ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 28

คำค้น : daddy and the beast ตอนที่ 28

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 178

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 เม.ย. 2564 15:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 28
แบบอักษร

ตอนที่ 28 

เวลาผ่านไปเป็นเดือนแล้วมั้งที่ผมจมปรักอยู่ที่นี่ ไม่มีท่าทีว่าผมจะสามารถควบคุมพลังของตัวเองได้เลยมิหน่ำซ้ำมันยังรู้สึกเหมือนตัวเองถูกกลืนกินมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่ว่าผมคิดไปเองแต่ร่างกายมันตอบสนองจนผิวที่ว่าขาวซีดอยู่แล้วตอนนี้เริ่มออกสีขาวซีดจนแอบม่วงเขียวเหมือนศพ เมื่อก่อนผมมีเขาสีแดงแต่ตอนนี้มันเริ่มดำสนิทและผมมีหางงอกออกมา

ช่วงนี้พวกปีศาจในหุบเขามรณะเริ่มไม่กล้าออกมาหากินเพราะรู้ว่ามีผมอยู่ แม้แต่เพนนียังเริ่มถอยไปอยู่ไกลๆ ผมรู้สึกได้ว่าไม่กี่วันมานี้รับรู้ได้ถึงคลื่นพลังปีศาจจากสงครามอยู่ใกล้มาก พวกพี่ๆ มาทำสงครามกันไกลถึงเขตชายแดนเลยเหรอ

“แฮ่ก แฮ่ก อือ”

ผมนั่งก้มหน้าอยู่ตรงหน้ากองซากศพของเหล่าปีศาจที่ได้ฆ่าไป ผมสิ้นหวังและไม่รู้เลยว่าจะต้องทำยังไงถึงจะสามารถควบคุมพลังของตัวเองได้

“กี่ศพแล้วนะ”

ตั้งแต่พลังตื่นขึ้นมาผมก็ไม่ได้ยินเสียงกระซิบในใจเหมือนเมื่อก่อนอีก ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นและเริ่มสับสน ผมไม่รู้ว่าตอนนี้พลังของผมมันจะสามารถควบคุมได้หรือเปล่า ผมเป็นใครกันแน่ทำไมถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ พลังมากมายแบบนี้ไม่ควรจะเป็นของผมตั้งแต่ต้น

นี่ผมกำลังทำอะไรอยู่ แล้วทำไมต้องควบคุมพลังปีศาจของตัวเองด้วย

“ทำไมไม่ให้ข้ากลืนกินซะล่ะ”

เอ้ะ! เมื่อกี้ผมพูดเองเหรอ ผมพูดอะไรออกไป เกิดอะไรขึ้นกับผมกันแน่

“งี๊ด...หงิงๆ”

เพนนีค่อยเดินเข้ามาหาช้าๆ ก่อนจะเอาหน้ามาถูไถคลอเคลียเหมือนกำลังปลอบโยน อยู่ดีๆ น้ำตาผมก็ไหลออกมาแล้วก็รู้ตัวว่าพึ่งเสียสติไปชั่วขณะ

นี่ผมกำลังจะถูกพลังของตัวเองกลืนกินเข้าไปเรื่อยๆ งั้นเหรอ มันเป็นพลังของผมนะทำไมถึงจะควบคุมไม่ได้ล่ะ

“ข้าเหนื่อยเหลือเกินเพนนี”

“หงิง...”

“ข้าเกือบลืมไปแล้วว่าที่พยายามทำอยู่ทุกวันนี้ข้าทำไปเพื่อจะได้กลับไปหาโรเบน แต่ป่านนี้แล้วหมอนั่นจะยังมีชีวิตอยู่หรือจำข้าได้หรือไม่”

น้ำตามันไหลลงอาบแก้มทั้งสอง ผมไม่ได้สะอึกสะอื้นแต่อย่างใด ไม่ได้อยากจะร้องไห้ด้วยแค่น้ำตามันไหลลงมาเองเท่านั้น มันคงอัดอั้นมานาน

“ข้าโดดเดี่ยวและไร้ซึ่งจุดยึดเกาะ สิ่งเดียวที่ยังยึดมั่นคือโรเบนแต่ข้ากลับเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าถ้าข้ากลับไปเค้าจะยังต้อนรับข้าเหมือนดังแต่ก่อน ข้าคงอยู่คนเดียวมานานเกินไป”

“งี้ด...”

ผมร้องไห้อยู่นาน ความรู้สึกอึดอัดมืดมนในใจเริ่มก่อตัวมากขึ้นร่างกายเริ่มตอบสนองต่อความรู้สึกด้านลบจนพลังที่พยายามสะกดเอาไว้แข็งกร้าวขึ้นมา ผมผลักเพนนีออกแล้วลุกเดินเซไปตามทาง หมาปีศาจไม่ได้ตามมาเพราะมันรับรู้ได้ถึงอันตรายจากตัวของผม

เดินมาไกลเท่าไหร่ไม่ทราบได้ผมเริ่มคุมตัวเองไม่อยู่สาดพลังไปรอบด้านเหมือนคนคลุ้มคลั่ง ต้นไม้ใบหญ้าที่ถูกพลังผมซัดใส่พากันหักโค่นล้มลงเป็นทาง ไม่นานรอบด้านก็เละเทะวุ่นวายไปหมด น้ำตาของผมยังไหล ไม่นานนักร่างกายที่คลั่งเพราะพลังก็ไม่สามารถฝนทนได้อีก ผมล้มตัวลงนอนแล้วหลับไปในที่สุด

นี่คือในความฝัน มันเป็นห้วงฝันที่ผมรู้ตัวว่ากำลังฝันแต่ก็หาทางตื่นไม่ได้

เดินฝ่าหมอกไปไม่นานก็พบกับสระบัวอยู่ตรงหน้า สระน้ำใสสะท้อนแสงจันทร์ทอประกายสีฟ้าน้ำเงิน ดอกบัวสีขาวชมพูตัดกับผืนน้ำและใบบัวสวยจนหยุดมองไม่ได้ กลางสระนั้นมีร่างของคนกำลังยืนหันหลังเปลือยผมยาวสยายลงถึงต้นขา ร่างเพรียวเอวบางอ้อนแอ้นอรชรสวยหยด ร่างนั้นค่อยๆ หันกลับมาช้าๆ ทำให้ผมได้เห็นเรือนร่างนั้นชัดเจน

เป็นบุรุษรูปงามเหมือนเทพเทวดา ใบหน้าเรียวริมฝีปากกระจับแดงเรื่อแกมชมพู ดวงตากลมโตหางยกเอี่ยวสวยจนน่าประหลาด งดงามจนแทบไม่เชื่อว่าเป็นร่างกายของผู้ชาย หากร่างนั้นมีหน้าอกจะกลายเป็นสตรีที่งดงามที่สุดที่ผมได้เคยพบเจอ ชายคนนั้นยกยิ้มให้ก่อนจะผายมือเชื้อเชิญผมเข้าไปหา

“อย่าได้กลัว”

“...”

ความงามนั้นล่อให้ผมก้าวเข้าไปหาโดยไม่รู้ตัว ผมเดินลัดน้ำในสระต่อไปเรื่อยๆ จนถึงกลางสระแล้วหยุดมองหน้าสวยนั้นเงียบๆ

“เจ้าอิจฉาในความงามนี้หรือ”

“...”

“หรือเจ้ากำลังหลงใหล”

“...ท่าน เป็นใคร”

“ข้าคือเสียงที่คอยกระซิบบอกเจ้าในหัวมาตลอด”

“ห้ะ?”

ผมแทบไม่เชื่อ อยู่ดีๆ ก็นึกถึงตอนที่เสียงในหัวพูดขึ้นมาอย่างหยาบคายเพื่อนไล่ผมไปโลกมนุษย์ คนที่สวยจนไม่มีที่ติแบบนี้จะพูดจาแบบนั้นเหรอ

“ขอโทษที่ข้าได้ยินเสียงในหัวเจ้านะ นั่นคือคำพูดในตอนที่ข้าโมโหและพยายามให้เจ้าทำตามที่บอกให้ได้มากที่สุด ความจริงแล้วข้าไม่ได้พูดจาน่าเกลียดเช่นนั้นหรอก”

“...อ่อ ครับ”

“ข้าคือต้นกำเนิดพลังของเจ้า พ่อของเจ้าน่าจะเคยเล่าให้ฟังถึงราชาปีศาจองค์แรกแล้ว เรื่องที่ท่านมีพลังสามารถควบคุมเหล่าปีศาจได้ทุกตนและได้สืบทอดพลังนั้นมาจากรุ่นสู่รุ่นสู่รุ่นแก่ราชาปีศาจ ข้าคือเงาของพลังนั้น เป็นพลังที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาเหล่าปีศาจ พลังของข้าไม่เพียงแค่ความแข็งแกร่งเท่านั้นรูปลักษณ์ยังงดงามทำให้ผู้อื่นหลงใหลและทำตามที่ข้าสั่งได้ ข้าควรจะได้เป็นราชามากกว่าท่านรุ่นแรก...”

“หมายความว่ายังไง”

“ข้าจะเล่าให้ฟัง เรื่องราวของข้าในตอนที่โลกปีศาจยังไม่มีผู้ใดแข็งแกร่งและได้ครอบครอง ข้าเกิดมามีพลังมหาศาลสามารถสยบเหล่าปีศาจได้ทั่วหล้า รูปลักษณ์ที่งดงามของข้าทำให้เหล้าปีศาจที่แข็งแกร่งยอมก้มหัวให้ในความงดงามและความสามารถโดยที่เถียงอะไรไม่ได้ ไม่สิ...ไม่มีใครเถียงความแข็งแกร่งและน่าหลงใหลนี้ได้หรอก นอกจากเบลซ์ ชายผู้นั้นเกิดมาจากไหนเติบโตมาได้อย่างไรไม่มีใครรู้ ข้าพบเขาครั้งแรกในหุบเขามรณะแห่งนี้ ตอนนั้นที่ยังงดงามจนแทบไม่อยากเชื่อว่ามีสถานที่นี้อยู่ในโลกปีศาจ แสงแดดที่ไม่เคยส่องถึงโลกนี้แต่กลับสาดหุบเขามรณะได้แจ่มแจ้ง”

ชายตรงหน้าเด็ดก้านบัวขึ้นมาแล้วใช้เปลวไฟสีดำเผาทำลายมันช้าๆ

“ไม่รู้ที่มาที่ไปของตนเหมือนคนโง่เขลาไม่มีความทรงจำ เบลซ์เป็นชายคนแรกที่ไม่ลุ่มหลงในความงามของข้า มันจึงทำให้ข้าหลงรักเขา หลงในสิ่งที่เขาเป็นเพราะมันหาไม่ได้จากที่อื่น เขาคอยอยู่เคียงข้างข้ามานานจนกระทั่งข้าเริ่มทำการก่อตั้งบัลลังก์ขึ้นมา ข้าขอให้เบลซ์อยู่เคียงข้างข้าแต่ไม่คิดเลยว่าชายที่ไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับตัวเองเลยจะมีพลังที่น่ากลัวซ่อนเอาไว้ พลังนั้นสามารถควบคุมปีศาจได้ทุกตนแม้แต่ข้าก็ไม่เว้น ถ้าให้พูดแล้วความแข็งแกร่งข้าไม่แพ้ผู้ใด ข้าเป็นที่หนึ่ง...แต่ต่อหน้าพลังควบคุมของเบลซ์ข้าก็เป็นเพียงแค่แมลงที่มีพิษร้ายพยายามจะดีดดิ้น”

“เกิดอะไรขึ้น พวกท่านไม่ได้รักกันหรอกหรือ” จากที่เล่ามาผมคิดว่าทั้งสองคนรักกันซะอีก

“ข้ารักเบลซ์แน่นอนอยู่แล้ว แต่ชายผู้นั้นไม่เคยรักข้า เขาเพียงแค่ทำตามสิ่งที่ข้าขอเพราะอยากรู้เรื่องราวของตัวเอง เจ้ารู้มั้ยว่าตอนจบของข้ากับเบลซ์เกิดอะไรขึ้น”

“...”

“หึ...” แม้จะแค่นหัวเราะออกมาแต่แววตาคู่สวยนั้นกลับเศร้าจนน่าสลด “เบลซ์รู้เรื่องพลังของตัวเองหลังจากที่ข้าพาเขากลับมาอยู่ด้วย ตอนนั้นข้ากำลังก่อตั้งบัลลังก์ แต่ยังไม่ทันจะได้ขึ้นเป็นใหญ่เพื่อนพ้องของข้าที่คอยร่วมอยู่เคียงบ่าเคียงไหล่ก็เริ่มแปรพักตร์ จากหนึ่งกลายเป็นสอง จากสองกลายเป็นครึ่ง ตอนแรกข้าจะไม่ถือสาเพราะถึงยังไงการที่คนอื่นให้ท้ายเบลซ์ก็เป็นเรื่องดีอยู่แล้ว เพราะข้าไว้ใจและไม่คิดว่าเบลซ์จะหักหลัง แต่สุดท้าย”

“...”

“สุดท้าย...เมื่อเพื่อนพ้องของข้าครึ่งหนึ่งหันไปอยู่กับเบลซ์แล้ว เขาก็เปิดเผยพลังของตนเองสยบปีศาจทุกตนเข้าไปเป็นพวก ข้าเข้าต่อสู้และใช้พลังทั้งหมดที่มี พลังนั้นมากมายนัก...ข้ารู้ดีว่าแข็งแกร่งที่สุดในโลกแต่ข้ากลับทำอะไรเบลซ์ไม่ได้ เบลซ์ใช้พลังกับข้าแล้วขอให้ข้ายอมแพ้เพื่อให้ตนขึ้นเป็นราชาองค์แรก”

“ทำไมเขาถึงทำแบบนั้น”

“มันคือชะตากรรม ข้าเป็นเพียงเครื่องมือสร้างอาณาจักรปีศาจขึ้นมา ข้าถูกลิขิตให้พบกับเบลซ์และพาเขามาที่ปราสาท ข้าสร้างทุกอย่างให้เขา...เหมือนข้าถูกหลอกใช้มั้ย”

“...ใช่”

“หึ พลังปีศาจของเบลซ์เป็นสาเหตุ เพราะมีพลังนั้นถึงได้มีราชาปีศาจขึ้นมา พลังนั้นสร้างกฎเกณฑ์ที่ข้าเองก็ไม่สามารถทำได้ มันเป็นโชคชะตาเหมือนที่ข้ามีพลังที่แข็งแกร่งนี้แต่สุดท้ายก็เป็นได้แค่เงาสำหรับองค์ราชารุ่นแรกเท่านั้น”

“แล้วเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น”

“ข้ายอมแพ้ ความจริงแล้วไม่ใช่ยอมแพ้เพราะพลังของเบลซ์หรอก...ข้ายอมแพ้เพราะข้าไม่สามารถทำอะไรชายคนนั้นได้ ข้า...รักเบลซ์น่ะ เมื่อข้ายอมแพ้เบลซ์ใช้พลังปีศาจสังหารข้า ตอนนั้นข้าถึงได้รู้ว่าความรักที่ข้ามีมันเป็นเพียงความโง่เขลาเท่านั้น”

“...เสียใจด้วย แต่หากท่านตายไปแล้วทำไมถึงยังมีชีวิตอยู่ในมโนภาพของข้าได้ล่ะ” ผมเริ่มสงสัย

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว