ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 50

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 180

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 12 เม.ย. 2564 23:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
50
แบบอักษร

''​ได้ไหมคุณผู้จัดการ''​ มันเป็นคำสั้นๆที่ดูเหมือนเเค่เอ่ยถาม​ ถ้าฟังน้ำเสียงดีๆมันก็คือการบังคับ

''​เอ่อออ...... ''​ผู้จัดการทีสีหน้าลังเลลักษณะอึกอักเพราะมันเป็นไปไม่ได้ที่จะทำอย่างนั้น​

''​คงจะไม่ได้หรอกครับ''​

ในสถานการณ์ที่ดูอึกอักนั้น​มีเสียงทุ่มลึกดังแทรกขึ้น​ ผมหันไปมองก็เจอกับชายร่างสูงที่คุ้นหน้า

''​คุณวิทย์'' ใช่ครับคนๆนั้นก็คือคุณวิทย์ที่มากับชายชุดดำจำนวนสามคน​

''​สวัสดีครับคุณวิทย์​ คือ...... ''

''​ผมรู้แล้วครับ​ เดี๋ยวผมจัดการเอง''​คุณวิทย์หันไปเอ่ยบอกผู้จัดการก่อนจะหันมาทางผม​ ใบหน้าคมเข้มต่างฉบับมาเฟียคลี่ยิ้มนิดๆส่งให้

''​ต้องขอโทษด้วยนะครับ​ คุณสองคนต้องการจะนั่งต้องนี้ใช่หรอครับ''​

''​คะ แล้วคุณคือ..... ''

''ผมเป็นคนที่จองโต๊ะนี้ไว้ครับ''​คุณวิทย์เอ่ยตอบ​ มิลค์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็หน้าเสียนิดๆแต่เธอก็พยายามปรับสีหน้าให้ปกติก่อนที่เอ่ยขึ้น

''​หรอคะ​ งั้นคุณก็คุณรู้แล้วใช่ไหมว่าเราสองคนอยากกนั่งโต๊ะนี้​''​

''​ใช่ครับ​ ผมรู้''​คุณสิทย์เอ่ยตอบ​แขนสองข้างกอดอกใบหน้าคมพยักหน้าเสริมว่าเขานั้นได้ยินแบะรู้เรื่องทุกอย่าง

''​ก็ดีคะ​ ถ้าคุณรู้แล้ว งั้นคุณก็คงจะยอมไปนั่งโต๊ะอื่นใช่ปะคะ''​มิลค์คลี่ยิ้มให้นิดๆท่าทางดูมั่นใจว่าคนตรงหน้าจะต้องยกโต๊ะนั้นให้​ ผมเองก็ใจจดใจจ่อรอลุ้นว่าคุณวิทย์จะยอมไหม​ แต่ยังไม่ทันที่จะได้ตอบอะไร​ก็มีบุคลคนหนึ่งเดินเข้ามาในวงสนทนานี้เพิ่ม​

ทันทีที่บุคคลใหม่เดินเข้ามา​เขาดูชะงักนิด​ แต่ก็แค่นิดเดียวจริงเมื่อเห็นผม

''​สวัสดีครับคุณวิทย์''​คนมาใหม่เอ่ยทักทายคุณ​วิทย์ตามมารยาท

''​สวัสดีครับ''ส่วนคุณวิทย์เองนั้นก็รับคำทักทายจากร่างบาง​พร้อมส่งยิ้มหวานให้​กับพิน๊อค​ ดูแล้วมันน่าหมั่น

''​มิลค์​ อิฐว่าเราไปนั่งโต๊ะนั้นก็ได้​ ต้องขอโทษคุณวิทย์ด้วยนะครับที่เสียมารยาท''ผมเอ่ยบอกมิลค์​ เหงนหน้าขอโทษโดยทีรสายาตาผมชำเรืองมองร่างบาง​

ในใจนั้นสงสัยอยากรู้ว่าร่างบางนั้นมาทำไรที่ร้านอาหารนี้​แถมเหมือนจะนัดกันกับคุณวิทย์ไว้ได้​

''​อิฐ​ อิฐคะ!! ''​

''​ฮะ......... ''​

''​อิฐมองอะไรคะ​ เห็นมองไปแต่โต๊ะนั้นตลอดเลย''มิลค์เอ่ยพร้อมหันไปมองโต๊ะเจ้าปัญหา

