ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ

ตอนที่ 10 คำสัญญา

ชื่อตอน : ตอนที่ 10 คำสัญญา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 88

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 เม.ย. 2564 11:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10 คำสัญญา
แบบอักษร

กลางดึกมืดสนิท แต่ก็ยังมีคนที่นั่งเหม่ออยู่ลำพังบนบันไดบ้าน 

"ยังไม่นอนอีเหรอ" 

เสียงแห่งความเอื้ออารีย์ดังมาพร้อมกับแสงตะเกียงเจ้าพายุดวงใหญ่ที่มีคนถือเดินเข้ามาใกล้ๆ 

"ทะเลาะกับน้องรึไง" 

"เปล่าครับ คุณยาย" 

แม่เลี้ยงลัดดาวัลย์วางตะเกียงบนโต๊ะไม้สักก่อนจะนั่งลงที่ขั้นบันไดข้างๆหลานชาย 

"ยาร์นเอ๊ย ยายไม่รู้ว่าหลานต้องเจออะไรมาบ้าง แต่พอเห็นหลานโตเป็นผู้ใหญ่แบบนี้ยายก็หายห่วงแล้วล่ะ" 

"ครับ" 

"อย่าห่วงน้องเลย ยูคันธ์ถึงจะเอาแต่ใจไปบ้าง แต่เขาก็เป็นเด็กดีนะ" 

"ผม........" 

"ถ้าคิดถึงก็มาหากัน ถ้ารักก็บอกออกไปตรงๆ ชีวิตเราก็มีเท่านี้แหล่ะ" 

"ผมกลัวครับ คุณยาย" 

ยาร์นพูดเสียงแผ่ว แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงมือหยาบกร้านแสนอบอุ่นที่ลูบศีรษะปลอบใจเท่านั้น 

.............................................. 

ผมกำลังยืนอยู่ที่ไหนสักแห่ง........ 

ผมยืนอยู่คนเดียวบนทางลูกรังขรุขระ เบื้องหน้าผมตอนนี้มีใครบางคนยืนอยู่ด้วย นี่เป็นความฝัน ใช่ มันต้องเป็นความฝันแน่ๆ แล้วคนที่ยืนอยู่ต่อหน้าผมตอนนี้ก็ไม่ใช่ยาร์น 

"น้องยูคันธ์" 

ไอ้ฟอร์ท! 

มันกำลังเดินมาหาผมพร้อมกับยิ้มโรคจิตของมัน ไอ้บ้านี่ผมอยากชกหน้ามันสักหมัดให้หายแค้น มันเดินเข้ามาหาผมเรื่อยๆ มือของมันก็เข้ามาจับผมเอาไว้ด้วย 

"คิดว่าจะหนีพี่พ้นเหรอครับ หืม" 

"ไปตายซะ!" 

ผมสะบัดมือมันออกพร้อมสาปแช่งมัน ก่อนที่หน้าตาโรคจิตของมันจะหายไปเหลือไว้แค่ความมืดสลัว 

"ฉันอยู่กับนายไม่ได้" 

เสียงทุ้มคุ้นหูเรียกให้ผมหันหลังไปมอง ผู้ชายที่ยืนหันหลังให่ผมห่างไปหลายเมตรสวมแค่กางเกงขายาวตัวเดียว ส่วนท่อนบนเปลือยเปล่า บนแผ่นหลังของคนๆนั้นมีรอยสักมังกรตัวใหญ่เต็มแผ่นหลัง ผมมองไม่เห็นหน้าของคนๆนั้นแต่ทำไมกันนะ ผมถึงคุ้นเคยกับร่างนั้นชอบกล 

"ขอโทษนะครับ คุณเป็นใคร" 

ผมถามออกไป แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ ร่างนั้นค่อยๆเดินห่างผมออกไป สองขาของผมก็เริ่มก้าวตามไปด้วย 

"ฉันอยู่กับนายไม่ได้...." 

อีกแล้ว...พูดแบบนั้นอีกแล้ว 

เสียงนั่นทั้งสั่น ทั้งฟังดูเศร้าเหลือเกิน ยิ่งกระตุ้นให้ผมเร่งฝีเท้าเพราะอยากเห็นหน้าของร่างนั้นเต็มๆ 

"เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งไป" 

ผมวิ่งและก็วิ่ง จนในที่สุดผมก็แซงหน้าเข้ามาขวางร่างนั้นเอาไว้ได้ ผมคว้าไหล่เปลือยเปล่านั้นก่อนจะบังคับให้ร่างนั้นหันกลับมาหา 

ปั่บ! 

"บอกให้รอเดี๋ยวไง!" 

พรึ่บ! 

ทันทีที่ผมคว้าไหล่ของร่างนั้นและบังคับให้หันมาได้สำเร็จ สิ่งที่ผมเห็นก็ทำเอาผมนิ่งค้างไปทันที เพราะคนๆนั้นก็คือ 

"ยะ....ยาร์น" 

พรึ่บ!!!! 

"เฮือกกกกก!!!!" 

 ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับลมหายใจที่สูดเข้าปอดเฮือกใหญ่ ฝันร้าย นี่มันฝันร้ายชัดๆ! ผมดีดตัวลุกปาดเหงื่อที่ซึมออกมาตามหน้าผากและขมับแบบขอไปที ทั้งที่อกาศก็ค่อนข้างจัดได้ว่าหนาวแต่ผมกลับเหงื่อไหลท่วมตัว ผมมองไปข้างๆก็ไม่เห็นยาร์นอีกตามเคย แต่ครั้งนี้ใจผมกลับไม่ได้สงบอย่างทุกที 

ผมออกจากห้องเดินไปที่บ้านใหญ่ ระหว่างทางก็มองซ้ายมองขวาหายาร์น คิดว่ามันอาจจะอยู่ในครัวหรือไม่ก็นั่งเล่นอยู่ที่ลานหน้าบ้านเหมือนอย่างที่เคย แต่วันนี้มันกลับเงียบผิดปกติ เงียบเหมือนไม่มีใครอยู่เลยสักคน ผมเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นไปที่ห้องโถงใหญ่ คิดว่าทุกคนอาจจะรวมตัวกันอยู่ที่นั่น แต่พอไปถึง ในห้องโถงของเรือนหลักกลับไปเห็นใครเลยสักคนเดียว 

ทั้งยาย ทั้งไม้งาม ไม่มีใครอยู่เลยสักคน  

ผมเดินออกจากโถงใหญ่และเดินตามหาทุกคนแทบจะทั่วบ้าน ในใจเริ่มจะอยู่ไม่สูข สองเท้าเปล่าๆเดินย่ำไปบนลานดิน ไม่มี ที่ไหนก็ไม่มี 

ไม่นะ หรือว่าจะมีคนเอาตัวยาร์นไปแล้ว  

พวกมาเฟียเมื่อวานรึเปล่า ตอนนี้ผมเก็บความรู้สึกต่อไปไม่ไหวแล้ว ผมกลัว 

กลัว.... 

ตึกตักๆๆๆ.... 

หัวใจผมเต้นแรงขึ้นและแรงขึ้น และมันก็ทำให้ผมเริ่มหายใจไม่ทัน 

"ฮ้า!!! ฮ้า!!" 

ผมหยุดยืนสองมือค้ำหัวเข่าตัวงอเป็นกุ้ง พยายามหายใจปรับอารมณ์ของตัวเองให้สงบลง นี่ผมกำลังทำอะไรอยู่ เนื้อตัวผมมอมแมมขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ผมเป็นอะไรไปแล้ว  

"ยูคันธ์" 

"!!!..." เสียงทุ้มคุ้นหูดังมาจากด้านหลัง ทำเอาผมชะงักไปครู่หนึ่ง ผมยืดตัวยืนเต็มความสูงและเอี้ยวตัวหันไปมองคนที่อยู่ข้างหลัง ยาร์นยืนมองผมอยู่ไม่ไกลนัก สีหน้าของมันที่ส่งมาเหมือนกำลังสงสัยอย่างแรง 

"เกิดอะไรขึ้น ทำไม....!" 

ผมพุ่งตัวเข้าไปกอดยาร์นไว้ทั้งตัว 

"ยู..." เสียงมันคำรามออกมาพร้อมกับมือของมันก็ตบไหล่ผมสองสามที 

"กู....ฝันร้ายน่ะ" 

ผมผ่อนลมหายใจให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมรู้ว่าตัวเองสั่นไปทั้งตัว ถ้าไม่กอดมันไว้ผมต้องล้มลงไปกองกับพื้นแน่ๆ 

ยาร์นพาผมกลับมาที่ห้องและทำความสะอาดมือเท้าพร้อมกับทำแผลถลอกปอกเปิกให้ผมเงียบๆ ผมมองมันไม่กล้าที่จะถามว่ามันหายไปไหน ภาพในความฝันยังติดตาสะกดสายตาผมให้มองแค่แผ่นหลังของมัน อย่างยาร์นเหรอจะมีรอยสักแบบนั้น ดูมันรักความสะอาดจะตายไป 

"ทำไมมองฉันแบบนั้น" 

"เปล่า" 

ผมชักมือกลับ เบือนหน้าไปอีกทาง 

"ต่อไปจะไปไหนก็บอกกันบ้างสิ" 

"เห็นนายหลับอยู่ก็เลยไม่กวนน่ะ" 

ยาร์นพูดพร้อมกับเก็บอุปกรณ์ทำแผลลงกล่องและซุกมันไว้ใต้เตียงเหมือนเดิม 

"ยาร์น" 

"หืม" 

"สัญญากับกูอย่างหนึ่ง...ได้ไหม" 

"อะไร" 

"รับปากกูสิ" 

"ก็ได้ ว่ามาสิ" 

"............." ผมมองหน้ามันเงียบๆ ตอนนี้ผมพูดอะไรไม่ออกเลยพับผ่าสิ  

ยาร์นเอียงคอมองหน้าผมแต่มันก็ไม่ได้ถามอะไรอีก 

"ถ้านายสอบผ่านฉันจะยอมให้สั่งหนึ่งข้อ แบบนี้ดีไหมล่ะ" 

"อะไรนะ" 

"ก็....ตามนั้นแหล่ะ ฉันสัญญาตกลงไหมล่ะ" 

ผมมองหน้ามันก่อนจะยื่นนิ้วก้อยไปต่อหน้า ยาร์นเตรียมท่าจะหัวเราะ ผมถลึงตาใส่มันทีหนึ่ง มันก็เลยยอมยื่นนิ้วก้อยมาเกี่ยวด้วย 

"ตามนั้น" 

"ตามนั้น" 

ผมควรบอกมันดีไหม หรือว่าจะเก็บไว้คนเดียวแบบนี้ตลอดไป เพราะมันเป็นแค่ฝัน  

ใช่ มันเป็นแค่ความฝัน ผมจะเก็บมาใส่ใจทำไมกัน 

............................................ 

"พี่ยูพี่ยาร์นจะมาอีกเมื่อไหร่จ๊ะ" 

"ไว้จะหาเวลามาบ่อยๆนะ" 

"ไม้คิดถึงพวกพี่แย่เลย" 

ไม้งามยังเป็นเด็กน้อยกอดอ้อนออเซาะไม่เคยเปลี่ยน ผมกอดน้องกลับและโยกไปโยกมาเหมือนที่เคยทำส่วนยาร์นก็ไปกอดลายายกับลุงอินทร์ 

"พี่ยู" 

"หืม?" 

"ดูแลพี่ยาร์นดีๆนะ ไม้เป็นห่วง" 

"ยายเด็กน้อย กอดพี่อยู่แล้วยังมีหน้ามาบอกให้พี่ดูแลคนอื่นดีๆอีก จะเอายังไงเนี่ย" 

"ก็ไม้เห็นพี่ยาร์นเป็นห่วงพี่ตลอดเลยนี่นา ไม่รู้ล่ะ สัญญากับไม้ก่อนว่าจะดูแลกันให้ดีๆ" 

เด็กสาวยื่นนิ้วก้อยมาต่อหน้าผม ถึงมันจะเป็นการกระทำที่ไร้เดียงสา แต่ผมกลับตัวชาไปครึ่งหนึ่ง สุดท้ายก็ทนความรบเร้าของยายเด็กน้อยไม่ไหว ผมยื่นนิ้วก้อยไปเกี่ยวกับเธออย่างช่วยไม่ได้ 

"ก็ได้ พี่สองคนจะดูแลกันดีที่สุดเลย พอใจยัง" 

ผมย้ำคำสุดท้ายอย่างหมั่นเขี้ยว และยาร์นก็เดินเข้ามา ไม้งามผละจากผมและเข้าไปกอดมันทันที 

ยาร์นไม่ได้กอดกลับแต่มันยื่นนิ่งและลูบหัวเธอสองสามที ไม่พูดอะไร 

เพราะยาร์นยังไม่ชินทางก็เลยไม่ได้ขับเร็วมาก ส่วนผมก็ทำหน้าที่ตุ๊กตาหน้ารถบวกจีพีเอสคอยบอกทางมันไปเรื่อยๆ เพราะขับรถลงเขาแถมมีโค้งอันตรายหลายจุด เราก็เลยต้องระวังเอามากๆ ผมเพิ่งมารู้เอาตอนนี้ว่ายาร์นเป็นคนขับรถนิ่งมากๆ 

"เมื่อกี้ตอนก่อนมา ไม้งามพูดอะไรด้วย" 

"ยุ่งน่า ก็แค่พี่น้องเล่นกัน" 

ผมบอกแบบขอไปที สายตามองจีพีเอสบนโทรศัพท์ 

"งั้นเหรอ" 

"ว่าแต่มึงเถอะ ดูทางดีๆด้วย กูยังไม่อยากตายโหง" 

"ก็ใครใช้ให้มือเจ็บขนาดนั้นเล่า" 

"อึก!" มันเล่นเอาผมพูดไม่ออกเลย 

จะบอกมันไปได้ยังไงว่าผมหกล้มหัวคะมำเป็นเด็กๆเพราะตามหามันไปทั่วบ้าน 

ไม่มีทางบอกมันเด็ดขาด 

ผมเงยหน้าขึ้นมองทาง สายตาก็เหลือบมองรถตู้สองสามคันที่วิ่งต่อแถวกันมาด้านหลัง 

"ชะลอให้เขาแซงไปก่อนเถอะ ข้างหน้าเป็นโค้งกับเหวด้วย" 

ผมบอกยาร์น และทันใดนั้นเอง.... 

ปัง! 

เพล้ง! 

“อึก!” 

“ยาร์น!” 

ผมมองเห็นยาร์นฟุบลงไปกับพวงมาลัย เลือดสีแดงไหลออกมาเปื้อนเสื้อยืดสีขาวของมันทั้งซีก และรถของเราก็เสียการทรงตัว 

เอี๊ยดดดดดดดด!!!! 

“เห้ย! ข้างหน้า!” 

โครมมมมมม!!!! 

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ผมรู้สึกเคว้งไปหมด และพอได้สติกลับมาผมก็นอนแนบอยู่บนตักของยาร์นแล้ว 

“อึก!” 

ผมพยายามลุกขึ้น ถุงลมนิรภัยขาดกระจุย ตอไม้ทิ่มทะลุกระจกหน้าเข้ามาเสียบเบาะที่ผมนั่งทะลุไปด้านหลัง ถ้ายาร์นไม่ดึงผมไปก่อนป่านนี้ผมคงถูกเสียบทะลุไม่ต่างจากเบาะแน่ ผมลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล และเมื่อผมมองไปที่ฝั่งคนขับ สภาพที่ผมเห็นก็แทบจะทำให้ผมหยุดหายใจ 

“ยะ ยาร์น” 

ยาร์นฟุบอยู่กับพวงมาลัยที่ถูกอัดเข้ามาจนผิดรูป ทั้งใบหน้าและเนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือด 

“ยาร์น....ยาร์นได้ยินกูไหมยาร์น ยาร์น!” 

ผมเขย่าร่างแน่นิ่งนั้นแรงๆ ได้ยินเสียงเล็กๆของมัน หัวใจของผมก็อุ่นวาบขึ้นมาทันที  

“มึงเป็นยังไงบ้าง ยาร์น ตอบกูหน่อย ได้ยินกูไหม” 

“ไม่เป็นไรนะ ยูคันธ์” 

“ห่วงตัวเองก่อนเถอะน่า!” 

น่าโมโหจริงๆ ตัวเองกำลังจะตายอยู่แล้วยังมาห่วงคนอื่นอยู่ได้ ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไรต่อ 

ยาร์นก็คว้าแขนผมไว้และดึงผมให้ล้มลงไปซบบนตักมันอีกรอบ 

“ทำอะไร…” 

“ชู่ว…เงียบไว้ นิ่งๆ” 

ผมทำตามมันแต่โดยดี  

“หลับตาซะ ยูคันธ์ เร็วเข้า” 

ผมทำตามที่ยาร์นบอก ทันทีที่ผมหลับตา ฝ่ามือของยาร์นก็ลูบใบหน้าของผมก่อนที่มันจะนิ่งและหล่นลงข้างตัวผม หัวใจของผมเต้นแรงผิดปกติ แต่ผมก็ต้องหลับตาและนอนนิ่งๆตามที่มันสั่ง ได้ยินเสียงฝีเท้าแปลกๆเดินเข้ามาใกล้ๆ ผมพยายามหลับตาและนิ่งให้ได้มากที่สุดและเงี่ยหูฟังเสียงนั้น 

“สภาพน่าจะไม่รอดครับนาย” 

“!!!!” 

ผมพยายามหลับตาไว้อย่างนั้นทั้งที่ตกใจกับเสียงที่ได้ยิน  

นี่ไม่ใช่อุบัติเหตุ! 

เสียงฝีเท้าคนห่างออกไปไกลก่อนที่เสียงรถจะค่อยๆเบาลงเรื่อยๆ  

พวกมันไปกันแล้วสินะ  

ผมลืมตาลุกขึ้นช้าๆมองออกไปข้างอย่างระวัง ไม่มีใคร ไม่มีรถ พวกมันไปกันหมดแล้ว ผมหันกลับมาหายาร์น มันนิ่ง แม้แต่มือของมันก็เย็นเฉียบ ผมยื่นมือสั่นๆเข้าไปอังจมูกมัน มันยังหายใจอยู่แต่ก็รวยรินเต็มที 

“ยาร์น ยาร์นมึงอย่าเป็นอะไรนะ ยาร์นมึงได้ยินกูไหม” 

“อือ” 

“ไหวไหม” 

“เจ็บ....” 

เสียงแผ่วมาก เหมือนกับว่ามันจะขาดใจตายอยู่รอมร่อ ผมหันซ้ายหันขวา ลอดตัวออกมาทางกระจกอย่างทะลักทุเล ก่อนจะอ้อมมาที่ประตูฝั่งคนขับ ผมออกแรงกระชากประตูหลุดออกทั้งบานและลากยาร์นออกมาอย่างระวังที่สุด ทันทีที่ผมเห็นสภาพมันเต็มตา น้ำตาผมก็เอ่อขึ้นมาทันที  

“ทำใจดีๆไว้นะ กูจะพามึงไปโรงพยาบาล” 

ผมพยายามกดเสียงไม่ให้สั่น พยุงยาร์นออกมาจากตัวรถขึ้นมาบนถนน แต่ยิ่งอดทนน้ำตาผมก็ยิ่งล้นออกมาจนมองทางไม่ชัด 

“อย่าร้อง” 

ยาร์นกระซิบผมเบาๆ แต่ไอ้คำปลอบใจของมันกลับยิ่งทำให้ผมร้องไห้ออกมา 

“มึงอย่าเป็นอะไรไปนะ ฮึก! อย่าทิ้งกูไป” 

“อึก!” 

“ยาร์น!” 

“ไม่เป็นไร” 

ผมไม่เชื่อมันหรอก คำพูดของมันกับสภาพที่ผมเห็น ผมเชื่อไม่ลงเลยว่ามันไม่เป็นไร ผมพายาร์นขึ้นมาบนถนนได้สำเร็จ ประจวบเหมาะกับมีคนหลายคนลงจากรถแล้ววิ่งเข้ามาหาพวกผม 

“คุณยู คุณยาร์น!” 

“พี่เชษฐ์” 

“เห้ย! พวกมึง พาคุณหนูไปโรงพยาบาล เดี๋ยวนี้เลย!” 

เชษฐ์เข้ามาช้อนตัวผมกับยาร์นเอาไว้ก่อนที่ผมจะล้มลง ผมมองเห็นไม่ชัด แต่มีคนหนึ่งอุ้มยาร์นขึ้นรถ ส่วนพี่เชษฐ์ก็อุ้มผมตามไปติดๆ หลังจากนั้นสติผมก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย 

"ยูคันธ์...ยูคันธ์" 

เสียงของแม่นี่...ผมลืมตาขึ้นมองก็เจอแม่จริงๆ 

"แม่ครับ" 

"เป็นยังไงบ้างลูก" 

"ยาร์นล่ะครับ" 

"ตื่นมาก็เรียกหาพี่เขาเลยเหรอ" 

"แม่ ยาร์นล่ะครับ" 

ผมย้ำเสียงสั่น สองมือคว้าแขนแม่เขย่าไปมา ภาพสุดท้ายที่ผมเห็นมันทำให้ผมกลัวจนควบคุมอารมณ์ไว้ไม่อยู่แล้ว 

"ฉันอยู่นี่" 

กึก! 

เสียงทุ้มคุ้นหูดังมาจากอีกฝั่งของเตียงที่ผมนอน ผมปล่อยแขนแม่และหันไปมองตามเสียงนั้นก็เจอยาร์นที่นั่งทำหน้าซื่อบื้ออยู่ข้างๆ ตามเนื้อตัวของมันไม่ได้มีเลือดอาบเหมือนตอนที่ผมเห็น ดูมันสบายดีจนผมแปลกใจ 

"มะ มึงไม่เป็นไร จริงๆเหรอ" 

"แค่ฟกช้ำเล็กน้อยน่ะ" 

"ตะ แต่ว่า" 

"ทำไม อยากให้ฉันเป็นอะไรขนาดนั้นเลยเหรอ" 

ผมพูดไม่ออก ส่วนยาร์นก็เงยหน้าขึ้นไปมองแม่ 

"แม่ครับ ผมอยากกลับบ้านแล้ว เหนียวตัว อยากอาบน้ำ" 

"....จ้า" 

ผมไม่รู้ว่าแม่มีสีหน้าแบบไหนตอนที่เงียบไป สายตาผมตอนนี้โฟกัสแค่ยาร์น มันไม่เป็นอะไรจริงๆเหรอ จะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อมัน...ถูกยิง 

เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเงียบลงอย่งรวดเร็ว ตำรวจเข้ามาสอบปากคำผมกับยาร์นบ้างเล็กน้อย แล้วผลสรุปที่ทำให้ผมขัดใจที่สุดคือ ทุกอย่างเป็นแค่อุบัติเหตุ  

แน่นอนว่าไม่ใช่ ผมมั่นใจว่ามันไม่ใช่อุบัติเหตุ ก็ในเมื่อผมเห็นเต็มสองตาว่าคนพวกนั้นจงใจยิงเรา แถมยังเบียดจนรถของเราตกถนนเกือบจะดิ่งลงเหวแล้วยังลงมาเช็คความเรียบร้อยอีกด้วย ผมอยากแย้งเต็มที่แต่แม่ก็ห้ามผมเอาไว้และให้พี่เชษฐ์ขับรถมาส่งผมกับยาร์นที่บ้าน ยาร์นหลับตลอดทาง และนอนอยู่เบาะหลัง ส่วนผมนั่งหน้าข้างคนขับ คอยเหลือบมองมันผ่านกระจกมองหลัง ยิ่งมองหน้ามันตอนหลับ ความสงสัยของผมก็ยิ่งเก็บไม่อยู่ ในเมื่อแม่ไม่ให้ผมพูดอะไร หลอกๆถามพี่เชษฐ์ดูจะได้ไหมนะ 

"พี่เชษฐ์ แล้วรถของผมล่ะ" 

"รถของคุณยู....เห็นตำรวจบอกว่ารถระเบิดแล้วก็ไหม้หมดเลยครับ ถังน้ำมันคงจะรั่วตอนที่เสียหลักตกลงไป" 

"พี่เชษฐ์คิดว่ามันเป็นอุบัติเหตุรึเปล่า" 

"ทำไมถามแบบนั้นล่ะครับ" 

"ผมเห็นน่ะสิ ยาร์นมันถูกยิงจริงๆนะ" 

"ฮะๆๆ คงเป็นเพราะคุณยูตกใจไปเองล่ะมั้งครับ คุณยาร์นไม่ชินทางก็เลยเสียหลักไปเฉี่ยวกับรถคันอื่นแล้วรถก็คงตกถนนไป เสียงที่คุณยูได้ยินอาจจะเป็นเสียงตอนที่รถเฉี่ยวกันก็ได้นะครับ" 

"แต่..." 

ผมหยุดไว้แค่นั้น ลอบมองหน้าพี่เชษฐ์ที่แอบถอนหายใจอย่างเนียนๆ ผมไม่ได้โง่ขนาดจะมองอะไรไม่ออก แต่ในเมื่อไม่อยากบอก ก็ป่วยการที่ผมจะคาดคั้น  

ผมเอี้ยวตัวมองยาร์นที่นอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่เบาะหลัง เพราะเสื้อคลุมสีดำที่มันใส่อยู่ทำให้ผมมองไม่เห็นบาดแผลของมันว่าหนักขนาดไหน แต่ดูจากสภาพแล้ว ผมมั่นใจว่ามันไม่ใช่น้อยๆแน่ๆ 

พี่เชษฐ์ส่งผมกับยาร์นถึงบ้าน ก่อนจะขับรถออกไปเพราะแม่ต้องบินไปต่างประเทศอีกแล้ว ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติ แต่ที่มันแปลกไปจนผมรู้สึกได้ก็คือ บ้านทั้งหลังเงียบจนรู้สึกวังเวง แม่บ้านไม่มีใครอยู่สักคน ยาร์นเดินกลับห้องของมันโดยที่ไม่ได้พูดอะไรกับผม เพราะผมไม่เคยเห็นมันสภาพนั้นมาก่อน ทำให้ผมชักจะเป็นห่วงมันขึ้นมาตงิดๆ 

ผมเดินเข้าไปในห้องมันพร้อมถุงยาจากโรงพยาบาลกับน้ำเปล่าขวดเล็กๆ เพราะคิดว่าอย่างน้อยก็น่าจะให้มันได้กินยาก่อนนอน ประตูห้องของมันไม่ได้ล็อกและพอเดินเข้าไปในห้องก็มืดสนิท ยาร์นไม่ได้เปิดไฟในห้อง แต่ก็พอมีแสงสลัวให้เดินได้อยู่ ผมมองหามันไปทั่วห้องแต่ก็ไม่เจอจนเห็นแสงไฟที่ส่องออกมาจากห้องน้ำ ผมเดินเข้าไปใกล้ประตูห้องน้ำที่เปิดแง้มไว้ และก่อนที่มือผมจะจับลูกบิดผลักประตูเข้าไป สิ่งที่ผมเห็นผ่านช่องเล็กๆนั้นก็ทำให้ผมตัวแข็งทื่อเย็นวาบไปทั้งตัว 

ตึง! 

ขวดน้ำในมือหล่นกระแทกพื้นกลิ้งไปไม่รู้ทิศ ตอนนอนนี้สองตาของผมกำลังสะท้อนภาพแผ่นหลังที่มีรอยสักรูปมังกรตัวใหญ่ที่พาดตั้งแต่ไหล่ลงมาถึงบั้นเอวของคนที่ยืนอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำ 

ตึกตักๆๆๆ..... 

ความคิดเห็น