ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : D.O.7 โลกกลม

คำค้น : #รักวัยรุ่น #นิยายรัก #รักเร่าร้อน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 เม.ย. 2564 06:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
D.O.7 โลกกลม
แบบอักษร

หอพักจิตตรา 

“สงสัยต้องประหยัดมื้อเย็นแล้วแหละ” 

เสียงหวานพึมพำกับตัวเองเมื่อคำนวณเงินที่มีอยู่นั้นเหมือนจะไปพอใช้จ่ายตลอดสัปดาห์นี้ ซึ่งเงินที่ได้จากการทำงานร้านอาหารนั้นพอแค่ค่าหอที่เธอติดค้างเจ้าของหอไว้สองเดือนเท่านั้น ยังดีที่ว่าป้าเจ้าของหอใจดีและเข้าใจเธอ ยอมให้เธอค้างค่าเช่าไว้ก่อน 

แต่จะให้เธอติดค้างค่าเช่านานกว่านี้ เกรงว่าป้าเจ้าของหอคงจะไม่ใจดีกับเธอแล้ว ดังนั้นเธอจึงต้องขยันหาเงินหน่อย ซึ่งก็มีงานเสริมเล็กน้อยอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นพนักงานล้างจานที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเฮียโก พนักงานจัดเรียงสินค้าที่ร้านมินิมาร์ทเจ๊หยกตรงหน้าปากซอย ซึ่งงานหลักที่เธอทำคือร้านอาหาร แต่งานเสริมทั้งสองนั้นแล้วแต่โอกาสที่เจ้าของร้านเรียกใช้ แต่ทุกงานก็แค่งานพาร์ทไทม์เท่านั้น ซึ่งเธอติดเรียนเลยทำแบบฟลูไทม์ไม่ได้ 

ร่างบางที่นั่งอยู่บนพื้นโดยมีโต๊ะญี่ปุ่นตั้งอยู่ตรงหน้า มองยอดเงินในแอบพลิเคชั่นทางการเงินอย่างคิดไม่ตก ตากลมโตมองตัวเลขที่บ่งบอกว่ามีแค่ห้าพันบาทถ้วนไม่ขาดไม่เกิน ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างห้ามไม่ได้ 

“เห้อ ทำงานแทบตายทำไมมันเหลือแค่นี้ว่ะ” 

เสียงหวานพึมพำกับตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะไล่สายตากวาดมองไปทั่วห้อง ห้องที่มีห้องน้ำในตัวและมีที่โล่งๆ ไว้สำหรับวางเตียงและตู้เสื้อผ้า โซนครัวเล็ก ๆ และมีระเบียงแคบ ๆไว้ตากเสื้อผ้า ถึงห้องนี้จะคับแคบไปหน่อยแต่มันก็คือที่ซุกหัวนอนของเธอ 

ดังนั้นเงินที่ได้จากการทำงานเธอเลยต้องเจียดมาจ่ายค่าหอก่อน ส่วนค่าเทอมก็อย่างที่เห็นเหลือห้าพัน ซึ่งก็ยังขาดอีกห้าพัน ที่มหาลัยเขาก็มีนโยบายผ่อนปรนค่าเล่าเรียนหนิ เดี๋ยวค่อยว่ากันแล้วกัน 

 

วันเสาร์ 9.30 น. 

“อาฝุ่นลื้อไปยกนมมาเติมในตู้หน่อยสิ” 

“ได้ค่ะเจ๊ เดี๋ยวฝุ่นจัดการให้” 

ร่างบางที่กำลังปัดฝุ่นตรงโซนขนมขานรับอย่างกระปรี้กระเปร่า ก่อนจะรีบไปยกลังนมตรงหลังร้านแล้วนำมาจัดเรียงให้เรียบร้อย ปกติวันเสาร์ก็เป็นคิวงานที่ร้านมินิมาร์ทเจ้เพียวซึ่งเธอก็จะลากยาวไปถึงเที่ยงคืนเลยเพราะวันเสาร์เป็นวันที่ร้านอาหารหยุด 

“นี่อาฝุ่นลื้อเรียนอยู่ปีอะไรแล้วนะ” 

เจ้เพียวถามขึ้นขณะที่มือก็ถือพัด พัดไปมาด้วยความเหนื่อยตามสภาพอายุของแก 

“ปีสามแล้วค่ะเจ้” 

เสียงหวานตอบไปด้วยเรียงสินค้าไปด้วย 

“ลื้อนี่ขยันจริงๆ เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย” 

“แหม่เจ้ฝุ่นก็อยากมีเงินเยอะๆเหมือนเจ้บ้างไง ก็เลยต้องขยันหน่อย ” 

“ฮ่าๆๆ ลีๆๆ จำไว้นะอาฝุ่นคนขยันหน่ะไม่มีวันอดตายหรอก” 

“ค่ะเจ้ ” 

เสียงหวานรับคำสอนของเจ้เพียวอย่างว่าง่าย ตั้งแต่มาทำงานให้เจ้เพียวแกก็คอยสอนเธอตลอดจนเธอเองก็นับถือเจ้แกเป็นผู้ใหญ่ใจดีคนหนึ่ง 

ติ้ง!! 

เสียงสัญญาณตรงประตูที่บ่งบอกว่ามีลูกค้าเข้ามา ฝุ่นวางมือจากการจัดของตรงหน้า ใบหน้าหวานเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาตรงผนังร้านก็พบว่าเป็นเวลาสามทุ่มกว่าแล้ว เวลาผ่านไปเร็วจัง.... 

แต่สำหรับคนที่ทำงานใช้แรงอย่างเธอก็อยากให้ถึงเที่ยงคืนซะเดี๋ยวนี้เลย เพราะถึงร้านมินิมาร์ทของเจ้เพียวแกจะไม่ได้ใหญ่โตมากนัก แต่ก็มีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาซื้อของตลอด ซึ่งมันก็กินแรงเธอไปพอสมควร 

ร่างบางลุกขึ้นบิดร่างกายไปมาเพื่อไล่ความเมื่อยขบและเรียกความกระปรี้กระเปร่ากลับมา ก่อนจะเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์เพื่อรอบริการลูกค้าที่เข้ามาซื้อของ 

“ไอ่เดลมึงจะเอาเบียร์กี่ลังว่ะ” 

เสียงลูกค้าที่คุยกันพร้อมเดินเข้ามาในร้าน ฝุ่นมองไปยังร่างสูงสองคนที่เดินเข้ามา พลันใจดวงเล็กก็กระตุกอย่างห้ามไม่ได้เมื่อดันไปสบเข้ากับตาคมคู่นั้นของใครบางคน 

“ไอ่เดลกูถามว่ามึงจะเอาเบียร์กี่ลัง มึงช่วยตอบคำถามกูหน่อยเพื่อน” 

“แล้วแต่มึง” 

เสียงเข้มตอบเพื่อนไปส่งๆ แต่สายตากลับจ้องใครบางคนอยู่ เจอกันอีกแล้วสินะ.... 

เขานัดกินเบียร์กับเพื่อนโดยจะไปกินกันที่คอนโดไอ่ฮิลล์ ซึ่งเป็นเขากับไอ่ลมที่แวะมาซื้อเหล้าและเบียร์ ด้วยความที่ร้านมินิมาร์ทแห่งนี้เป็นทางผ่านอยู่แล้วพวกเขาจึงเลือกที่จะแวะร้านแห่งนี้แต่ไม่คิดว่าจะมาเจอใครบางคนที่นี่ 

“สัส แค่ตอบกูนี่มึงจะตายรึไง” ลมบ่นกับเพื่อนไม่จริงจังนัก 

“อืม” 

เดลตอบไปแค่นั้น เขารู้ว่ามันไม่ได้ว่าเขาจริงจังหรอก เพราะคบกันมาพวกมันจะรู้ว่าเขาเป็นคนยังไง 

“สัส” ลมพูดก่อนเดินเลี่ยงไปยกเบียร์ที่อยู่อีกด้านของร้าน โดยไม่ได้สังเกตเพื่อนของเขาเลยว่ากำลังจ้องแต่ใครบางคนอยู่ 

 

เมื่ออีกคนเดินเลี่ยงออกไปจึงเหลือแค่เพียงสองคน อีกคนยืนนิ่งโดยไม่พูดอะไร กับอีกคนที่เริ่มกระสับกระส่ายหลังเคาน์เตอร์เพราะหวั่นกับร่างสูงตรงหน้าที่ยืนมองเธอนิ่ง เค้าจะจำเธอได้มั้ยนะ.... 

“ไง” 

เป็นเสียงเข้มที่เอ่ยทักขึ้นมาทำลายความเงียบ คำทักสั้น ๆ แต่เหนือความคาดหมายของเธอเอามาก ๆ นี่แสดงว่าเขาจำเธอได้ใช่มั้ย 

“………” ร่างบางยังคงเงียบและประเมินสถานการณ์ตรงหน้าว่าควรตอบเขายังไงดี 

“จำไม่ได้?” 

ร่างสูงขมวดคิ้วเล็กน้อย ใบหน้าเรียบนิ่ง ตาคมดุดันเอ่ยถามเสียงเรียบ 

“ปะ...เปล่า จำได้” 

เสียงหวานเอ่ยติดขัด มือเล็กประสานเข้าหากันแน่น อยู่ ๆก็รู้สึกอึดอัดขึ้นมา จะไม่ให้อึดอัดได้อย่างไรล่ะก็ในเมื่อไม่รู้จะคุยกันในฐานะอะไร แต่ดันมาทักทายกันอีก 

“เราตกลงกันแล้วนะว่าต่างคนต่างแยกย้าย ไม่จำเป็นต้องทักกันก็ได้” 

เสียงหวานกลั้นใจเอ่ยออกไป ตากลมสบกับตาคมโดยไม่หลบเลยสักนิด 

“ก็แค่ทักทาย อย่าคิดมาก ” 

ร่างสูงเอ่ยเสียงเรียบ ใบหน้าหล่อยังคงเรียบนิ่งไม่แสดงอาการใดๆ เขาไม่คิดมากแต่เธอคิดไง จะให้รู้สึกยังไงที่ต้องมาเจอกับคนที่ตัวเองเคยมีอะไรด้วย แม้แต่ชื่อยังไม่รู้จักเลย แม้เรื่องคืนนั้นจะผ่านมาตั้งสองเดือนแล้วก็เถอะ แต่เธอยังคงจำได้ไม่ลืม... 

“ฉันแค่ไม่แน่ใจว่าเราสามารถทักกันได้ในฐานะอะไร” 

“คนรู้จักก็ได้หนิ” 

ร่างสูงยังคงเอ่ยเสียงเรียบไม่ได้สะทกสะท้านใด ๆ กับคำบอกกล่าวของเธอ 

“จะรู้จักได้ไง แม้แต่ชื่อเรายังไม่รู้จักกันเลย” เสียงหวานเอ่ยข้าง ๆ คู ๆ 

“เดล” 

“….” 

“ชื่อเดลไงวะ แล้วเธอชื่ออะไร” 

เสียงเข้มเอ่ยบอกด้วยความหงุดหงิดอีกครั้งเมื่อคนตรงหน้ามีท่าทางไม่เข้าใจ 

“เอ่อ....ชื่อฝุ่น ” 

“ทีนี้ก็รู้จักกันแล้ว ถ้าเป็นเรื่องคืนนั้นไม่ต้องคิดมาก ไม่ผิดคำพูดหรอก ไม่ได้จะเข้ามายุ่ง แค่ทักเฉย ๆ” 

ในหน้าหวานเลิ่กลั่กขึ้นมาทันทีเมื่อร่างสูงเอ่ยบอกเสียงเรียบ แต่เป็นประโยคที่ไปสะกิดต่อมความจำเธอเข้าอย่างจัง ก็เขาพูดถึงเรื่องคืนนั้น....แสดงว่าเขาเองก็จำได้ น่าอายชะมัด 

 

“เห้ยไอ่เดลมึงไม่คิดจะช่วยกูยกหน่อยเหรอวะไอ่เพื่อนเวร” 

ร่างสูงที่ยกลังเบียร์ปรากฏขึ้นพร้อมกับต่อว่าคนตัวโตตรงหน้าเธออย่างไม่จริงจังนัก ถึงจะเป็นเสียงตะโกนแต่สำหรับเธอมันคือเสียงสวรรค์ที่ช่วยให้บทสนทนาจบแค่ตรงนี้ 

“ เดี๋ยวกูจ่ายเอง” เดลพูดบอกสั้น ๆ แต่ได้ใจความ 

“เอ้ามึงก็จ่ายเลยดิ แล้วออกไปพร้อมกัน” 

“………” 

เดลไม่ได้ตอบเพื่อน มือหนาควักแบงค์พันในกระเป๋ายื่นไปจ่ายให้ร่างเล็กตรงหน้า 

“ก็กูไม่อยากเหงาอ่ะ เร็วๆเพื่อนรัก กูหนักนะ” 

เดลอยากจะถีบเพื่อนตัวดีเขาซะเหลือเกิน ปกติมันก็กวนบาทาอยู่แล้วแหละ แต่ไม่คิดว่ามันจะกวนได้ขนาดนี้ 

“เออ” 

เสียงเข้มเอ่ยบอกเพื่อนตัวเองเพื่อตัดลำคาน 

ตาคมสบกับตาหวานก่อนจะเดินออกจากร้านไปพร้อมกับเพื่อนของเขา โดยไม่ได้พูดอะไรอีก 

 

ก่อนคืนนั้นเธอกับเขาแทบไม่เคยเจอหรือรู้จักกันด้วยซ้ำ แต่พอผ่านเรื่องคืนนั้นมารู้สึกว่าเธอและเขาจะเจอกันบ่อยมาก บ่อยจนเธอใจเต้นแรง 

เดล.....ใช่เขาชื่อเดล และเขาออกไปแล้วแต่ใจเธอยังเต้นแรงไม่หายเลย 

คนรู้จักงั้นเหรอ...เขาคิดอะไรของเขาอยู่ แต่เราคงไม่มีวันได้เจอกันอีกแล้วมั้ง 

ใช่ไม่มีวัน ไม่มีวันที่เราจะเจอกันอีก และเราก็จะเป็นคนแปลกหน้ากันต่อไป....... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว