facebook-icon

สวัสดีนักอ่านทุกคนค่ะ นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกจึงอาจจะน้ำเยอะ มีฉากที่ไม่น่ามี หรืออื่นๆประการทั้งปวง ยังไงก็อ่านเพื่อความสนุกเนอะ อย่าคิดมาก 55

บทที่ 7 สะพานทาวเวอร์บริดจ์ 100%

ชื่อตอน : บทที่ 7 สะพานทาวเวอร์บริดจ์ 100%

คำค้น : ลอนดอน, ครูอนุบาล, นักธุรกิจหนุ่ม, ทาสแมว, จิกหมอน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 30.4k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ค. 2559 13:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7 สะพานทาวเวอร์บริดจ์ 100%
แบบอักษร

“ดูนี่สิคะ สะพานแห่งนี้สวยงามมากๆเลย” หญิงสาวยืนอยู่ใจกลางระหว่างสะพานทาวเวอร์บริดจ์ หล่อนกางแขนทั้งสองข้างออกเพื่อรับลมที่พัดมาตามกระแสของแม่น้ำเทมส์ สายลมสดชื่นที่เจือด้วยความชื้นนิดๆทำให้เธอรู้สึกปลอดโปร่ง

 “คุณอยากจะถ่ายรูปบ้างไหมล่ะครับ” โลเวลล์หยิบโทรศัพท์มือถือของตนขึ้นมา

“ค่ะ รบกวนถ่ายให้ฉันหน่อยนะคะ” พัณณิตาก้าวถอยหลังไปสองก้าวเพื่อให้เขาถ่ายให้เห็นเต็มตัวแล้วชูสองนิ้วส่งยิ้มหวานให้กล้อง

“เอาล่ะนะครับ หนึ่ง... สอง... ” โลเวลล์มองใบหน้าของหญิงสาวผ่านเลนส์กล่องแล้วกดถ่ายรูปหลายช็อต “เสร็จแล้วครับ” เขายื่นโทรศัพท์มือถือให้เธอดูรูปที่เขาถ่ายให้

“คุณถ่ายรูปให้ฉันดูดีมากเลยคะ” เธอส่งมือถือคืนให้

“ขอบคุณครับ คุณจะลองถ่ายรูปคู่กับผมดูไหม”

“ได้ค่ะ” หล่อนเดินเข้าไปใกล้ๆเขาแล้วเขย่งปลายเท้า โลเวลล์เองก็ย่อตัวลงเพื่อให้พอดีกับหญิงสาว

“ยิ้มหวานๆเลยนะครับ” ชายหนุ่มชูกล้องจนสุดแขนแล้วเขยิบหน้าเข้ามาใกล้จนแก้มของทั้งสองแทบจะชิดกัน หญิงสาวรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นๆที่เป่ารดต้นคอเธออยู่ ใบหน้าของหญิงสาวแดงระเรื่อ รอจนกระทั่งเขาถ่ายรูปเสร็จแล้วหล่อนจึงกระเถิบถอยใบหน้าหนี

“รูปเป็นยังไงบ้างคะ” เธอถาม

“รูปสวยมากครับ...” โลเวลล์มองรูปคู่ของเขากับเธอ ชายหนุ่มสัญญากับตัวเองว่าจะไม่มีวันลบรูปนี้ทิ้งเด็ดขาด! “เดี๋ยวผมจะส่งรูปเข้ามือถือของคุณให้ ขอเฟสบุ๊คคุณหน่อยได้ไหมครับ” โลเวลล์ยิ้มเจ้าเล่ห์ นี่แหละเหตุผลที่เขาใช้มือถือของเขาถ่ายแทนที่จะให้หล่อนควักโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายเอง

“ได้ค่ะ ส่งมาสิคะเดี๋ยวฉันพิมพ์ค้นหาให้” พัณณิตารับโทรศัพท์มาจากโลเวลล์แล้วคีย์หาบัญชีเฟสบุ๊คของเธอ

“เดี๋ยวผมจะส่งรูปไปให้ในแชทนะครับ” โลเวลล์เก็บโทรศัพท์ลง “เราไปที่อื่นกันต่อเถอะนะครับ”

“จะไปที่ไหนเหรอคะ?” เธอคิดว่าเขาจะพามาแค่ที่สะพานทาวเวอร์บริดจ์แห่งเดียวซะอีก

“ใกล้ๆนี้ยังมีหอคอยแห่งลอนดอนให้คุณได้เที่ยวอีกนะครับ” โลเวลล์พาเธอข้ามสะพานทาวเวอร์บริดจ์แล้วเดินไปอีกประมาณสิบนาทีก็มาเจอพระราชวังหลวงป้อมปราการชื่อดัง ทาวเวอร์ออฟลอนดอนหรือหอคอยแห่งลอนดอนที่มีชื่อเสียงไม่กระฉ่อนแพ้ทาวเวอร์บริดจ์ “คุณคงจะเคยได้ยินเรื่องเล่าผีๆของพระนางแอนโบลินมาบ้าง แต่นั่นก็ไม่ใช่ผีตนเดียวที่สิงอยู่ที่นี่หรอกนะครับ”

