email-icon facebook-icon

Welcome to the dark side!!!

ชื่อตอน : [ 69 ] ประท้วง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 36.3k

ความคิดเห็น : 27

ปรับปรุงล่าสุด : 11 เม.ย. 2564 08:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 600
× 0
× 0
แชร์ :
[ 69 ] ประท้วง
แบบอักษร

เมริซ่าเดินวนเวียนอยู่ในบ้านจนแทบนั่งไม่ติด ตั้งแต่ที่ได้รับโทรศัพท์จากหลานสาว โชคดีที่ตนคิดการรอบคอบ จึงสั่งให้พุดดิ้งนำเครื่องรางไปวางไว้ทั้งสี่ทิศของตึกที่แสนดีไปทำงานในวันนี้ 

ส่วนชาช่าต้องอยู่โยงเฝ้าบ้าน จึงต้องมาทำหน้าที่ดูแลนายท่านและคุณหนูเล็ก อีกทั้งยังเป็นพี่เลี้ยงคอยดูลูกแมวน้อยอีกหนึ่งตัว ซึ่งภารกิจอันหลังสุด มันช่างยิ่งใหญ่จริงๆ  

“พี่ช่า~ เลี้ยงหิว”  

“เจ้าต้องแยกให้ออกนะ ระหว่างหิวกับอยากกิน ดูพุงเจ้าสิ มันป่องขนาดนี้แล้ว เดี๋ยวก็ได้ท้องแตกกันพอดี” แมวสาวถึงกับส่ายหน้าอย่างระอา ไม่ใช่เมื่อสิบนาทีที่แล้วตนเพิ่งจะบีบขนมแมวเลียให้อีกฝ่ายไปมิใช่หรือ 

“โอเลี้ยงยังเด็กก็หิวบ่อยและกินเก่งแบบนี้แหละ เจ้าเมื่อตอนยังตัวเล็กก็เป็นเช่นกัน” เมริซ่าลงมานั่งที่โซฟา เจ้าลูกแมวน้อยก็รีบกระโดดขึ้นไปบนตักทันที พร้อมกับจ้องมองนายท่านด้วยแววตาอ้อนสุดฤทธิ์ 

“หนูนานอนตื่นสายแบบนี้เสมอรึ” มือของหญิงชราลูบบนศีรษะเล็กของลูกแมวน้อยในขณะเอ่ยถาม เมื่อเช้าเมริซ่าเห็นแค่คุณหมอศรุตเดินออกจากห้องนอนเพียงลำพัง จึงเข้าใจว่านารินทร์คงยังไม่ตื่น แต่นี่มันเลยเวลามื้ออาหารเที่ยงไปแล้วก็ยังไม่เห็นเงาของหลานสาวเลย 

“ตื่นแล้วเจ้าค่ะ แต่กำลังงอนคุณหมอรุต”  

“งอนกันเรื่องอะไร”  

“คุณหมอไม่อนุญาตให้คุณหนูกลับบ้านไปเอาของเล่นเจ้าค่ะ”  

เมริซ่าถึงกับคิ้วขมวดคิดว่ามีเรื่องอะไรใหญ่โต 

“หนูนายังติดของเล่นอีกรึ ในห้องเราก็มีตุ๊กตาหลายตัว มันเป็นของริต้าและแสนดี ถึงจะเก่าไปบ้างแต่สภาพก็ยังดีอยู่นะ เจ้าลากลังเก็บของเอาไปให้นางเลือกเถอะ”  

“ไม่ใช่ของเล่นแบบนั้นเจ้าค่ะ”  

“แล้วเป็นของเล่นแบบไหนกัน?”  

“เลี้ยงทราบขอรับ”  

“เจ้าโอเลี้ยงเงียบไปเลยนะ เดี๋ยวเราบอกนายท่านเอง” ชาช่าเกรงว่าหากให้โอเลี้ยงเป็นฝ่ายพูด ภาพพจน์คุณหนูของตนคงย่อยยับเป็นแน่ ซึ่งยังไม่ทันได้เอ่ยปาก นายท่านก็อุ้มลูกแมวน้อยขึ้นมาจ้องมอง 

“เจ้าเล่ามาสิ”  

ลูกแมวน้อยพยักหน้า ทำสีหน้าเหมือนเด็กขี้ฟ้อง 

“ตอนไปเที่ยวทะเล คุณหนูไม่พอใจผู้หญิงคนหนึ่ง ก็เลยให้พี่ชาช่าไปจัดยา เลี้ยงเห็นมียาหลายแบบเลยนะขอรับ พี่ช่าบอกว่าเอาแค่เบาะๆ ก็พอ จึงเลือกใช้ยาจิตเตลิดกับหลอนถึงแก่นวิญญาณจัดให้ผู้หญิงคนนั้นไป”  

“คราวนี้พอถูกคุณหมอจับได้ของเล่นทั้งหมดก็โดนยึดไป ซ้ำยังทำให้พี่ช่ากับเลี้ยงต้องโดนลงโทษไปด้วย เท่านั้นยังไม่พอ คุณหมอยังพาพวกเรากลับก่อนกำหนดอีก เลี้ยงก็เลยอดเล่นน้ำทะเลเลยขอรับนายท่านเมฯ”  

“โอเลี้ยงตกลงนี่เจ้าความจำเสื่อมจริงหรือไม่ ความผิดที่ผู้อื่นก่อไว้ทำไมเจ้าจำได้แม่นยำ แต่ความผิดของตัวเองเจ้ากลับลืมได้ แล้วที่สตรีผู้นั้นตัวบวมฉึ่ง ไม่ใช่เป็นเพราะเจ้าใช้ยาอึ่งขึ้นอืดหรอกรึ” ชาช่าช่วยเตือนความจำ 

“ช...ใช่ขอรับ เลี้ยงใส่ไปนิดหนึ่ง แต่เลี้ยงก็ทำเพื่อคุณหนูเล็กนะขอรับ” ลูกแมวน้อยตัดสินใจกระโดดลงจากตักของนายท่าน จากนั้นก็รีบวิ่งไปแอบอยู่ด้านหลังของแมวรุ่นพี่ เมื่อเห็นแววตาของนายท่านที่เปลี่ยนไป 

“อึ่งขึ้นอืด” น้ำเสียงแหบแห้งของหญิงชราที่เอ่ยออกมา มันเบาหวิวเหมือนกับพึมพำกับตัวเองเสียมากกว่า 

“พี่ช่า เลี้ยงจะไม่โดนหักขาใช่ไหม” โอเลี้ยงกระซิบถามชาช่า พอเห็นนายท่านพูดย้ำชื่อยาที่ตนแอบใส่ลงไป ลูกแมวน้อยก็ให้รู้สึกเสียวที่ขาป้อมสั้นของตัวเอง 

“ยาพวกนั้นหนูนาได้มาอย่างไร”  

“คุณหนูเป็นคนปรุงขึ้นเองเจ้าค่ะ”  

“ปรุงเอง?”  

“ใช่เจ้าค่ะ เวลาเบื่อจากการเรียน คุณหนูก็จะเข้าห้องปรุงยา เคี่ยวเอายาที่มิอาจใช้รักษาผู้คนได้ ซึ่งส่วนใหญ่มันจะมีฤทธิ์ที่ตรงกันข้าม แถมยังเอาไว้แกล้งผู้คนเป็นประจำ”  

“ริต้าสอนให้นางปรุงรึ” เมริซ่ายังถามคาดคั้น จนบ่าวผู้เป็นสัตว์เลี้ยงเหมือนกำลังถูกซักฟอกความผิดที่ไม่เข้มงวดให้คุณหนูตั้งใจเรียนกว่านี้ 

“มิได้เจ้าค่ะ นายท่านริต้าสอนให้คุณหนูปรุงยาประจำตระกูลเท่านั้น แต่ยาที่เป็นของเล่น คุณหนูเริ่มหัดปรุงเองได้ ก็หลังจากที่คุณหนูหายตัวไปเจ้าค่ะ”  

“หายตัว?”  

