facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : MW 12 : Out of my mind

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 13 เม.ย. 2564 05:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
MW 12 : Out of my mind
แบบอักษร

 

 

Out of my mind

 

 

ก้านไม้หอมปรับอากาศกลิ่นแบล็คเคอร์แรนท์ ลอยฟุ้งกระจายกลบกลิ่นสารเคมีภายในร้านทำผมเก่าแก่บนเกาะซิซิลีจนหมดสิ้น กระจกเงาบานกว้างส่องสะท้อนภาพของช่างทำผมมืออาชีพขณะกำลังไดร์จัดแต่งทรงผมลูกค้ารายแรกของวันให้เข้าที่เข้าทาง

 

"โอ้โห! พอพี่วินเปลี่ยนสีผมแล้วดูน่ารักขึ้นเป็นกอง"

 

หล่อสิหล่อ

 

หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ น้องรินก็เอ่ยปากชวนพวกเราทุกคนออกมาเดินเล่นที่จัตุรัสกลางเมืองปาแลร์โม เมืองหลวงของแคว้นซิซิลี แต่คุณมาร์โคต้องเข้าไปตรวจงานที่บริษัทเลยไม่ได้มากับพวกเราด้วย ตอนแรกเขาจะให้คุณอันเดรตามมาดูแล แต่พ่อของผมก็ปฏิเสธเสียงแข็ง คิดว่าคนอย่างคุณมาร์โคจะยอมเหรอ?

 

ถูกต้อง...ยอมแต่โดยดี 

 

พอเดินเล่นไปได้สักพักน้องสาวสุดน่ารักของผมก็ดันเกิดอยากเปลี่ยนสีผมขึ้นมาเสียอย่างนั้น ผิดแผนของพ่อกับแม่ที่ตั้งใจเอาไว้ว่าจะพาพวกเราไปล่องเรือนำเที่ยวชมรอบเกาะ พ่อกับแม่เลยขอตัวไปสวีทกันสองต่อสองทิ้งให้ผมเผชิญกับชะตากรรมอันน่าสงสารที่น้องรินกำลังจะมอบให้

 

ผมโดนเธอลากเข้ามาในร้านทำผมที่ตั้งอยู่ด้านในสุดของซอย เท่านั้นยังไม่พอ เธอคะยั้นคะยอตาอ้อนเว้าวอนขอให้ผมทำเป็นเพื่อน ไอ้ผมก็เป็นคนดีรักน้องรักนุ่ง น้องขออะไรมาก็ไม่เคยปฏิเสธสักครั้ง

 

"ถ้าคุณมาร์โคมาเห็นพี่ทำผมสีน้ำตาลช็อกโกแลตแบบนี้ มีหวังเขาได้กลืนกินพี่ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าแน่" น้องสาวตัวดีกระซิบข้างหูของผมอย่างกลัวว่าช่างจะได้ยิน

 

"ทะลึ่งแล้วนะเรา"

 

"เขินหรือไง เมื่อคืนน้องรินเห็นนะ พี่วินแอบออกไปจู๋จี๋กับคุณมาร์โคริมสระว่ายน้ำ"

 

"เปล่าสักหน่อย พี่แค่ออกไปนั่งดูดาวตกต่างหาก"

 

"อ้อเหรอ...ดูดาวต้องใช้เสียงด้วยเหรอคะ"

 

"ห๊ะ! ได้ยินด้วยเหรอ น้องรินเห็นอะไรบ้าง แล้วน้องรินไปเห็นได้ยังไง"

 

เมื่อคืนหลังจากเข้านอนได้ไม่นาน ข้อความแจ้งเตือนบนหน้าจอโทรศัพท์ของน้องรินก็สว่างวาบท่ามกลางความมืดมิด เมื่อเห็นว่าเจ้าของโทรศัพท์หลับสนิทผมเลยถือวิสาสะปรายตามอง มันเป็นข้อความบอกข่าวสารแวดวงดาราศาสตร์ และข้อความนั้นก็ได้บอกว่าจะมีฝนดาวตกเกิดขึ้นในอีกสองชั่วโมงข้างหน้า ผมเลยหยิบโทรศัพท์ของตัวเองมากดส่งข้อความชวนคุณมาร์โคออกไปดูดาวตกด้วยกัน จริงๆ แล้ว ผมไม่ได้อยากดูดาวตกสักเท่าไหร่หรอก ผมแค่อยากเจอหน้าเขา อยากกอดเขาก่อนนอนก็แค่นั้นเอง แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าจากกอดจะเลยเถิดกลายเป็น...เซ็กส์

 

"น้องรินนอนไม่หลับเลยออกไปรอดูฝนดาวตก แต่ไม่คิดว่าจะเจอภาพร้อนแรงของพี่กับคุณมาร์โค กล้ามอกของคุณมาร์โคดูดีมากกกกก"

 

"เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ"

 

โชคดีที่เสียงของช่างทำผมดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน ไม่อย่างนั้นผมต้องถูกน้องรินซักฟอกจนขาวสะอาดแน่นอน

 

"ทั้งหมดเท่าไหร่ครับ" เธอเดินไปหยิบเครื่องคิดเลขมากดรวมราคาค่าเสียหายทั้งของผมแล้วก็น้องริน 

 

เสียงโมบายระย้าจากประตูกระจกหน้าร้านดังไพเราะก้องกังวาน เป็นสัญญาณบอกว่ามีลูกค้าคนใหม่เข้ามาใช้บริการ ผมรีบล้วงกระเป๋าตังจากกางเกงยีนตัวเก่งออกมาเปิดแล้วหยิบเอาธนบัตรตามจำนวนราคาบนหน้าจอเครื่องคิดเลขยื่นให้เธอ แต่ก็ไม่วายถูกตัดหน้าด้วยบัตรเครดิตสีดำเรียบหรู

 

"นายท่าน!"

 

สีหน้าของหญิงวัยกลางคนดูตกอกตกใจไม่น้อยที่เห็นคนเข้ามาใหม่ มือสั่นเทากอบกุมประสานกันเอาไว้กลางลำตัว

 

"รับไปสิ"

 

"ฉันรับไว้ไม่ได้ค่ะ"

 

"ทำไมล่ะครับ"

 

ด้วยความสงสัยผมจึงถามเธอออกไป เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย น้องรินก้าวถอยหลังไปยืนรอข้างหลังคุณมาร์โคเงียบเชียบ

 

"ร้านทำผมของฉันได้นายท่านคอยคุ้มครองและช่วยเหลือมาโดยตลอด ฉันไม่อาจเรียกร้องหรือรับเงินจากผู้มีพระคุณได้หรอกค่ะ"

 

"รับไปเถอะ คุณต้องกินต้องใช้ ช่วงนี้เป็นช่วงโลว์ซีซั่นด้วย นักท่องเที่ยวก็ไม่ได้เยอะแยะอะไร"

 

"แต่ว่า..."

 

"ถ้าอย่างนั้นเอานี่ไปครับ เงินของผม" ผมเอื้อมจับมือเธอมาก่อนวางเงินลงบนมือนุ่ม

 

"ช่วงนี้ร้านของคุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่า ลูกชายคุณสร้างปัญหาอะไรให้คุณไม่สบายใจอีกไหม ถ้ามีก็เขียนจดหมายไปหย่อนไว้ในตู้ก็แล้วกัน ผมจะได้จัดการให้"

 

"ขอบคุณค่ะนายท่าน"

 

ถ้าหากเดาไม่ผิดคงเป็นตู้จดหมายเหล็กที่ตั้งอยู่ด้านหน้าคฤหาสน์บนเนินเขาของคุณมาร์โคสินะ ผมก็นึกว่ามันตั้งเอาไว้ประดับรั้วบ้านเฉยๆ เสียอีก ที่ไหนได้มันคือตู้ร้องเรียนหรือร้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าพ่อมาเฟียผู้คุ้มครองท้องทะเลเมดิเตอร์เรเนียนนี่เอง

 

ทำไมผู้ชายคนนี้เท่เหลือเกิน

 

"คุณมาทำอะไรที่นี่ ไหนบอกว่าจะไปตรวจงานไง"

 

ผมเงยหน้าถามคนตัวสูงที่เดินโอบเอวผมไว้ไม่ยอมปล่อย สมัยเรียนชั้นประถมนมโรงเรียนบูดหรือเปล่านะ ทำไมผมถึงตัวกระจิริดแค่นี้ ทั้งๆ ที่คุณมาร์โคก็ได้กินเหมือนกันกับผม แต่เขากลับสูงกว่าผมตั้งยี่สิบเซนแหนะ

 

นึกว่าเสาไฟฟ้า

 

"คิดถึงเลยรีบเคลียร์งานรีบมาหา"

 

ปลายจมูกโด่งกดลงบนกลุ่มผมสีน้ำตาลช็อกโกแลตนุ่มเบาๆ จะว่าไปแล้วแทบไม่ได้กลิ่นน้ำยาย้อมผมเลยแม้แต่นิดเดียว

 

แค่ก! แค่ก!

 

"โทษทีค่ะความอิจฉามันติดคอ"

 

น้องรินเองก็ใช่ย่อย สีหน้าและท่าทางก๋ากั่นของเธอที่แสดงออกมามันดูน่าหมั่นไส้จนอยากดีดหน้าผากให้ช้ำ

 

"พี่เขยคะ น้องรินอยากไปดำน้ำดูประการัง น้องรินอยากแหวกว่ายไปในท้องทะเลกับปลานานาชนิดเหมือนลิตเติ้ลเมอร์เมด"

 

หือออ...เรียกพี่เขยเลยเหรอ?

 

โดนน้องรินเรียกแบบนั้น ทำเอาคุณมาร์โคยิ้มไม่หุบกันเลยทีเดียว

 

"แต่น้องรินเพิ่งย้อมผมมาเองนะ ไม่กลัวมันด่างหรือไง"

 

"ช่างมันค่ะ เดี๋ยวกลับไทยค่อยไปย้อมใหม่"

 

อ้าว! อะไรกันครับเนี่ย แล้วเงินที่ผมจ่ายไปเกือบสี่ร้อยยูโรล่ะ ใครจะรับผิดชอบ?

 

"งั้นเรารีบกลับไปเก็บของกันเถอะ เดี๋ยวพี่ให้คนเตรียมเรือไว้รอ"

 

"ให้ไวเลยค่ะพี่เขย"

 

ชักจะเริ่มหมั่นไส้ยัยน้องรินเสียแล้วสิ

 

ผมโทรออกหาพ่อกับแม่แต่ก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ สงสัยว่าแถวนั้นอาจไม่มีคลื่น ผมเลยตัดสินใจส่งข้อความทิ้งไว้ให้พวกท่านติดต่อกลับ จนเวลาล่วงเลยผ่านไปเกือบเที่ยงพวกท่านถึงโทรกลับมา

 

"พ่อบอกว่าให้พวกเราไปกันเองได้เลย"

 

น้องรินพยักหน้ารับก่อนเดินกอดกระเป๋าเป้ไปขึ้นรถเอสยูวีคันใหญ่ที่จอดรออยู่หน้าบันไดทางขึ้นตัวคฤหาสน์

 

"สีผมใหม่ของเธอทำให้เธอน่ารักน่าทะนุถนอมเพิ่มเป็นเท่าตัว อีกอย่างเซ็กซี่น่าเอามากด้วย จะว่าไป บนเรือมีสองห้องนอนนะ"

 

"หยุดความคิดเลยครับ แค่นี้ก็ทาคอนซีลเลอร์ปิดรอยจนทั่วตัวแล้ว"

 

ผมดันคุณมาร์โคออกก่อนรีบเดินตามน้องรินไป คนบ้าอะไรมีอารมณ์ได้ตลอดเวลา 

 

อืม...แต่ผมชอบบทเพลงรักของเขามากนะ

 

 

เรือยอร์ชส่วนตัวสุดหรูลอยเหนือผืนทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ก้อนเมฆขนาดมหึมาเคลื่อนตัวบดบังแสงพระอาทิตย์ยามบ่าย สายลมเย็นสบายพัดพาหอบเอากลิ่นอายทะเลมากระทบผิวเนื้อขาวเนียน

 

"คุณว่านั่นปลาอะไร"

 

ผมชี้นิ้วไปยังผืนน้ำกลางท้องทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่มีฝูงปลาโลมาแหวกว่ายเล่นคลื่นกันอย่างสนุกสนาน

 

"ปลาโลมาไงครับ"

 

คุณมาร์โคล้มตัวลงนอนหนุนตักของผมพร้อมเอาหน้าซุกกับท้องและงับมันผ่านชุดว่ายน้ำเบาๆ ตามองแสงจากดวงอาทิตย์ยามบ่ายคล้อยสาดส่องกระทบผืนน้ำสีครามเป็นประกายระยิบระยับราวเพชรเม็ดงาม

 

"ไม่ใช่สักหน่อย ปลานิลต่างหาก"

 

ผมว่ามุขที่ผมกำลังเล่นต้องทำเขาเขินหน้าแดงเป็นลูกตำลึงแน่นอน 

 

"ปลานิลจะมาอยู่ในทะเลได้ยังไง" คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเป็นปม

 

"คิดไม่ถึงล่ะสิ แต่ผมคิดถึงนะ"

 

นี่แหนะ! ขอหยอดบ้างอะไรบ้าง

 

"เธอคิดถึงพี่เหรอ" คุณมาร์โคระบายยิ้มหวานออกมาอย่างปิดไม่มิด

 

"อื้อออ...ผมคิดถึงคุณ ไม่ได้นอนกอดตั้งหนึ่งคืน ไม่ชินเลย"

 

หลังจากนอนดูดาวตกด้วยกันจนเสร็จไปสองรอบ ผมก็ขอตัวกลับเข้าห้องนอน ก่อนที่ร่างกายจะชัตดาวน์ลงเพราะกิจกรรมนับดาวนับเดือนกับคุณมาร์โค

 

"คืนนี้ไปดูดาวตกด้วยกันอีกสักสามสี่ดวงดีไหม"

 

"ไปเอาน้ำเย็นๆ มาให้ผมดื่มหน่อยสิ คอแห้งมาก แค่กๆ"

 

"เปลี่ยนเรื่องเก่งนะเรา"

 

ผมยิ้มแฉ่งกับความรู้ดีของคุณมาเฟีย เขายกศีรษะออกจากตักแล้วยีผมเปียกชื้นของผมอย่างมันเขี้ยว ก่อนลุกเดินหายกลับเข้าไปข้างในเรือ

 

"หน้าเธอดูซีดๆ นะที่รัก"

 

เสียงทุ้มเอ่ยถาม ร่างกำยำเปลือยท่อนบนมีเพียงกางเกงว่ายน้ำขาสั้นปกปิดส่วนล่างเอาไว้เดินมานั่งลงบนเบาะนวมข้างผม มือหมุนเปิดฝาขวดน้ำเย็นยื่นให้ผมดื่มแก้กระหาย

 

"อื้ม สงสัยเล่นน้ำเพลินไปหน่อยเลยเหนื่อยล่ะมั้ง แต่ปกติผมไม่เหนื่อยง่ายขนาดนี้นะ"

 

เมื่อเรือจอดนิ่งสนิท คุณมาร์โคบอกว่าเขาจะพาผมลงไปดำน้ำตามที่เคยให้สัญญาเอาไว้เมื่อวันเกิดอายุครบแปดปี ผมตัดสินใจลงไปดำน้ำกับเขาทันที ไม่ได้ห่วงว่าสีผมจะด่างหรือไม่ด่าง แต่ยังไม่ทันครบสองชั่วโมง ร่างกายของผมก็รู้สึกล้าเหมือนจะหมดแรงเสียไปดื้อๆ เขาเลยรีบพาผมว่ายน้ำกลับขึ้นมานั่งพักบนเรือ ปล่อยให้น้องรินดำน้ำอยู่กับลอร่า หัวหน้าแม่บ้านของคฤหาสต์ตระกูลกัสเซลโล อดีตครูสอนดำน้ำอันดับหนึ่งของเกาะ

 

"ไปอาบน้ำกันเถอะ เดี๋ยวเธอจะไม่สบายเอา"

 

ผมพยักหน้าและพยายามยันตัวเองให้ลุกขึ้นยืน ทว่าขาของผมกลับอ่อนเปลี้ยลงจนคุณมาร์โคต้องรีบเข้ามาช้อนตัวอุ้มผมแทน

 

"ตัวเธอร้อนรุมๆ เหมือนจะมีไข้เลยที่รัก"

 

คุณมาร์โควางผมยืนลงบนพื้นห้องน้ำของห้องนอนใหญ่ด้านในเรือ มือหนาจัดการเปลื้องเสื้อผ้าออกจนเราทั้งสองคนต่างเปลือยเปล่า สายน้ำอุ่นจากฝักบัวที่ราดรดลงมาทำให้ผมรู้สึกดี

 

"สบายตัวขึ้นไหม"

 

"อื้ม สบายมากครับ" 

 

คุณมาร์โคเอื้อมมือหยิบแชมพูบนชั้นวางมาบีบลงบนฝ่ามือของตัวเองก่อนค่อยๆ ลูบลงบนศีรษะของผม จากนั้นเขาก็ขยี้เบาๆ จนเกิดฟองขาวนุ่มฟูปกคลุมทั่วเส้นผม

 

"สีผมเป็นยังไงบ้างครับ"

 

"อืม ไม่ด่าง ยังสวยเหมือนเดิม"

 

"โล่งอกไปที นึกว่าจะเสียเงินฟรี"

 

เขาล้างฟองแชมพูออกจนสะอาดหมดจด ก่อนละเลงลูบไล้ครีมอาบน้ำไปทั่วเรือนร่างของผมอย่างทะนุถนอม

 

"เธอ...ขอเอาได้ไหม"

 

ผมพลิกตัวหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขา มือยกคล้องลำคอแข็งแกร่งเอาไว้

 

"เอาเกือบทุกวันไม่เบื่อหรือไงครับ"

 

"จะไม่มีวันนั้น"

 

ริมฝีปากร้อนผ่าวบดเบียดลงมาท่ามกลางสายน้ำอุ่น มือหนาเลื่อนบีบก้อนลูกพีชกลมกลึงเอาอกเอาใจ กลิ่นจูเลียตโรสหอมละมุนเจือกลิ่นแชมเปญจากอารมณ์สุขสมลอยอวลไปทั่วห้องน้ำ

 

"เธอน่ารักไปทั้งตัวแบบนี้จะไม่ให้พี่หลงได้ยังไงกัน"

 

คุณมาร์โคใช้มือทั้งสองข้างจับเอวยกตัวผมลอยเหนือพื้น มือรีบยกคล้องคอของเขาเอาไว้ ขาเกี่ยวกระหวัดรอบเอวอย่างกลัวตก

 

"คุณ...อ๊ะ ทะ ท่านี้ อื้อ มันลึกนะ ฮื่อออ"

 

ความแข็งขืนผ่านเข้ามาข้างในตัวของผมทีละนิดโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ยิ่งเข้ามาช้ามากเท่าไหร่ ร่างกายของผมก็เหมือนจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

 

"เด็กดี ผ่อนคลายนะครับ"

 

ปากสวยกดจูบซับหยาดน้ำตาแห่งความปรารถนาที่ซึมออกมาให้เห็น มือหนาทั้งสองกอบกุมสะโพกมนพร้อมยกขึ้นลงช้าๆ ตามจังหวะ ปลายหัวหยักกระทุ้งโดนจุดกระสันหยอกล้ออารมณ์ดิบให้พลุ่งพล่าน

 

เขากำลังทรมานผม

 

"อ๊ะๆ พี่นัทอย่าแกล้งน้องวิน อือ พะ พอแล้ว"

 

"ครางชื่อพี่อีกสิ อ๊าาา...แน่นชะมัด"

 

ชื่อของเขาหลุดลอดออกจากปากของผมครั้งแล้วครั้งเล่า ยิ่งเรียกชื่อเขาดังมากเท่าไหร่ แรงกระแทกก็เพิ่มมากเป็นเท่าตัว

 

"เบบี๋ของแด๊ดเมื่อไหร่จะมานะ อื้มมม! เธออย่ารัดพี่แน่น"

 

จะมีได้ยังไงในเมื่อผมฉีดยาคุมกำเนิดเอาไว้แล้ว ถ้าคิดจะมีก็คงจะเป็นหลังเรียนจบปริญญาโทนู่นแหละ อีกอย่างเมื่อหยุดฉีดยาคุมร่างกายจะยังไม่พร้อมมีลูกทันที ต้องรอไปเกือบหนึ่งปีถึงจะพร้อมรับการฝังตัวของตัวอ่อน

 

"อ๊า ซี๊ดพี่นัท เบาได้เบา ฮืออ แกล้งอีกแล้ว"

 

"เมื่อไหร่เธอจะยอมให้พี่ผูกพันธะกับเธอนะ" 

 

ฟันซี่คมขบเข้าเนื้อไหล่ เลือดสีแดงฉานไหลปนเปื้อนไปกับสายน้ำอุ่น

 

"พี่กลัวจะมีอัลฟ้าหน้าไหนมันมากัดคอของเธอ"

 

แค่เขาขบกัดเพียงเล็กน้อยกลิ่นแชมเปญก็ลอยคลุ้งไปกับกลิ่นของผมจนอัลฟ่าคนอื่นไม่กล้าเข้ามาใกล้ ขืนเขาผูกพันธะมีหวังอัลฟ้าได้แตกกระเจิงไปคนละทิศคนละทาง

 

"อ๊ะ! แรงไปแล้ว อ๊าาา พะ พี่นัท อื้อ น้องวินเป็นควีน ไม่มีใครหน้าไหนกล้ามากัดหรอก อ๊ะ...อีกอย่างถ้าไม่ใช่คู่แห่งโชคชะตา น้องวินไม่มีทางยอมแน่"

 

"ยัยคนน่ารัก อือ...อ๊า พี่จะไปขอพ่อเธอหมั้นกับเธอไว้ก่อนดีไหม"

 

"อึก! พี่นัท ฮื่อ น้องวินจะไม่ไหวแล้ว"

 

มือรูดรั้งแกนกายของตัวเองถี่รัว หยาดน้ำขาวขุ่นพ่นเลอะกล้ามท้องเป็นลอนสวยของคนตัวสูง แต่ก็อยู่ให้เชยชมได้ไม่นาน สายน้ำอุ่นก็ราดรดให้มันสลายหายไปในพริบตา

 

"อ๊า! ซี๊ดดด ถ้าแตกแล้ว พี่ขออีกรอบได้ไหมครับเธอ"

 

เคยปฏิเสธได้ที่ไหนล่ะ

 

 

โซฟานุ่มภายในห้องนั่งเล่นบนชั้นสองของตัวคฤหาสน์ถูกใช้เป็นที่นอนชั่วคราว หลังจากพวกเรากลับมาจากการไปดำน้ำ ผมก็รีบตรงดิ่งเข้าห้องก่อนล้มตัวลงนอนบนเตียงข้างพ่อกับแม่ที่กำลังนอนดูรูปภาพจากกล้องดีเอสแอลอาร์ที่พวกท่านถ่ายตอนไปเที่ยว แต่แล้วความรู้สึกแปลกๆ ก็ดันจู่โจมเล่นงานร่างกายของผม ผมเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง อึดอัด พะอืดพะอม ไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว เลยบอกพ่อกับแม่ว่าจะออกไปสูดอากาศข้างนอกสักหน่อย สุดท้ายผมก็เดินมานั่งลงบนโซฟาของห้องนั่งเล่นมองน้ำตกที่ร่วงหล่นลงมาตามชั้นหินผ่านกระจกบานใหญ่

 

ด้วยความเหนื่อยล้าทำให้ผมเผลอหลับไป รู้ตัวอีกทีก็มีผ้าห่มผืนหนามาปกคลุมร่างกายของผมเอาไว้แล้ว

 

"ไหนบอกพ่อว่าจะออกมาเดินเล่นไงหื้ม" 

 

เมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่าคนที่กำลังนั่งมองดูผมนอนคือพ่อของผม

 

"สงสัยน้องวินเล่นน้ำนานไปหน่อยเลยเพลียๆ ครับพ่อไอ"

 

"เข้าไปนอนในห้องไหม จะได้นอนสบาย"

 

"เดี๋ยวน้องวินตามไปนะครับ ขออยู่ตรงนี้อีกสักพัก"

 

พ่อไอพยักหน้ารับก่อนเดินออกจากห้องนั่งเล่นกลับเข้าไปในห้องนอน

 

"ทำไมเธอถึงมานอนตรงนี้ล่ะที่รัก"

 

คุณมาร์โคในชุดสูทสีเข้มเดินมาย่อตัวลงข้างโซฟา พอกลับมาถึงเขาก็อาบน้ำแต่งตัวออกไปทำงานต่อ

 

"เหนื่อยไหมครับ ทำไมกลับดึกจัง"

 

"อืม เยอะครับ แต่พี่กลัวเธอรอเลยรีบกลับ"

 

มือหนายกลูบบนศีรษะของผมอย่างอ่อนโยน หากแต่สีหน้าของเขากลับดูไม่ดีเท่าที่ควร หรือว่าจะเป็นไอร้อนจากร่างกายของผมทำให้เขาเป็นกังวลกันนะ

 

"เธอไหวไหม ทำไมตัวร้อนขนาดนี้"

 

ตอนแรกก็คิดว่าไหว แต่ตอนนี้เหมือนบ้านกำลังหมุนเลยแฮะ

 

"ผมเวียนหัวเหมือนจะอ้วก"

 

มือยกปิดหน้า ขนาดว่าหลับตาลงแน่นแล้ว แต่ภาพบ้านหมุนยังตามเข้ามาหลอกหลอนถึงในความคิด ทำไมถึงได้เวียนหัวขนาดนี้นะ

 

"ไปหาหมอดีไหม"

 

"คุณ...ผมจะอ้วกจริงๆ"

 

อุบบบ!

 

เมื่อเห็นอาการไม่ดี คุณมาร์โคก็รีบลุกไปหยิบถังขยะตรงมุมห้องมาให้ผมอาเจียนออก ทว่ากลับมีเพียงน้ำใสไหลออกมาเท่านั้น

 

"คุณจะไปไหน"

 

เขาไปได้ตอบแต่กลับวิ่งตรงไปยังห้องนอนที่ครอบครัวของผมพักอยู่ เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ก่อนปรากฏร่างสูงสง่าของพ่อไอตามมาด้วยคุณมาร์โค

 

"อาการเป็นยังไงบ้างพี่วิน ก่อนพ่อเข้าไปนอนพี่วินยังดูปกติดีอยู่เลย"

 

ผมอธิบายอาการที่เกิดขึ้นกับร่างกายของผมให้ะ่อฟังอย่างละเอียด สีหน้าของพ่อนิ่งเรียบไร้สีสัน หรือว่าจะเป็นเรื่องไม่ดีอย่างนั้นเหรอ

 

"มนัสตามฉันมาหน่อย"

 

พ่อไอเดินนำคุณมาร์โคลงบันไดไปด้านล่าง ผ่านไปเกือบยี่สิบนาทีแล้วทั้งสองคนก็ยังไม่กลับมา ผมกดโทรหาก็ไม่มีใครรับสาย พวกเขาไปไหนกันนะ

 

"เธอครับลุกไหวไหม"

 

คุณมาร์โคเดินกลับขึ้นมาพร้อมกับถุงกระดาษในมือ ผมพยักหน้าแล้วค่อยๆ ลุกโดยมีเขาคอยช่วยประคอง

 

"หายไปไหนกันมาครับ"

 

"อืม ไปซื้อเจ้านี่มา"

 

คุณมาร์โคหยิบกล่องสี่เหลี่ยมออกจากถุงกระดาษส่งให้ผม 'ชุดการตรวจครรภ์'

 

"หมายความว่ายังไงครับ?"

 

"คุณพ่อตา คิดว่าเธอกำลังตั้งครรภ์"

 

ผมเบิกตากว้างกว่าครั้งไหน ผมรู้ว่าการฉีดยาคุมฉุกเฉินไม่ได้คุมกำเนิดเต็มร้อยเปอร์เซ็น แต่ผมคงไม่ใช่คนโชคร้ายคนนั้นแน่

 

"รีบเข้าไปตรวจสิ"

 

เสียงทุ้มเย็นยะเยือกของพ่อดังมาจากทางประตูห้องนอนของคุณมาร์โค ผมหันขวับไปมอง พ่อไอกำลังยืนล้วงกระเป๋าเสื้อนอนมองมายังผม แต่สายตาของท่านไม่ได้ดูผิดหวังเหมือนอย่างที่ผมคิดเอาไว้

 

ผมเดินเข้าไปในห้องน้ำโดยมีคุณมาร์โคคอยช่วยประคอง มือแกะกล่องแล้วอ่านวิธีการตรวจครรภ์อย่างละเอียดแล้วทำตามทุกขั้นตอน

 

"จะมีเบบี๋แล้วโว้ยยยยย!"

 

เสียงเฮของคุณมาร์โคดังลั่นห้องน้ำ คนตัวสูงดึงผมที่กำลังยืนเอ๋อกับสิ่งที่เกิดขึ้นเข้าไปกอดเอาไว้แน่น ไม่ใช่ว่าผมไม่ดีใจ ผมดีใจมากที่มีเจ้าก้อนน้อยๆ เข้ามาอยู่ในท้องของผม แต่ที่ผมเป็นกังวลคือผมกลัวทำให้พ่อกับแม่ผิดหวัง

 

"ร้องไห้ทำไมลูกรัก ไม่ดีใจหรือไง"

 

ผมเปิดประตูห้องน้ำออกมาก็เจอพ่อไอยืนส่งยิ้มมาให้ก่อนคว้าตัวผมเข้าไปกอด ปากหยักกดจูบบนกลุ่มผมนุ่มเบาๆ 

 

"น้องวินขอโทษที่ทำให้พ่อไอผิดหวัง"

 

"ไม่เลยครับ พ่อไม่เคยผิดหวังในตัวน้องวินนะ"

 

มือหนาลูบลงบนแผ่นหลังของผมราวปลอบประโลม 

 

"น้องวินโตแล้ว น้องวินเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเองได้แล้ว พ่อกับแม่มีหน้าที่คอยเฝ้าดู คอยสนับสนุน และคอยเป็นเบาะรอรับเวลาลูกล้มลง"

 

"ฮึก! พ่อไอ..."

 

"พ่อเชื่อว่ามนัสจะเป็นสามีที่ดีของลูก และจะเป็นพ่อที่ดีของหลานพ่อได้"

 

ผมเงยหน้ามองพ่ออย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่พ่อพูดเท่าไหร่นัก

 

"พี่ขอคุณหมอแต่งงานกับเธอ แต่ท่านบอกว่าให้มาถามเธอก่อน"

 

พ่อไอยกยิ้มก่อนตบไหล่กว้างของว่าที่ลูกเขยเต็มแรงแล้วเดินออกจากห้องไป ปล่อยผมให้อยู่กับคุณมาร์โคสองคน

 

"น้องวินครับ น้องวินจะแต่งงานกับพี่ได้ไหมครับ"

 

คุณมาร์โคยิ้มอ่อนโยน ก่อนนั่งคุกเข่าลงกับพื้นแล้วถอดแหวนประจำตัวออกจากนิ้วยาวสวยมากำเอาไว้ เขาคือคนที่ทำให้ในทุกวันของผมมีความสุข เขาทำให้ในทุกวินาทีของผมมีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ และเขาคือคนที่ผมพร้อมจะมอบชีวิตและหัวใจให้อย่างไม่มีเงื่อนไข

 

"น้องวินจะแต่งงานกับคุณมาร์โค แต่รอเบบี๋คลอดก่อนก็แล้วกันนะ"

 

 

'ฉันคิดว่าไรวินท์กำลังตั้งครรภ์'

 

'จริงเหรอครับ!'

 

'นายกล้าดียังไงมาทำลูกฉันท้อง หาาา!'

 

'ผมขอโทษครับคุณหมอ ตอนนี้ผมมีพร้อมทุกอย่าง ผมสัญญาว่าน้องกับลูกจะอยู่อย่างสุขสบาย คุณหมอไม่ต้องห่วง ผมพร้อมรับผิดชอบน้องครับ'

 

'เรื่องนั้นมันแน่อยู่แล้ว นายต้องรับผิดชอบลูกฉัน ไม่คิดไม่ฝันว่ามนัสเด็กดีในวันนั้นจะกลายเป็นคนแบบนี้ไปได้ ให้ตายสิ'

 

'คุณหมอครับ ผมขอแต่งงานกับน้องได้หรือเปล่าครับ'

 

'นายจะมาถามฉันได้ยังไง นายต้องไปถามลูกฉันสิโว้ยยยยย!'

 

 

 

 

 

 

 

---------------------------------------

 

ฝากเล่นแท็กในทวิตเตอร์ #มนัสวินทร์

 

ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

 

 

To be continued...

 

ใจไรท์นั้นนนนน อั้ยยยย 

 

รอเบบี๋คลอดก่อน อิพี่ได้ลงแดงตาย 😂

 

 

ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะคะ

 

ฝากกดติดตาม กดหัวใจ และหนึ่งคอมเมนท์หนึ่งกำลังใจของไรท์นะคะ ขอบคุณค่ะ ❤🙏

 

 

ถ้าคุณรีดคนไหนเล่นทวิตเตอร์เข้าไปพูดคุยกันกับไรท์ได้ตลอดนะคะ

 

ไรท์จะลงเวิร์ดต่างๆ นอกเหนือจากตอนที่อัพ ในทวิตเตอร์นะคะ

 

ตามลิ้งก์นี้ไปได้เลยค่ะ > https://twitter.com/Rosesarin_novel

 

หรือทาง Facebook

 

https://m.facebook.com/Rosesarin.novel/

 

 

 

 

ความคิดเห็น