facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามซ่อนรัก 8 : บ้านเดียวเคียงกัน

ชื่อตอน : ฉลามซ่อนรัก 8 : บ้านเดียวเคียงกัน

คำค้น : ฉลามซ่อนรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 13 เม.ย. 2564 18:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามซ่อนรัก 8 : บ้านเดียวเคียงกัน
แบบอักษร

 

ฉลามซ่อนรัก 8 : บ้านเดียวเคียงกัน 

#ฉลามซ่อนรัก 

           

           ผมยิ้มหวานพลางจับชายเสื้อเหมือนเจ้าหญิงที่ถือกระโปรงก่อนจะหมุนตัวให้อาดู เขาจะได้เห็นว่าชุดนี้มันน่ารักขนาดไหน นาทีนั้นอาโนเอลถึงกับเสยผมพลางเกาหัวคล้ายคนไม่รู้จะจัดการตัวเองยังไง ไม่วายดึงผมให้หลบเศษแก้วที่กระจายตามพื้นเพื่อไม่ให้ผมเดินไปเหยียบมัน

 

           ทั้งที่กำลังเขินอยู่ก็ยังห่วงใยผมเสมอ

 

           อาจะน่ารักเกินไปแล้ว

 

           “มันก็น่ารักแต่มันไม่เหมาะมาใส่ต่อหน้าอา” เขาพึมพำ “อีกอย่างที่นี่อากาศหนาวนะ ใส่ชุดวาบหวิวแบบนี้ไม่หนาวบ้างเหรอ”

 

           “เดี๋ยวอาก็กอดตอนนอนแล้วนี่ครับ ไม่เห็นต้องกลัวหนาวเลย”

 

           “อาหมายถึงตอนนี้สิ เรามันขี้หนาวไม่ใช่หรือไง”

 

           “งั้นอาก็กอดสิครับจะได้หายหนาวไง”

 

           “ซีน”

 

           “มาๆ กอดกันๆ” ผมเข้าไปกอดอาเช่นเด็กไร้เดียงสา แม้ว่าความจริงจะต้องการแกล้งอาให้ตบะแตกเท่านั้น ผมแนบแก้มลงกับอกเขา ช้อนตามองเป็นลูกหมาพลันอาก็กอดตอบกลับ ตอนแรกผมนึกว่าเขาคล้อยตามที่ไหนได้กลับอุ้มผมไปนั่งบนเคาน์เตอร์บาร์ “เอ๋ ?”

 

           “อาจะเก็บเศษแก้ว เรานั่งรอตรงนี้แหละอย่าลงมา”

 

           “ผมช่วยเก็บได้นะ อาจะได้ทำอาหารต่อไง”

 

           “ไม่ต้องเลย นั่งรออย่างเดียวพอ” เขาสั่งพร้อมยกมือห้ามปรามผม ผมเลยยู่ปากง้องอนนิดหน่อยทว่าก็ยอมนั่งรอเขาแต่โดยดี อาหรี่ไฟเตาแก๊สเพื่อที่อาหารจะได้ไม่ไหม้ จากนั้นก็เดินไปเอาไม้กวาดมากวาดเศษแก้วและหยิบผ้ามาเช็ดน้ำที่กหกอยู่

 

           ผมเอื้อมไปหยิบเชอร์รี่ที่อยู่ในกล่องมากิน พลางนั่งไขว้ห้างมองดูอาที่เช็ดพื้นอย่างขะมักเขม้น ดูเหมือนเขาจะไม่อยากเงยหน้ามามองผมเท่าไหร่ ผมแกล้งโยนก้านเชอร์รี่ลงพื้นไป เขาก็ทำแค่เก็บไปทิ้งไม่บ่นต่อ

 

           พอเห็นแบบนั้นผมเลยคิดหาวิธีเรียกร้องความสนใจให้เขาหันมามอง

 

           “อาครับ ตรงนี้ยังไม่ได้เช็ดเลย”

 

           “ตรงไหน ?”