“เจ้าค่ะ คุณหนูตอนยังเล็กช่างซนมาก ชอบเล่นซ่อนแอบเป็นที่สุด เวลาแอบ พวกบ่าวหาตัวกันไม่เคยพบ ครั้งหนึ่งเคยหายไปนานสุดถึงหนึ่งวัน จนท่านริต้าตกอกตกใจ ร้องไห้เป็นลมไปหลายรอบเมื่อหาคุณหนูไม่พบ”  

“ผู้คนในคฤหาสน์ต่างช่วยกันออกตามหา กระทั่งเดินถึงไปถึงบ้านหลังเล็กที่อยู่ท้ายสวนสมุนไพร ซึ่งบริเวณนั้นเป็นที่หวงห้าม มิหนำซ้ำยังลงอาคมมิให้ผู้ใดเข้าไปได้”  

“บ่าวกับท่านริต้าคิดจะหันหลังกลับเพื่อไปขอความช่วยเหลือจากองค์ราชัน แต่ได้ยินเสียงของคุณหนูดังขึ้นเสียก่อน ซึ่งเป็นเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนาน มิได้ร้องไห้งอแงอยู่ภายในบ้านหลังนั้นเจ้าค่ะ ท่านริต้าจะเดินเข้าไปแต่ก็ไม่สามารถทำได้ จึงต้องตะโกนเรียกให้คุณหนูออกมาเอง”  

“บ้านหลังนั้นยังอยู่อีกรึ”  

“มันเป็นบ้านของผู้ใดกันเจ้าคะ”  

ชาช่าเกิดและโตที่โลกมนุษย์จึงไม่ทราบประวัติความเป็นมาของบ้านหลังนั้น ซึ่งบ่าวที่อยู่ในคฤหาสน์เนย์ซ่าก็เป็นคนใหม่ทั้งสิ้น จึงไม่มีใครทราบความเป็นมา แต่ก็มีเสียงเล่าลือว่าบ้านท้ายสวนสมุนไพรมีวิญญาณที่ยังวนเวียนไม่ไปไหน หรือไม่บางครั้งหากมีคนผ่านไปก็จะได้ยินเสียงร่ำไห้สะอึกสะอื้นดังออกมาจากที่นั่น 

 

“เมื่อก่อนมันเคยเป็นที่พักของคนเฝ้าสวนสมุนไพร แต่มันนานมากแล้วนะ” เมริซ่ามิได้บอกความจริงว่ามันคือ บ้านน้อยที่แสนอบอุ่น ซึ่งเป็นบ้านที่ท่านพ่อของตนเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเองกับมือ  

“บ้านหลังนั้นก็ยังอยู่เหมือนเดิมเจ้าค่ะ แต่มันน่าแปลกใจตรงที่คุณหนูเดินฝ่าอาคมเข้าไปในบ้านได้ พอหลังจากกลับมา คุณหนูก็เอาแต่นั่งปรุงยา”  

“บ่าวก็คิดว่าคุณหนูเกิดนึกตั้งใจเรียน ที่ไหนได้ ปรุงยาแต่ละตัวล้วนเป็นยาที่ใช้กลั่นแกล้งผู้คนทั้งสิ้น พอถามว่าใครเป็นคนสอน คุณหนูก็ไม่ยอมพูด บอกเพียงแค่ว่า เป็นความลับ”  

“หลังจากเหตุการณ์นั้น คุณหนูก็มักจะแอบหนีไปที่บ้านท้ายสวนอยู่บ่อยครั้ง จนชาช่าเป็นกังวล จึงได้หลอกคุณหนูว่าบ้านหลังนั้นมีผี คุณหนูก็โพล่งขึ้นมา ท่านยายมิใช่ผี แต่เป็นนางฟ้าต่างหาก 

“ใครคือท่านยาย” เมริซ่าถามด้วยความสงสัย 

“บ่าวก็มิทราบเจ้าค่ะ คุณหนูบอกว่าบ้านหลังนั้นมีคนอาศัยอยู่เป็นสตรีใจดีผู้หนึ่ง พอถามว่าหน้าตาเป็นใช่ไรคุณหนูก็ตอบไม่ได้ เพราะสตรีผู้นั้นใช้ผ้าคลุมใบหน้าตัวเองเอาไว้ตลอดและให้คุณหนูเรียกนางว่าท่านยาย”  

“ท่านยาย…อึ่งขึ้นอืด” เมริซ่าพึมพำ 

“นายท่านทราบหรือเจ้าคะว่าท่านยายผู้นั้นเป็นใคร ใช่วิญญาณอย่างที่ผู้คนร่ำลือกันหรือไม่”  

“เราไม่รู้เช่นกัน เราเองก็จากที่นั่นมานานหลายสิบปีจนมีลูกและหลานโตเป็นสาวถึงสองคน บ้านหลังนั้นอาจจะมีผู้อื่นเข้ามาอาศัยอีกหลายครอบครัวก็เป็นได้ หรือไม่หนูนาก็จินตนาการไปเองตามประสาเด็ก”  

“คงจะจริงอย่างที่นายท่านกล่าว เพราะหลังจากนั้นไม่นานคุณหนูก็ลืมเลือนท่านยายผู้นั้นไปและไม่เคยเอ่ยถึงอีกเลยเจ้าค่ะ ซ้ำยังทำเหมือนจำอะไรไม่ได้ ทั้งที่ตนเองเคยร่ำร้องจะไปหาท่านยายทุกวัน”  

“เพื่อป้องกันไม่ให้คุณหนูซุกซนแอบหายไปจากคฤหาสน์อีก บ่าวเลยถือโอกาสหลอกคุณหนูไปว่าบ้านหลังนั้นมีผี คุณหนูถึงได้ไม่ดื้อไม่ซน และยอมเล่นแค่เฉพาะในคฤหาสน์”  

“อะไรดลใจให้เราส่งเจ้าไปกับริต้ากันนะ แทนที่จะส่งพุดดิ้งไปแทน หึ! เจ้าเลี้ยงหลานสาวของเราออกมาได้เยี่ยมจริงๆ” คำว่าเยี่ยมแม้แต่ลูกแมวที่ชื่อโอเลี้ยง ซึ่งกำลังนั่งมองตาแป๋วก็ยังฟังออกว่านายท่านประชดพี่ชาช่า 

“หักค่าขนมพี่ช่าดีหรือไม่ขอรับนายท่านเมฯ”  

“เจ้าโอเลี้ยง!” ชาช่าหันไปขู่ฟ่อเจ้าลูกแมวน้อยที่เจ้าเล่ห์เหลือเกิน 

“เอาเถอะ เรื่องของหนุ่มสาวปล่อยพวกเขาจัดการกันเอง แต่จะมาอดข้าวประท้วงแบบนี้ไม่ได้ ไปเรียกหนูนาออกมากินข้าวเดี๋ยวนี้”  

“คุณหนูดื้อนักไม่ยอมออกมาหรอกเจ้าค่ะ”  

เมริซ่าจะเดินไปเรียกเอง เชื่อว่าอย่างไรก็ต้องเห็นแก่ยายตัวเอง 

“นายท่านเมฯ มิต้องเป็นห่วงขอรับ เลี้ยงแอบเอาขนมไปให้คุณหนูเรียบร้อยแล้วขอรับ” โอเลี้ยงรีบห้าม เพราะได้รับสินบนมาจากคุณหนูเล็ก  

“ทำไมต้องแอบด้วยเล่า ตอนนี้หมอรุตก็ไม่อยู่ ก็ให้คุณหนูของพวกเจ้าเดินออกมากินข้าวกินปลาเสียสิ พอหมอรุตกลับมาเมื่อไรก็ให้หนูนารีบวิ่งกลับเข้าไปอยู่ในห้องตามเดิม เพื่อประท้วงต่อ”  

 

ชาช่าได้แต่ร้องแหมในใจ เมื่อกี้ยังประชดบ่าวเรื่องเลี้ยงคุณหนูอยู่เลยมิใช่หรือเจ้าคะ ดูท่า...หากให้นายท่านเลี้ยงเองคงจะซนและดื้อมากกว่านี้แน่นอน ในเมื่อมีผู้เป็นยายคอยให้ท้ายเช่นนี้ 

 

“มิได้หรอกขอรับ ในห้องนอนของคุณหมอมีกล้องวงจรปิดอยู่ตรงหน้าประตู ถ้าหากคุณหมอเปิดดูก็ต้องทราบว่าคุณหนูไม่ได้ประท้วงจริงสิขอรับ เลี้ยงก็เลยแอบปีนไปที่ริมระเบียง ส่งอาหารยังชีพให้คุณหนูเล็กตรงหน้าต่างห้องน้ำแทน”  

“ฮืม...รอบคอบดีมาก” เมริซ่าเอ่ยชมพร้อมกับลูบศีรษะลูกแมว 

“ขอบคุณนายท่านเมฯ ที่ชมขอรับ”  

“พวกเจ้ามีอะไรก็ไปทำเถอะ เราจะพักผ่อนเสียหน่อย หากแสนดีกลับมาให้รีบไปตามเราที่ห้อง” เมริซ่ากล่าวจบก็เดินเข้าห้องนอนของตัวเอง จากนั้นก็ตรงเข้าไปค้นของบางอย่างออกจากลังที่ใช้สำหรับเก็บของ 

“ถ้าจำไม่ผิดเรานำมันมาด้วยไม่ใช่รึ”  

เมริซ่ายังคงรื้อค้นหาบางสิ่งที่อยู่ในนั้น กระทั่งพบถุงผ้าขนาดเล็กซึ่งมีไว้สำหรับเด็กให้พกติดตัว สองมือเปิดปากถุงผ้าออกอย่างเบามือ เพราะสภาพที่เก่าจนแทบเปื่อย 

 

“พวกนางจะตายหรือไม่ ท่านพี่”  

“ไม่ตายหรอก ก็แค่ตัวบวมไม่กล้าพบผู้คนไปสักระยะ”  

“ท่านพี่ปรุงมันเองหรือเจ้าคะ”  

“ใช่ พี่เพิ่งปรุงเสร็จ พวกนางรนหาที่ มาให้เราลองยาเองเลย”  

“ยาอะไรเจ้าคะ”  

“มันยังไม่มีชื่อ เจ้าช่วยพี่คิดหน่อยสิ ยานี้มิได้มีไว้รักษาคน แต่มันมีไว้แกล้งคนต่างหาก”  

“พวกนางตัวบวมขนาดนั้นให้มันชื่อ อึ่งขึ้นอืด ดีหรือไม่เจ้าคะ”  

“ดี! ถ้าเจ้าชอบชื่อนี้ พี่ก็จะใช้ชื่อตามที่เจ้าตั้ง”  

 

เมริซ่าหยิบเม็ดยาในมือขึ้นมาพิจารณา ยาตัวนี้มาเรียปรุงขึ้นเอง สมัยเมื่อครั้งยังเป็นเด็กและแบ่งให้ตนครึ่งหนึ่ง เพื่อเอาไว้ป้องกันตัวจากพวกข้ารับใช้ที่คอยกลั่นแกล้ง 

“อึ่งขึ้นอืด”  

เพราะความที่ยังเป็นเด็กจึงไม่ได้คิดชื่ออะไรที่มันเลิศหรู เห็นสภาพร่างกายของผู้รับยาเป็นเช่นไร จึงตั้งไปตามนั้น เมริซ่าทวนคำที่ชาช่าบอกเล่า หากหนูนาหลานสาวของตนปรุงยานี้ได้คงต้องมีคนสอนให้ 

ใช่เจ้าหรือไม่ มาเรีย... 

ความคิดเห็น