email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP15 เด็กหนุ่มผู้ใช้ดาบ

ชื่อตอน : EP15 เด็กหนุ่มผู้ใช้ดาบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 53

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 เม.ย. 2564 21:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP15 เด็กหนุ่มผู้ใช้ดาบ
แบบอักษร

คาเรย์ออกมาถึงปากถ้ำเขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกและนั่งลงอย่างหมดแรงการต่อสู้ครั้งนี้กินทั้งเรี่ยวแรงทั้งมานาของเขาไปจนเกือบหมด คาเรย์สร้างก้อนน้ำแข็งและโยนมันเข้าปากเพื่อดับกระหายก่อนจะเอาแก่นมนตราออกมากองรวมกันไว้ด้านหน้า และหลับตาลงเริ่มทำการสร้างดาวฤกษ์ดวงใหม่ตามแบบของการฝึกฝนเคล็ด จักรวาลไร้สิ้นสุด คาเรย์เร่งการสร้างด้วยการดึงพลังงานจากแก่นมนตราของมอนสเตอร์ เวลาผ่านไปแก่น มนตราที่กองอยู่ก็ค่อยๆ สลายไป ในจักรวาลมนตราของคาเรย์เริ่มมีการก่อตัวของกลุ่มดาวฤกษ์ใหม่ขึ้นมา ทว่ามันกับยังไม่ได้เปล่งประกายหรือทอแสงใดๆ คาเรย์ลืมตาขึ้นแล้วนำปีกค้างคาวออกมาทำการปลดผนึก จิตวิญญาณออกมา 

คาเรย์หลับตาลงอีกครั้งและเริ่มฝึกฝนตามเคล็ดจักรวาลไร้สิ้นสุด จิตวิญญาณของค้างคาวเผือกพลันถูกดูดเข้าไปที่ใจกลางหน้าผากของคาเรย์ ทำให้ปีกค้างคาวสูญสลายไปทันที จิตวิญญาณค้างคาวเผือกเข้าไปอยู่ในดาวฤกษ์ดวงใหม่ แล้วเริ่มทำการจุดประกายชีวิตทำให้ดาวฤกษ์เริ่มทอแสงออกมา คาเรย์ดูดทรัพย์มานาจากแก่นมนตราเพื่อทำการสร้างดาวบริวารทั้ง9 แก่นมนตราทั้งหมดสลายไป คาเรย์สามารถสร้างดาวบริวารได้เพียง 2 ดวงเท่านั้น เมื่อเขาลืมตาขึ้นมา เวลาในดันเจี้ยนก็ผ่านไปจนใกล้มืด ทำให้คาเรย์ต้องลุกพรวดขึ้นอย่างรวดเร็วและไปหลบอยู่อีกด้านข้างปากถ้ำแทน 

หลังจากนั้นเพียงเสี้ยวนาทีก็มีฝูงค้างคาวพุ่งออกมาจากถ้ำเป็นจำนวนมากพวกมันบินออกไปจนดูคล้ายกับเส้นด้ายที่ยืดยาวคาเรย์ถอนหายใจอย่างโล่งอก เพราะเขาจะไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับพวกมันจะกว่าฟ้าจะเริ่มสว่างอีกครั้งถ้าเขาตั้งหลักอยู่ที่นี่ แต่คาเรย์ก็ไม่สามารถทำแบบนั้นได้ เพราะเขาจำเป็นต้องหาเสบียงอาหารและชิ้นส่วนมอนสเตอร์อีก 5 ชนิด ทำให้คาเรย์ไม่อาจจะมาพักผ่อนได้อย่างสบายใจอยู่ที่นี่ 

คาเรย์มุ่งหน้าไปตามทิศทางของพวกค้างคาวบินไประหว่างเดินก็สำรวจดาวฤกษ์ดวงใหม่ของเขาและพบว่า เจ้าค้างเผือกเป็นมอนสเตอร์พิเศษที่มีธาตุกาลเวลาดั่งคาด คาเรย์ดีใจเป็นอย่างมากแต่เขาก็ไม่ได้คาดหวังว่าจิตวิญญาณของค้างคาวเผือกจะมีบทเวทติดมาให้เรียนรู้ด้วย แต่มันกับมีบทเวท ควบคุมกาลเวลา มันเป็นบทเวทพิเศษที่จะไม่มีการจัดอันดับ ติดมาด้วยทำให้คาเรย์ยิ่งตื่นเต้นดีใจเข้าไปใหญ่ เพราะเขาต้องการจะศึกษาเกี่ยวกับเวทมนต์พวกนี้อย่างลึกซึ้งตัวเขาในอดีตไม่ได้มีข้อมูลและบทเวทเกี่ยวกับพลังของกาลเวลามากนัก ดีที่บทเวทที่ติดมายังสามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายอีกด้วยทำให้คาเรย์รู้สึกว่าการพยายามครั้งนี้ของเขาคุ้มค่าเป็นอย่างมาก 

คาเรย์ใช้เวลาเดินอยู่หลายชั่วโมงในที่สุดเขาก็มาถึงสุดชายขอบทะเลทรายและพบกับพื้นป่า ในมือของคาเรย์ถือคบเพลิงที่ทำจากขาของแมงป่องและยังมีก้ามของแมงป่องขนาดใหญ่อีกด้วย ซึ่งมันเป็นคู่ต่อสู้ที่มีระดับสูงถึง นักรบเวทฝึกหัด 5 ดาวเลยทีเดียวทำให้เขาเสียเวลาไปเล็กน้อยและได้เสบียงอาหารกลับมา คาเรย์ไม่รอช้าเขาเดินลึกเข้าไปในป่า และตัดเอาเถาวัลย์ในป่ามามัดก้ามแมงป่องไว้ด้านหลังและดับคบเพลิง 

คาเรย์จงใจล่อมอนสเตอร์ให้เข้ามาหาตัวเขา เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา แต่ดูเหมือนกลิ่นคาวโลหิตและกลิ่นอายที่หลงเหลืออยู่ของเจ้าแมงป่องทะเลทรายจะทำให้ไม่มีมอนสเตอร์ระดับต่ำกว่า นักรบเวทฝึกหัด 5 ดาวเข้ามาโจมตีเลย คาเรย์เดินเข้าไปในป่าที่มืดมิดอย่างระมัดระวัง ยิ่งเดินลึกเข้าไปคาเรย์ก็เริ่มได้ยินเสียงการต่อสู้ และเสียงหอนของหมาป่า คาเรย์เคลื่อนไหวเข้าไปอย่างระมัดระวังมากขึ้น แล้วเขาก็เห็นว่าด้านหน้ามีเงาของคนที่กำลังต่อสู้อยู่รางๆ หลังจากเข้ามาใกล้จนเห็นได้ชัดก็พบว่า 

เป็นมนุษย์ที่กำลังสู้กับหมาป่ากว่า 5 ตัว ทุกตัวมีระดับ นักรบเวทฝึกหัด 4 ดาว และมนุษย์ที่กำลังต่อสู้อยู่เป็นเด็กหนุ่มผมทองอายุ 16-18 ปี ที่มีใบหน้ามอมแมม ในมือถือดาบยาว Claymore อยู่ชายหนุ่มออกดาบปัดป้องได้เป็นอย่างดีแต่เขาก็ทำได้แค่ป้องกันตนเองไม่อาจที่จะโต้กลับได้ คาเรย์มองการใช้ดาบของชายหนุ่มและอดที่จะส่ายหัวไม่ได้ ถึงความทรงจำเกี่ยวกับการใช้อาวุธของเขายังไม่ได้กลับมาแต่ความรู้และประสบการณ์ของเขาที่เหลืออยู่ก็บอกได้ว่า ดาบของเด็กหนุ่มนั้นขาดความเฉียบคมในแบบที่ดาบควรจะมีไป ทั้งท่วงท่าและการออกดาบมันให้ความรู้สึกเหมือนการหวดฟาดของกระบองมากกว่าการฟันของดาบ คาเรย์จึงใช้ระบบตรวจสอบอัจฉริยะกับชายหนุ่มผมทอง 

เด็กหนุ่มที่เกิดในตระกูลผู้ใช้ดาบ แต่กับไร้พรสวรรค์ในด้านดาบ จนถูกขับไล่จากตระกูล น่าเสียดายพรสวรรค์ในด้านการโจมตีระยะไกลโดยเฉพาะกับอาวุธที่ต้องใช้สายตาและการควบคุมที่แม่นยำอย่างธนูและปืน แต่เขาก็ไม่ลดละความพยายามที่จะฝึกดาบเพื่อกลับไปจัดการกับคนในตระกูลที่ดูถูกเขาและขับไล่เขากับแม่ 

เมื่อได้ดูและได้ยินที่ระบบแจ้งเตือนคาเรย์ส่ายหัวอีกครั้งเขาเคยเห็นแต่คนแก่ที่มักจะยึดติดกับความคิดความเชื่อและสิ่งๆ ต่างที่ตนคิดว่าดีและถูกต้อง แต่เขาไม่เคยเห็นใครที่ยึดแบบนี้ในวัยรุ่นนัก 

ในตอนนั้นเองเด็กหนุ่มก็ล้มลงแต่เขากับไม่พยายามที่จะทำลายสร้อยคอเลยเหมือนกับเขากำลังสิ้นหวังและท้อแท้ หมาป่าสองตัวที่กระโดดเข้ามาและอ้าปากกว้างหมายจะกัดเขา 

ฉึก ฉึก 

หอกน้ำแข็งที่พุ่งทะลุลำคอของหมาป่าอย่างแม่นยำ โลหิตของมันสาดกระเซ็นเต็มใบหน้าของเด็กหนุ่มความร้อนของโลหิตสดใหม่ทำให้เขารู้สึกตัวขึ้นมามองไปร่างของหมาป่าที่ล้มลง และหมาป่าที่เหลืออีกสามตัวก็วิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว 

"นายน่ะ มีความมุ่งมั่นและความพยายามมันก็ดีอยู่หรอกนะ แต่ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันฝืนธรรมชาติของตัวเองมันจะกลายเป็นดันทุรังแทน"เสียงของชายหนุ่มที่ดังเข้ามาทำให้เด็กหนุ่มต้องหันไปมองและพบว่า คนที่เดินเข้ามาคือชายหนุ่มร่างสูงโปร่งผมดำใบหน้าดูธรรมดา ในมือถือขาของมอนสเตอร์ประเภทแมลงและยังมีก้ามของมอนสเตอร์อยู่ด้านหลังอีกด้วย และยังมีดาบเหน็บไว้ที่เอว ทำให้เขาดูเป็นคนแปลกๆ ในสายตาของเขา 

แต่เด็กหนุ่มก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว แต่เขากับเป็นคนที่ขาดมนุษยสัมพันธ์ไม่รู้ว่าจะต้องเข้าสังคมแบบไหน เพาะเขาทุ่มชีวิตไปกับการฝึก 

"นายนี่มันไม่มีมนุษยสัมพันธ์เอาซะเลย เอาเป็นว่าฉันขอแนะนำนะ นายน่ะไม่เหมาะกับดาบหรอก ต่อให้นายจะเจ็บใจกับคำพูดของฉันแค่ไหน มันก็เป็นความจริงที่นายยังไม่ยอมรับเท่านั้น"เมื่อได้ฟังเด็กหนุ่มพลันรู้สึกเจ็บจี๊ดที่ดวงใจราวกับมีใครเอาเข็มมาแทงตัวเขา เด็กหนุ่มกำหมัดแน่นจดมื้อนั้นสั่นโดยไม่รู้ตัว 

"นายควรเปิดใจและมองเส้นทางอื่นอย่าง พวกการโจมตีระยะไกล มันก็ไม่ได้แย่" 

"ไปละ" 

หลังจากนั้นคาเรย์ก็ตัดเขี้ยวของหมาป่าและเดินจากไป ทิ้งให้ชายหนุ่มยื่นกำหมัดแน่นอยู่อย่างงั้น 

พลันเสียงของระบบดังขึ้นพร้อมหน้าต่างแจ้งเตือน 

คุณได้ทำหน้าที่ชี้นำเหล่าผู้คนให้เดินไปในเส้นทางที่ถูกต้องทำให้โลกมีเหล่าอัจฉริยะเพิ่มขึ้น คุณได้รับ 2 แต้ม คะแนนอัจฉริยะ 

เมื่อคนที่คุณชี้นำเลือกเส้นทางในแบบที่คุณชี้แนะ คุณจะได้รับ 8 แต้มคะแนนอัจฉริยะ 

คาเรย์เลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ นี่เท่ากับว่าคะแนนโดยรวมเท่ากับเขาสั่งสอนศิษย์ให้สอบผ่านบทเรียนเลย แต่เขาก็ไม่ได้สนใจมากนักและให้ความสนใจกับการล่ามากกว่า จากการฆ่าหมาป่า ทำให้ตอนนี้คาเรย์ขาดมอนสเตอร์อีก 4 ชนิดทำให้เขาครบเงื่อนไขการทดสอบครั้งนี้ 

เมื่อได้จิตวิญญาณค้างคาวเผือกมา มันก็ทำให้เขาสามารถใช้บทเวทได้หลากหลายมากขึ้นโดยเฉพาะความสามารถของค้างคาว นั่นคือการตรวจจับด้วยคลื่นเสียง มันเป็น บทเวท Sound waves เวทเฉพาะ ระดับ 1 ที่จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อมีจิตวิญญาณที่เกี่ยวข้องหรือมีความสามารถคล้ายๆ กัน คลื่นเสียงที่กระจายออกไปจะทำหน้าที่คล้ายกับโซนาร์ตรวจจับ 

คาเรย์ให้เวทพร้อมกับใช้ดาบเคาะไปที่ต้นไม้เบาๆ คลื่นเสียงก็ถูกกระจายออกไปโดยรอบรัศมี 100 เมตร รอบตัว แต่คาเรย์ก็ไม่พบอะไร เขาจึงทำแบบนี้ในทุกๆ 100 เมตร ที่ก้าวเดิน 

จนในที่สุดเขาก็พบเหยื่อของเขามันเป็นตะขาบที่มีขนาดพอๆ กับขามนุษย์และกำลังกัดกินร่างของมอนสเตอร์ที่มันล่าอยู่หนวดของมันตรวจจับการเคลื่อนไหวโดยรอบอยู่ตลอดมันเป็นนักล่าที่ระวังตัวเป็นอย่างมาก 

คาเรย์ เรียกใช้ หอกน้ำแข็งและประสานเวท Chain Freeze เข้าไปด้วย เพราะเขารู้ดีว่าเปลือกของตะขาบมีการป้องกันที่สูงเขาในตอนนี้ไม่อาจเจาะทะลวงได้ง่าย 

หอกน้ำแข็งพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว แต่เจ้าตะขาบที่ระวังตัวอยู่ก่อนก็สามารถเคลื่อนตัวหลับออกไปอย่างรวดเร็ว ทว่าหอกน้ำแข็งที่ตามมาเหมือนกับคาดเดาการเคลื่อนไหวของตะขาบไว้แล้วมันพุ่งกระแทกเข้ากับลำตัวของตะขาบก่อนจะแตกสลายไปไม่ได้สร้างบาดแผลใดๆ 

ตะขาบที่โดนแรงกระแทกของหอกน้ำแข็งจนตัวของมันกระเด็นพลิกไป มันพยายามที่จะพลิกตัวกลับ ทว่าขาบางส่วนของมันกับไม่เคลื่อนไหวไร้ความรู้สึกไปแล้ว เพราะมันถูกแช่แข็งนั่นเองจากเวทมนต์ของคาเรย์ Chain Freeze แล้วหอกน้ำแข็งก็ตามมาซ้ำมัน ไปตามลำตัวของมันแล้วทำให้มันกลายเป็นน้ำแข็งจนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ คาเรย์ขว้างดาบไปปักที่หัวของมันเพื่อความปลอดภัย เพราะตะขาบพวกนี้มันมีพิษและเมื่อมันอ่อนแอกว่าศัตรูมันมักหลอกศัตรูให้ตายใจและฉีดพิษเข้าใส่ศัตรูทันทีที่ดาบปักเข้าไปที่หัวของมันตัวมันก็ส่ายไปมาและหยุดลง มีควันลอยออกมาจากตัวดาบ เมื่อคาเรย์ดึงมันออกมาก็พบว่ามันถูกพิษกัดจนเกิดความเสียหายคาเรย์ตวัดดาบอีกครั้งผ่าเอาแก่นมนตราออกมาซึ่งมันมีระดับ นักรบเวทฝึกหัด 5 ดาว และตัดหนวดของมันเก็บไว้ ก่อนจะดูดกลืนจิตวิญญาณของมันไปให้นักรบโครงกระดูกน้ำแข็ง 

หลังจากได้ชิ้นส่วนของตะขาบทะเลทรายแล้วคาเรย์ก็มุ่งหน้าไปต่ออย่างรวดเร็วหลังจากเดินมาได้สักพักคาเรย์ก็พบกับฝูง ไฮยีน่า นับ 10 ตัวที่กำลังฉุดกระชากลากเหยื่อของมันกันอย่างสนุกสนาน ทันทีที่คาเรย์เข้ามาในรัศมีที่มันได้กลิ่นพวกมันก็หันความสนใจไปในทันที ปกติแล้ว ไฮยีน่า ไม่ใช่มอนสเตอร์ที่จะออกล่าเพียงลำพังและการล่าส่วนใหญ่ของพวกมันคือการแย่งเหยื่อของผู้อื่นด้วยจำนวนที่มากกว่า 

พวกมันขึ้นชื่อว่าว่องไวและปราดเปรียวเป็นอย่างมาก แต่พวกมันจะไม่ชอบการปะทะซึ่งหน้า มันมักอาศัยการหลอกล่อและเข้าจู่โจมตอนศัตรูเผลอ 

พวกมันถอยหลบเข้าไปในความมืดอย่างเงียบเชียบ ทว่าพวกมันกับไม่คิดว่าความมืดไม่ได้ช่วยเหลือพวกมันในการปิดบังตัวตนเลย เพราะศัตรูของมันกำลังตรวจจับการเคลื่อนไหวของพวกมันด้วยคลื่นเสียง หอกน้ำแข็งพุ่งไปอย่างแม่นยำเข้าไปที่ลำคอของไฮยีน่า ตัวนั้น มันล้มลงชักกระตุกอยู่หลายครั้งก่อนจะสิ้นใจไป คาเรย์ตัดหูของมันและให้นักรบโครงกระดูกน้ำแข็งดูดกลืนจิตวิญญาณของมัน ทำให้มันเลื่อนไปเป็นนักรบเวทฝึกหัด 4 ดาวแล้วในตอนนี้ 

กลิ่นคาวเลือดทำให้พวกไฮยีน่าไม่ได้ถอยหนีไปกลับกันมันพยายามตามกลิ่นคาวเลือดมา ทำให้คาเรย์กำจัดมันทั้งฝูงลงไปได้อย่างไม่อยากเย็นนัก หลังจากผ่าเอาแก่นมนตราระดับ นักรบเวทฝึกหัด 3 ดาว ได้ 10 ลูกแล้ว คาเรย์ก็เอาศพของพวกมันไปกองรวมกันและขึ้นไปรอบนต้นไม้สูง รอให้กลิ่นคาวเลือดดึงดูดนักล่าเข้ามาอีก 

ทว่าครั้งนี้มันกับดึงดูดมนุษย์เข้ามาด้วย มีกลุ่มมนุษย์เดินเข้ามาถึง 5 คน 

"ลูกพี่เราเจอลาภก้อนโตแล้ว" 

"ใช่พี่ดูนู่นสิ มีนับสิบตัวเลย" 

"จริงด้วยพี่เท่านี้เราก็ได้มาเพิ่มอีกชิ้น" 

"ใช่พี่ ถ้าได้ไปเราจะขาดอีกเพียงชนิดเดียวเองนะ" 

ทั้งสีคนที่ติดตามมาพูดออกมาอย่างตื่นเต้นดีอกดีใจ แต่พวกมันก็โดนตวาดลั่น 

"เจ้าโง่ พวกแก่คิดว่าสมาคมนักล่ามันโง่หรือไง? " 

"หมายความว่าไงเหรอลูกพี่" 

"นั่นสิพี่" 

"หรือว่ามันมีวิธีตรวจสอบ" 

"จริงด้วยเหมือนจะอ่านผ่านๆ ตานะ" 

"พวกแกนิมันสมองกล้ามกันจริง ทำไมพวกแกไม่หาสารอาหารที่มันบำรุงสมองกันซะบ้าง" 

"มันมีราคาแพงนะลูกพี่" 

"ใช้ลูกพี่เอาไปเที่ยวสาวๆ ดีกว่า" 

"ใช่ราคาของมันนี่ได้สาวแบบพรีเมียมเลยนะ" 

"ใช่พี่ตอนนี้ร้านใหม่เพิ่งเปิดด้วย" 

คาเรย์มองไปยังชายหนุ่มที่กำลังเอามือกุมขมับอยู่ในขณะนี้ เขาเป็นชายหนุ่มที่ร่างกายสมบูรณ์พร้อมทั้งความสูงและสัดส่วนแต่การตัดผมที่เปิดรอบข้างแล้วเหลือด้านบนยาวมัดเป็นหางม้าของเขามันทำให้ชายหนุ่มเหมือนพวกนักเลงซะมากกว่าอีกทั้งยังมีลูกน้องที่ร่างกายใหญ่โตเหมือนพวกชอบใช้กำลังมากกว่าสมอง 

"เอาเถอะๆ พวกแกช่วยเงียบกันหน่อยจะได้ไหมฮะ" 

"แล้วแกตรวจสอบสิว่ามีใครแอบอยู่แถวนี้ไหม"ชายหนุ่มชี้ไปยังลูกน้องที่มีรูปร่างอ้วนกว่าคนอื่น ชายอ้วนได้ยินแบบนั้นมันก็เรียกใช้ บทเวท ตรวจสอบ การดมกลิ่นของหมู เวทเฉพาะ ระดับ 1 ที่ผู้มีจิตวิญญาณของมอนสเตอร์สายพันธุ์หมูเท่านั้นที่ใช้ได้จัดเป็นเวทเฉพาะ ระดับ 1  เช่นเดียวกับ Sound Waves 

คาเรย์มองไปที่การใช้เวทของชายอ้วนเขาดูได้ในทันทีว่ามันคือเวทเฉพาะ การดมกลิ่นของหมู ทำให้คาเรย์ไม่เคลื่อนไหวใดๆ นอกจากเฝ้ามองเพราะจากจุดที่เขาอยู่มันอยู่ใต้ลมจากจุดที่ชายทั้ง 5 อยู่ทำให้เขาไม่กังวลเกี่ยวกับเวทมนต์ที่ชายอ้วนใช้ว่าจะตรวจสอบกลิ่นของเขาได้ 

ความคิดเห็น