''​เปล่า​ เรารีบกินรีบกลับเถอะ​ อิฐมีงานที่ต้องไปทำอีก''​

ผมรีบกินรีบทานรีบลากเธอออกมาจากร้าน​ นี่ถ้าไม่ติดว่าคนข้างๆโกธรอยู่ผมคงย้ายร้านหรือไม่มาหรอก​

''​ขอบคุณนะคะอิฐ​''​หล่อนเอ่ยจบใบหน้าหวานเคลือบเครื่องสำอางยื่นมาหอมแก้มผม​

''​ยังไงวันหลังเราไปกันใหม่นะ''​หล่อนคลี่ยิ้ม​ ใบหน้าดูมีความสุขต่างจากผมที่ตอนนี้มันไม่โอเค​

''​ครับ... ''​ผมได้แต่เอ่ยตอบรับคำอย่างส่งๆ​ มิลค์ยิ้มให้ผมอีกครั้ง​หลังจากลงจากรถ​พร้อมโบกมือลาผม​จนรถผมเเล่นออกจากบ้านเธอไป

*****

**********

''​เห้ย..... โทษทีวะ​ มึงเล่นมาไม่บอกกูนิหว่า''​เสียงทุ่มของเพื่อนผมเอ่ยขึ้นพร้อมนั่งลงตรงเก้าอี้โต๊ะทำงาน

ตอนนี้ผมอยู่ในห้องขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กกรือห้องทำงานของไอ้แทน​ มันนั่งลงมือหนาเรียวปลดกระดุมเสื้อใบหน้ามันดูเหนื่อยเพราะพึ่งผ่านการประชุมใหญ่ ทำไมผมถึงรู้นะหรอก็มันบอกตอนที่ผมโทรหามามันไง

''​ก็กูโทรมาบอกแล้วไง''​

''​คร๊าบบบบบ​ มึงโทรมาบอกกูตอนที่มึงถึงที่ทำงานกูแล้วเนี้ยนะ''​น้ำเสียงท่าทางมันนั้นดูออกชัดเจนว่ามันเอ่ยประชดผม​

''​เอาเถอะ...... ตอนนี้กูว่างแล้ว​ มึงว่าปัญหามา''​มันเอ่ยออกมาอย่างรู้ทัน​

''​ไม่มีไรหรอก​ กูเเค่เบื่อๆ​ อารมณ์ไม่ดีนิดหน่อย​วะ''​ผมเอ่ยตอบมัน

''​เรื่อง...... ''​มันลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานเดินมานั่งลงข้างๆผมเพื่อเตรียมตัวรับฟัง​

''​ก็บอกแล้วว่าแค่เบื่อ​ ไม่มีไรหรอก''​ผมเอ่ยบอกไปแต่มันดูไม่เชื่อกับสิ่งที่ผมบอก​ แถมยังย้อนถามผมกลับมาอีกด้วย

''​ไอ้อิฐกูกับมึงเป็นเพื่อนกันมากี่ปีแล้ว''​

''​สิบสองสามปี''​

''​อืม​ ใช่​ แล้วมึงคิดว่ากูรู้จักมึงดีไหม''​ผมจ้องมองหน้ามัน​ ใบหน้าผมพยักขึ้นลงบ่งบอกว่ามันรู้จักผมดีและดีกว่าไอ้เพื่อนอีกสองตัวด้วยซ้ำ

''​กูรู้แต่..........กูไม่รู้นิหว่า''คำพูดของผมทำให้คนตรงหน้ามีสีหน้าฉงน​ก่อนที่มันจะเอ่ยถามขึ้นอีก

''​ไม่รู้อะไร''​

''​กู​อธิบายไม่ถูกหว่ะ​''​ก็ไม่จริงนิครับ​ ผมไม่รู้ว่าผมเป็นอะไรมีปัญหาอะไร​และก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นไร​แค่รู้เพียงว่าผมไม่โอเคและมันก็ต้องหาที่ระบาย

''​เอางี้​ มึงเล่ามาตั้งแต่แรก​ มึงค่อยเล่า.... วันนี้มึงไปทำไรมาบ้าง ''​

''​คือวันนี้กูออกจากห้องมาเดินลงมาด้านล่าง........''

''แล้วไงต่อ''มันเอ่ยถามในขณะที่ผมหยุดเล่า​ ผมจ้องมองไปยังใบหน้ามัน

''​กูก็เจอมิลค์มานั่งรอกูตรงโซฟาในห้องด้านล่าง​ มิลค์โกธรกูที่คืนนั้นทิ้งเขาไม่ดูแล​''​

''​แล้วไงต่อ''​มันถามขึ้นอีก

''​กูก็เลยต้องทำให้เขาหายโกธรโดยการพาไปร้านประจำที่มิลค์ชอบไป​ในตอนที่คบกัน''​

''​ก็ไม่เห็นจะมีไรที่ต้องเบื่อนิ'' เฮ้อ​ ผมถอนหายใจเมื่อไอ้เพื่อนรักมันตอบมาแบบนั้น​ ผมจึงต้องเล่าต่อ

''​มันไม่ใช่แค่นิละสิ​ ''​

''​งั้นมึงก็เล่าต่อสิ​''​

''​ก็พอกูไปถึงร้าน​ ถึงอย่างก็ดูโอเค​จนมาถึงโต๊ะ​ ซึ่งทันไม่ใช่โต๊ะประจำที่กูกับมิลค์นั่ง​ มิลค์จึงต้องการที่จะนั่ง​ ก็เลยขอนั่งโต๊ะตัวประจำ​ ซึ่งมันก็มีคนจองไว้แล้ว​ มิลค์ที่อยากจะนั่งตรงโต๊ะนั้นมากจึงจะขอเเลกกับคนที่จองไว้​ แต่มึงรู้ไหมว่าไอ้คนที่จองไว้คือใคร''​ผมเอ่ยถามมันประโยคสุดท้ายด้วยอารมณ์ขึ้นนิดๆ​ แต่มันกับแค่นั่งฟังอย่างตั้งใจ​พลางส่ายหัวปฎิเสธ​ แน่นอนถ้ามันบอกว่ารู้มันก็คงจะต้องโกหก​เพราะมันจะรู้ได้ไง​ในเมื่อมันไม่ได้ไปด้วย

''​คุณวิทย์ไง''​

''​แล้วไอ้คุณวิทย์เนี้ยคือใคร​ กิ๊กหรือแฟนใหม่ของมิลค์ไง''​ไอ้แทนที่ได้ฟังชื่อมันก็เลิกคิ้วเอ่ยถามอย่างเคลือบแคลงสงสัย​ว่าคุณวิทย์คือใคร​

''​ไม่ใช่อะ''​ผมเอ่ยตอบไอ้แทน​

''​อ้าว!! ยังไงของมึงเนี้ย''​มันดูจะเริ่มจะขึ้นเสียงดูมันจะไม่พอใจ​

''​มึงก็ฟังกูให้จบซิ''​แล้วผมก็เล่าให้มันฟังต่อ​ รอบนี้ผมเล่าให้มันฟังจนจบว่าผมไปเจอพิน๊อคมากับไอ้คุณวิทย์นั้นและยังนั่งทานข้าวกัน​อย่างสนิทสนม

ไอ้แทนมันนั่งฟังผมเล่าด้วยความตั้งใจ​โดยไม่มีการถามไม่มีการเอ่ยขัดในระหว่างที่ผมเล่า​อย่างออกรสชาด​แถมมันยังเป็นผู้ฟังที่ดีตั้งใจฟังผมเล่าจนจบก่อนที่มันจะถอนหายใจ

''​มึงรู้ตัวเองบ้างไหมว่าเมื่อกี้มึงมีสีหน้าท่าทางยังไงในระหว่างเล่า''​หลังจากถอนหายใจไอ้แทนมันก็เอ่ยถามผมด้วยคำถามที่ต้องผมส่ายหัว​ นั้นดิเมื่อกี้ผมมีท่าทางยังไง​ ผมว่าผมก็ปกตินะ

''​กูก็บอกมึงปกตินะ​''​ผมตอบมัน

''​ไม่​ มึงไม่ปกติ​ ตอนแรกที่มึงเล่าก็อาจจะใช่​นะ​แต่พอไปสักพักมึงเริ่มมีอารมณ์ไม่พอใจนิดๆจากนั้นอารมณ์มึงก็โมโหพุ่งขึ้น​แทบจะต่อยคนได้​''​

''​บ้า​ คงไม่ขนาดนั้นหรอกมั่ง''​

''​มึง​ กูจะบอกไรให้นะว่ามันขนาดนั้นและกูว่าท่าทางและอารมณ์มึงนั้นก็เหมือนกับการหึง''​

หึงหรอ​ ผมหึงหรอ​?

''​กูหึงมิลค์''​

''​เปล่า​ มึงไม่ได้หึงมิลค์​ แต่มึงหึง........ ''​

__________________

มาลงให้แล้วน๊า​ ขอคนละเม้นเพื่อตอนต่อไปอีก

ความคิดเห็น