ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 12 ลีจีฮเย

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 ลีจีฮเย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 64

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 เม.ย. 2564 19:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 ลีจีฮเย
แบบอักษร

  

" กรุณานั่งลงด้วยครับ" 

  

“ฉัน ฉันคือ…” 

  

ผมเห็นใบหน้าลังเลของเธอ 

  

เห็นได้ชัดว่าเธอยังไม่สงบขณะที่เธอเช็ดน้ำตา ไหล่ที่สั่นเทิ้มเหมือนเด็กตัวเล็ก ๆ 

  

ในตอนแรกเธอคงเป็นเด็กผู้หญิงอายุ 21 ปีธรรมดา 

  

เธอไม่เคยประสบกับสถานการณ์เช่นนี้มาก่อนจึงไม่แปลกที่เธอจะเป็นเช่นนี้ 

  

ผมไม่สามารถเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ว่าเธอกำลังรู้สึกอย่างไร แต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นหรือไม่เข้าใจกับสถานการณ์ที่อยู่ในมือ 

  

“ฉันขอโทษค่ะ…ฉันขอโทษ” 

  

“ผมไม่เข้าใจว่าคุณกำลังขอโทษอะไร” 

  

“แต่ฉันเป็นคนที่ ฮึก …ทุกคน” 

  

“ฮายัน คุณไม่ได้ทำอะไรผิด แน่นอนผมไม่ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด แต่ตอนนี้คุณสามารถเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้ผมฟังได้ไหมครับ?” 

  

“ฉัน ฮือ ฉันไม่ได้หมายถึงอย่างนั้น แค่…” 

  

" ผมรู้ ทำใจให้สงบก่อนแล้วค่อยบอกผมมาก็ได้” 

  

ขณะที่ผมยิ้ม เธอก็เริ่มพูดอย่างช้า ๆ 

  

อันที่จริงผมมีความคิดคร่าว ๆ ว่าเรื่องราวดำเนินไปอย่างไรและมันค่อนข้างคาดเดาได้ 

  

ปัญหาคือผมไม่เข้าใจคำพูดของเธอเลย 

  

มันยากสำหรับผมที่จะเข้าใจว่าเธอพูดอะไรผ่านการสะอื้นและน้ำตา 

  

ด้วยระบบทำให้ผมรู้ว่าสติปัญญาของเธอไม่ได้ต่ำ แต่บางทีอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการคิด 

  

“จู่ ๆ ซอกวูก็…” 

  

“ครับ?” 

  

“ข – เขาจับมือแล้วฉันก็กรีดร้อง” 

  

" อา…" 

  

แต่จริง ๆ มันไม่สำคัญว่าผมจะเข้าใจเธอได้หรือไม่ 

  

ผมแค่ต้องแสดงให้เห็นว่าผมอยู่ข้างเธอ 

  

การรับฟังสำคัญกว่าคำถามทำไมเธอถึงร้องไห้และทำไมเธอถึงเสียใจ 

  

พวกมันสำคัญกว่าการตัดสินว่าใครเป็นฝ่ายผิด 

  

‘ผมอยู่เคียงข้างคุณ’ 

  

ผมไม่ได้พูดออกมาดัง ๆ แต่เธอคงคิดแบบนั้น 

  

“นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น…เอ - และทันใดนั้นคุณด็อกกูก็มา… แล้วจีฮเย…” 

  

" ครับ ผมเข้าใจ" 

  

“ล – และในตอนนั้นเองคุณกียองก็มา…” 

  

" ครับ" 

  

ปัญหาคือการคร่ำครวญของเธอครั้งนี้ใช้เวลาค่อนข้างนาน 

  

ในที่สุดหลังจากนั้นไม่กี่นาที เรื่องราวอันน่าเบื่อหน่ายของเธอก็สิ้นสุด 

  

“มันคงยากสำหรับคุณ” 

  

“ม - ไม่ค่ะ ตอนนี้ฉันดีขึ้นแล้ว” 

  

ดูเหมือนว่าตอนนี้เธอจะสงบขึ้นเล็กน้อย 

  

ไหล่ของเธอที่สั่นเป็นครั้งคราวถูกวางกลับไปที่เดิมและใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย 

  

เธอสงบลงบ้าง 

  

“ขอบคุณมากนะคะ คุณกียอง” 

  

“คุณไม่ต้องขอบคุณผมหรอก มันเป็นเพียงสถานการณ์...” 

  

“ม- ไม่ค่ะ ฉันหมายถึงที่คุณบอกว่า คุณเชื่อในตัวฉัน…” 

  

“อา…” 

  

“ค – คุณช่วยฉันมาตลอดตั้งแต่เราพบกันครั้งแรก …แต่ฉันไม่สามารถทำอะไรเพื่อคุณได้เลย…” 

  

“…ฉันขอถามได้ไหมคะ ว่าทำไมคุณถึงดีกับฉันมากขนาดนี้” 

  

มันยากที่จะถอดรหัสที่มาของคำถามนี้ 

  

ผมไม่แน่ใจว่าเธอสนใจหรือเธอหวาดระแวงผม 

  

แต่ผมคิดว่ามันคงจะเป็นอย่างหลัง 

  

เป็นไปได้มากว่ายูซอกวูเข้าหาเธอในลักษณะที่คล้ายกัน 

  

ผมต้องการคำตอบที่สมเหตุผลแก่เธอ 

  

“ผมแค่ทำในสิ่งที่ผมคิดว่าถูกต้อง แต่ถ้าผมต้องให้เหตุผล…” 

  

" คะ? " 

  

“ผมมีน้องสาวที่บ้านน่ะครับ บางทีอาจเป็นเพราะฮายันทำให้ผมนึกถึงเธอ” 

  

อันที่จริงผมไม่ได้คิดอย่างนั้น 

  

บุคลิกของยูลฮาแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับจองฮายัน และมันยากที่จะหาความคล้ายคลึงกันนอกเหนือจากอายุ 

  

แต่ผมคิดว่านี่เป็นการตอบสนองที่เหมาะสม 

  

" อา…" 

  

“เธอน่าจะอายุใกล้เคียงกับคุณนะครับฮายัน” 

  

“ฉ - ฉันขอโทษค่ะ ฉันไม่ควร…” 

  

“ฮายัน…” 

  

“ฉ – ฉันมีพี่สาวสองคนเหมือนกันค่ะ แต่ฉันขาดการติดต่อกับพวกเธอไปนานแล้ว…” 

  

การแสดงออกที่มืดมนปรากฏขึ้น ผมคิดว่ามันจะไม่เป็นปัญหาถ้าผมพยายามอีกนิด 

  

" พ่อแม่ของคุณล่ะครับ…" 

  

“พวกเขาไม่ได้อยู่ใกล้ ๆ ” 

  

“เรามีบางอย่างที่เหมือนกันสินะครับ” 

  

“คุณก็เหมือนกันเหรอคะ?” 

  

" ครับ" 

  

เธอดูดีใจอย่างประหลาด 

  

“เราเหมือนกันนิดหน่อย” 

  

" ใช่ค่ะ ดูเหมือนว่าจะเป็นเช่นนั้น” 

  

มันเป็นเรื่องดีสำหรับเราที่มีบางอย่างเชื่อมต่อกัน 

  

มุมปากของผมบิดยิ้มเมื่อผมเห็นเธอประสานมืออย่างเงียบ ๆ 

  

ผมพิจารณาแล้วว่ามันจะดีกว่า หากมีการเคลื่อนไหวมากขึ้นหรือถอยออกจากที่นี่ แต่น่าเสียดายที่ผมไม่แน่ใจในคำตอบที่ถูกต้อง 

  

หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ผมก็ออกจากความคิดก่อนหน้า 

  

“ถ้ามันจะไม่เป็นปัญหามากเกินไป” 

  

" คะ? " 

  

“มันอาจจะเป็นความเห็นแก่ตัวของผมล้วน ๆ แต่ผมอยากให้คุณสบายใจกว่านี้หน่อย …” 

  

" อ๊ะ? อ่ะ? ค่ะ?” 

  

“เราสามารถเริ่มด้วยการพูดอย่างเป็นกันเองมากขึ้น” 

  

"ค่ะ? เอาล่ะ…เป็นกันเอง…” 

  

“แค่พูดแบบสบาย ๆ น่ะ” 

  

" ค่ะ? ฉันหมายถึง …พี่คะ” 

  

ดูเหมือนเธอจะเขินอาย 

  

ผมสามารถยืนยันได้อีกครั้งว่าจองฮายันไม่มีทักษะในการเข้าสังคม 

  

ขณะที่ผมเผชิญหน้ากับเธออย่างเงียบ ๆ และสังเกตเธอด้วยดวงตาแห่งจิตใจ ค่าสถานะโดยรวมของเธอก็เข้ามาในสายตาของผม 

  

[ตรวจสอบหน้าต่างสถานะและระดับความสามารถของผู้เล่น จองฮายัน] 

  

[ชื่อ: จองฮายัน] 

[ฉายา: ไม่มี คุณควรพยายามให้มากขึ้นอีกหน่อย] 

[อายุ: 21] 

[อุปนิสัย: ผู้สนับสนุนที่บริสุทธิ์] 

[คลาส: ไม่มี] 

  

[ค่าสถานะ] 

[ความอดทน: 11 / ศักยภาพในการเติบโต: ระดับหายากหรือต่ำกว่า] 

[ความคล่องตัว: 11 / ศักยภาพในการเติบโต: ระดับหายากหรือต่ำกว่า] 

[พละกำลัง: 14 / ศักยภาพในการเติบโต: ระดับฮีโรอิคหรือต่ำกว่า] 

[ความฉลาด: 22 / ศักยภาพในการเติบโต: ระดับฮีโรอิคหรือสูงกว่า] 

[ความอดทน: 14 / ศักยภาพในการเติบโต: ระดับหายากหรือต่ำกว่า] 

[โชค: 23 / ศักยภาพในการเติบโต: ระดับฮีโรอิคหรือสูงกว่า] 

[มานา: 10 / ศักยภาพในการเติบโต: ระดับตำนานหรือสูงกว่า] 

  

[ภาพรวม: บุคคลนี้มีศักยภาพทางเวทมนตร์เหนือกว่าระดับตำนาน แม้ว่าความสามารถทางกายภาพโดยรวมจะอยู่ในระดับต่ำ แต่ก็ยังสามารถเติบโตอย่างรวดเร็วในฐานะ [วิซาร์ด] หรือ [พรีสท์] ได้ในอนาคต ขณะนี้เธอไม่สามารถสัมผัสถึงมานาได้ แม้ว่าคุณทั้งคู่จะกลายเป็นวิซาร์ด แต่ก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่พวกคุณจะกลายเป็นวิซาร์ดในระดับที่แตกต่างจากผู้เล่นลีกียองโดยสิ้นเชิง ดังนั้นขอให้ผู้เล่นลีกียองอย่าคาดหวังมากเกินไป] 

  

ความแข็งแกร่งและพละกำลังของเธอเพิ่มขึ้น 1 และ 2 เมื่อเทียบกับที่ผมเคยเห็น ดูเหมือนว่าเธอจะทำงานหนักในการปกป้องกำแพง 

  

มันน่าสนใจเช่นกันที่มานาของเธออยู่ที่ 10 แต้ม 

  

ซึ่งแตกต่างจากผมที่ได้รับมานาหลังจากกลายเป็นวิซาร์ดเท่านั้น เธอมีมันตั้งแต่ตอนที่เธอถูกเรียกตัวมาที่นี่ 

  

เธออาจจะยังไม่รู้สึกถึงมัน แต่มันอาจเป็นไปได้ ถ้าผมสามารถทำอะไรบางอย่างเพื่อช่วยเธอ 

  

มันเกิดขึ้นในขณะที่ผมกำลังคิดเกี่ยวกับเรื่องมานาและเวทมนตร์ 

  

“ขอโทษนะคะพี่กียอง …ฉันขอพูดกับคุณได้ไหม?” 

  

นั่นไม่ใช่เสียงของจองฮายัน 

  

เจ้าของเสียงที่มาจากด้านหลังผมคือลีจีฮเย 

  

การแสดงออกบนใบหน้าของจองฮายันเปลี่ยนเป็นวิตกกังวล 

  

อันที่จริงผมคาดการณ์ไว้แล้วว่าลีจีฮเยจะเข้ามาหาผม 

  

แต่มันเร็วกว่าที่ผมคาดไว้เพียงเล็กน้อย 

  

‘แน่นอน…’ 

  

ผู้หญิงคนนี้ฉลาด 

  

‘คุณจะเปลี่ยนมาอยู่ข้างผมไหม?’ 

  

ฝ่ายที่ได้เปรียบกว่า เมื่อพิจารณาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

  

บนพื้นผิวมันอาจดูเหมือนเป็นการตัดสินว่าใครผิดระหว่างยูซอกวูและจองฮายัน อย่างไรก็ตามมันเป็นการแย่งชิงอำนาจระหว่างลีจีฮเยและผมด้วย 

  

มีแนวโน้มว่าลีจีฮเยก็จะรู้เช่นกัน 

  

ไม่มีใครเรียงพวกเราเป็นลำดับชั้น แต่เธอก็ตระหนักได้ว่าผมยืนอยู่เหนือเธอ 

  

อุปนิสัย: 'ความทะเยอทะยานที่เห็นแก่ตัว' 

  

มีพฤติกรรมสองแบบที่เกิดขึ้นเมื่อคนอย่างผู้หญิงคนนี้หรือคนอย่างผมได้พบกับพลังใหม่ 

  

ปฏิเสธมัน 

  

หรือจะเข้าร่วมก็ได้ 

  

เธอทำเร็วกว่าที่ผมคาดไว้ 

  

เธอไม่ได้สูญเสียหากเธอเข้าข้างเรา แต่นั่นไม่ใช่การตัดสินใจที่จะทำในทันที 

  

ผมอ้าปากพูดอย่างเงียบ ๆ กับจองฮายัน 

  

“ขอเวลาสักครู่นะ ผมคิดว่าจีฮเยและผมต้องคุยกัน” 

  

" อา …ค่ะพี่ ฉันเข้าใจแล้ว” 

  

ดูเหมือนว่าเธอจะประหม่าเล็กน้อย เมื่อเธอให้ความสำคัญกับคำพูดสุดท้ายของเธอ 

  

ในที่สุดจองฮายันก็ยืนขึ้นและลีจีฮเยก็เข้ามาแทนที่ ผมจับได้ว่าเธอหันกลับมามองเราครั้งแล้วครั้งเล่า เห็นได้ชัดว่าเธอสนใจการสนทนาของเรา 

  

" มีอะไรให้ผมช่วยมั้ยครับ? " 

  

“ฉัน… ฉันแค่อยากจะขอโทษ ฉันขอโทษสำหรับความวุ่นวายค่ะ” 

  

" ทุกอย่างปกติดีครับ ในความเป็นจริงคุณไม่ได้ทำอะไรผิด” 

  

“ไม่ค่ะพี่กียอง นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันต้องรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้ ดังนั้นฉันจึงประมาทเกินไปและไม่ได้คำนึงถึงสถานการณ์ภายนอก ฉันไม่ได้คิดถึงคุณและคนอื่น ๆ ที่ต้องทำงานอันตรายนอกกำแพง มันดีกว่าที่จะแก้ไขสถานการณ์อย่างเงียบ ๆ ” 

  

" ไม่เป็นไรครับ ผมก็คงทำหมือนกันถ้าผมอยู่ในสถานการณ์เดียวกับคุณ ในทางตรงกันข้าม ผมคิดว่าผมควรจะเป็นคนขอโทษด้วย” 

  

“ไม่ใช่อย่างนั้นเลย พี่เพิ่งทำสิ่งที่ควรทำ” 

  

ถึงแม้ว่าเธอจะยังเด็กอยู่ แต่ผมก็ไม่เคยถูกเรียกว่าพี่โดยผู้หญิงที่อายุมากกว่า 

  

" นั่น…." 

  

" คะ? " 

  

“เกี่ยวกับซอกวู” 

  

“ฉันไม่มีแผนว่าจะทำอะไรเกี่ยวกับคุณซอกวูในตอนนี้ค่ะ ...การรักษาของเขาต้องมาก่อนและมีสิ่งอื่นที่ฉันต้องทำให้เสร็จในระหว่างนี้” 

  

" อา นั่นทำให้ผมโล่งอกเล็กน้อย ผมขอโทษด้วยที่ทำให้คุณไม่สบายใจ ก่อนหน้านี้ผมก็รู้สึกสับสนและไม่อาจตัดสินได้อย่างถูกต้อง แต่ถ้าคุณอนุญาต ให้ผมช่วยแก้ไขสิ่งนี้มั้ยครับ?” 

  

ผมอดกังวลไม่ได้ 

  

ผมยังไม่รู้เลยว่าจะจัดการกับยูซอกวูยังไง 

  

ที่นี่ไม่มีทั้งกฎหมายและตำรวจ ดังนั้นผมจึงไม่แน่ใจว่าจะลงโทษเขาหรือไม่ 

  

“ส่วนฮายัน …” 

  

“ตอนนี้เมื่อฉันคิดย้อนกลับไป ฉันคิดว่าตัวเองก็วิจารณ์ฮายันมากเกินไป ถ้าพี่ให้ฉันจัดการเรื่องนี้…” 

  

“ผมเข้าใจว่าคุณเป็นคนจัดการสถานที่แห่งนี้ให้ปลอดภัย …ผมต้องขอโทษด้วยที่ก้าวเข้าไป” 

  

" อ๊ะ! ไม่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันหมายถึงเลยค่ะ” 

  

" ไม่เป็นไรครับ ผมรู้ว่าคุณพยายามจะพูดอะไร ผมหวังว่าคุณจะไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้” 

  

ประเด็นก็คือผมยังจำอำนาจของเธอได้ 

  

ผู้หญิงคนนี้ก็ต้องเข้าใจความหมายจากคำพูดของผม 

  

‘ผมไม่มีความตั้งใจที่จะหยุดคุณ’ 

  

ดังนั้นอย่าทำสร้างความวุ่นวายให้กับผม 

  

เมื่อผมพูดจบ ผมก็เห็นว่ามือของเธอเอื้อมมาข้างหน้าอย่างดุเดือด 

  

ลีจีฮเยเป็นคนสวย ผมพยายามทำให้การเต้นของหัวใจคงที่ แต่มันก็ยากที่จะนิ่งเมื่อเธออยู่ใกล้ร่างกายผมมาก 

  

แต่ผมรู้สึกสงสัยมากกว่าว่าทำไมเธอถึงเข้าหาผมในลักษณะนี้ 

  

“ฉันรู้ว่ามันยากที่พี่จะออกจากที่พัก…แต่ขอบคุณค่ะที่พี่ดูแลพวกเรา” 

  

“มันไม่ได้แย่อะไรเลยครับ” 

  

“หากมีอะไรที่ฉันสามารถช่วยพี่ได้ บอกให้ฉันฟังได้นะคะ ทุกอย่างเลย” 

  

เมื่อพูดแบบนั้น เธอก็ลูบต้นขาของผม 

  

ถึงตอนนี้ผมสามารถบอกได้ว่าผู้หญิงคนนี้ต้องการอะไร 

  

“อะไรก็ได้เหรอครับ?” 

  

" ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม” 

  

ผมอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเขินอาย เมื่อเห็นเธอเข้าหาผมอย่างอุกอาจเกินกว่าที่ผมคาดไว้ 

  

ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนโง่ ผมไม่คิดว่าจะมีใครเข้าใจผิดว่าเธอเป็นคนปัญญาอ่อน 

  

ดวงตาของเธอแสดงความปรารถนาอย่างแปลกประหลาด 

  

‘อำนาจ? ความทะเยอทะยาน?’ 

  

ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม 

  

“ฉันชอบผู้ชายที่ทะเยอทะยานค่ะ” 

  

สำหรับผมการมีอำนาจหรือความทะเยอทะยานเป็นวิธีการป้องกันตัวเอง แน่นอนว่าแรงจูงใจของผมไม่ได้สำคัญกับลีจีฮเย 

  

ทั้งหมดที่เธอใส่ใจคือผลลัพธ์ 

  

คำถามคือการใกล้ชิดกับผู้หญิงคนนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผมหรือไม่? 

  

สิ่งเดียวที่เธอต้องการคือเธอสามารถควบคุมคนโง่ได้ 

  

อาจมีประโยชน์อื่น ๆ สำหรับเธอ แต่ตอนนี้ก็เช่นกัน 

  

เธอต้องเข้าหาผมเพราะเธอตระหนักดีถึงความจริงข้อนั้น 

  

กลุ่มนี้อาจไม่ได้ใช้งานมากนักในตอนแรก แต่มันไม่มีอันตรายใด ๆ ถ้าเราได้มัน 

  

จริง ๆ แล้วอาจมีบางอย่างที่เป็นประโยชน์ที่ผมจะได้รับจากเธอ บางทีอาจจะเกี่ยวข้องกับจองฮายัน…. 

  

'ผมควรทำอย่างไรดี….' 

  

ผมค่อนข้างมั่นใจว่าเธอไม่ได้ตกหลุมรักผมจริง ๆ 

  

ถ้าผมไม่สามารถตระหนักได้มากขนาดนี้ ผมคงคิดว่าเธอเป็นแค่คนที่ไร้ความคิด 

  

‘มันไม่ใช่อย่างนั้น’ 

  

เธอเล็งทำการสัญญา? ความสัมพันธ์อันเรียบง่าย? 

  

มีหลายสิ่งที่ลีจีฮเยจะได้รับ 

  

การรวมพลังของกลุ่มหลังจากที่มันอาจถูกสั่นคลอน รวมถึงการสร้างความผูกพันกับผู้มีอำนาจรองจากผู้แข็งแกร่งที่สุด 

  

นอกจากนี้ผมอาจมีประโยชน์ ในการทำให้ทุกคนเชื่อว่าเราไม่ได้ใช้คำพูดที่ไม่ดี 

  

การใกล้ชิดกันไม่ใช่เรื่องผิด 

  

การทำให้ผู้คนกลายเป็นศัตรูอาจเป็นวิธีคิดที่โง่เขลา 

  

“แล้วผมล่ะครับ ผมจะได้อะไรจากสิ่งนี้?” 

  

“อืม แล้วฮายันเป็นไงคะ?” 

  

เมื่อได้ยินคำพูดของเธอ มุมปากของผมก็บิดขึ้นเป็นรอยยิ้มและกดร่างเพื่อแนบชิดกับเธอ 

  

ผมเห็นว่าใบหน้าของลีจีฮเยมีส่วนผสมที่แปลกประหลาดระหว่างความตื่นเต้นและความคาดหวัง 

  

'ยอดเยี่ยม' 

  

มันเป็นความคิดที่ผมไม่เคยรู้สึกมาก่อน 

  

ริมฝีปากของเราเสียดสีกัน ซึ่งมันอาจจะดูโรแมนติกในตอนแรก 

  

แต่ความคิดของเราต่างกัน 

  

‘มาใช้กันและกันเถอะ’ 

  

ผมยิ้มขณะที่พูดว่า “ดูเหมือนว่าพวกเราจะคล้ายกันนะครับ” 

  

“ ค่ะ ฉันก็คิดเช่นกัน” 

  

◆◆◆ 

ตอนพิเศษสำหรับวันหยุดช่วงสงกรานต์ ช่วงนี้รักษาสุขภาพกันดี ๆ ด้วยนะครับ 

อ่านนิยายล่วงหน้าได้ที่เพจ Koel-Translate นิยายแปล 

https://www.facebook.com/pg/Koel-Translate-%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5-111530443746222/posts/ 

  

ความคิดเห็น