ห้องครัว เปิดตู้เย็นควานหาวัตถุดิบซึ่งอัดแน่นไปด้วยของสดเพราะโยลันดาขยันมาหาตุนไว้ 

"ลูกจะทำอะไร" 

โยลันดาได้ยินเสียงวิ่งของเจ้าลูกตัวดีจึงชะโงกหน้าเข้ามาดู เมื่อเห็นว่าสิ่งที่หยิบออกมาจากตู้เย็นไม่ใช่กล่องนมอย่างที่ควรจะเป็นจึงอดถามไม่ได้ 

"ไข่คน" 

"หืม? " 

มือนุ่มที่ผ่านการดูแลมาอย่างดีรีบคว้าแขนลูกชายเอาไว้ได้ก่อนที่เขาจะลงมือทำ "เดี๋ยวก่อน ให้แม่โทรเรียกรถดับเพลิงมาสแตนบายรอที่หน้าบ้านก่อนลูกค่อยเปิดแก๊ส" 

"แม่! " เขาไม่ได้แย่ขนาดเผาบ้านเพราะทำอาหารเสียหน่อย! 

นาธานมองแม่ด้วยสีหน้าอ่อนอกอ่อนใจ จะโกรธก็โกรธไม่ลง เพราะนี่ล่ะคือโยลันดา ไม่ได้ห้ามเพราะรู้ว่าเขาทำไม่ได้ แต่ขอเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินเอาไว้ก่อนค่อยปล่อยให้เขาลงมือด้วยตัวเอง 

จริงๆ เลย 

"นึกยังไงถึงอยากทำอาหารขึ้นมาเนี่ยหืม? หรือว่าเบื่อฝีมือแม่แล้ว" 

"ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย ผมแค่อยากรู้ว่าตัวเองจะเป็นเซฟได้ไหม ถ้าไข่คนอร่อยผมอาจจะเปิดร้านอาหารในอนาคตก็ได้" 

"ร้านอาหารที่ขายแค่ไข่คน? " 

โยลันดาหัวเราะร่วนเมื่อหยอกเย้าลูกชายได้สำเร็จ ยกมือขึ้นลูบหัวเด็กหน้าตูม "เรื่องเรียนต่อใช่ไหม" ทำไมเธอจะไม่รู้ว่านี่คือสาเหตุของพฤติกรรมแปลกประหลาดกะทันหันของลูกชาย "ก็ไหนบอกแม่เป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วว่าจะไม่เรียนต่อ ทำไมตอนนี้มานั่งเครียดอีกล่ะ" 

"ไม่ได้เครียดสักหน่อย" นาธานตอบอ้อมแอ้มกลับไป เขาพูดจริงที่ว่าไม่ได้เครียดเรื่องเรียนต่อ แต่ที่ทำให้คิดไม่ตกคืออนาคตของเขาต่างหาก 

นาธานก็เป็นแค่เด็กคนหนึ่งที่ยังค้นหาตัวเองไม่เจอ 

โยลันดายิ้มรับ สายตาที่มองลูกชายเพียงคนเดียวเต็มไปด้วยความรักและความเข้าใจ เธอเลี้ยงลูกคนนี้เติบโตมาด้วยตัวคนเดียว แม้รู้ว่าตัวเองไม่ใช่แม่ที่ดีนักแต่เธอก็พยายามอย่างเต็มที่ ไม่เคยบังคับเพียงปล่อยให้เขาได้เรียนรู้และเติบโตด้วยตัวเอง แม้ไม่เคยจับจูงพาเดินไปในทิศทางไหน แต่นาธานมั่นใจได้ว่าหากวันใดเขาล้ม จะเป็นมือคู่นี้ที่ประคองเขาขึ้นมา 

"ไม่ต้องรีบร้อนหรอกลูก ลูกยังเด็ก ยังมีโอกาสลองผิดลองถูกได้อีกมาก ในเมื่อยังค้นหาสิ่งที่เราชอบไม่เจอก็ค่อยๆ ลอง ค่อยๆ เรียนรู้กันไป แม่อยู่ตรงนี้คอยช่วยเหลือลูกได้ทุกเรื่องนะ" 

