1 เม้น = 1 กำลังใจ ขอบคุณนะคะ :) ทวงฟิคหรือพูดคุยกับเราได้ที่ Twitter : @_Ploymini

ชื่อตอน : MarkBam - All that I can do

คำค้น : #มาร์คแบม #MarkBam

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 104

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 13 เม.ย. 2564 02:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
MarkBam - All that I can do
แบบอักษร

All that I can do

(Violette Wautier)

ลองฟังเพลงก่อนอ่านก็ได้นะคะ ฟังไปอ่านไปก็ได้

MarkBam

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มาร์ค ต้วน คือชื่อของผม ตอนนี้ผมกำลังนั่งดื่มชาอยู่ที่สวนหน้าบ้านอย่างที่เคยทำเป็นประจำ อ่านหนังสือเล่มเดิมที่ใครบางคนเคยบอกว่ามันสนุก

 

 

 

 

 

เวลาล่วงเลยมาจนถึงช่วงสายของวัน ผมจัดการทำแซนวิชแฮมชีสง่ายๆ ทานรองท้อง ก่อนที่จะไปจัดการอาบน้ำแต่งตัวเพื่อที่จะออกไปข้างนอกเหมือนทุกวัน

 

 

 

 

I packed all my memories 

Keep in my pocket 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมเก็บของสำคัญใส่กระเป๋าสะพายใบเล็ก ตรวจเช็คไฟฟ้าในบ้าน ล็อกประตูให้เรียบร้อย เช็คแล้วเช็คอีกให้แน่ใจว่าผมไม่ลืมที่จะทำอะไร

เพราะในตอนนี้ไม่มีคนมาคอยเตือนผมอีกแล้ว

 

 

 

 

 

 

ผมเดินทางออกจากบ้านด้วยรถยนต์คันเล็กที่ใช้มันมานานแล้ว มันค่อนข้างเก่าแต่ยังใช้งานได้ดีเลยทีเดียว

ผมขับไปแบบช้าๆ ไม่เร่งรีบ มองไปที่เส้นทางที่ผมกำลังขับผ่าน มันเต็มไปด้วยความทรงจำระหว่างผมกับเขา

 

 

 

แบมแบม

 

 

 

 

ต้นไม้ต้นใหญ่กลางทุ่งหญ้ากว้างต้นนั้น มันยังคงสวยงามและดูแข็งแรงเหมือนเดิม ใต้ต้นไม้เป็นที่ที่เราสองคนชอบไปนั่งเล่นปิกนิกกัน

 

 

ผมจอดรถไว้ข้างทาง ด้วยความที่บ้านของผมค่อนข้างจะเป็นพื้นที่ส่วนตัว จึงไม่ค่อยมีผู้คนผ่านเข้ามาเท่าไหร่ เพราะที่นี่เป็นแค่เมืองเล็กๆ ไม่วุ่นวาย เงียบสงบ

แบบที่แบมแบมชอบ

 

 

 

 

ผมเดินไปที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นนั้น ใช้มือค่อยๆ คลำไปที่ลำต้นของมันเบาๆ มันเป็นต้นไม้ที่อยู่มานานก่อนที่ผมจะเกิดเสียอีก แต่ผมไม่เคยรู้ชื่อของมันเลยว่ามันคือต้นอะไร

 

 

และแน่นอนว่าคนที่รู้คือแบมแบม ผู้รักต้นไม้เป็นชีวิตจิตใจ ในตอนที่เขาพยายามจะอธิบายเกี่ยวกับต้นไม้ของเรา ผมไม่เคยสนใจเพราะผมไม่ได้ชอบพวกมันเหมือนที่เขาชอบ ผมไม่เคยตั้งใจฟังมันเลยสักครั้ง

 

 

ผมหยิบกล้องถ่ายรูปตัวโปรดออกมาถ่ายเจ้าต้นไม้ตรงหน้า ตอนนี้ใบของมันยังคงเป็นสีส้มเพราะฤดูยังไม่ได้เปลี่ยนไปไหน

ผมใช้ขาตั้งกล้องวางกล้องลงในจุดที่ผมต้องการ ตั้งเวลาและรีบเดินเข้าไปที่ใต้ต้นไม้

 

 

แชะ!

 

 

ในช่วงฤดูนี้ของทุกๆ ปี ผมและแบมแบมจะมาถ่ายรูปใต้ต้นไม้ที่กำลังเป็นสีส้มด้วยกันทุกปี เพราะแบมแบมหลงรักสีสันของมันมาก

 

 

แต่วันนี้มีแค่ผมคนเดียวเท่านั้นที่ยืนอยู่ที่นี่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมเดินผ่านต้นไม้ต้นนั้นไปทางด้านหลัง มันมีลำธารเล็กๆ อยู่ตรงนั้น

 

 

ในวันที่อากาศร้อนจัด ผมและแบมแบมจะพากันมาแช่น้ำกันอยู่ที่นี่ เขาชอบมากเวลาเห็นปลาตัวเล็กๆ ว่ายเข้ามาใกล้พวกเรา

และทุกครั้งที่เรามาที่นี่ เราจะจูบกัน เหมือนครั้งแรก จูบแรกที่เรามอบให้กันและกันที่นี่

 

 

 

 

 

 

How you used to kiss me 

I'll never forget it 

Cause I don't want to 

No I'm not going to 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปลำธารนั่นไว้ ยกยิ้มเบาๆ ให้รูปในกล้อง

 

 

ทุกอย่างยังเหมือนเดิมเลย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมขับรถพาตัวเองเข้าตัวเมืองไป จอดรถไว้ที่ร้านอาหารร้านโปรด พนักงานในร้านยิ้มต้อนรับผมเหมือนกับทุกครั้ง

 

 

“โต๊ะเดิมใช่ไหมครับคุณมาร์ค”

 

 

ผมพยักหน้าให้กับพนักงานคนเดิมแล้วเดินตามเขาไปนั่งโต๊ะสำหรับสองคนนั่งที่มุมเงียบๆ ของร้าน โต๊ะตัวเดิมที่เวลาผมมาทีไรก็จะนั่งแต่ตรงนี้เท่านั้น

 

 

เพราะว่าแบมแบมชอบมุมนี้ของร้านที่สุด

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมสั่งลาซานญ่าเนื้อหนึ่งจาน ขนมปังกระเทียม และชาดอกไม้อีกหนึ่งแก้วเหมือนทุกครั้งที่มา

 

 

“วันนี้อาหารร้านเรายังรสชาติเหมือนเดิมไหมครับคุณมาร์ค”

พนักงานอีกคนเดินมาถามไถ่ผมด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

 

 

“ครับ ยังเหมือนวันแรกที่ได้ทานเลย”

ผมตอบกลับไปพร้อมกับรอยยิ้มเหมือนเคย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“เป็นไงบ้าง อร่อยถูกใจเธอไหม”  

 

 

“ก็อร่อย แต่เธอทำอร่อยกว่าอีก”  

 

 

“ปากหวานตลอดเลยนะคุณมาร์ค”  

 

 

“ก็ปากหวานแค่กับคุณนั่นแหละครับคุณแบมแบม”  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“เราชอบชาดอกไม้ร้านนี้ที่สุดเลย”  

 

 

“ยังมีอีกตั้งหลายร้านที่เรายังไม่เคยลองนะ”  

 

 

“ไม่รู้สิ เราว่าตอนนี้เราเจอรสชาติที่พอดีกับเราแล้ว เราไม่อยากไปลองชิมที่อื่นอีกแล้ว”  

 

 

“อื้ม แต่ชาเขียวของเธอ เราชอบมันที่สุดในโลกเลยนะแบม”  

 

 

“ปากหวานอีกแล้ว”  

 

 

“เขินล่ะสิ”  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Remember how it 

Felt like forever when it was only a night 

Whiskey sour in china town under neon lights 

Skinny dipping in the pool 

Feeling oh so cool 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“เราชอบนั่งรถบัสตอนกลางคืนจัง”  

 

 

“หนาวจะตาย”  

 

 

“ยอมหนาวนะ เธอดูสิ ลอนดอนตอนกลางคืนสวยจะตาย”  

 

 

“ขายรถทิ้งไหมล่ะ จะได้นั่งบัสทุกวันเลยไง”  

 

 

“เห้ออ เธอนี่น๊ามาร์ค ไม่โรแมนติกเอาซะเลย”  

 

 

“อะ แบบนี้โรแมนติกไหมครับคุณแบมแบม”  

 

 

“แบ่งผ้าพันคอกันเนี่ยนะ”  

 

 

“โรแมนติกจะตาย”  

 

 

“อื้อ โรแมนติกมากเลย”  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“เราอยากมีบ้านหลังเล็กๆ อยู่นอกเมือง มีทุ่งหญ้า มีต้นไม้เยอะๆ ไม่เสียงดัง ไม่วุ่นวาย”  

 

 

“งั้นเราต้องออกจากลอนดอนไปไกลเลยนะ”  

 

 

“เราเก็บเงินไว้เยอะๆ พอเริ่มแก่เราค่อยย้ายไปดีไหมมาร์ค”  

 

 

“ได้สิ”  

 

 

“งั้นหลังจากนี้เราจะไม่ใช้เงินฟุ่มเฟือยแล้ว เธอต้องคอยเตือนเรานะเวลาที่เรางอแงจะเอานั่นเอานี่”  

 

 

“แล้วคุณแบมแบมจะไม่งอนผมหรอครับ”  

 

 

“เธอก็พูดดีๆ กับเราไง กล่อมเราเรื่องบ้านก็ได้”  

 

 

“ใช้ไปเถอะน่า เรารวยจะตาย เดี๋ยวเราซื้อบ้านให้เธอเอง”  

 

 

“บ้านของเราสองคนต่างหาก”  

 

 

“ก็นั่นแหละ”  

 

 

“เราจะเอาเปรียบเธอได้ไงล่ะ บ้านของเรา เราก็ต้องช่วยกันสิ จริงไหม”  

 

 

“อื้ม เราจะตั้งใจหาเงินนะ”  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Midnight bus in London while we're sharing a scarf 

Talked about the future and the concept of love 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ตรงหน้าบ้านเราว่าจะปลูกดอกไม้ทั้งหมดเลย เธอว่ายังไง”  

 

 

“เธอชอบเราก็ชอบ”  

 

 

“ไม่เอาสิ ถ้าเธอไม่ชอบเราจะได้เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นไง”  

 

 

“เราชอบทุกอย่างที่เธอคิดจะทำ”  

 

 

“งั้นเธอชอบดอกอะไรเป็นพิเศษไหม”  

 

 

“ไม่นะ เราชอบเหมือนเธอ”  

 

 

"มาร์ค นี่เธอจะหลอกให้เราแต่งบ้านคนเดียวใช่ไหมเนี่ย”  

 

 

“ว้า โดนจับได้ซะแล้ว”  

 

 

“มาร์คต้วน!”  

 

 

“ฮ่าๆๆๆๆๆ ”  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“เราชอบที่นี่มากเลย ขอบคุณนะมาร์ค”  

 

 

“ถ้าชอบก็อยู่ด้วยกันไปนานๆ เลยนะแบม”  

 

 

“แก่ป่านนี้แล้วจะไปหาใครที่ไหนได้อีกเล่า ก็มีแต่เธอคนเดียวนั่นแหละ”  

 

 

“นั่นสิ ผมขาว หน้าเหี่ยว ตูดห้อยขนาดนี้แล้วหนุ่มๆ ที่ไหนมันจะมาสนใจเธอกัน”  

 

 

“นี่ หลอกด่าเราหรอ!”  

 

 

“เปล่า แค่จะบอกว่าไม่มีหนุ่มที่ไหนสนใจเธอก็ดีแล้วไง ให้เราสนใจเธอคนเดียวก็พอแล้ว”  

 

 

“จ้า พ่อหนุ่มผมขาวของเรา”  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"มาร์ค" 

 

 

"หื้ม" 

 

 

"ถ้าวันนึงเราไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว เธอจะลืมเราไหม" 

 

 

"ไม่ลืมหรอก รักมากขนาดนี้จะลืมลงได้ยังไง" 

 

 

"จริงนะ" 

 

 

"จริงสิ" 

 

 

"สัญญาได้ไหม" 

 

 

"สัญญาครับ" 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Don't ever let this feeling go 

Oh I'll never let this go 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"มาร์ค" 

 

 

"ว่าไง" 

 

 

"เธอว่าชาติหน้ามีจริงหรือเปล่า" 

 

 

"..." 

 

 

"ชาติหน้าเราจะเจอกันอีกไหม เราสองคนจะหากันเจอหรือเปล่า" 

 

 

"ต้องเจอสิ เราจะตามหาเธอให้เจอ ชาติหน้าไม่เจอ ก็จะตามหาต่อไปทุกชาติจนกว่าจะเจอเธอนั่นแหละ" 

 

 

"รักเธอจังเลยมาร์ค" 

 

 

"ถ้ารักเรา ก็อยู่กับเราให้นานกว่านี้ได้ไหมแบม" 

 

 

"..." 

 

 

"ได้ไหมแบม เราขอร้อง" 

 

 

"มาร์ค จำทุกอย่างให้ได้นะ อย่าลืมมันไปเลยนะ" 

 

 

"ไม่มีวันที่เราจะลืมแน่นอนบม" 

 

 

"สัญญาแล้วนะ" 

 

 

"ฮึก สัญญา ฮึก ครับ" 

 

 

"ดูแลตัวเองดีๆ นะมาร์ค" 

 

 

"ฮึก ฮึก เรารักเธอนะแบม ฮึก" 

 

 

"เราก็รักเธอ รักมากที่สุกในโลกเลย" 

 

 

"ฮึก ฮึก" 

 

 

"ขอโทษนะ ที่เรากำลังจะทิ้งให้เธออยู่คนเดียวแล้ว" 

 

 

"ฮึก ไม่เป็นไรคนดี เธอไม่ต้องห่วงนะ ฮึก" 

 

 

"ขอโทษจริงๆ " 

 

 

"ไม่เป็นไรครับที่รัก ฮึก รอเรานะ ฮึก อีกไม่นานเราก็จะตามเธอไป ฮึก อีกไม่นาน เราจะได้เจอกันในที่ไหนสักที่หนึ่ง" 

 

 

"อื้ม รักนะมาร์ค อย่าลืมเรานะ" 

 

 

"สัญญาว่าจะไม่ลืมครับ ฮึก หลับให้สบายนะคนดี ไม่ต้องห่วงเรา" 

 

 

"มะ..มาร์ค.." 

 

 

"เรารักเธอนะแบม ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมาจนแก่อย่างที่เคยสัญญากันไว้ ฮึก ไว้เจอกันนะที่รัก" 

 

 

 

 

 

 

 

 

Please don't let this memory fade away 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"ช่วงนี้เป็นยังไงบ้างครับ คุณไม่ค่อยมาที่ร้านบ่อยๆ เหมือนเมื่อก่อนเลย"

 

 

"เจ็บออดๆ แอดๆ ตามประสาคนแก่คนแหละคุณโอลิเวอร์"

 

 

ผู้จัดการของร้านเดินมาลากเก้าอี้จากโต๊ะใกล้ๆ มานั่งลงข้างๆ ผมแล้วถามไถ่นั่นนี่เหมือนอย่างที่เคยทำ

 

 

"คิดถึงเขาหรอครับ"

ผู้จัดการร้านถามผม

 

 

"ครับ คิดถึงตลอดเวลาเลย"

 

 

"คุณแบมแบมจากไปจะปีนึงแล้วนะครับคุณมาร์ค"

 

 

"ครับ อีกไม่นานผมก็น่าจะตามเขาไปแล้วแหละ"

ผมพูดพร้อมกับมองจ้องไปที่เก้าอี้ที่ว่างเปล่าฝั่งตรงข้าม ตรงที่ที่เคยมีแบมแบมนั่งคุยนั่นคุยนี่พร้อมกับทานอาหารไปด้วย

 

 

"อย่าพูดแบบนั้นสิครับคุณมาร์ค"

 

 

"จริงๆ ผมจะฆ่าตัวตายแล้วตามไปอยู่กับเขาด้วยซ้ำ แต่ผมไม่อยากให้เขารู้สึกผิด"

 

 

"..."

 

 

"ผมเลยทำได้แค่รอ เขาเป็นมะเร็ง ผมก็ต้องเป็นด้วยเหมือนกันเพราะเรากินทุกอย่างเหมือนกัน เพียงแค่เขาไม่แข็งแรงเลยจากไปก่อนก็แค่นั้นเอง"

 

 

"ผมคงคิดถึงพวกคุณมากเลย ร้านของผมคงเหมือนขาดสิ่งสำคัญไปหนึ่งอย่าง"

 

 

"ผมเข้าใจครับ เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญของผมก็หายไปเหมือนกัน"

 

 

"..."

 

 

"แบมแบมน่ะ เขาชอบชาดอกไม้ร้านคุณมากเลยนะ ชอบตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ลองดื่ม หลังจากนั้นเขาก็ไม่ดื่มชาดอกไม้ที่ไหนอีกเลยนอกจากที่ร้านคุณ"

 

 

"..."

 

 

 

 

"ช่วงแรกที่เขาจากผมไป ผมเหมือนตายตามเขาไปแล้ว ความสดใสร่าเริงของผมไม่มีเลย ผมก็เพิ่งจะรู้ในวันที่ไม่มีเขานั่นแหละ ว่าความสุขทุกอย่างของผมมันมาจากเขา"

 

 

 

 

"..."

 

 

 

 

"ผมอยากให้เขายังอยู่กับผม อยากใช้ชีวิตด้วยกันให้นานกว่านี้ มีดอกไม้อีกเยอะแยะที่แบมแบมยังไม่ได้ลองปลูกมัน มีปลาว่ายมาที่ลำธารตรงนั้นเยอะขึ้น มีนกและกระรอกอาศัยอยู่บนต้นไม้ของเราหลายตัวเลย"

 

 

 

 

"คุณมาร์คครับ"

 

 

 

 

"แล้วก็มีชาดอกไม้รสชาติใหม่ของร้านคุณที่แบมแบมไม่มีโอกาศได้ชิมมันแล้ว ทุกที่มีแต่ความทรงจำของผมกับเขาเต็มไปหมด บ้านของเรา สวนดอกไม้หน้าบ้าน โต๊ะดื่มชาตัวเล็กในสวน ทุ่งหญ้ากว้างใกล้ๆ บ้าน ต้นไม้ต้นใหญ่ที่เขาชอบที่สุดเวลาที่มันเปลี่ยนเป็นสีส้ม ลำธารเล็กๆ ที่เราชอบไปแช่น้ำกัน ถนนทุกเส้นที่เราเคยขับผ่าน และร้านอาหารร้านโปรด"

 

 

 

 

"..."

 

 

 

 

"ถ้าถึงวันที่ผมได้ไปเจอกับเขา ผมจะบอกเขาให้นะว่าตอนนี้ร้านคุณมีชาดอกไม้สูตรใหม่แล้ว แต่ผมว่าเขาคงชอบชาดอกไม้ดั้งเดิมของคุณที่สุด"

 

 

 

 

"คุณรู้ไหมครับ เมื่อยี่สิบปีก่อน คุณสองคนเป็นลูกค้าคนแรกของร้านผมเลย ผมเพิ่งย้ายมาจากลอนดอน เปิดร้านอาหารกับภรรยาของผม วันแรกไม่มีคนเข้าเลย จนวันต่อมาก็มีคุณและคุณเแบมแบมเข้ามานั่งทาน"

 

 

 

 

"..."

 

 

 

 

"ผมแอบฟังคุณติชมอาหารของผมอยู่หลังเคาท์เตอร์ ผมดีใจมากที่พวกคุณชอบ และหลังจากนั้นคุณก็ยังกลับมาทานที่ร้านผมบ่อยๆ จนเราสนิทกันไปแล้ว"

 

 

 

 

"ตอนแรกผมก็ไม่คิดว่าผมกับเขาจะชอบหรอกครับ ด้วยความที่คุณกับภรรยาคุณยังเป็นวัยรุ่นกันอยู่ด้วย แต่ว่าแบมแบมบอกว่าอร่อยทำให้ผมเปิดใจทานอาหารที่อื่นนอกจากที่เขาทำ"

 

 

 

 

"ขอบคุณมากเลยนะครับ"

 

 

 

 

"คุณโอลิเวอร์"

 

 

 

 

"ครับ"

 

 

 

 

"ถ้าเกิดว่าผมไม่มาทานอาหารร้านคุณเกินหนึ่งเดือน คุณช่วยโทรแจ้งตำรวจให้ไปที่บ้านผมทีนะ"

 

 

 

 

"ทำไมพูดแบบนั้นล่ะครับ คุณยังแข็งแรงมากอยู่นะ"

 

 

 

 

"จริงๆ แล้วไม่เลยครับ"

 

 

 

 

"คุณไปรักษามะเร็งเถอะนะคุณมาร์ค"

 

 

 

 

"ไม่ครับ ผมใกล้จะได้ไปเจอกับแบมแบมอีกครั้งแล้ว เขารอผมอยู่นะ"

 

 

 

 

"ถ้าคุณตัดสินใจแบบนั้น ผมก็จะไม่พูดโน้มน้าวใจคุณอีก"

 

 

 

 

"ครับ"

 

 

 

 

"ผมรักคุณกับคุณแบมแบมนะครับ รักเหมือนครอบครัวจริงๆ ของผมเลย ร้านนี้เติบโตมาพร้อมกับพวกคุณเลยนะครับ"

 

 

 

 

"ขอบคุณนะคุณโอลิเวอร์"

 

 

 

 

"ร้านของผมยินดีต้อนรับคุณเสมอนะ"

 

 

 

 

"ครับ ผมต้องกลับแล้ว อย่าลืมเรื่องที่ผมรบกวนคุณด้วยนะ ผมขอร้อง อย่าช่วยผมเลยนะครับ"

 

 

 

 

"ได้ครับคุณมาร์ค"

 

 

 

 

"ลาก่อนครับ"

 

 

 

 

"วันนึงเมื่อถึงเวลาของผมบ้างแล้ว หวังว่าผมจะได้เจอคุณสองคนอีกนะครับ ลาก่อน"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมฝืนขับรถกลับจนถึงบ้าน ใช่ครับ ผมกำลังฝืน ผมแทบจะไม่มีแรงแล้วด้วยซ้ำ

 

 

แต่ผมฝืนร่างกายตัวเอง ออกไปนอกบ้าน ถ่ายรูปทุกที่ที่สำคัญกับผมและแบมแบมให้ได้มากที่สุด

 

 

แบมแบมจากผมไปเกือบปีแล้ว ผมไม่เคยลืมเรื่องราวของเขาเหมือนที่สัญญาเอาไว้ ไม่เคยลืมแม้แต่อย่างเดียว

 

 

แบมแบมพูดเสมอว่าผมเป็นคนขี้ลืม ถ้าไม่มีเขาคอยเตือน ผมคงแย่แน่ๆ

แล้วมันก็จริงอย่างที่เขาว่า ผมแย่จริงๆ ในวันที่ไม่มีแบมแบมคอยเตือนอีกแล้ว

 

 

ผมรู้สึกว่าผมกำลังจะไม่ไหวแล้ว แต่ผมก็ดีใจที่ผมกำลังจะได้เจอแบมแบม

 

 

 

 

"มาร์ค"

 

 

 

 

"แบม มารับเราแล้วหรอ"

 

 

 

 

"เธอดื้ออีกแล้ว ทำไมต้องฝืนร่างกายตัวเองด้วย ทำไมไม่ไปหาหมอ"

 

 

 

 

"เราอยากเจอเธอไง อยากกอด อยากจูบเธอ เราคิดถึงเธอมากเลยนะ"

 

 

 

 

"เราก็คิดถึงเธอมากเหมือนกันนะ"

 

 

 

 

"พาเราไปด้วยนะแบม เราไม่อยากอยู่คนเดียวแล้ว"

 

 

 

 

"..."

 

 

 

 

"นะแบม พาเราไปกับเธอด้วยนะ"

 

 

 

 

"อื้ม"

 

 

 

 

"ขอบคุณนะที่รัก"

 

 

 

 

"เธอนอนนะ หลับตาซะคนดี"

 

 

 

 

"พาเราไปด้วยนะแบม อย่าทิ้งเราไว้คนเดียวอีกนะ"

 

 

 

 

"หลับตาไว้มาร์ค รอแค่แปปเดียวนะ"

 

 

 

 

"เรารักเธอนะแบม"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"จากร้านโอลิเวอร์ครับคุณตำรวจ..."

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"มาร์ค"

 

 

 

 

"แบม คิดถึงจัง"

 

 

 

 

"คิดถึงเหมือนกันนะ ขอโทษที่ทิ้งไว้คนเดียวตั้งนาน"

 

 

 

 

"ไม่เป็นไร วันนี้เราได้เจอกันแล้ว เราได้กอดเธอแล้ว"

 

 

 

 

"รักเธอนะมาร์ค"

 

 

 

 

"รักนะแบมแบม อย่าหายไปไหนอีกนะ"

 

 

 

 

"อื้ม สัญญา เราจะไม่ไปไหนแล้ว จะไม่ทิ้งให้เธออยู่คนเดียวอีกแล้ว"

 

 

 

 

"ขอบคุณนะแบม"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

THE END.

ร้องไห้เหมียนหมาาาาา เราเกือบดึงตัวเองออกจากฟิคสั้นเรื่องนี้ไม่ได้ โคตรดิ่ง โคตรจม

ฟังเพลง All that I can do ไปด้วยยิ่งแล้วเลย

ดนตรีฟังสนุกนะ แต่เนื้อเพลงมันเศร้าอ่า เราฟังแล้วพล็อตเรื่องนี้ก็งอกขึ้นมาทันทีเลย

อะไรที่มันเคยดีมากๆ แต่วันนี้มันไม่มีแล้วเราก็ทำได้แค่เก็บไว้เป็นความทรงจำเนาะ ;_;

ความคิดเห็น