ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : นอนด้วยกัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 8

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 เม.ย. 2564 00:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
นอนด้วยกัน
แบบอักษร

ห้องนอนของสึนะ ฐานทัพวองโกเล่ : อิตาลี

"เห้อออ"

หลังจากที่เคลียร์เอกสารเหนื่อยมาทั้งวัน รวมทั้งประชุมกับตัวแทนมาเฟียพันธมิตรจนปวดหัว ในที่สุดสึนะก็ได้อาบน้ำและทิ้งตัวลงพักบนเตียงนุ่มสักที เขานึกย้อนกลับไปเมื่อตอนที่ประชุมกับบอสของมาเฟียพันธมิตรก็ได้แต่นึกว่าเขาผ่านการพูดคุยกับคนเหล่านั้นมาได้ยังไงตั้งขนาดนั้น ทั้งพวกยูนิจากจิสโรเนโร่ ทั้งเบียคุรันจากเจสโซ่ ไหนจะพวกดีโน่จากคาบัคโรเน่ แล้วก็ซันซัสจากวาเรียอีก โชคยังดีที่มีเด็กว่าง่ายอย่างแรมโบ้เป็นตัวแทนจากโบวิโน่แฟมิลี่มานั่งประชุมเงียบๆไม่ขัดวาระการประชุมมากนัก แต่ก็ปวดหัวกับพวกที่เหลืออยู่ดี เมื่อนึกย้อนกลับไปจบเขาก็นึกว่าพรุ่งนี้ต้องทำอะไรต่อและมีตารางงานอะไรบ้าง ถึงแม้ก่อนแยกกลับห้องจะมีโกคุเดระคอยทวนให้แล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังนึกลำบากใจกับการทำงานและการตัดสินใจหลายๆอย่างอยู่ดี เขาคิด คิดๆไปก็มีแต่เรื่องปวดหัวทั้งนั้น รีบนอนดีกว่าพรุ่งนี้น่าจะมีเรื่องให้จัดการอีกเยอะแยะเลย ว่าจบสึนะก็ลุกขึ้นไปปิดไฟห้องที่กำแพงให้เหลือเพียงไฟที่หัวเตียงก่อนจะกระโจนทิ้งตัวลงบนเตียงพร้อมห่มผ้าพร้อมหลับ แต่ยังไม่ทันจะปิดตานอน ก็มีเสียงเคาะประตูห้องนอนของเขา

ก๊อกๆๆ

สึนะมองไปที่ประตูอย่างประหลาดใจก่อนจะค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นนั่งพลางเอ่ยถาม

"ใครน่ะ?"

[ผมเองครับ...]

เสียงทุ้มต่ำของเด็กหน้าวัวแสนคุ้นเคยกล่าวขึ้น เมื่อกี้เองแรมโบ้ก็ไปประชุมด้วยกันก่อนที่จะเสร็จงานส่วนของวันนี้ หรือว่าบางทีเขาอาจมีเรื่องในวาระการประชุมที่ไม่กล้าออกความเห็นในที่ประชุมเลยอยากมาบอกสึนะอย่างลับๆหรือเปล่า ไม่รอช้าสึนะจึงรีบลุกไปที่ประตูเพื่อเปิดประตูให้อีกฝ่าย ปรากฏร่างสูงในคราบชุดนอนลายวัว ในมือถือหมอนสีดำมา 1 ใบ

"มีอะไรเหรอ แรมโบ้?"

"ผมนอนด้วยคนนะครับ"

หะ? เสียงในหัวของสึนะแว๊บแรกที่ได้ยินคำขอเอาแต่ใจของเด็กคนนี้ ก็ไหงตอนแรกเขาอุตส่าห์คิดเข้าข้างเด็กคนนี้ซะดิบดีว่าต้องมาเพราะปรึกษาเรื่องในที่ประชุมแน่ๆ เพราะเห็นว่านั่งเงียบตลอดไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักอย่าง แล้วไหงถึงมาเพราะอยากนอนด้วยได้ล่ะ? แถมไม่พูดเปล่าเจ้าตัวยังรีบเดินเข้าไปในห้องอย่างฉวยโอกาสสุดๆ ไม่ได้รอฟังเลยว่าอีกฝ่ายจะตกลงหรือปฏิเสธ ทำเพียงเดินหิ้วหมอนไปทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มอย่างเอาแต่ใจพลางคว้าผ้าห่มบนเตียงไปห่มราวกับเป็นของๆตัวเอง สึนะปิดประตูห้องของเขาอย่างมึนๆก่อนจะเดินเข้าไปต่อว่าอีกฝ่ายเสียง(แกล้ง)เข้ม

"อะไรของนายเนี่ยแรมโบ้ ดึกดื่นป่านนี้นายมาหาฉันเพื่อจะมานอนเนี่ยนะ ไปนอนที่ห้องของตัวเองสิ"

ไม่ว่าเปล่า สึนะใช้มือของเขาดึงผ้าห่มของอีกฝ่ายมาไว้กับตัว ก่อนจะค่อยๆเดินอ้อมไปอีกฝั่งของเตียงที่แรมโบ้ไม่ได้นอนขวางอยู่แล้วนั่งลงเพื่อจะทิ้งตัวลงนอน แต่ยังไม่ได้ทิ้งตัวเขาก็หันไปสำรวจปฏิกิริยาคนตัวสูงหลังจากถูกยึดผ้าห่มปรากฏว่าเขากำลังนอนเอาหน้าซุกหมอนทำหน้าบูดขมวดคิ้วมองตรงมาที่สึนะอยู่ราวกับจะประท้วงทางสายตาที่สึนะยึดผ้าห่มเขาไป เมื่อแรมโบ้เห็นว่าสึนะมองมาเขาจึงพลิกหน้าหนีไปอีกฝั่งราวกับจะเชิ่ดใส่ สึนะเมื่อเห็นอย่างนั้นจึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงซีเรียสขึ้นมา

"ว่าแต่ทำไมนายไม่ไปนอนห้องตัวเอง มาห้องฉันทำไม?"

"..."

คนตัวสูงไม่ตอบ ยังคงทำท่านอยด์ประท้วงเขานิ่งๆอยู่แบบนั้น สึนะจึงเรียกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้น

"แรมโบ้"

"..."

แต่ก็ยังคงไร้การตอบรับจากอีกฝ่าย สึนะเลยเงียบใส่บ้างเพื่อรอให้แรมโบ้พูดขึ้นมาเองโดยไม่ตื๊อ ซึ่งวิธีนี้มักได้ผลกับเด็กเอาแต่ใจอย่างเขา

"..."

"ที่ห้องผม อี้ผิงใช้นอนเพราะมาเยี่ยมผมที่อิตาลี เดี๋ยวไม่กี่วันก็กลับญี่ปุ่นแล้ว ที่ฐานทัพไม่มีห้องพักให้อี้ผิงเพราะช่วงนี้มีการประชุมแฟมิลี่พันธมิตร เลยต้องแบ่งห้องพักหลายส่วนให้กับพวกแขกจากแฟมิลี่อื่น"

เมื่อเด็กหน้าวัวตัวสูงให้เหตุผลเสร็จเขาก็ทำสีหน้างอนตุ๊บป่องอยู่คนเดียวโดยที่สึนะไม่เห็น สึนะจึงครุ่นคิดได้ว่าสิ่งที่แรมโบ้พูดก็จริงของเขาอยู่ เนื่องจากช่วงนี้มีแขกจากแฟมิลี่อื่นเยอะมาก และบางแฟมิลี่ก็ไม่ได้อยู่ใกล้กับฐานทัพใหญ่วองโกเล่มากนักแม้จะอยู่ในประเทศอิตาลีเหมือนกันก็ตาม สึนะก็เลยจัดเตรียมห้องพักทั้งหมดในฐานทัพใหญ่ ที่ซึ่งเดิมทีเป็นห้องว่างๆไว้ให้พวกแขกเข้ามาพักไว้ให้ และระหว่างนั้นดูเหมือนอี้ผิงจะมาหาแรมโบ้ ที่จริงเธอก็มาเยี่ยมแฟมิลี่ทุกคนนั่นแหละ แต่สึนะได้ทักอี้ผิงผ่านๆแค่ไม่กี่คำเท่านั้นเพราะงานยุ่ง แต่ดูเหมือนว่าการตัดสินใจที่ให้ห้องพักกับพวกแขกจะส่งผลกระทบกับแรมโบ้อยู่เหมือนกัน และนี่เองก็คงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เด็กหน้าวัวมาเคาะห้องขอนอนด้วยแล้วก็มางอนตุ๊บป่องอยู่ตรงนี้ คงจะนอยด์ที่นอกจากจะจัดห้องให้เขาต้องเสียสละห้องนอนให้อี้ผิงแล้ว ยังต้องถูกสึนะพูดแกมไล่เมื่อมาขอนอนอีก เมื่อนึกได้สึนะจึงได้รู้สึกผิดขึ้นมาเต็มอก

"อย่างงี้นี่เอง นายไม่อยากนอนกับอี้ผิง ก็เลยเสียสละห้องของตัวเองให้ผู้หญิงอย่างอี้ผิงนอนแล้วนายก็มาหาฉันนี่เอง โทษทีนะแรมโบ้ คงทำให้นายลำบากแย่เลย อดทนเอาหน่อยนะอีกไม่กี่วันพวกเขาก็เดินทางกลับกันแล้วล่ะ"

"..."

แรมโบ้ไม่ตอบอะไรยังคงงอนอยู่แบบนั้น เมื่อเห็นจากมุมของสึนะก็นึกว่าเขาคงง่วงอยากนอน ไม่อยากเสวนาหรือคุยอะไรอีกแล้ว สึนะจึงได้เอาผ้าห่มไปห่มคนตัวสูงไว้ก่อนจะเดินไปหาผ้าผืนอื่นที่เก็บเอาไว้ในตู้เสื้อผ้าเพื่อที่เขาจะลงไปนอนที่พื้น เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายห่มผ้าให้แล้วเดินหายไปแรมโบ้จึงพลิกหน้ากลับมามองสึนะที่กำลังเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าทั้งๆสีหน้าเรียบเฉยแต่ยังมีความอ่อนโยนอยู่ในสายตาเสมอ ก่อนเขาจะเอ่ยถาม

"พี่สึนะทำอะไรน่ะ?"

"หืม? ก็หาผ้าห่มไง ทำไมเหรอ?"

"ก็มีผืนนี้แล้วนี่ครับ"

"ผืนนั้นนายก็ใช้นอนบนเตียงไปสิ ฉันนอนที่พื้นเอาก็ได้"

คนตัวสูงดันตัวเองลุกขึ้นนั่งแล้วมองร่างบางล้วงหาผ้าห่มอย่างไม่รีบร้อนก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำชวนจั๊กจี้หู

"ไม่อยากนอนกับผมเหรอครับ?"

สึนะชะงักมือแทบจะทันทีหลังจากได้ยินเสียงพูดของแรมโบ้ที่ดูเยือกเย็น ทุ้มต่ำ น่ากลัวกว่าปกติ เหมือนกับว่าจะน้อยใจก็ไม่ใช่ เหมือนจะโกรธก็ไม่เชิง คล้ายๆว่าเขากำลังตัดพ้อเป็นนัยๆว่าสึนะกำลังรังเกียจเขารึเปล่า แต่ด้วยสายตาคมที่จับจ้องมาและน้ำเสียงเย็นกรีดลึกทำให้สึนะต้องตอบด้วยน้ำเสียงระแวดระวัง

"เปล่า...แค่กลัวนายจะนอนไม่สบายตัวเลยให้นายนอนคนเดียวไปเลยไง ไม่ดีเหรอ?"

"เป็นผู้ชายด้วยกันไม่เห็นต้องเกรงใจกันเลยนี่ครับ เตียงก็ออกตั้งกว้าง"

ก็เพราะเป็นผู้ชาย(อย่างนาย)น่ะสิ! แกล้งฉันมาไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่แล้ว! เสียงสึนะโอดครวญอยู่ในหัวแต่ไม่ได้พูดออกไป ทำได้เพียงยิ้มเจื่อนๆตอบอีกฝ่าย ในขณะที่คนตัวสูงก็ไล่ต้อนอย่างไม่ลดละ

"นายอาจไม่อยากนอนกับฉันเพราะไม่ชินก็ได้"

"ก็เคยนอนกอดมาตั้งแต่เด็กแท้ๆ"

ตอนนั้นกับตอนนี้มันเหมือนกันซะที่ไหน นายจะให้ฉันนอนกับนายให้ได้เลยใช่มั้ยเนี่ย!? สึนะคิดในหัว แต่สิ่งที่แสดงออกทำได้เพียงยิ้มเงียบๆมองไปที่เตียงอย่างลังเลเพราะตอนนี้แรมโบ้อยากให้เขาไปนอนที่เตียงแบบสุดๆ เหมือนลูกหมาที่กำลังอ้อนให้เขาไปนอนบนเตียงนุ่มตัวเดิมของเขากับอีกฝ่าย ซึ่งสึนะไม่ได้ขยับจากตรงนั้นไปไหนเลยแม้แต่ก้าวเดียว คนตัวสูงที่เริ่มทนไม่ไหวก็ลุกขึ้นแล้วตรงมาหาสึนะทันที ไม่รอให้อีกฝ่ายตั้งตัวแรมโบ้ก็ใช้ร่างกายและอ้อมแขนอันแข็งแรงของเขาอุ้มอีกฝ่ายขึ้นมาในวงแขนอย่างง่ายดายจนสึนะตกใจ

"ร...แรมโบ้!"

ฟึ่บ!

สึนะไม่รู้ว่าเขาควรจะขัดขืนหรือไม่ขัดขืนดี เมื่อประมวลผลไม่ทันสิ่งที่สึนะทำคืออยู่เฉยๆให้แรมโบ้อุ้มไปวางบนเตียงลงดื้อๆ เขารีบเอาหมอนมาวางรองหัวของสึนะแล้วสวมกอดสึนะจากด้านหน้าโดยที่ไม่ลืมที่จะคว้าผ้าห่มมาห่มพวกเขาทั้งคู่ สึนะรู้สึกถึงความอบอุ่นจากร่างกายของแรมโบ้ที่แผ่ซ่านมาถึงตัวเขา ชวนให้หัวใจของเขาเต้นรัวเร็วด้วยความเขิน มือของแรมโบ้ประคองหัวของเขาแล้วกดลงบนแผงอกแข็งแกร่ง ได้กลิ่นกายสุดคุ้นเคยโชยมาเข้าจมูก

"แรมโบ้..."

เสียงเรียกอู้อี้ของสึนะทำให้แรมโบ้รู้สึกได้ว่าเขาอาจทำให้บอสของเขาอึดอัด เขาจึงผละออกช้าๆก่อนจะก้มลงมองหน้าสึนะที่เงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยสายตาชวนให้หัวใจของเขาสั่นไหว ไม่รู้ว่าเพราะโคมไฟสลัวที่หัวเตียงรึเปล่า แต่บรรยากาศมันชวนให้เคลิบเคลิ้มจนเกินห้ามใจจริงๆ สายตาของสึนะมองขึ้นมาหาแรมโบ้ราวกับไม่เข้าใจในการกระทำเาแต่ใจของอีกฝ่าย ซึ่งสายตาที่แสนใสซื่อบริสุทธิ์นั้นแหละที่ทำให้แรมโบ้ร้อนวาบไปทั้งตัว

"พี่สึนะ...ผมอยาก...จูบพี่สึนะจังเลยครับ"

"...!?"

สึนะเบิกตาโพลงด้วยความตกใจในคำขอที่ถูกส่งผ่านออกมาจากปากของคนตัวสูงอย่างยั่วยวน ใบหน้าของเขาร้อนผ่าว แก้มแดงระเรื่อราวลูกมะเขือเทศ แรมโบ้ที่ไม่เห็นท่าทีปฏิเสธของอีกฝ่ายก็ใช้มือข้างหนึ่งเชยคางของสึนะขึ้นมาทันทีก่อนเขาจะละเลียดจูบริมฝีปากของสึนะอย่างเชื่องช้าและอ่อนโยน หัวใจของทั้งคู่เต้นแรงสอดประสานกับความรู้สึกที่ก่อตัวมากขึ้นเรื่อยๆในอกจนแทบจะระเบิดออกมา เมื่อละเลียดจูบไปได้ไม่กี่ทีแรมโบ้ก็ผละออกเพื่อเชยชมสีหน้าของอีกฝ่ายที่ตอนนี้กำลังแสดงความเหนียมอายออกมาภายใต้อ้อมกอดของเขา

"ทำงานหนักจนผอมลงไปเลยนะครับเนี่ย"

แรมโบ้พูดเสียงทุ้มพลางใช้มือของเขาลูบไล้ไปตามใบหน้าของสึนะราวกับจะยั่วอีกฝ่าย ก่อนที่มือไม้ของเขาจะเลื่อนต่ำลงไปถึงหน้าอก เขาล้วงมือตัวเองเข้าไปในเสื้อยืดตัวโปรดของสึนะเพื่อสัมผัสผิวกายอบอุ่นของอีกฝ่ายก่อนจะกระซิบข้างหู

"พักผ่อนบ้างรึเปล่าครับ"

สัมผัสของแรมโบ้ชวนให้สึนะหายใจติดขัด เขาเงยหน้าขึ้นไปมองคนตัวสูงที่กำลังเย้าหยอกเขาอย่างถือดีก่อนจะกำเสื้อที่หน้าอกของอีกฝ่ายแน่นพลางเรียกชื่อออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

"แรม...โบ้..."

"อยาก...เหรอครับ?"

"..."

สึนะไม่ตอบ ทำเพียงก้มหน้าซบลงบนแผงอกอย่างเขินอายก่อนคนตัวสูงจะหัวเราะในลำคออย่างพอใจ เขาเปลี่ยนจากท่านอนตะแคงพลิกตัวขึ้นมาคร่อมร่างคนตัวเล็กกว่าไว้อย่างถือดีก่อนจะถามทั้งรอยยิ้มมุมปาก

"ห้องนี้เก็บเสียงรึเปล่าครับ?"

"ก็เก็บนะ...ทำไมเหรอ?"

"พี่จะได้ไม่ต้องกลั้นไว้ไงครับ"

"...!"

พูดจบแรมโบ้ก็ก้มลงจูบอีกฝ่าย แล้วจัดการคนตัวเล็กกว่าบนเตียงตามคำขอของเขา

 

วันต่อมา...

ห้องแต่งตัวของผู้พิทักษ์ ฐานทัพวองโกเล่ : อิตาลี

ในห้องแต่งตัวที่ในนั้นมีล็อกเกอร์ส่วนตัวของผู้พิทักษ์แต่ละคนอยู่มีคนสองคนกำลังเปลี่ยนชุดอยู่ หนึ่งในนั้นคือยามาโมโตะ ผู้พิทักษ์พิรุณของวองโกเล่ที่เปลี่ยนชุดเพื่อจะไปทำภารกิจกับพวกสควอโล่ เพราะถูกเรียกตัวมาจากญี่ปุ่น ส่วนแรมโบ้นั้นก็พึ่งจะเดินมาเปลี่ยนจากชุดนอนไปใส่สูท ซึ่งก็มาเจอเข้ากับยามาโมโตะเข้าพอดี

"อ้าว...ไงแรมโบ้"

"อ้าว...สวัสดีครับพี่ยามาโมโตะ บินจากจาโปเน่มาทำภารกิจที่นี่เหรอครับ สดใสแต่เช้าเลยนะ"

ทันทีที่พูดจบแรมโบ้ก็หาวออกมาปากกว้างทันที เพราะนี่พึ่งจะ 6 โมงเช้าตามเวลาท้องถิ่นของอิตาลีเท่านั้นเอง ยามาโมโตะหัวเราะออกมาตามสไตล์ของเขาก่อนจะพูดกับแรมโบ้พลางติดกระดุมเสื้อเชิ้ตไปด้วย

"ก็นะ...พึ่งลงเครื่องมา หลับบนเครื่องบินมาจนเต็มอิ่มแล้วล่ะ ว่าแต่นายดูเหนื่อยๆนะแรมโบ้"

"นิดหน่อยครับ"

แรมโบ้ตอบด้วยเสียงนิ่งเรียบไม่ได้สนใจเท่าไหร่ก่อนจะถอดเสื้อยืดของเขาเอาแล้วยื่นมือไปควานหาไม้แขวนในตู้ของเขาเพื่อเลือกเสื้อเชิ้ต

"งานยุ่งน่าดูเลยเนอะ ได้ข่าวว่านายกำลังจะรับตำแหน่งบอสของโบวิโน่.... แรมโบ้! นั่นนายไปโดนอะไรมาน่ะ!?"

ยามาโมโตะที่พูดไปเปลี่ยนชุดไป จังหวะที่เขาหันมาหาแรมโบ้ก็ได้เห็นรอยต่างๆตามตัวของเขา แรมโบ้มองไปที่ยามาโมโตะด้วยความแปลกใจก่อนจะหันกลับไปมองกระจกที่สะท้อนรอยข่วนสีแดงที่ขึ้นแนวตามหลังของเขา บ่งบอกถึงสิ่งที่เขาทำกับบอสของเขาเมื่อคืน ซึ่งนั่นรวมถึงความเหนื่อยอ่อนในเช้านี้ที่ส่งผลกระทบมาด้วย แต่คนอย่างยามาโมโตะนั้นซื่อบื้ออยู่แล้ว ยังไงซะบอกอะไรไปก็คงเชื่อไปเรื่อย

"อ๋อ ผมโดนลูกแมวข่วนน่ะครับ"

แรมโบ้พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำท่าทางเหมือนไม่ยี่หร่ากับร่องรอยเหล่านั้น กลับกันเขากลับรู้สึกพอใจในรอยเหล่านี้ด้วยซ้ำ เขายิ้มอย่างพอใจแบบที่ไม่ให้ยามาโมโตะเห็น ก่อนที่ยามาโมโตะจะถามเพื่อความแน่ใจ

"รอยดูไม่น่าใช่ลูกแมวเลยนะ...รอยข่วนอย่างกับเสือหรือสิงโตมากกว่าแหนะ"

"..."

แรมโบ้นิ่งไปหลังจากได้ยินคำพูดของยามาโมโตะราวกับชะงักเพื่อคิดถึงเรื่องเมื่อคืนที่คนตัวเล็กจิกหลังเขาไว้แน่นอยู่ในอ้อมกอดของเขา สัตว์ประจำตัวของสึนะเองก็เป็นสิงโตเสียด้วย แรมโบ้จึงคลี่ยิ้มมุมปากพลางสวมเสื้อเชิ้ตไปด้วย

"ก็คงเป็นสิงโตล่ะมั้งครับ ฟัดกันหนักไปหน่อย แต่สิงโตตัวนั้นก็คงคำรามไม่ได้ไปสักพักแหละครับ"

"...???"

ยามาโมโตะแสดงสีหน้างงออกมาในคำพูดของแรมโบ้ก่อนที่บทสนทนาของทั้งสองจะไม่ได้สานต่ออะไรกันอีก เนื่องจากยามาโมโตะเองก็ต้องรีบไปตามเวลานัดของสควอโล่ เขาจึงปลีกตัวออกไป

 

ห้องทำงานของสึนะ ฐานทัพวองโกเล่ : อิตาลี

"ฮัดชิ่ว! แค่กๆ"

สึนะจามออกมาราวกับว่ามีคนกำลังนินทาหรือพูดถึงเขา ก่อนจะไอต่อด้วยเสียงที่แหบแห้งจนโกคุเดระถึงกับต้องเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

"เป็นหวัดเหรอครับรุ่นที่ 10? จะให้เลื่อนงานวันนี้ไปก่อนมั้ยครับ?"

"ไม่ต้องหรอก ฉันไม่ได้เป็นหวัด แค่เจ็บคอเฉยๆ"

สึนะพูดด้วยเสียงแหบแห้งราวกับว่าเขาผ่านการตะโกนอะไรมาหนักยังไงยังงั้น ซึ่งโกคุเดระก็ได้แต่ฟังเสียงแหบๆที่พยายามจะพูดออกมาของสึนะอย่างเป็นห่วงก่อนจะตามใจให้อีกฝ่ายจัดการงานเอกสารต่อเงียบๆ

ชนิดที่คงพูดอะไรมากไม่ได้ไปอีกสักพักใหญ่ๆ...

 

จบตอน

ความคิดเห็น