“ยังมีผีตนอื่นอีกเหรอคะ” เธอถามอย่างรู้สึกตื่นเต้นแทนที่จะรู้สึกหวาดกลัว

“ครับ ยังมีเจ้าชายน้อยสองพระองค์ที่ถูกคุมขังอยู่ที่นี่จนตายกับเลดี้เจน เกรย์ที่ถูกสั่งประหารในฐานะกบฏและก็ยังมีผู้คนที่มีฐานะทางสังคมในอดีตอีกมากที่ต้องมาตายที่นี่ ทหารหลายคนเคยพบเห็นวิญญาณของพวกเขาน่ะครับ” โลเวลล์รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อไม่เห็นท่าทีหวาดกลัวของหญิงสาว “คุณรอตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวผมจะไปซื้อตั๋วเข้าชมมาให้”

“เดี๋ยวฉันออกค่าตั๋วให้นะคะ” เธอทำท่าจะล้วงเงินในกระเป๋าแต่โลเวลล์กลับห้ามไว้

“ไม่ต้องหรอกครับเดี๋ยวผมจ่ายให้คุณเอง” เงินแค่เล็กน้อย เศรษฐีอย่างเขาไม่ขี้งกอยู่แล้ว

“ไม่ดีมั้งคะ” เธอรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าเมื่อมีคนมาจ่ายเงินเลี้ยงเธอ

“งั้นเดี๋ยวตอนที่เราออกมากันแล้วคุณช่วยเลี้ยงไอศกรีมตรงโน้นให้ผมหน่อยได้ไหมครับ” เขาชี้ส่งๆไปที่ร้านไอศกรีมเล็กๆร้านหนึ่งเมื่อเห็นว่าหล่อนไม่สบายใจ

“อืม... ก็ได้ค่ะ” เธอยอมรับข้อเสนอของเขา โลเวลล์เดินไปซื้อตั๋วไม่นานก็กลับมา “คุณพร้อมที่จะเข้าไปข้างในแล้วหรือยังครับ”

หญิงสาวพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปในหอคอยแห่งลอนดอน ถึงแม้ว่าปราสาทแห่งนี้จะมีเรื่องเล่าที่น่ากลัวของภูติผีปีศาจที่เคยถูกประหาร แต่ที่นี่ก็ยังเป็นที่เก็บมงกุฎอิมพีเรียลที่ประดับด้วยเพรชน้ำงามกว่า 2,900 เม็ดที่มีมูลค่ามหาศาลของราชวงศ์อังกฤษอีกด้วย ใช้เวลาเดินอยู่หลายชั่วโมงจนใกล้จะปิดให้เข้าชม เธอจึงได้เดินออกมาปรากฏว่าร้านไอศกรีมที่เธอต้องเลี้ยงเขาได้ปิดไปก่อนเสียแล้ว

“ไว้วันหลังค่อยเลี้ยงก็ได้ครับ” โลเวลล์ยักไหล่แล้วก้มลงมองนาฬิกาข้อมือเรือนหรู ห้าโมงกว่าแล้วพวกเขาควรจะกลับกันได้แล้ว “จะกลับกันเลยไหมครับ เดี๋ยวผมจะโทรเรียกปาสคาลให้ขับรถมารับ”

“อย่ากวนเขาเลยคะ ฉันว่าเราเดินกลับเหมือนขามาดีกว่า ตอนเย็นแดดไม่ร้อนแล้วได้อารมณ์ไปอีกแบบนะคะ ไม่แน่นะระหว่างทางอาจจะมีร้านไอศกรีมให้คุณทานก็ได้” เธอไม่อยากจะติดค้างเขา

“ฮ่าฮ่าฮ่า ดูเหมือนว่าคุณอยากจะเลี้ยงผมให้ได้เลยนะครับ ก็ได้… เดินกลับก็เดินกลับ” ก็ดีไปอีกแบบเพราะเขาจะได้อยู่กับหล่อนนานขึ้นโดยที่ไม่มีแมวบ้าที่ไหนมาเรียกร้องความสนใจ ระหว่างทางที่เดินกลับหล่อนเห็นเรือนำเที่ยวลำหนึ่งแล่นผ่านไป ถึงแม้จะเย็นแล้วแต่ก็ยังมีผู้โดยสารอยู่เต็มลำ

“อยากขึ้นเหรอครับ?” เขาเห็นเธอมองตามเรือลำนั้นไป

“เปล่าหรอกคะ.. ฉันแค่สงสัยว่ามันจะแล่นไปถึงที่ไหน” เธอหันหน้ากลับมาอย่างแสนเสียดาย ใจจริงแล้วเธออยากจะขึ้นเรือลำนั้นแต่เธอก็ไม่อยากจะรบกวนเขา

“จริงเหรอครับ” โลเวลล์คล้ายกับรู้ทันความคิดของพัณณิตา “ไว้วันหลังผมจะพาคุณขึ้นเรือของบริษัทผมก็แล้วกันนะครับ”

“เรือบริษัทของคุณ? คุณทำธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเหรอคะ” เธอจำได้ว่าเห็นสัญลักษณ์บนเรือลำนั้นแว๊บๆเป็นแบบเดียวกันกับที่เธอเห็นอยู่หน้าตึกของเขา

“เปล่าครับ ผมทำธุรกิจเกี่ยวกับการคมนาคมขนส่ง... สนามบินที่คุณมาลงก็เป็นหนึ่งในธุรกิจของผมนะครับ”

“สนามบิน? พระเจ้า! ... คุณจะต้องรวยมากแน่ๆ” แค่ตึกของเขาเธอก็น่าจะรู้แล้วว่าผู้ชายคนนี้มีเงินมหาศาลมากขนาดไหน แต่เธอก็นึกไม่ถึงว่ามันจะมากจนถึงขนาดสามารถสร้างสนามบินขนาดใหญ่ที่รองรับผู้โดยสารที่หนาแน่นที่สุดของทวีปยุโรปได้

“หลายคนเขาก็บอกอย่างนั้นแหละครับ แต่ผมว่ามันไม่เห็นจะดีตรงไหน... คุณก็เห็นอยู่ว่าทุกๆวันผมต้องทำงานหนักขนาดไหน”

“ช่วยไม่ได้นี่คะ ถ้าคุณไม่อยากทำงานหนักล่ะก็... ยกบริษัทนั้นให้ฉันก็ได้นะคะ” พัณณิตาดัดเสียงพูดอย่างหมันไส้ มีคนอีกมากที่อยากจะมีเงินท่วมหัวแต่เขากลับอยากที่จะหลุดพ้นจากมัน

“คุณอยากจะมาลองทำงานของผมดูบ้างไหมล่ะครับ” โลเวลล์ดีใจเมื่อมีคนจะมาแบ่งเบาภาระงานเขาออกไปอีกคนหนึ่ง

“ฉันล้อเล่นน่ะค่ะ” เธอรักที่จะได้ทำงานกับพวกเด็กๆมากกว่าที่จะมานั่งจมอยู่กับกองเอกสารมากมาย พัณณิตาเดินคุยเรื่องธุรกิจของเขามาเรื่อยๆจนถึงตึก ดิมีเทอร์ เธอเห็นปาสคาลยืนรอยู่ที่ล็อปบี้ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล เมื่อเขาเห็นเธอกับโลเวลล์เดินเข้ามาก็รีบปรี่เข้ามาหาทันที

“เจ้านายปลอดภัยนะครับ” ปาสคาลถามอย่างร้อนรน “เจ้านายออกไปข้างนอกทำไมไม่บอกผมล่ะครับ” คู่แข่งทางธุรกิจหรือไม่ก็พวกเรียกค่าไถ่อาจจะลงมือได้ทุกเมื่อ ดังนั้นบอร์ดี้การ์ดอย่างเขาต้องคอยอยู่ใกล้ๆตลอดเวลา

“ฉันปลอดภัยดี นายไม่ต้องห่วง” โลเวลล์ตบบ่าของบอร์ดี้การ์ดและเลขาคนสนิท “โทษทีที่ไม่ได้บอกนาย พอดีฉันอยากจะออกไปข้างนอกกับเธอแค่สองคน” ชายหนุ่มเน้นย้ำคำว่าสองคนเป็นพิเศษ

ปาสคาลถอนหายใจ

“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วล่ะครับ” ชายหนุ่มเหลือบมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆเจ้านายของเขา หล่อนก้มหน้าลงเล็กน้อยอย่างสำนึกผิดที่เป็นตัวการทำให้โลเวลล์ออกเสี่ยงอันตรายข้างนอก... ถึงแม้ว่าคนชวนจะเป็นเขาก็ตาม

“เมื่อซักครู่ผมเพิ่งตรวจเจอเอกสารการยักยอกเงินในบริษัท ขอให้เจ้านายขึ้นไปดูด้วยครับ” ปาสคาลผ่ายมือเชิญให้โลเวลล์เข้าไปในลิฟต์

“รู้ตัวแล้วหรือยังว่ามันเป็นใคร!” เขาเอ่ยเสียงเครียด

“รู้ตัวแล้วครับ เป็นผู้จัดการสาขาตะวันออกชื่อว่านายโทมัสครับ”

“เรียกมันมาพบฉันเดี๋ยวนี้!

-------------------------------------------------------------------------------------------------

มาอัพแล้วจร้า ช่วงนี้สมองไรเตอร์เริ่มตันๆแต่งไม่ค่อยออกแต่ไม่ต้องห่วงนะคะ ไรเตอร์จะมาอัพอย่างสม่ำเสมอแน่นอน เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์ด้วยนะคะ

รักนักอ่านทุกท่านค่ะ

ความคิดเห็น