จะมีคำพูดใดช่วยชโลมจิตใจได้เท่าคำพูดของคนที่เรารักมากที่สุดอีก ความคิดสับสนวุ่นวายกลับมาเยือกเย็นมีสติได้อีกครั้ง เด็กแสบลดความดื้อรั้นลงโผเข้ากอดแม่เหมือนกลับไปเป็นเด็กตัวน้อยในวันวาน 

โยลันดาของเขาดีที่สุด 

สองแม่ลูกยืนกอดกันกลมอยู่สักพักก่อนเจ้าเด็กแสบจะกลับมาเป็นคนเดิม 

"ผมไปล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้าออกไปเดินเล่นข้างนอกดีกว่า" 

"อ้าว ไม่ลองเป็นเชฟแล้วเหรอ" 

"เปลี่ยนใจแล้ว อยากออกไปหาแรงบันดาลใจนอกบ้านแทน" 

โยลันดาส่ายใบหน้าด้วยรอยยิ้มอ่อนมองเจ้าตัวดีกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับขึ้นห้องไป 

 

ปลายฤดูหนาวอากาศยังคงเย็นอยู่มาก ลมหายใจอุ่นในร่างปะทะความหนาวเย็นเกิดเป็นไอสีขาวฟุ้งกระจาย นาธานกระชับเสื้อวอร์มแนบลำตัวสองมือซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกงเพื่อเพิ่มความอบอุ่น ทั้งที่ไม่กี่วันก่อนอากาศยังแจ่มใสอยู่เลยแท้ๆ วันนี้อึมครึมขึ้นมาอีกแล้ว ฝนจะตกหรือเปล่านะ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มกวาดมองท้องฟ้าขมุกขมัว หางตาพลันเหลือบไปเห็นร้านกาแฟเปิดใหม่เมื่อเดือนที่แล้ว ลูกค้าเยอะเสียจนนาธานวิ่งเหยาะข้ามฝั่งไปต่อแถวด้วยอีกคน 

หรือว่าจะเปิดร้านกาแฟดีนะ?  

มื้อเช้าในชั่วโมงเร่งรีบด่วนจี๋จะมีอะไรดีไปกว่ากาแฟอุ่นๆ สักแก้วกันล่ะ ระหว่างต่อแถวก็แอบฟังไปด้วยว่าคนข้างหน้าสั่งอะไร ผู้ชายวัยทำงานส่วนใหญ่สั่งเอสเพรซโซ่ นาธานจึงสั่งมาลองหนึ่งแก้ว 

ทว่าพอเดินออกมาหน้าร้าน จิบเข้าไปหนึ่งอึก 

"แหวะ ขมขนาดนี้ใครจะไปกินลง! " 

ไม่รอดๆ เปิดร้านกาแฟไม่รอด!  

เสียดายเงินจริงๆ เลย 

คนทดลองเป็นผู้ใหญ่หน้ามุ่ยอารมณ์เสียถือแก้วเดินเล่นต่อไปเพราะทำใจทิ้งไม่ลง อีกอย่างมีของอุ่นๆ อยู่ในมือก็ช่วยคลายหนาวไปได้บ้าง เอาไปฝากแมรี่ดีไหมนะ อย่างไรก็ต้องเดินผ่านหน้าร้านอยู่แล้ว คนเสียดายนึกในใจพลางมองแก้วเจ้าปัญหาไปด้วย 

เอาแบบนั้นก็แล้วกัน 

เด็กแสบเดินเตะฝุ่นเล่นไปเรื่อยๆ พลางกวาดตามองหาแรงบันดาลใจ ลองจินตนาการภาพตัวเองนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์จอใหญ่ในออฟฟิศแคบๆ สักที่หนึ่ง วันๆ จมอยู่กับกองเอกสารจนหัวฟู กว่าจะได้เงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งก็ถึงเวลาเลิกงานแล้ว 

แค่คิดก็สยดสยอง 

เอ๊ะ!  

ที่จอดอยู่หน้าร้านขายของฝากนั่นมันรถของโจเซฟไม่ใช่หรือ หมอนั่นมาทำอะไรที่ร้านของแม่เขา 

เจ้าเม่นแคระจ้ำเดินตรงเข้าไปในร้านด้วยฝีเท้ารวดเร็วผลักบานประตูเปิด แมรี่ที่กำลังนั่งสัปหงกอยู่หลังเค้าน์เตอร์คิดเงินสะดุ้งเฮือก ก่อนจะเอ่ยทักทาย 

"โอ้ นาธาน อรุณสวัสดิ์ มาทำอะไรแต่เช้าล่ะ" 

ดวงตาสีน้ำตาลกวาดมองไปทั่วร้าน ทว่าไม่พบวี่แววของคนที่ตามหา แต่ที่จอดอยู่นั่นคือรถของโจเซฟจริงๆ นะ นาธานไม่มีทางจำผิดแน่ 

"โจเซฟล่ะ ไม่ได้อยู่ที่นี่เหรอ ผมเห็นรถเขาจอดอยู่ข้างหน้า" 

"อ้อ อยู่หลังร้านแหนะ" 

หลังร้าน? หมอนั่นไปทำอะไรที่หลังร้านของแม่เขา 

นาธานลืมเรื่องที่จะยกกาแฟให้กับแมรี่ไปเสียสนิท เปิดประตูทะลุออกไปสู่โซนด้านหลัง ทีแรกยังมองไม่เห็นคนที่ตามหา ทว่าเมื่อไล่ระดับสายตาสูงขึ้นอีกหน่อยจึงพบร่างสูงยืนอยู่บนบันไดเหล็กกำลังก้มมองลงเขาเช่นกัน 

เด็กแสบเลิกคิ้ว "ทำอะไรน่ะ ปลอมตัวเป็นโจรรึไง" 

โจเซฟหันหน้ากลับไปซ่อนอารมณ์ยุ่งเหยิงไว้เบื้องหลัง นึกอยากเอาหัวโขกกำแพงให้ตายเสียเดี๋ยวนั้นเลย ทำไมถึงต้องมาเจอในสถานการณ์แบบนี้ด้วยนะ คิดว่ามาเช้าแล้วเชียว 

"นี่ ฉันถามนายอยู่นะ ขึ้นไปทำอะไรบนนั้น" 

นาธานชะเง้อมองเห็นเขากำลังถอดอะไรบางอย่างออกจากกำแพงกั้นโซนพื้นที่หลังร้านของใครของมัน ด้านข้างร้านเขาเป็นบาร์เก่าๆ ซึ่งชอบมีกลิ่นบุหรี่โชยมาให้น่ารำคาญบ่อยๆ 

"เก็บของ" โจเซฟตอนเสียงเรียบ 

"แล้วนายมาเก็บของอะไรที่ร้านแม่ฉันล่ะ" 

"กล้องวงจรปิด" 

"กล้องวงจรปิด? " 

ทำไมถึงมีของแบบนั้นที่หลังร้านได้ล่ะ เขาไม่เห็นรู้มาก่อนเลย หรือว่าแม่ติดไว้กันขโมยตั้งแต่เมื่อไหร่ คิ้วเรียวขมวดมุ่นมองโจเซฟไต่บันไดกลับลงมายืนบนพื้นอีกครั้ง คราวนี้เขาได้เห็นกล้องวงจรปิดขนาดเล็กกว่ากำปั้นในมือโจเซฟชัดเจนแล้ว 

"แล้วกล้องวงจรปิดของร้านฉันมันเกี่ยวอะไรกับนายด้วย" 

"ออกมาทำอะไรแต่เช้า" โจเซฟเมินคำถามของเจ้าเม่นแคระโดยการถามสวนกลับไปแทน ก่อนจะเดินไปนั่งลงที่โต๊ะนั่งพักหลังร้าน ส่วนใหญ่แมรี่จะมากินข้าวกลางวันตรงนี้ 

"เดินเล่น" 

"ไม่แฮงค์หรือไง เมื่อคืนสภาพดูไม่ได้ จำได้ไหมว่าทำอะไรเอาไว้บ้าง" โจเซฟลองถามหยั่งเชิงไปก่อน เผื่อโชคดีเด็กนี่อาจจะลืมไปแล้วว่าเมื่อคืนก๋ากั่นแค่ไหน ทว่าเขากลับคาดไม่ถึงว่าเจ้าเด็กแสบจะกล้าพูดออกมาตรงๆ 

"จูบกับนายไง สติฉันยังครบถ้วนอยู่น่า" 

แค่ก!  

คนอายุมากกว่าถึงกับสำลักน้ำลายไอค่อกแค่กเบาๆ นาธานจึงหวังดียื่นแก้วกาแฟในมือไปให้ ซึ่งโจเซฟเองก็รับไว้เหมือนคนกระหายหนัก ดื่มทีเดียวครึ่งแก้วโดยไม่รู้ตัว 

"นาย...." คนเรียกพยายามสงบสติอารมณ์คิดว่าควรพูดอย่างไรกับเจ้าเม่นแสบนี่ดี "อย่าพูดเรื่องนี้ง่ายๆ ได้ไหม" 

"แล้วทำไมต้องพูดให้มันยากๆ ด้วยล่ะ ก็แค่จูบเองนี่นา" 

กึก 

แก้วกาแฟถูกวางลงบนโต๊ะแรงเกินความจำเป็น 

"มันไม่ใช่แค่จูบ" โจเซฟเค้นเสียงต่ำอย่างน่าอันตราย อยู่ๆ ก็นึกโมโหขึ้นมาอีกแล้ว ทำไมเจ้านี่ถึงเห็นเป็นเรื่องเล่นๆ ไปเสียหมดนะ 

"อ้อ ถ้าอย่างนั้นแล้วมันคืออะไรล่ะ ไม่ใช่การชดใช้ที่นายพูดไม่ดีกับฉันหรือไง" คนพูดยิ้มเย็น โดนย้อนเข้าบ้างจะได้รู้ว่าเขารู้สึกอย่างไร ตอนนี้นาธานมั่นใจว่าโจเซฟเริ่มมีปฏิกิริยากับเขาแล้ว ไม่อย่างนั้นเจ้าตัวคงไม่แสดงท่าทางกระอักกระอ่วนออกมาแบบนี้ แม้สีหน้าไม่เปลี่ยนแต่นาธานจับสังเกตได้ หากโจเซฟเริ่มไม่สบายใจเขาจะไม่สบตาเวลาพูด 

"นายจะเอายังไงกันแน่ ฉันนึกว่านายไม่ชอบขี้หน้าฉัน" 

"แล้วถ้าตอนนี้บอกว่าชอบล่ะ นายจะว่าไง" 

....!! 

ตั้งแต่เกิดใช้ชีวิตมาร่วมยี่สิบแปดปี โจเซฟไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้มาก่อนเลย เด็กอายุน้อยกว่าเขาสิบปีกำลังกดดันเขาอยู่เนี่ยนะ ทำตัวให้สมกับเป็นโจเซฟในยามปกติหน่อยเถอะ 

"ฉันไม่เข้าใจ" 

นาธานกลอกตามองบนให้กับโจเซฟที่จู่ๆ ก็ซื่อบื้อขึ้นมาเฉียบพลัน เรื่องนี้มีอะไรเข้าใจยากตรงไหน ชอบก็คือชอบสิ แต่เอาเถอะ เขาจะเก็บเรื่องของตัวเองเอาไว้ก่อน เพราะตอนนี้มีบางสิ่งที่เร่งด่วนกว่านั้นมาก 

"นายกับควินตันนี่มันยังไง" เห็นหรอกนะว่าโจเซฟถอนหายใจด้วยความโล่งอก คนอายุมากกว่ากลับมาตีสีหน้าจริงจังอีกครั้ง 

"ไม่มีเรื่องของฉันกับควินตันทั้งนั้น เขาเป็นคนรักของดีแลนอย่างที่นายรู้" 

"ฉันรู้ว่าเขาเป็นคนรักของดีแลน แต่ที่ฉันอยากรู้คือความรู้สึกของนาย เลิกชอบเขาแล้วหรือยัง" 

"นาท" คำเรียกที่เปลี่ยนไปทำเอาคนฟังหัวใจกระตุก โจเซฟไม่เคยเรียกเขาอย่างสนิทสนมแบบนี้มาก่อน นี่หมายถึงการเลื่อนขั้นความสัมพันธ์หรือเปล่านะ ทว่าโจเซฟกลับไม่รับรู้ถึงความสงสัยของนาธาน "เรื่องความรู้สึกมันบังคับกันไม่ได้หรอกนะ มันต้องใช้เวลา" 

"นานแค่ไหน" 

โจเซฟอยากจะบ้าตายเสียให้ได้ ทำไมหัวรั้นแบบนี้นะ พูดมาถึงขนาดนี้มันควรต้องหยุดแล้วไม่ใช่หรือ?! 

"ไม่รู้ อาจจะหนึ่งปีหรือสองปี" 

"นานเกินไป! ฉันรอนานขนาดนั้นไม่ไหวหรอก" 

"เพราะตอนนี้นายเห็นเป็นแค่เรื่องสนุกไงเล่า! " 

ระดับเสียงเพิ่มมากขึ้นพร้อมนัยน์ตาดุดันทำเอานาธานสะท้านเฮือก ดุกันอีกแล้ว ทำไมต้องว่ากันทุกที เขามันเป็นเด็กไม่ดีมากนักหรือไงถึงได้เอาแต่มองในแง่ร้ายอยู่เรื่อย ไม่รู้เป็นเพราะความเครียดเรื่องอนาคตรุมเร้าด้วยหรือเปล่าตอนนี้จึงเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างประเดประดังเข้ามาพร้อมกันหมดทุกด้าน เห็นแสบแบบนี้นาธานก็มีมุมอ่อนไหวบ้างเหมือนกันนะ 

ดวงตาสีน้ำตาลเข้มแดงเรื่อ มองคนตรงหน้าด้วยสายตาตัดพ้อ 

"ฉันไม่เคยเห็นเป็นแค่เรื่องสนุก ถ้าทำเป็นเล่นจริงๆ นายดุด่าขนาดนี้แล้วฉันจะตามมาตอแยกับนายอีกทำไม ฉันขี้เบื่อนายก็รู้นี่ แต่เรื่องนี้ฉันจริงจังนะ" 

โจเซฟถึงกับรับมือนาธานที่อารมณ์เปลี่ยนแปลงปุบปับไม่ทัน เมื่อครู่ยังเถียงอยู่ฉอดๆ มาตอนนี้เห็นใบหน้าหงอยน่าสงสารเหมือนเม่นถูกทิ้งในใจพลันอ่อนยวบ นึกอยากตบปากตัวเอง ทำไมถึงได้พูดไม่คิดอีกแล้วนะ พอเป็นเรื่องของเด็กนี่ทีไรควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ทุกที 

"เอาล่ะๆ ไม่เล่นก็ไม่เล่น อย่าร้องนะ" 

ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นลูบแก้มใสเบาๆ ทั้งที่ไม่มีน้ำตา แต่พอทำแบบนี้แล้วเห็นเจ้าเม่นแคระเลิกทำหน้าเศร้าเขาก็เบาใจ ลูบไปลูบมาก็เพลินมือดีเหมือนกัน เผลอไผลขึ้นไปจนถึงเส้นผมนุ่มลื่นตอนไหนก็ไม่รู้ มารู้ตัวอีกทีเจ้าตัวดีก็ถูไถหัวทุยคลอเคลียกับฝ่ามือเขาแล้ว 

นุ่มดีจัง ไม่เห็นเหมือนขนเม่นสักนิด เหมือนขนลูกแมวตัวเล็กๆ มากกว่า แต่อย่าให้แผลงฤทธิ์ขึ้นมาเชียว 

นัยน์ตาคมดุอ่อนแสงทอดมองเด็กแสบปานแสงตะวัน เขาเองคงไม่รู้ตัวว่าควินตันหรือแม้กระทั่งอลันยังไม่เคยได้รับสายตาแบบนี้ ทำไมอยู่ๆ ถึงรู้สึกว่าเด็กนี่น่ารักขึ้นมาได้นะ แสบ....แต่ก็ยังน่ารัก 

พลันหูแว่วได้ยินเสียงบ่นดังหงุงหงิงมาจากเจ้าตัวดี 

"ถ้านายใจดีแบบนี้ทุกวันก็ดีสิ" 

ใจดีงั้นหรือ....ฟังดูก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่นะ 

 

 

 

50% 

>>>> 

ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปเนอะ (หมายถึงคุมพ่อนะคะ ไม่ใช่เจ้าเม่นที่จะชนอย่างเดียวเลย ><) 

แต่เห็นพัฒนาการเล็กๆ นี่ไหมคะ ^^ 

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นและกำลังใจเช่นเคยค่า 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว