email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่49 องค์กรปริศนาผู้อยู่เบื้องหลังคำสาป

ชื่อตอน : ตอนที่49 องค์กรปริศนาผู้อยู่เบื้องหลังคำสาป

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 39

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 เม.ย. 2564 22:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่49 องค์กรปริศนาผู้อยู่เบื้องหลังคำสาป
แบบอักษร

     หลังไอรีนหายจากคำสาปเรียบร้อยก็สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

     ณ ห้องอาหารในปราสาทแคทเทอรีน 

      “เธอชื่อเรเวลสินะ…”

      “ครับ”

      "อาหารมื้อนี้ถือเป็นการเลี้ยงขอบคุณละกัน…ส่วนรางวัลอื่นนอกจากนี้ที่มีส่วนช่วยคลายคำสาปให้ฉัน..คงต้องรอท่านดยุคเซนาทกลับมาก่อน…ฉันรับรองว่าเขาต้องมอบรางวัลให้เธออย่างงามแน่” 

      “เรื่องรางวัลไม่ต้องหรอกครับ..ที่ผมช่วยเพราะผมอยากช่วยก็เท่านั้นเอง…"

      “เรื่องรางวัลต่อให้เธอไม่อยากได้ยังไงเราก็ต้องมอบให้อยู่ดี..เพราะมันเป็นมารยาทน่ะ..แถมเป็นสิ่งราชวงศ์อย่างเรามิอาจเพิกเฉยด้วย" 

      “งั้นหรอครับ..แต่ว่ามัน..” 

      “รับไปเถอะนะคะ..เรเวล..นั่นมันเป็นสิ่งที่คุณควรได้รับอยู่แล้วนะ..”

      "งั้นหรอ..ถ้าเซซิเลียพูดแบบนั้น..งั้นก็ได้ครับ..ผมขอบคุณท่านไอรีนมากนะครับ” 

       “จ้ะ ” ไอรีนยิ้มให้เล็กน้อย 

       “เอ่อ…ว่าแต่ท่านดยุคเซนาทนี่คือใครหรอครับ” 

       “เขาคือพระสวามีของท่านแม่..หรือก็คือท่านพ่อของฉันเองค่ะ”

       สำหรับอาณาจักรเบลฟาร์สนั้นจะมีตระกูลเชื้อพระวงศ์อยู่5ตระกูล โดยแต่ละตระกูลจะผลัดกันครองราชย์ทุกๆ5ปี สำหรับดยุคของตระกูลที่ได้ครองราชย์ในรัชสมัยนั้น จะถูกเรียกว่า ‘ฝ่าบาท’ หรือก็คือตำแหน่งพระราชาของอาณาจักรนั่นเอง 

      แต่เมื่อใดที่หมดรัชสมัยแล้ว..ก็ต้องกลับมาใช้ตำแหน่งดยุค หรือถูกเรียกว่าท่านดยุค เหมือนเดิม โดยตำแหน่งพวกนี้จะแตกต่างจากจักรพรรดิเวทย์มนต์หรืออัศวินศักดิ์สิทธิ์ ที่เป็นได้เรื่อยๆจนกว่าตัวเองจะตาย 

      ส่วนเหตุผลที่ต้องผลัดเปลี่ยนกันครองราชย์ก็เพราะว่าเพื่อไม่ให้ตระกูลใดตระกูลหนึ่งมีอำนาจล้นฟ้ามากเกินไปนั่นเอง

      “แล้วตอนนี้ท่าดยุคเซนาทอยู่ที่ไหนหรอครับ?” 

      “ตอนนี้ท่านพ่ออยู่ที่อาณาจักรอื่นและกำลังเจรจาเรื่องการฑูตร่วมกับพี่ชายดิฉันค่ะ” 

      “งั้นหรอครับ” 

      เซซิเลียมีพี่ชายด้วยหรอ!?…เขาเป็นคนแบบไหนกันนะนิ 

      “แล้วข่าวเรื่องที่ท่านไอรีนหายจากคำสาปแล้วท่านเซนาทรู้หรือยังครับ?” 

      “ตัวฉันให้เซบาสเตียนทำจดหมายส่งไปแล้วค่ะ…เดี๋ยวสักพักท่านดยุคกับลูกชายฉันก็คงจะทราบเอง”

      “ท่านพี่กับท่านพ่อคงจะดีใจมากเลยนะคะ..ท่านแม่ ><”

      “อืม..นั่นสิจ๊ะ..แม่เองก็อยากจะเจอพวกเขาเร็วๆจัง” 

       ความอบอุ่นของครอบครัวมันเป็นแบบนี้เองสินะ..เด็กหนุ่มเฝ้ามองบทสนทนาระหว่างเซซิเลียกับแม่ของเธอ พร้อมกับรู้สึกอิจฉาเล็กน้อย

       “ว่าแต่ท่านไอรีนครับ..ท่านไปโดนคำสาปมาได้ยังไงหรอครับ?” 

      “เรื่องนั้นฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ…รู้แค่ว่าเมื่อ5ปีก่อนอยู่มาวันนึงดิฉันก็ป่วยเป็นโรคๆหนึ่งเข้า..โรคนี้เมื่อป่วยแล้วผิวหนังทั้งตัวจะกลายเป็นดำ ราวกับซากศพที่ไฟไหม้..และดวงตาจะกลายเป็นสีแดงฉานราวกับสีของเลือด ตาบอด และเจ็บปวดทรมานมาก…โดยหลังจากที่ให้เซบาสเตียนมาตรวจอาการให้แล้วจึงพบว่าโรคนี้เป็นคำสาปที่รักษาไม่ได้

       “คำสาป...รักษาไม่หาย..” เด็กหนุ่มฟังแล้วพึมพัมออกมาแบบนั้น

       จริงสิ..เราเองก็เคยอ่านเจออ่านเจอพวกนี้ในห้องสมุดเหมือนกัน..คำสาปนั้นมันต่างจากโรคภัยธรรมดา..สาเหตุนั้นมันเกิดได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเกิดจากการใช้เวทย์มนต์ต้องห้าม ,พลังของปีศาจโดยตรง,การฆ่าปีศาจบางตัว,แล้วก็พลังของอาร์ติเฟกซ์บางประเภทที่สามารถสาปคนได้ 

       แต่ว่าท่านไอรีนก็ไม่เคยใช้เวทย์มนต์ต้องห้ามนิ แถมเรื่องปีศาจไม่ต้องพูดถึงเลย เพราะพวกนั้นมันข้ามกำแพงไร้ที่สิ้นสุดมาไม่ได้อยู่แล้ว ถ้างั้นก็พลังของอาร์ติเฟกซ์บางประเภทงั้นหรอ..

       ไม่สิ..ไม่ใช่!….ถ้าเป็นพลังของอาร์ติเฟกซ์จริงๆ อานุภาพของคำสาปมันก็น่าจะมีแค่ระดับต่ำถึงกลาง ที่อาร์ติเฟกซ์ลูกแก้วสามารถถอนได้ แต่คำสาปนี่เป็นถึงคำสาประดับสูงที่ต้องใช้พลังของสกิลอาร์ติเฟกซ์เทวทัณฑ์ เอนชานต์ให้กับสกิลล้างคำสาป..แถมยังต้องชาร์จถึง3นาทีซึ่งเต็มพิกัดอีก ..ไอแบบนี้มันบ้าเกินไปแล้วไม่ใช่รึไง!!

      “ท่านไอรีนครับ…ท่านไม่รู้สึกว่าเรื่องนี้มันแปลกๆบ้างเลยหรอครับ”

      “หมายความว่ายังไงหรอคะ?” 

      “หมายความว่าคำสาปนี้มันมีเบื้องหลังน่ะสิ..” 

       “บะ..เบื้องหลัง!../ว่ายังไงนะคะ!?” ไอรีนกับเซซิเลียตกใจเป็นอย่างมาก 

       “ผมคิดว่าคำสาปนี้ต้องมีบุคคลคนหรือกลุ่มองค์กรใดองค์กรหนึ่งอยู่เบื้องหลังแน่ๆ และคนที่สามารถร่ายคำสาประดับนี้ได้..ผมว่าถ้าหากไม่ใช่ปีศาจในมิสแลนด์มาด้วยตัวเอง..ก็ต้องเป็นผู้ที่ครอบครองอาร์ติเฟกซ์ระดับเทวทัณฑ์ซึ่งเป็นระดับเดียวกับผมไม่ผิดแน่ ”

      “ปีศาจกับอาร์ติเฟกซ์เทวทัณฑ์งั้นหรอ?” 

      “เดี๋ยวผมจะให้ดูอะไรอย่างหนึ่งละกันครับ” 

      ผมได้เรียกอาร์ติเฟกซ์ของตัวเองแล้วเปิดหน้าต่างสเตตัสของตัวเองให้ดู

---------------------------------------------------------------

             :หอกศักดิ์สิทธิ์แห่งวีรบุรุษ: 

ผู้ครอบครอง:เรเวล(เผ่ามนุษย์) LV15 

ค่าเอกสิทธิ์(ระดับความหายาก): เทวทัณฑ์ 

พลังชีวิต 40,000/40,000 

พลังเวทย์ 71,200/73,200 

สกิล: 

. 

. 

. 

Exp 0/0 #  

----------------------------------------------------------------------------- 

           หลักเซซิเลียและไอรีนเห็นหน้าต่างสเตตัสของเรเวลแล้ว..พวกเขาตกใจอย่างมากที่รู้ว่ามีอาร์ติเฟกซ์ที่มีระดับความหายากเหนือกว่า <ระดับตำนาน> ด้วย 

           “ข้อมูลเกี่ยวกับอาร์ติเฟกซ์ของผมทุกวันนี้ยังเป็นปริศนา..ว่ามันคืออะไรกันแน่ และผมคิดว่าคนที่อยู่เบื้องหลังการร่ายคำสาปใส่ท่าน อาจจะครอบครองอาร์ติเฟกซ์ระดับนี้อยู่…เพราะว่าระดับพลังของคำสาปน่ะมันไม่ธรรมดาเลย ..ตัวอย่างง่ายๆคือผมเองที่อยู่แค่เลเวล15 ถ้าหากใช้พลังอาร์ติเฟกซ์เทวทัณฑ์แล้วสกิลเอนชานต์นั่นชาร์จแบบเต็มพิกัดแล้วเสริมประสิทธิภาพให้กับสกิลโจมตี…น่าจะทำลายเมืองหลวงขนาดใหญ่แห่งนี้ได้ถึง1ใน4ของเมืองเลยก็ว่าได้” 

            “นั่นสินะสกิลนั้นของคุณ..ขนาดแค่ชาร์จเพียงไม่กี่วินาที ยังสามารเป่าบอลไฟทำลายล้างของเซเลน่าให้หายไปในพริบตาได้เลย…จะว่าไปฉันก็สงสัยว่าทำไมคุณถึงไม่ใช้มันตั้งแต่เริ่มแรกในการแข่ง..เพราะถ้าหากใช้สิ่งนั้นตั้งแต่เริ่ม..ตัวคุณน่าจะชนะเซเลน่าได้ง่ายดายแท้ๆ”  

            “จริงๆแล้วเพราะว่าสกิลนั้นมันมีเงื่อนไขการใช้และใช้ค่อนข้างยากน่ะสิ…ที่จริงฉันเองก็เพิ่งมารู้วิธีดึงพลังนั่นออกมาจริงๆก็ตอนที่ใช้พลังนั่นกับอาร์ติเฟกซ์ของเซบาสเตียนเมื่อกี้นี้เอง” 

             ใช่แล้วล่ะ..จากการถอนคำสาปให้ท่านไอรีนเมื่อกี้นี้ทำให้ผมรู้ว่าสกิล<ปราถนาวีรบุรุษ>นั่นมีเงื่อนไขการใช้ได้สองวิธี..วิธีแรกคือต้องหลงไหลในการเป็นวีรบุรุษอย่างแรงกล้าเท่านั้น ตัวอย่างของวิธีนี้คือตอนที่ผมแข่งกับเซเลน่า..แล้วมีภาพของเอลิเซ่ในวัยเด็กโผล่ขึ้นมา กับ ตอนสู้กับโจรที่มาปล้นรูอันก็เหมือนกัน 

             ส่วนวิธีที่สองคือการปราถนาที่จะช่วยผู้คนอย่างแรงกล้า เหมือนตอนที่ผมอยากจะช่วยถอนคำสาปให้กับท่านไอรีน   

            “อย่างงั้นหรอคะ…ถ้างั้นข้อมูลนี้ฉันว่าก็มีค่าพอให้ตรวจสอบเหมือนกันนะ..” 

            “แล้วตอนที่ท่านไอรีนโดนคำสาปนี่ไม่มีเรื่องแปลกๆเกิดขึ้นบ้างเลยหรอครับ”  

            “จริงๆก็มีอยู่นะคะ..มีอยู่วันหนึ่งหลังจากที่ฉันโดนคำสาปได้ไม่นาน แล้วรู้ว่าคำสาปนี้มันรักษาไม่หาย ก็มีชายสวมผ้าคลุมสีดำคนหนึ่งมาเสนอตัวที่หน้าประสาทบอกว่าถ้าราชวงศ์ยอมให้ความร่วมมือช่วยเขาตามหาของ7อย่าง..หัวหน้าของเขาจะช่วยถอนคำสาปให้ "  

            “แล้วหลังจากนั้นเป็นยังไงต่อหรอครับ?”  

            “เซบาสเตียนปฎิเสธแล้วไล่ไปทันทีน่ะคะ..เพราะเขารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าคำสาปนี้ไม่มีใครถอนได้ จึงคิดว่าเป็นแค่พวกต๋มตุ๋นธรรมดา”  

             “งั้นผมขอถามอีกเรื่องนึงครับ..คนที่รู้ว่าท่านไอรีนถูกคำสาปนั้นมีกี่คนหรอครับ?”  

             “น่าจะมีแค่คนในปราสาทแคทเทอรีนเท่านั้นแหละค่ะ..เพราะเรื่องนี้ท่านดยุคอยากให้ปิดเป็นความลับเพราะมันอาจจะเป็นเรื่องใหญ่ได้ถ้าหากตระกูลราชวงศ์อื่นรู้เข้า”  

             “ถ้างั้นมันก็แปลกนะครับ..ที่มีคนอื่นรู้เรื่องนี้นอกจากคนในปราสาทของท่านน่ะ…ถึงจะบอกว่าหน้าต่างมีหูประตูมีช่องก็เถอะ..แต่ถ้าข่าวมันรั่วถึงขนาดที่นักต๋มตุ๋นข้างทางรู้เข้า..มันก็เป็นไปไม่ได้หรอกครับที่คนตระกูลราชวงศ์อื่นๆจะไม่รู้เรื่องนี้ด้วยน่ะ”  

             “ถ้างั้น!..ก็หมายความว่า!?” ไอรีนตกใจหน้าซีดทันที  

             “ใช่แล้วล่ะครับ..คนคลุมฮู้ดกับองค์กรพวกของมันนั่นแหละที่อยู่เบื้องหลังคำสาปนี้” เรเวลพูดพร้อมกับทำสีหน้าจริงจังทันที  

             “มะ..ไม่จริงน่า..” ไอรีนเอามือปิดปากตัวเอง  

             “ผมก็ไม่รู้หรอกนะครับว่าพวกนั้นเป็นใคร แต่ว่า..พวกนั้นได้ติดต่อมาอีกรึป่าวครับหลังจากที่คุณเซบาสเตียนไล่เขาไปแล้ว” 

             “หลังจากนั้นพวกเขาก็ไม่ติดต่อมาอีกเลยค่ะ”  

             “ถ้างั้นผมว่านี่คงเรื่องใหญ่แล้วล่ะครับ..เพราะหลังจากที่ผมกับคุณเซบาสเตียน..ช่วยกันถอนคำสาปให้ท่านไอรีนได้…ก็มีโอกาสที่พวกนั้นจะรู้ตัวกันแล้ว..”  

              “ถ้างั้นก็..” 

              “ใช่แล้วล่ะครับ..ทั้งตัวผมและตัวคุณเซบาสเตียน คงมีโอกาสที่ใครคนใดคนหนึ่งจะถูกองค์กรพวกนั้นตามล่าแน่นอน สำหรับตัวผมที่ชีวิตไม่ค่อยมีค่าอะไรสำหรับพวกท่านเท่าไรก็คงจะไม่มีปัญหา..แต่ถ้าคุณเซบาสเตียนซึ่งเป็นคนตระกูลรับใช้ตระกูลเชื้อพระวงศ์ของพวกท่านตาย คงจะมีปัญหาตามมาทีหลังแน่ๆใช่มั้ยละครับ..อย่างน้อยตระกูลเชื้อพระวงศ์อื่นๆก็คงจะมองตระกูลแคทเทอรีนในทางไม่ดีแน่”  

              “อย่าพูดอย่างนั้นสิะ..เรเวล..ถ้าหากตัวคุณตายขึ้นมาอย่างน้อยคนที่เศร้าก็คือฉันนะคะ” 

               เซซิเลียนั่งอยู่ข้างๆเรเวลพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือพร้อมกับเข้ามากอด  

              “ดะ..เดี๋ยวสิเซซิเลีย” เด็กหนุ่มหน้าแดงทันที 

              “ถ้างั้นพอมีวิธีหลีกเลี่ยงจุดจบแบบนั้นมั้ยคะ?” ไอรีนถามไปยังเด็กหนุ่มทันที  

              เด็กคนนี้ไม่ใช่ดีแค่หน้าตาดีอย่างเดียวแต่ก็หัวดีกว่าเราที่คิดไว้มาก เหตุผลที่ลูกสาวเราชอบเด็กหนุ่มคนนี้เพราะเรื่องนี้ด้วยรึป่าวนะ? 

               “ถ้าเป็นวิธีเลี่ยงให้ไม่ถูกตามล่าน่ะ..ไม่มีหรอกครับ..แต่วิธีเลี่ยงให้ทั้งผมกับคุณเซบัสเตียนไม่ตายกันทั้งคู่น่ะ..คิดว่ามีอยู่”  

               “ถ้างั้นวิธีไหนหรอคะ?”  

ความคิดเห็น