ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 15 หล่อ ใจดี พึ่งพาได้ 2

ชื่อตอน : ตอนที่ 15 หล่อ ใจดี พึ่งพาได้ 2

คำค้น : โรแมนติก ดราม่า น่ารัก นิยาย

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 46

ปรับปรุงล่าสุด : 14 เม.ย. 2564 00:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15 หล่อ ใจดี พึ่งพาได้ 2
แบบอักษร

 

“สั่งออกมาให้หมดเลย เดี๋ยวน้ำผลไม้เค็ม” 

 

เมื่อขัดขืนไม่ได้มัทนาจึงต้องยอมทำตามสั่งเขาแต่โดยดี ติณห์ช่วยเก็บเศษทิชชูลงในถุงพลาสติกพร้อมกับพยักพเยิดให้ร่างบางดื่มน้ำผลไม้ ไม่รู้ว่าเพราะน้ำตาลหรือเพราะเขา หญิงสาวถึงได้รู้สึกชุ่มฉ่ำในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก มัทนาเอียงคอจ้องเขาแต่ไม่ยอมพูดอะไร จนคนตัวใหญ่หัวเราะออกมา 

 

“มองพี่อะไรขนาดนั้น” 

“ขอบคุณมากนะคะ” ดวงตากลมมองเขาด้วยความซาบซึ้ง 

“มองแบบนี้ อยากกอดปลอบเลย” 

 

คำพูดหมาหยอกไก่ของติณห์ทำเอาร่างบางรีบกลับมานั่งหลังตรงตามเดิม ยังไม่ทันได้คุยกันต่อประตูห้องผ่าตัดก็เปิดออกเสียก่อน เจ้าหน้าที่เข็นเตียงของผู้ป่วยคนหนึ่งออกมา พร้อมกับที่คุณพยาบาลหน้าห้องผ่าตัดเรียกหาญาติของม่านไหม 

 

การผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี แต่คืนนี้หญิงสาวยังต้องสังเกตอาการอยู่ในห้องไอซียู มัทนามองใบหน้าที่ซีดเซียวของพี่สาวขณะพูดคุยกับแพทย์ประจำบ้านแผนกศัลยกรรม 

 

“ถ้าพรุ่งนี้อาจารย์มาตรวจดูอาการแล้วไม่มีปัญหา น่าจะได้ย้ายออกจากห้องไอซียูครับ” 

“ขอบคุณมากนะคะคุณหมอ” 

“เป็นหน้าที่อยู่แล้วครับ” คุณหมอหนุ่มยิ้มรับก่อนหันไปคุยกับติณห์ 

“พี่เตสบายดีนะครับ” 

“สบายดีครับ ขอบคุณอีกครั้งนะครับ” 

 

ก่อนออกมาจากกรุงเทพฯ ติณห์ติดต่อหาเตชิตน้องชายต่างมารดาเรื่องอาการป่วยของม่านไหม โชคดีที่มีรุ่นน้องแพทย์ของเขามาฝึกงานชั่วคราวที่โรงพยาบาลแห่งนี้พอดี เตชิตจึงฝากให้รุ่นน้องช่วยดูแล คุณหมอพูดคุยกับทั้งสองอีกชั่วครู่ก็ขอตัวไปดูแลผู้ป่วยรายอื่นต่อ เวลาตอนนี้เกือบตีห้าแล้วดูท่าว่าเขาคงจะไม่ได้นอนทั้งคืน ห้องไอซียูเปิดให้ญาติเข้าเยี่ยมได้อีกครั้งตอนหกโมงเช้า มัทนาจึงเลือกรออยู่ที่โรงพยาบาลจนกว่าจะถึงเวลาให้เข้าเยี่ยม 

 

“พี่ติณห์กลับไปพักก่อนเถอะค่ะ มัทอยู่ได้” มัทนาหันไปสะกิดคนที่นั่งกอดอกหลับตาอยู่บนเก้าอี้ตัวข้าง ๆ 

“มัทอยู่ไหนพี่ก็อยู่นั่น” 

 

ติณห์ว่าพร้อมกับประคองศีรษะของมัทนาให้ซบลงบนไหล่เขา 

 

“มัทก็พักสายตาหน่อย ถ้าหกโมงแล้วพี่จะปลุก” 

 

หน้าห้องไอซียูตอนตีห้าช่างเงียบสงบ เงียบจนมัทนาได้ยินเสียงหัวใจเต้นเร็วของตัวเอง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเธอรู้สึกอบอุ่นมากแค่ไหนเมื่อมีติณห์อยู่เคียงข้างกัน แม้จะพยายามข่มตานอนแต่หญิงสาวก็นอนไม่หลับจนกระทั่งหกโมงเช้า แพทย์เจ้าของไข้บอกว่าอาการของม่านไหมค่อนข้างดี และหากอาการคงที่จะได้ย้ายออกจากห้องไอซียูในช่วงบ่าย 

 

ติณห์พามัทนากลับมาพักที่คอนโดของเขา สภาพหญิงสาวตอนนี้อิดโรยจนอดสงสารไม่ได้ คอนโดของเขาเป็นห้องพักขนาดใหญ่ ประกอบด้วยห้องนั่งเล่นซึ่งเป็นพื้นที่เดียวกับห้องทานอาหารและห้องนอนมาสเตอร์รูม เมื่อไปถึงที่พักก็พบว่าข้าวตูตื่นนอนแล้วและกำลังนั่งดูดนมดูการ์ตูนอยู่ที่โซฟา 

 

“น้ามัท บ้านลุงติณห์มีทะเลด้วย” 

 

เจ้าตัวเล็กชี้ไปตรงหน้าต่างกระจกบานใหญ่ซึ่งสามารถมองเห็นวิวทะเลหัวหินด้านล่าง มัทนาเดินเข้าไปหาหลานชายพร้อมกับโอบกอดเขาไว้แน่น 

 

“ไว้วันหลังเราค่อยไปเล่นน้ำทะเลกันนะ” 

“วันนี้ไม่ได้เหรอ” ข้าวตูถามตาใส 

“ไม่ได้ เดี๋ยววันนี้ต้องไม่หาแม่ไหม” 

“แม่ไหมก็มาทะเลเหรอ” 

 

“ข้าวตูเลิกกวนน้ามัทได้แล้ว” 

 

คุณนายพิกุลตัดบทก่อนยกโจ๊กร้อน ๆ มาเสิร์ฟให้ติณห์กับมัทนาคนละถ้วย โชคดีที่ไม่ไกลจากคอนโดมีตลาดขายอาหารเช้าอยู่ คุณนายพิกุลจึงไปหาซื้ออาหารมาจัดเตรียมรอพวกเขาไว้ สองหนุ่มสาวนั่งทานอาหารเหมือนหุ่นยนต์ ความรู้สึกนึกคิดว่างเปล่าเนื่องจากไม่ได้นอนมาทั้งคืน 

 

“แล้วก็ตาติณห์ไปนอนในห้องกับยายมัทเลยนะ ป้าไม่ถือ” 

 

คุณนายพิกุลเป็นคนรุ่นใหม่ และรู้สึกเกรงใจติณห์ที่ต้องมาคอยดูแลพวกเธอ ครั้นจะปล่อยให้เจ้าของห้องต้องมานอนลำบากที่โซฟาคงจะไม่ดีเท่าไหร่ และต่อให้ติณห์จะปฏิเสธอย่างไรก็คงไปนอนที่โซฟาไม่ได้ เพราะถูกเจ้าเด็กน้อยยึดเอาไว้นั่งดูการ์ตูนเสียแล้ว 

 

มัทนาอาบน้ำเสร็จก่อนรีบมาจับจองพื้นที่ริมสุดขอบเตียง เตียงของเขาใหญ่มากที่สำคัญยังหนานุ่มเหมือนเตียงดูวิญญาณ แต่กระนั้นมัทนาก็ยังนอนไม่หลับอยู่ดี สถานการณ์แบบนี้มันรู้สึกแปลกอย่างไรบอกไม่ถูก 

 

ร่างบางรีบกลั้นหายใจเมื่อรู้สึกว่าฟูกนอนด้านข้างยุบลง แผ่นหลังสัมผัสถึงไออุ่นของคนที่นอนอยู่ใกล้ ๆ ก่อนที่หัวใจจะสั่นไหวจนแทบหลุดออกมา 

 

“ขอห่มผ้าด้วยได้ไหมครับ” 

 

เครื่องปรับอากาศตั้งอุณหภูมิไว้ค่อนข้างต่ำ มัทนาขยับร่างกายเข้าไปใกล้เขามากขึ้นเพราะผ้าห่มเจ้ากรรมดันผืนเล็กมาก เตียงก็ใหญ่โตทำไมผ้าห่มถึงเล็กจิ๋วจังนะ แม่ร่างกายทั้งสองไม่ได้แนบชิดกัน แต่มัทนารู้สึกถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดลงบนต้นคอ เอาอีกแล้วโว้ย ยุบหนอ พองหนอ อย่าหันไปหนอ อย่าหันไป! 

 

ในที่สุดมัทนาก็ห้ามใจตัวเองไม่ไหว พลิกตัวกลับไปเผชิญหน้ากับเขา ติณห์คงหลับแล้วเพราะจังหวะหายใจเข้าออกเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ หลับง่ายจัง ร่างบางพิศมองใบหน้าหล่อเหลาใกล้ ๆ ตอนนี้ใบหน้าของเขาห่างออกไปเกือบไม่ถึงคืบ เรียวคิ้วคมเข้ม จมูกโด่งได้รูป ที่สำคัญเพิ่งสังเกตเห็นว่าขนตาของติณห์ยาวมาก 

 

“คนบ้าอะไร ทำไมน่ารักจัง” 

 

มัทนาไม่รู้ว่าตัวเองเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวตื่นอีกทีนาฬิกาบนผนังก็บอกว่าเป็นเวลาเกือบบ่ายโมงแล้ว ที่สำคัญคนที่นอนด้านข้างไม่ใช่ผู้ชายตัวใหญ่คนเดิมแต่กลายเป็นเจ้าเด็กอ้วนป้อมน่ารักแทน ร่างบางถอนหายใจออกมา นี่เธอพลาดเยี่ยมพี่สาวรอบเที่ยงวันหรือนี่ 

 

กลิ่นอาหารโชยมาแตะจมูกของมัทนา ด้านหลังเคาน์เตอร์ทำอาหารมีใครคนหนึ่งกำลังยืนทำหน้าตาคร่ำเคร่งอยู่ 

 

“แม่ละคะ” มัทนาถามถึงคุณนายพิกุลที่ไม่เห็นเลยตั้งแต่ตื่นมา 

“พี่พาไปส่งที่โรงพยาบาลแล้ว ไหมออกจากไอซียูแล้วนะ ตอนนี้ย้ายเข้าห้องพิเศษแล้ว” เขาว่าพร้อมส่งยิ้มมาให้ 

“ทำไมไม่ปลุกมัทคะ” 

“มัทดูหลับสบาย กว่าจะแกะมือที่กอดพี่ได้ลำบากแทบแย่” 

 

รอยยิ้มล้อนั่นมันคืออะไร นี่เธอเผลอไปนอนกอดติณห์เหรอ ทั้งที่ตั้งใจแค่อยากนอนดูหน้าเท่านั้นแท้ ๆ 

 

“มัทนึกว่าหมอนข้างไง” 

“ปกติชอบนอนซุกหมอนข้างสิเนอะ ซุกอกพี่ใหญ่” 

 

หญิงสาวใบหน้าแดงก่ำ ไม่คิดเลยว่าเธอจะได้มีโอกาสซุกใบหน้ากับแผงอกแน่นหนั่นนั่นด้วย โอย...เสียดายจังจำอะไรไม่ได้เลย 

 

“คราวหลังถ้าอยากกอดบอกดี ๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องลักหลับเลย” 

 

มัทนามองค้อนคนตัวใหญ่ที่เอาแต่หัวเราะ เธอไปลักหลับเขาตอนไหนกัน หลังทานอาหารเที่ยงที่ติณห์อุ่นไว้ให้แล้ว มัทนาจึงพาหลานชายไปเยี่ยมพี่สาวที่โรงพยาบาล ม่านไหมตื่นดีแล้วแต่แพทย์ยังไม่ให้เริ่มทานอาหาร เนื่องจากยังต้องสังเกตอาการหลังผ่าตัด 

 

“แม่ไหมเป็นอะไรเหรอ” ข้าวตูคลานขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียงผู้ป่วย 

“แม่ไหมปวดท้องเฉย ๆ” ม่านไหมยิ้มตอบลูกชาย 

“กินเยอะเหรอ” 

 

คำถามของข้าวตูทำคนป่วยหัวเราะออกมา จนรู้สึกว่ามีอาการปวดตึงบริเวณแผล 

 

“ข้าวตูอย่าทำแม่หัวเราะ เดี๋ยวปวดท้อง” 

“โอ๋ หายเร็ว ๆ นะ” 

 

มือน้อยลูบท้องมารดาด้านนอกผ้าห่มแผ่วเบา ทำเอาคนในห้องพากันน้ำตาคลอ หากม่านไหมไม่โชคดีตื่นขึ้นมา เจ้าตัวเล็กจะเป็นอย่างไรต่อไป  

 

แพทย์ประจำบ้านศัลยกรรมมาตรวจเยี่ยมอาการม่านไหมอีกครั้งในช่วงบ่าย และแจ้งว่าพรุ่งนี้ทางโรงพยาบาลจะจัดเตรียมรถให้เพื่อส่งต่อม่านไหมไปรับการรักษาต่อที่กรุงเทพฯ เพื่อความสะดวก เย็นนั้นคุณนายพิกุลกับข้าวตูจึงกลับกรุงเทพฯ กับติณห์ไปก่อนเพื่อเตรียมข้าวของ ส่วนมัทนาจะเดินทางพร้อมม่านไหมไปกับรถพยาบาลวันพรุ่งนี้ 

 

สมาชิกแก๊งสาวโฉดโทรมาแสดงความยินดีกับม่านไหมที่รอดพ้นจากปากทางนรกมาได้ ทำเอาหญิงสาวหัวเราะท้องแข็งจนต้องขอยาแก้ปวดเพิ่ม มัทนาหน้างอมองพี่สาวที่ดูไม่ร้อนใจกับอาการเจ็บป่วยของตนเองสักนิด ม่านไหมดื้อบอกอะไรไม่เคยจะฟัง 

 

“เขาตกใจหมดตอนรู้ว่าตัวรถชน ต่อไปอย่าทำแบบนี้อีกนะ ง่วงก็ต้องพัก” 

“รู้แล้ว บ่นเยอะกว่าแม่อีก” 

“บ่นเพราะเป็นห่วงมั้ย” 

“ต่อไปนี้ถ้าออกต่างจังหวัดจะไม่เอารถไปเองแล้ว ตัวรู้ไหมตอนเขารถชนนะ คิดถึงหน้าข้าวตูกับแม่อย่างแรกเลย” 

“อ้าว แล้วเขาล่ะ” 

“ตัวมีติณห์อยู่แล้ว ไม่ห่วงหรอก” ม่านไหมยิ้มมองน้องสาว 

“นี่ก็เชียร์จัง” มัทนาส่ายหน้าเหนื่อยใจ 

“แล้วไม่ดีเหรอ” 

“ดีสิ ดีมาก มากจนกลัวเลย” 

 

ม่านไหมมองเข้าไปในดวงตาของน้องสาว มัทนาเหมือนรถที่กำลังเร่งเครื่องเพื่อแซงคันหน้าแต่สุดท้ายกลับเปลี่ยนใจชะลอความเร็วลง เป็นแบบนี้อยู่หลายครั้ง เพราะเธอกำลังกลัว กลัวว่าอาจจะผิดหวังอีก 

 

“อย่ากลัวเลย อย่างมากก็แค่อกหัก เขาเอาหัวเป็นประกันว่าติณห์ยังเป็นติณห์คนเดิมของตัวนั่นแหละ” 

 

มัทนาคิ้วขมวดเข้าหากัน ยายพี่สาวเอาแต่พูดว่าเขาเป็นติณห์คนเดิมของเธออยู่ได้ ม่านไหมนี่ไม่รู้อะไรเลย...ถ้าเป็นคนเดิมก็คือคนที่พร้อมหักอกเธอน่ะสิ มัทนากำลังจะอ้าปากเถียงพี่สาว แต่เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของเธอดังขึ้นเสียก่อน 

 

“มัทตกลงไปไหม ปาร์ตี้สละโสดของครีม” 

 

เพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยของมัทนากำลังจะแต่งงานเร็ว ๆ นี้ และชวนเธอไปปาร์ตี้สละโสดที่กำลังจะจัดขึ้นสุดสัปดาห์หน้า มัทนาคิดว่าบริพัตรกับจอมขวัญต้องไปแน่นอน เพราะบริพัตรเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับเจ้าบ่าว แล้วเรื่องอะไรเล่าเธอจะไม่ไป เพราะคนที่ควรอึดอัดใจคือสองคนนั้นมากกว่า 

 

“ไปสิ ไปแน่นอน” 

 

 

.......................... 

 

จริง ๆ แล้วใครกอดใครไม่รู้นะคะ 

อร้ายยยยยย 

 

เขาเห็นนะ รอยยิ้มของรี้ด  

มุกไปงานเจอแฟนเก่า แล้วเอาแฟนใหม่ไปอวด 

นิยายที่มีแฟนเก่าแบบนี้ ของมันก็ต้องมีสิคะ 

55555555555555555555555 

 

.................... 

ความคิดเห็น