มาอ่านเถอะนะ ตั้งใจเขียนจริงจริ๊ง >//<

เจ้านายปีศาจ

ชื่อตอน : เจ้านายปีศาจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 240

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ค. 2564 11:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เจ้านายปีศาจ
แบบอักษร

เจ้านายปีศาจ

             อารีนเดินเข้ามาในออฟฟิศท่ามกลางสายตาของพนักงานชายที่เหลียวมองตามหลังกันพึ่บพั่บ เธอยิ้มไหว้ทักทาย พยายามแสดงออกทางสีหน้าและแววตาให้ดูมั่นใจที่สุด แต่ถึงอย่างไรก็ยังคงเจือไปด้วยความเคอะเขินอยู่ดี วันนี้อารีนเลือกแต่งตัวเรียบง่าย แต่ด้วยเครื่องหน้าที่สวยชัดจึงไม่แปลกที่จะไปสะดุดตาสะดุดใจใครต่อใครเข้า

             หญิงสาวเลือกสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีชมพูพาสเทลมีลูกเล่นตามแบบสมัยนิยม กระโปรงทรงดินสอสีครีมผ่าข้างแนบไปกับสะโพกงามงอน รองเท้าส้นสูงสีเบจสามนิ้วครึ่งเสริมการเดินให้ดูสง่า เพิ่มความระหงอีกนิดด้วยการรวบผมหางม้าสูงแทนการปล่อยยาวระกลางหลังอย่างเช่นที่ทำเป็นประจำ องค์ประกอบเหล่านี้จึงเสกสรรให้หญิงสาวดูผิดหูผิดตาเป็นพิเศษ ถึงขนาดที่ตวงทิพย์และพนัสเอ่ยปากชมแล้วชมอีกตั้งแต่เช้า เพราะภาพลักษณ์ในวันนี้ของลูกสาวที่เปลี่ยนไปราวกับทำให้ผู้ปกครองทั้งสองเพิ่งตระหนักได้ว่าอารีนหลุดพ้นจากวัยเด็กอย่างสิ้นเชิงแล้ว เธอกำลังเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ อนาคตของเธอก็คงจะสดใสสวยงามดั่งรอยยิ้มที่ประดับบนกลีบปากสีชมพู

              “มาไวจัง” นุรีเอ่ยทักพลางวางกระเป๋าบนโต๊ะทำงานของตัวเอง

             “ก็เพิ่งมาถึงนี่เองค่ะพี่นุรี”

             “อืม ดูสวยสง่าขึ้นมากเลยนะ ต้องให้ได้อย่างนี้สิ” นุรีกวาดตามองเด็กฝึกงานอย่างพึงพอใจ รู้สึกดีที่อารีนนำคำแนะนำของตนไปปฏิบัติตาม แถมยังเลือกแต่งตัวได้เหมาะสมกับกาลเทศะ “เอาล่ะ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วตามพี่มา”

             “ไปไหนคะ”

             “ก็เตรียมตัวไปเป็นเลขาฯ ให้กรรมการผู้จัดการคนใหม่ไง”

             “ท่านมาแล้วเหรอคะ” อารีนเบิกตาโตตกใจ ไม่คิดว่าผู้บริหารระดับสูงจะมาทำงานเช้าขนาดนี้

             “ใช่ คุณนงนดาก็เพิ่งโทร.มาบอกพี่นี่แหละว่าแกเข้ามาแล้ว ทีแรกแจ้งว่าจะมาตอนสิบโมง เล่นเปลี่ยนกำหนดการมาแบบเซอร์ไพร์สไอ้เราก็ตั้งตัวไม่ติดเหมือนกัน ป่ะๆ ตามพี่มาเลย เอาแต่กระเป๋าของเรามาก็พอ” นุรีอธิบายเสร็จก็ออกปากเร่ง อารีนจึงรีบฉวยกระเป๋าพร้อมจัดเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อยอีกรอบ “นี่คุณนงนดามาเม้าท์กับพี่ว่ากรรมการผู้จัดการคนนี้หล่อสมาร์ตมาก ในโปรไพล์บอกว่าอายุสี่สิบเอ็ด แต่ตัวจริงเขายังดูเหมือนคนสามสิบต้นๆ อยู่เลย พอได้ยินอย่างนี้พี่ก็ชักอยากเห็นหน้าแล้วสิ”

             “แล้วเจ้านายที่รีนต้องทำงานด้วยชื่ออะไรเหรอคะ”

             “ชื่อคุณกาลัน ศวเทวินทร์”

             ปลายเท้าที่ย่ำไปตามกระเบื้องสีดำพลันชะงักกึกกับชื่อที่ได้ยิน อารีนรับรู้ถึงก้อนเนื้อในอกซ้ายที่กำลังเร่งจังหวะเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ นัยน์ตาคู่สวยกลอกไปซ้ายทีขวาทีอย่างใช้ความคิด ไม่ใช่หรอกมั้งชื่อกาลันไม่ได้มีชื่อเดียวบนโลกซะหน่อย แถมกรรมการผู้จัดการคนนี้ก็มีนามสกุลด้วย เขาคนนั้นเป็นเทพคงไม่มีชื่อแซ่ต่อท้ายหรอกมั้ง

             “ไม่ใช่หรอกน่า” อารีนสะบัดศีรษะเบาๆ เพื่อขับไล่ความคิดที่กำลังทำใจเธอไม่เป็นสุข

             “อะไรเหรอจ๊ะ” นุรีถามขึ้นเมื่อพาอารีนมาหยุดที่หน้าห้องทำงาน ซึ่งอยู่ถัดจากห้องเจ้านายของนุรีเพียงสามห้องเท่านั้น

             “ไม่มีอะไรค่ะ”

             นุรีไม่ติดใจอะไรจึงลงมือเคาะประตูให้สัญญาณก่อนเปิดเข้าไป ภาพของร่างสูงในสูทสีกรมท่าเต็มยศกำลังยืนหันหน้าไปทางผนังกระจกรับแสงตะวันยามเช้าที่ส่องทะลุเข้ามา พลางก้มอ่านข้อมูลจากแฟ้มในมือ เห็นเพียงเท่านี้หัวใจอารีนก็ตุ้มๆ ต่อมๆ แล้ว เพราะมันช่างคุ้นเคยเหลือเกิน

             “ขออนุญาตค่ะคุณกาลัน นุรีพาน้องอารีนเลขาฯ คนใหม่มาแนะนำให้รู้จักค่ะ” เลขาฯ ผู้มากประสบการณ์เอ่ยขึ้นเสียงใส ผู้บริหารหนุ่มจึงปิดแฟ้มฉับแล้วหมุนตัวกลับมาหาคู่สนทนา

             ร้ายกาจที่สุด! เขาจะตามจองล้างจองผลาญเธอไปถึงไหนกัน

             “ชื่ออะไรนะ” เขาแกล้งถามพลางมองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่ง นุรีเห็นหญิงสาวเงียบไปไม่ยอมปริปากเสียทีจึงใช้แขนสะกิดเรียกสติ

             “อารีนค่ะ” เจ้าของชื่อยอมตอบในที่สุด กาลันในชุดสูทหล่อเนี้ยบไม่เอ่ยอะไรเพียงพยักหน้าแล้วลอบยิ้มมุมปากบางเบา

             “เอาล่ะ งั้นพี่ขอตัวก่อน หากมีอะไรไม่เข้าใจเดินไปถามพี่ได้ตลอดเลยนะ”

             “ขอบคุณค่ะ” อารีนว่าพลางพนมมือไหว้ กระทั่งบานประตูสีดำปิดลงพร้อมกับร่างของนุรีที่หายลับไปจากห้อง อารีนจึงพุ่งสายตาไม่พอใจไปทางเขาทันที พลางเดินอ้อมโต๊ะไปประจันหน้าในขณะที่ร่างสูงทรุดนั่งที่เก้าอี้ทำงาน

             “นี่คุณคิดจะทำอะไรของคุณ แล้วมาอยู่ที่นี่แทนที่ผู้บริหารคนเดิมได้ยังไง คุณทำอะไรเขาหรือเปล่า”

             “น้อยๆ หน่อย ประโยคที่เธอพูดมามันคือการดูหมิ่นนะรู้ตัวหรือเปล่า” กาลันช้อนสายตามองเลขาฯ คนสวยที่อารมณ์กำลังเดือดได้ที่ “ฉันไม่ได้ฆ่าเขาก็แล้วกัน และที่มาอยู่ที่นี่ได้ก็เพราะพลังของเทพล้วนๆ ว่าแต่ชุดนี้ใช่ที่ซื้อให้เมื่อวานไหม”

             “คุณไม่ควรทำแบบนี้นะคะ เอางานเอาการของมนุษย์มาทำเป็นเรื่องล้อเล่นแบบนี้ไม่ได้” อารีนเมินคำถามเรื่องชุดแล้ววกเข้าประเด็นที่ใหญ่กว่า

             “ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย เธอจะตัดโอกาสฉันตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มงานเลยเหรอ ไม่แน่นะว่าฝีมือของฉันอาจทำให้องค์กรนี้เติบโตขึ้นอีกหลายเท่าตัวก็ได้ ใครจะไปรู้”

             “คุณกาลัน” อารีนเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่ากำลังโกรธอย่างจริงจัง “คุณจะกลั่นแกล้งฉันยังไงก็ได้นะ จะเสกให้ฉันเดินตกท่อ ตกหน้าผา โดนรถชนยังไงก็ทำไปเลยสิ แต่ขอร้องได้ไหมคะอย่ามายุ่งกับการฝึกงานของฉัน เรื่องนี้มันสำคัญต่ออนาคตฉันมาก ตั้งแต่เด็กจนโตฉันทุ่มเทกับการเรียนมาโดยตลอดและนี่ก็เป็นเฮือกสุดท้ายแล้ว ฉันจะไม่มีทางยอมให้คุณพรากทุกอย่างไปจากฉันหรอกนะ”

             “ถ้ารู้ว่าอนาคตมันสำคัญขนาดนั้นก็ทำตามที่ฉันสั่งสิ เลิกยุ่งกับนาวินซะ”

             “คุณยังไม่ปล่อยวางจากเรื่องนี้อีกเหรอคะ จริงๆ แล้วคุณไม่เห็นต้องกังวลความสัมพันธ์ของฉันกับนาวินเลยนี่คะ ในเมื่อคุณสาปฉันไว้แล้ว” อารีนแค่นเสียงว่า สายตาที่ใช้มองคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หนังสีดำเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโกรธ เสียใจและซ่อนแววตัดพ้ออยู่ในที

             “เธอไม่คู่ควรกับมัน เชื่อฉันสิ ทำใจตัดความสัมพันธ์ตอนนี้ยังดีกว่าต้องมานั่งเสียใจภายหลังนะ”

             “ถ้าคุณมีสิทธิ์มาตัดสินว่าใครควรคู่กับใคร งั้นไหนลองบอกมาสิคะว่าฉันคู่ควรกับใคร คุณเป็นเทพแห่งความรักไม่ใช่เหรอก็ต้องรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ดีสิ”

             เทพหนุ่มเงียบไปครู่ใหญ่ จดจ้องดวงตาสีน้ำผึ้งที่เปล่งประกายด้วยความรวดร้าว เพียงชั่ววูบหนึ่งที่เขาเกิดความรู้สึกสงสาร ทว่าก็ปัดมันทิ้งอย่างรวดเร็ว “เธอจะต้องอยู่คนเดียวตลอดชีวิต ไม่มีมนุษย์หน้าไหนคู่ควรกับเธอทั้งนั้น”

             “นั่นมันเป็นสิ่งที่คุณสาปแช่งฉันต่างหากล่ะคะ ฟังไว้เลยนะว่าฉันไม่ยอมรับคำสาปของคุณ จะยัดเยียดมาให้ยังไงก็ไม่เอา ตลอดชีวิตการเป็นกามเทพของคุณอาจไม่เคยจับคู่พลาด แต่ครั้งนี้แหละมันจะเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิตคุณ ในเมื่อฉันสามารถมองเห็นและแตะต้องศรศักดิ์สิทธิ์ของเทพได้ แล้วทำไมฉันจะทำมากกว่านั้นไม่ได้”

             เธอมันถือดี อวดเก่งและดื้อด้านอย่างไม่เคยพบเคยเห็น แถมยังขยันปั่นหัวเขาให้โมโหอยู่เรื่อย และคนอย่างกาลันใช่จะยอมให้หญิงสาวมายืนต่อว่าต่อขานอยู่ฝ่ายเดียวด้วยสิ มือหนาเอื้อมไปตรงหน้าหมายคว้าคนอวดดีเข้าหาตัว แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนให้หญิงสาวเริ่มฉลาด หล่อนเบี่ยงแขนหลบและรีบร่นถอยหลังอย่างรวดเร็ว สีหน้าเทพหนุ่มเคล้าไปด้วยความคุกรุ่นพลางหยัดกายลุกจากเก้าอี้

             “เก่งนักหรือไง เป็นแค่มนุษย์เดินดินแต่กล้ามาชี้หน้าด่าเทพฉอดๆ คนไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำอย่างเธออย่าหวังว่าจะได้ขึ้นสวรรค์”

             “ถ้าขึ้นสวรรค์แล้วได้เจอคุณ ฉันก็ขอตกนรกดีกว่า”

             “ปากดีแบบนี้น่าจับมาขยี้จูบให้หลาบจำ” กาลันเข่นเขี้ยวว่า ไม่ใช่แค่คำพูดขู่ขวัญแต่เขาอยากทำเช่นนั้นกับเธอจริงๆ

             อารีนเม้มปากฉับ ใบหน้าแดงเรื่อกับคำพูดล่วงล้ำ มือเล็กบีบแน่นข้างกาย เธออยากเถียงอยากสู้ต่ออีกสักหน่อย แต่สำเหนียกตัวดีว่าไม่มีทางต้านทานได้แน่หากเขาคิดทำจริง เพียงแค่อ่านจากแววตาที่จ้องเขม็งและกรามที่ขึ้นสันนูนก็รับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าชายหนุ่มกำลังโกรธจริงจัง อารีนจึงเป็นฝ่ายยอมแพ้แล้วเลือกวิ่งฉิวออกไปสงบสติอารมณ์ข้างนอก

             กาลันยอมปล่อยไปก่อนเพราะถึงอย่างไรตอนนี้หล่อนก็เปรียบเหมือนลูกไก่ในกำมือแล้ว จะเล่นงานตอนไหนย่อมได้เสมอ สักวันเขาจะทำให้คนปากดีอวดเก่งเช่นหล่อนยอมศิโรราบต่อหน้าเขาให้ได้ และแม้ว่าตอนนี้กาลันจะถูกหญิงสาวปั่นอารมณ์จนไฟติดกรุ่นๆ แต่เพราะเหตุผลกลใดเขาถึงยังยิ้มได้อยู่ เมื่อเทพหนุ่มเห็นเงาตัวเองในกระจกก็รีบปั้นหน้าขึงขัง ก่อนเบือนสายตาไปทางประตูสีดำที่ร่างเล็กเพิ่งวิ่งปรู๊ดออกไป

             เพียงแค่นึกถึงใบหน้าหวานและดวงตากลมโตเปล่งประกายสดใสดั่งดาวเหนือที่ส่องสกาวในความมืด หัวใจของเทพหนุ่มก็พลันเกิดความรู้สึกประหลาดขึ้นมา มันเป็นความรู้สึกที่ยากจะพรรณนาให้ตัวเองเข้าใจ คล้ายกับช่องอกเต็มไปเสียงลมอึงอลราวกับยืนอยู่ท่ามกลางพายุหมุนขนาดย่อม เป็นความรู้สึกปรีดาที่คละเคล้าไปกับความหวั่นกลัว

             “แท้จริงแล้วเธอถูกลิขิตให้คู่กับใครกันนะ” เทพหนุ่มนึกถึงอารีน ก่อนเรียกสมุดหนังสีน้ำตาลออกมาเพื่อตรวจดูข้อสงสัย ทว่ากระดาษทุกหน้ากลับว่างเปล่า เพราะกาลันลืมไปชั่วขณะว่าพลังด้านความรักของตนเป็นหมันตั้งแต่มนุษย์สาวผู้นั้นสัมผัสศรกามเทพ กาลันจึงปิดสมุดแล้วเสกให้หายไปดังเดิม

             อันที่จริงก่อนหน้าที่เขาจะลงมาโลกมนุษย์ กาลันได้เดินทางไปถามผู้หยั่งรู้แห่งสวรรค์ว่าควรทำอย่างไรให้กลับมาเป็นกามเทพได้อีกครั้ง เพราะเวทต่างๆ ที่เกี่ยวกับการจับคู่ ตลอดจนญาณที่ใช้มองว่าใครคู่ใครมันอันตรธานไปไม่เหลือ มีเพียงแค่อิทธิฤทธิ์มนตราเฉกเช่นเทพทุกตนที่มีติดตัวตั้งแต่เกิด ทว่าคำตอบที่ได้จากผู้หยั่งรู้ก็ไม่ได้ช่วยให้กระจ่างแต่อย่างใด

           หลายพันปีมานี้ไม่เคยมีเรื่องเช่นที่เจ้าว่าเกิดขึ้นมาก่อน ปกติแล้วมนุษย์เดินดินไม่อาจแตะต้องหรือแม้แต่มองเห็นศรศักดิ์สิทธิ์ของกามเทพได้อยู่แล้ว หากเทพไม่อุกอาจแตะต้องตัวมนุษย์ก่อน มนุษย์คนนั้นก็จักไม่มีทางมองเห็นหรือสัมผัสข้าวของของเทพได้ การที่นางผู้นั้นสามารถทำเช่นที่เจ้าว่าได้แสดงว่ามีบางอย่างที่ไม่ธรรมดา ดังนั้นเจ้าต้องหาคำตอบเอง

             นี่จึงเป็นเหตุผลที่กาลันจำต้องเอาตัวเองมาอยู่ใกล้อารีน อันที่จริงเทพหนุ่มมีความคิดบางอย่างสำหรับใช้หาคำตอบเรื่องหญิงสาว ซึ่งมันรบกวนจิตใจเขามาพักหนึ่งแล้ว และไม่ใช่ไอเดียที่ดีนัก แต่พอสมองว่างทีไรก็เอาแต่คิดถึงเรื่องนี้เสมอ ความคิดที่ว่านั่นก็คือหากเธอและเขามีสัมพันธ์ลึกซึ้งทางกาย คำตอบแห่งปริศนาทั้งหมดจะมลายหายไป หรือมีเค้าลางบางอย่างขึ้นบ้างไหม

 

ความคิดเห็น