 

           “ตรงนี้” ผมชี้ไปที่พื้นใต้เท้าตัวเอง แกล้งปั้นหน้าใสซื่อให้เขา “ช่วยดูให้หน่อยได้ไหมครับว่ามีเศษแก้วหรือเปล่า ผมไม่กล้าลงไปดูเอง”

 

           “โอเค แปปนึงนะ” ผมกระตุกยิ้มเมื่อเขาทำตามอย่างว่าง่าย อาโนเอลก้มๆ เงยๆ อยู่ตรงหน้าผม พยายามเช็ดและตรวจสอบว่าไม่มีเศษแก้วแล้ว นาทีนั้นผมอ้าขาออกเพื่อไม่ให้เท้าโดนหัวเขาก่อนจะหยิบเชอร์รี่มาถือไว้ “น่าจะโอเคแล้ว...”

 

           “อาครับ กินสิ”

 

           “!!!” ร่างสูงเบิกตากว้างเมื่อเงยหน้ามาเจอท่วงท่าวาบหวิว ผมอ้าขาจนเผยให้เห็นกางเกงในตัวจิ๋วและผิวเนียนขาวที่ซ่อนไว้ มือก็ชูเชอร์รี่สีสด สั่นมันไปมาไม่ต่างจากกระดิ่ง ซ้ำยังทิ้งสายตาเชิญชวนให้อากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

 

           พอเห็นเขานั่งอึ้งผมเลยขยับไปหา วางเท้าลงบนเข่าและเชยคางอา

 

           “อ้าม~”

 

กึด !

 

           ฟันขาวกัดลูกเชอร์รี่อย่างแรงจนได้ยินเสียงฟันกระทบกัน อาโนเอลทำแบบนั้นโดยที่ไม่ละสายตาจากผมพาให้ผมยิ้มกว้างด้วยความสุข ชอบจังเลยเวลาอาทำตามที่ผมต้องการ เห็นแล้วก็อดดึงเขามาหอมหน้าผากไม่ได้พาให้อีกฝ่ายโถมมาคร่อมตักผมไว้

 

           เราสองคนสบตากันในระยะประชิด เป็นจังหวะเดียวกับที่ผมกอดคอเขาไม่ให้ละสายตาไปไหน

 

           อีกทั้งยังหยิบเชอร์รี่มาคาบไว้ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ ส่งสายตาให้เขาทำตามใจ เล่นเอาอาถึงกับเลิ่กลั่กกึ่งต่อต้านกึ่งทำตามเพราะความชั่งใจ แต่แล้วเหมือนเขาจะปลงไม่ก็ตกลงกับตัวเองได้ถึงยอมมากัดเชอร์รี่จากปากผมไป

 

           แค่เพียงคำเดียวก็ทำให้น้ำจากผลไม้หยดลงขาผม ไหลผ่านขาอ่อนชวนใจหาย อากัดปากขณะที่ผมเคี้ยวเจ้าผลแดงฉ่ำนั่นแล้วเอนตัวผละถอยไป

 

           พร้อมกับขยับขาแนบตัวเขาไว้

 

           “เช็ดให้หน่อยสิครับอา อาทำเลอะนะ :)”

 

           “อา...อาไม่ได้ทำ”

 

           “แต่อาเป็นคนกัดมัน”

 

           “ก็เรา...”

 

           “เช็ดสิครับ”

 

           “อึก”

 

           “ไม่งั้นต้องอาบน้ำอีกรอบนะ” ความเจ้าเล่ห์นั่นทำให้อาถอนหายใจเช่นคนจำยอม เขาดูเหมือนจะบ้าตายตอนหยิบทิชชู่มาเช็ดน้ำที่ขาผมให้ ท่าทีการเช็ดก็ลวกๆ คล้ายอยากให้รีบจบๆ ไป ผมก็เข้าใจแหละว่าเขาเขิน หน้ากับหูเขาแดงไปหมด

           

           พอเช็ดเสร็จผมก็หอมแก้มเขาเป็นการขอบคุณก่อนจะลงจากเคาน์เตอร์บาร์ไปช่วยเขาทำอาหาร กว่าจะได้กินมื้อค่ำก็ผ่านไปพักใหญ่ อาต้องคอยห้ามไม่ให้ผมแกล้งเขา รวมถึงพยายามไม่มองความวาบหวิวของชุดที่เวลาเดินทีก็เห็นไปที่ไหนต่อไหน

 

           ชนิดที่อาต้องไปหาเสื้อกันหนาวตัวใหญ่มาคลุมให้

 

           อ้างว่าผมจะได้ไม่หนาว

 

           เชอะ

 

           เราใช้เวลากินข้าวกันอยู่พักนึงและก็ชวนคุยต่างๆ พรุ่งนี้ผมต้องไปมหาลัยอาเลยจะไปส่งและไปรับกลับ แต่เขาต้องแวะไปที่ท่าเรือก่อนเพื่อไปดูงานที่สั่งไว้ แล้วก็ต้องไปเตรียมลูกเรือสำหรับงานปาร์ตี้ของพวกเศรษฐีที่จองเรือยอร์ชขนาดใหญ่

 

           ในเมืองนี้เขาไว้ใจเรือของอาจะตาย มันได้คุณภาพและมีหลายขนาดให้เลือกจับจอง เรือที่บ้านผมก็เป็นเรือของอาเหมือนกัน

 

           ไม่สิ มันคือเรือที่แม่ซื้ออาเพราะอะไรสักอย่าง ผมจำไม่ได้แล้ว

 

           “อาปิดไฟนะ”

 

           “ครับ” ผมพยักหน้าละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ อาเลือกที่จะอาบน้ำอีกครั้งเพราะเนื้อตัวเลอะตอนทำอาหาร เขาเดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำ แขวนผ้าไว้บนราวก่อนจะปิดไฟที่หัวเตียงเพราะผมอนุญาต จังหวะนั้นผมรีบพิมพ์ข้อความสุดท้ายส่งให้ซีวาน เขาจะได้รู้ว่าผมนอนแล้วและเหมือนเขารออยู่แล้วถึงได้พิมพ์ตอบกลับมา

 

           Zyvan : อย่าทำอะไรอาล่ะ อาแก่แล้ว 

 

           รู้ทัน !

 

           “นอนได้แล้ว พรุ่งนี้เรียนเช้าไม่ใช่เหรอจิ๋ว”

 

           “ครับๆ คุยกับซีวานเสร็จพอดีเลย” ผมตอบกลับกดปิดหน้าจอโทรศัพท์แล้วเอาไปวางไว้ที่โต๊ะหัวเตียง อาโนเอลสอดตัวเข้ามาในผ้าห่ม จัดแจงท่านอนเรียบร้อยผมถึงได้ขยับตัวเข้าไปนอนหนุนแขนเขา เมื่อก่อนตอนผมเป็นเด็ก ผมชอบนอนหนุนแขนเขาแบบนี้ประจำ บางทีเช้ามาอาก็แขนเคล็ดไปเลยก็มี

 

           แต่เขาก็ไม่เคยบ่น

 

           “ตัวอาอุ่นจัง เหมือนผมนอนกอดเตาผิงเลย”

 

           “แบบนั้นตัวก็เปื้อนขี้เถ้าหมดสิ” ผมหัวเราะ “บอกฝันดีพ่อเขาแล้วเหรอ เดี๋ยวเขาโทรจิตมาเข้าฝันอานะ”

 

           “บอกเรียบร้อยแล้วครับ ฝากซีวานไปบอกด้วยเพราะงั้นคืนนี้เขาคงไม่โทรจิตมา”

 

           “แต่อาแอบกลัวว่าเขาจะตามมาฆ่า ถ้าเขารู้ว่าเรานอนเตียงเดียวกัน”

 

           “ผมล็อคประตูแล้วครับ ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น”

 

           “งั้นคืนนี้เขาคงเข้าฝันมาบีบคออา”

 

           “จะเข้าฝันอาก็ต้องผ่านด่านผมก่อนสิครับถึงจะได้ทำ”

 

           “ซีน”

 

           “เพราะผมยึดอาเป็นของผมคนเดียวเท่านั้น”

 

           “…”

 

   “ต่อให้เป็นพ่อผมก็ไม่ยอมให้มาเข้าฝันหรอก อาต้องฝันถึงผมคนเดียว” 

 

           “ไม่ได้นอนทั้งคืนแน่แบบนี้” ผมยิ้มขำพาดแขนกอดเอวอาแทบกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน อาก็กอดผมตอบเขาไม่เคยรังเกียจผมเลยสักครั้ง พอได้อยู่ในวงแขนอุ่นมันทำให้ผมรู้สึกปลอดภัยมากเหมือนว่าเรื่องร้ายๆ จะเข้ามาทำอะไรผมไม่ได้อีก “ฝันดีนะซีน”

 

           “ฝันดีครับอา” ผมว่าเสียงแผ่วก่อนจะรับรู้ได้ถึงน้ำหนักของบางสิ่งที่กดลงบนกลุ่มผมหอม อากำลังหอมหัวผมแน่นอนเขาทำแบบนั้นทุกครั้งเวลาเรานอนด้วยกัน “ดีใจจังที่ได้นอนกอดอา เราไม่ได้นอนกอดกันนานแล้วนะครับ”

 

           “นั่นสินะ ถึงอาจะตกใจที่เราแต่งตัวโป๊ขนาดนี้นอนก็ตาม”

 

           “ยังไม่หยุดแซะเรื่องชุดผมอีกเหรอครับ”

 

           “อาอยากโทรไปบ่นโซลมาก ถ้าไม่ติดว่ากลัวพ่อเราจะงับหัวน่ะ” เสียงหัวเราะดังขึ้นเบาๆ หลังเขาพูดจบ มือของอาลูบหัวผม สางเส้นผมเล่นขณะที่เงยหน้ามองเพดาน “แต่อาดีใจที่ได้กลับมานอนกอดเรานะ ยอมรับเลยว่าพอไปอยู่คนเดียวมันเหงามาก”

 

           “ผมคิดถึงอามากๆ ภาวนาให้อารีบกลับมาทุกวัน”

 

           “อากลับมาช้ามากสินะ”

 

           “ผมกลัวอาไม่กลับมาต่างหาก” ผมพึมพำ นั่นเป็นความกลัวที่ก่อตัวอยู่ในใจผมมาตลอด เพราะสำหรับผมอาโนเอลสำคัญพอๆ กับพ่อ พอเขาหายไปผมก็กลัวว่าเขาจะตกอยู่ในอันตรายและเราไปช่วยเขาไม่ได้ “อยู่ที่นั่นอาเป็นยังไงบ้าง นอกจากที่อาเล่าให้ฟังผมก็ไม่รู้เลยว่าต่อจากนั้นเป็นยังไง อาไม่โทรหา อาไม่วิดีโอคอลมา วันสำคัญอาก็ไม่กลับมา มันทำให้ผมคิดว่าอาไม่อยากยุ่งกับพวกเราแล้วไหม”

 

           “มันไม่มีทางเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว อิลเดนสันคือครอบครัวของอา” เขายืนยันเสียงหนัก “ถ้าไม่มีเรากับพี่ๆ และพ่อแม่ อาก็ไม่เหลือใคร ต่อให้อาจะโดนเขม่นจากพ่อเราแค่ไหน แต่อาก็ไม่มีทางทิ้งพวกเราไปหรอก”

 

           “ทั้งที่รู้แบบนั้นผมก็อดกลัวไม่ได้ เพราะเราอยู่ด้วยกันตลอด พอจากกันเลยคิดมาก”

 

           “อาเข้าใจ”

 

           “ยิ่งตอนเห็นว่าอาพาผู้หญิงกลับมาด้วย ผมก็กลัว...กลัวว่าอาจะแยกตัวไป”

 

           “เซลีนเป็นแค่เพื่อน อาบอกแล้วไง”

 

           “แต่มันก็น่ากังวลใช่ไหม”

 

           “…”

 

           “ผมไม่อยากให้อามีใครนอกจากผมและครอบครัว” ผมกอดอาแน่นขึ้นแสดงให้เห็นเลยว่าผมหวงเขามากแค่ไหน “อยากให้อาอยู่กับผมตลอดไป ไม่อยากให้ใครมาแยกเราได้”

 

           “อาไม่ไปไหนหรอก อาก็อยู่ตรงนี้กับเรานี่แหละ”

 

           “ตลอดไปใช่ไหมครับ”

 

           “เท่าที่ทำได้”

 

           “อา”

 

           “อากลัวคำว่าตลอดไป ซีน” ผมถึงกับขยับมามองหน้าอาด้วยความสงสัย ไม่แน่ใจว่าใต้ความมืดที่มีเพียงแค่แสงไฟจากข้างถนนลอดเข้ามา อากำลังทำสีหน้าแบบไหนอยู่ แต่ผมสัมผัสได้ถึงความเศร้าที่อยู่ในคำพูดราวกับอามีบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ในอก

 

           “ทำไมถึงกลัวล่ะครับ คำว่าตลอดไปมันน่ากลัวตรงไหน”

 

           “ตรงที่ถ้าพูดไปแล้วมันจะเป็นเชือกที่ผูกมันเราตลอดไป เราจะเปลี่ยนมันไม่ได้”

 

           “ผมไม่เข้าใจ”

 

           “อนาคตมันไม่แน่นอนนะซีน” ผมย่นคิ้ว “ตอนนี้เราอาจสัญญาได้ว่าเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป แต่ถ้าวันใดวันนึงในอนาคตเราไม่สามารถทำมันได้อีก เท่ากับว่าเราผิดคำสัญญาใช่ไหม”

 

           ผมเงียบไป

 

           “อาถึงไม่ชอบคำว่าตลอดไป เพราะอากลัวว่าอาจะรักษามันไว้ไม่ได้”

 

           “อาทำได้สิครับ อาทำมาตลอด อาไม่เคยผิดสัญญาเลยสักครั้ง” ผมหวั่นใจ “อาอย่าพูดเหมือนเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดไปได้ไหม ผมกลัวการจากลา ผมไม่อยากให้มันเกิดขึ้นกับเรา”

 

           “อาก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นเหมือนกัน”

 

           “…”

 

           “เพราะงั้นตราบใดที่อายังอยู่ อาจะปกป้องและรักษาเรากับครอบครัวให้ดีที่สุดนะ จะไม่ยอมให้เราต้องจากกัน”

 

           “อันนี้อาสัญญาได้ใช่ไหมครับ”

 

           “ไม่สัญญา”

 

           “…”

 

           “อาขอสาบาน” สิ้นคำนั้นผมก็โผเข้ากอดอาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย หนึ่งคือหวาดหวั่น สองคือดีใจที่อาให้คำมั่นที่ยิ่งกว่าสัญญาเช่นคนไม่กลัวอะไร แต่ในใจผมรับรู้ได้ว่าอามีบางอย่างที่รบกวนจิตใจเขาอยู่ ผมถึงกอดอาแน่นขึ้น ไม่สนว่าจะทำให้เขาเจ็บไหม ขอแค่มันทำให้อาอยู่กับผมเท่าที่ทำได้ผมก็พอใจ

 

           ผมไม่อยากเสียเขาไป

 

           “อย่าทิ้งคำสาบานนะครับอา”

 

           ผมไม่ยอมเสียอาไปแน่

 

           เรานอนกอดกันจนผล็อยหลับ ผมไม่รู้ว่าเผลอหลับไปตอนไหนระหว่างที่คุยกันอยู่ อาจเป็นเพราะความเหนื่อยล้าที่เผชิญมาตลอดทั้งวัน ไม่ก็ความรู้สึกหนักอึ้งจากบทสนทนาล่าสุดที่เราคุยกัน ผมเก็บไปคิด ฝันถึงเขาที่ปล่อยมือจากกัน ผมพยายามคว้าเขาแต่ก็ทำไม่ได้เหมือนมีอะไรมาขวางกั้น

 

           ในฝันผมตะโกนเรียกเขา สุดเสียงขณะที่วิ่งตามหลัง

 

           ทว่าพอใกล้ถึงตัวผมกลับรู้สึกเจ็บร้าว

 

           ‘อ๊ากกกกก !!!!!’ ผมกรีดร้องร่างกายรุ่มร้อนดั่งโดนไฟเผา ผมทรุดตัวลงกับพื้น ดิ้นพล่านด้วยความเจ็บช้ำ เอามือจิกทึ้งช่วงอกไม่สนว่ามันจะเจ็บแค่ไหน ผมรู้สึกเหมือนมีบางอย่างจะออกมาจากตรงนั้น แผลเป็นขนาดใหญ่ที่ผมซ่อนไว้ ‘ช่วยด้วย ! ใครก็ได้ ช่วยผมที !’ 

 

           ผมร้องขอความช่วยเหลือทว่ากลับไม่มีใครช่วยได้ ในฝันผมร้องไห้ เจ็บเจียนตายไม่ต่างจากตอนนั้นที่ตัวเองกำลังจะกลายร่าง

 

           ผมรู้สึกถึงมัน รู้สึกว่ามันกำลังคืบคลานเข้ามา

 

           มันพยายามจะฉีกร่างผม พยายามแทนที่ผมทั้งที่ร่างนี้ไม่ใช่ของมัน

 

           และผมเห็นเขาคนนั้น...

 

           ผู้ชายที่มีใบหน้าไม่ชัด

 

           ‘เธอต้องคืนร่างให้มัน’

 

           เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยอย่างน่าเหลือเชื่อ

  

         ‘เอาร่างให้มันซะ’ 

 

           คำสั่งที่สร้างความหวาดกลัว

 

           และคำพูดที่ทำผมหวาดหวั่นชั่วนิรันดร์

 

           ‘เธอมันของปลอมซีน่อน เธอไม่ใช่แบบพวกนั้น คืนร่างให้มัน เอาร่างให้มันไป !’ 

 

           “ไม่..ไม่ ! ไม่ !!!!!!”

 

           “ซีน ! ซีน ตื่นสิ !”

 

           “เฮือก !” ผมสะดุ้งสุดตัวจากแรงเขย่า ดวงตาเบิกโพล่งด้วยความตกใจมาพร้อมร่างกายที่สั่นเทาและเจ็บช้ำ ผมรู้สึกเจ็บกลางอกมากทว่าไม่กล้าก้มลงไปดูมัน เอาแต่จับจ้องอาที่เปิดไฟมาดูผมในตอนตีสามด้วยความตื่นตระหนกปนห่วงใย ความรุ่นร้อนจากมือเขาที่จับแขนผมอยู่ทำให้ผมรู้ว่าผมฝันไป

 

           แต่มันเหมือนจริงมาก เหมือนจนทำผมร้องไห้

 

           “อาครับ ฮึก อา” ผมโผเข้ากอดเขา ตัวสั่นไม่ต่างจากลูกนกตกน้ำ “ผมกลัวครับ ฮึก ผมกลัวมันจะมา”

 

           “ใจเย็นๆ เราแค่ฝันไป ไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น”

 

           “แต่มันเหมือนจริงมาก มันบอกว่ามันกำลังมา มันจะมาแทนที่...” ผมชะงักตอนที่พูดอยู่แล้วเหลือบไปเห็นเลือดบนเตียงนอน นาทีนั้นผมรีบผละออกตกใจว่าเลือดมาจากไหน ก้มลงมองดูอกตัวเองเห็นเพียงรอยเล็บที่จิกจนเลือดซึมแต่มันไม่ได้เยอะขนาดที่จะย้อมเตียงได้

 

           กระทั่งสายตาหันไปเห็นแขนของอาที่โชกเลือดจนน่าหวั่นใจ พาให้ผมรีบถกแขนเสื้อเขาดูก่อนจะเห็นรอยกัดที่แปลกประหลาด มันดูไม่ใช่รอยฟันของมนุษย์ มันดูคมกว่านั้น พอเปรียบเทียบประมวลผลต่างๆ ก็เข้าใจว่ามันคือฟัน

 

           “นี่มันรอย...ฟันฉลาม” ผมว่าเสียงแผ่ว “อาโดนใครทำ”

 

           “เรื่องนั้น...”

 

           “ผมเหรอครับ”

 

           “ซีน่อน”

 

           “ผม...เป็นคนทำร้ายอาเหรอ” 

 

           ผมถามอาด้วยความตื่นตระหนกปนคาดหวังว่าจะไม่ใช่ตัวเอง แต่ถ้าไม่ใช่ผมใครจะทำอาได้อีกในเมื่อผมนอนกอดเขาอยู่ตรงนี้ไม่ได้แยกกันไปไหน พอถูกถามไปแบบนั้นอาก็ดูอึกอักขึ้นมา เขาหลุบตาเหมือนไม่อยากให้ผมค้นความจริงได้ “อาครับ ผมทำใช่ไหม ผมกัดอาใช่ไหม”

 

           “มันแค่อุบัติเหตุน่ะซีน อานึกว่าเราชักกัดลิ้นตัวเองเลยจะเอามือไปขัดไว้”

 

           “อาอย่าโกหก ผมรู้ว่าผมไม่ได้ชัก” ผมใจเสียหนัก “ผมทำร้ายอาตอนหลับใช่ไหมครับ ผม...ผมกลายร่าง”

 

           “ไม่ซีน มันไม่ใช่อย่างนั้น”

 

           “แล้วมันคืออะไรกัน”

 

           “อา...”

 

           “อาบอกผมสิว่าถ้าผมไม่ได้ทำแล้วใครทำ ใครที่มีฟันฉลามแล้วเข้ามากัดอาได้ทั้งๆที่เรานอนอยู่ด้วยกัน”

 

           “แต่มันไม่ใช่ความผิดเรา เราไม่รู้ตัว เราไม่ได้ตั้งใจ”

 

           “แต่ผมก็ทำอยู่ดีใช่ไหม”

 

           “…”

 

           “ผม...กลายร่างอีกแล้ว” ผมกัดปากตัวเองแน่น ความรู้สึกผิดโจมตีเข้ามาหา ผมนึกว่ามันจะสงบลงหลังจากย้ายมาอยู่กับอา แต่ดูเหมือนว่ามันจะหนักขึ้นด้วยเหตุผลบางอย่างที่ผมเองก็บอกไม่ได้ คราวนี้มันแย่ตรงที่ผมถึงขั้นทำร้ายคนที่ผมรัก ถ้าเกิดเราอยู่ด้วยกันอาจจะแย่กว่านี้ก็ได้ “ผมขอโทษนะครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมไม่รู้ตัวเลยว่าทำอะไรลงไป ผม...ผมควบคุมมันไม่ได้”

 

           “อย่าโทษตัวเองสิซีน่อน เราไม่ได้อยากให้มันเกิดขึ้นไม่ใช่หรือไง”

 

“แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วและผมแก้ไขอะไรไม่ได้”

 

“เฮ้”

 

“ผมขอโทษนะครับ รู้งี้ผมน่าจะนอนอีกห้องอย่างที่พ่อบอกไว้ อาจะได้ไม่ต้องเจ็บแบบนี้ ผมเสียใจ” ผมเสียงสั่นเช่นคนร้องไห้ “เดี๋ยวผมทำแผลให้แล้วผมจะย้ายไปนอนอีกห้อง”

 

“ซีน ซีน ใจเย็นๆ”

 

“ฮึก”

 

“หยุดพูดแล้วมองหน้าอา” เขาประคองหน้าผมที่ตัวสั่น ให้สบกับแววตาจริงจังปนเป็นห่วง “ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น นอนกับอานี่ อยู่ตรงนี้ช่วยกันแก้ปัญหา”

 

“แต่ถ้าผมยังนอนอยู่กับอา ผมอาจจะทำร้ายอาหนักกว่านี้ก็ได้”

 

“ไม่หรอกซีน อาบอกแล้วไงว่ามันเป็นแค่อุบัติเหตุ” เขาขึ้นเสียงใส่ “ลบความคิดที่คิดว่าตัวเองอันตรายออกไป เราไม่ใช่แบบนั้นและไม่มีวันเป็นได้”

 

“แต่พอมันมาผมควบคุมตัวเองไม่ได้ กระทั่งนอนผมยังฝันร้าย” ผมร้องไห้ “ผมกำลังจะกลายเป็นเหมือนเซลีนใช่ไหม เธอบอกว่าก็ควบคุมตัวเองไม่ได้ตอนสัญชาตญาณมันตื่นขึ้นมา เธอมีฟันฉลาม มีรอยกัดแบบที่ผมทำกับอา ผมกำลังเป็นแบบเธอสินะ ผม ฮึก ผมไม่อยาก ไม่อยากเป็นแบบนั้นเลย”

 

“ไม่ซีน พอได้แล้ว” เขากดเสียงหนัก “เราจะไม่มีทางเป็นแบบผู้หญิงคนนั้น นี่มันก็แค่เรื่องที่ไม่คาดฝัน อาจเพราะเราเหนื่อยไม่ก็อะไรสักอย่างที่ทำให้เราปลดปล่อยมัน แต่เราจะไม่มีวันเป็นแบบที่เซลีนเล่า ไม่มีวัน”

 

“ฮึก ผม...ผมกลัวครับอา”

 

“อารู้ อาก็กลัวเหมือนกัน”

 

“อาครับ”

 

“แต่อาจะไม่มีทิ้งเราไปไหนทั้งนั้น”

 

“ฮึก”

 

“เราจะอยู่ด้วยกัน”

 

“…”

 

“อยู่กับอานะ”

 

“ผม...”

 

“อย่าหนีอาไป ซีน” จบคำนั้นผมก็โผเข้ากอดอาทันทีด้วยความรัก คำพูดของอามันแทรกซึมลงไปในหัวใจดับความรุ่นร้อนจากสิ่งที่เกิดขึ้นได้ดีกว่าที่ผมทำเป็นไหนๆ เขากอดผมแน่นมาก แน่นกว่าผมที่กลัวเขาจะหายไป พร้อมกับลูบหัวผมเป็นการปลอบใจ แบกรับน้ำตาผมไปเพื่อให้ผมรู้สึกดีขึ้น “เชื่ออานะว่ามันจะดีขึ้น อย่าโทษตัวเอง เข้มแข็งเข้าไว้”

 

“ผมกลัวจังเลยครับอา ผมกลัวว่าจะทำร้ายอามากกว่านี้อีก”

 

“ต่อให้จะโดนกัดอีกหลายทีอาก็ทนไหว ดีกว่าปล่อยให้เราเผชิญเรื่องร้ายเพียงลำพัง” เขากระซิบ “อาสัญญากับพ่อแม่เราแล้วว่าจะดูแลเราให้ดี เพราะงั้นอาจะไม่ทิ้งเราเด็ดขาด เราจะช่วยแก้เรื่องนี้ด้วยกัน”

 

“ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมตัวเองถึงทำแบบนั้น ผมจำได้แค่ว่าตัวเองฝัน”

 

“ฝันร้ายมันคงทำให้เรากลัวมั้ง”

 

“ใช่ครับ ผมกลัวมัน”

 

“ซีน”

 

“ผมกลัวว่ามันจะยึดร่าง”

 

“…”

 

“ผมกลัวว่าตัวเองจะไม่ใช่ซีน่อน อิลเดนสันอีกต่อไป ฮือ” 

 

ฝากส่งฟีดแบ็ก #ฉลามซ่อนรัก ด้วยน้า* 

LOADING 100 PER 

บ้านเดียวเคียงกัน งานนี้ต้องจับมือกันฝ่าฟันไม่งั้นไม่ยอมหยุด 

นอกจากต้องรับมือกับความรู้สึกยังมีปริศนาให้ท้าทาย 

กับความสัมพันธ์อันแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นในร่างและรอบกาย 

งานนี้ต้องเฝ้าระวังให้ดี เพราะใช่ว่าคนใกล้ชิดจะไว้ใจกันได้ง่ายๆ 

โลกนี้ไม่แน่นอนฉันใด ใจคนเราก็ไม่แน่นอนฉันนั้นเช่นกัน 

หวีดลงแท็กด้านล่างเมื่อพูดถึงความแซ่บของนิยายเรื่องนี้ 

#ฉลามซ่อนรัก 

Follow Me 

Twitter : ael_2543 

PAGE : Avery Pie 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว