facebook-icon

สวัสดีนักอ่านทุกคนค่ะ นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกจึงอาจจะน้ำเยอะ มีฉากที่ไม่น่ามี หรืออื่นๆประการทั้งปวง ยังไงก็อ่านเพื่อความสนุกเนอะ อย่าคิดมาก 55

บทที่ 7 สะพานทาวเวอร์บริดจ์ 50%

ชื่อตอน : บทที่ 7 สะพานทาวเวอร์บริดจ์ 50%

คำค้น : ลอนดอน, ครูอนุบาล, นักธุรกิจหนุ่ม, ทาสแมว, จิกหมอน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 31.1k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ค. 2559 13:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7 สะพานทาวเวอร์บริดจ์ 50%
แบบอักษร

น่าอิจฉาเจ้าแมวบ้าตัวนั้นชะมัด

โลเวลล์ที่ลงมาจากเพ้นท์เฮ้าส์กระแทกตัวนั่งลงบนเก้าอี้ผู้บริหารอย่างแรงแล้วหยิบแล็ปท็อปขึ้นมาอย่างฉุนเฉียว นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกอิจฉาแม้กระทั่งกับแมวตัวหนึ่ง เลขาที่นั่งทำงานอยู่ไม่ไกลเห็นอารมณ์ของเจ้านายก็เกิดความสงสัย

 “เจ้านายเป็นอะไรเหรอครับ” เขาถามด้วยความหวังดี

“เปล่า! ไม่มีอะไร” แต่เจ้านายของเขากลับตอบมาด้วยน้ำเสียงห้วนๆ “ปาสคาล... นายว่าแมวมันน่ารักไหมวะ”

“แมว!? หมายถึงแมวที่เจ้านายเลี้ยงไว้น่ะเหรอครับ... ก็คงจะน่ารักล่ะมั้งครับแต่ผมไม่ค่อยชอบแมวเท่าไร” จะกล่าวให้ถูกเลยก็คือเขาไม่ค่อยชอบสัตว์เลี้ยงเท่าไรเพราะมันเป็นภาระให้กับเจ้าของ “เจ้านายถามทำไมเหรอครับ”

“ไม่มีอะไร ก็แค่ถามเฉยๆเพราะเห็นใครๆก็บอกกันว่าแมวน่ารัก” โลเวลล์พูดอ้อมค้อมเพราะไม่อยากจะให้เลขารู้ว่าตอนนี้เขากำลังรู้สึกอิจฉาแมวอยู่

“งั้นเหรอครับ” ปาสคาลเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งแต่เขาก็ไม่ได้ติดใจอะไรกับคำตอบ “เมื่อซักครู่มีโทรศัพท์มาจากประธานบริษัทผลิตชิ้นส่วนและส่งออกสินค้าเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อยากจะชวนเจ้านายไปร่วมรับประทานอาหารค่ำและพูดคุยเรื่องธุรกิจกันหน่อยน่ะครับ”

“หืม... ธุรกิจอะไร?” ชายหนุ่มกลับมาโหมดทำงานอีกครั้ง

“ได้ยินมาว่าช่วงนี้บริษัทของเขากำลังระดมเงินทุนเพื่อการวิจัยเทคโนโลยีชิ้นใหม่อยู่ เขาคงอยากจะให้เจ้านายเป็นผู้สนับสนุนด้านเงินทุนล่ะมั้งครับ” ปาสคาลหยิบแท็บเล็ตขึ้นมา “เป็นงานวิจัยเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบแสงและภาพสามมิติเข้ามาทำงานแทนฮาร์ดแวร์น่ะครับ”

“ก็น่าสนใจดีนี่... นายไปแทนฉันเลย ถ้าเราสามารถถือหุ้นในบริษัทของเขาได้เกินสิบห้าเปอร์เซ็นต์ ฉันก็ตกลงจะสนับสนุนด้านเงินทุน” ชายหนุ่มเคาะปากกาเป็นจังหวะ

“เข้าใจแล้วครับเจ้านาย”

---------------------------------------------------------------------------------------- 

ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ เรื่องเลวร้ายที่ผ่านมาพัณณิตาสามารถผ่านพ้นมันไปได้สำเร็จ หญิงสาวกลับมามีความสุขอีกครั้ง รอยยิ้มที่กลับมาประดับบนใบหน้านวลดังเดิม ทุกๆวันที่โลเวลล์ลงไปทำงานชั้นล่าง เธอก็จะขลุกเล่นอยู่กับเจ้ากิซโม่ ทั้งแปรงขน อาบน้ำ ป้อนขนมมัน หรือไม่ก็ทำความสะอาดเพ้นท์เฮ้าส์นิดหน่อย พอถึงเวลาใกล้ๆจะหกโมงเย็นเธอก็จะเข้าครัวเพื่อที่จะเตรียมอาหารค่ำไว้รอโลเวลล์กลับมาทาน แต่วันนี้ต่างออกไปนิดหน่อยเมื่อโลเวลล์กลับขึ้นมาตั้งแต่บ่ายกว่าๆ

“ทำไมวันนี้คุณเลิกงานไวจังล่ะคะ” พัณณิตาวางหนังสือนำเที่ยวลงแล้วเดินมารับเขาที่หน้าประตู โลเวลล์ปลดเทคไทแล้วถอดเสื้อสูทออกส่งให้หญิงสาว

“วันนี้ผมรู้สึกเหนื่อยๆน่ะครับ เลยอยากจะพักผ่อนเร็วขึ้นหน่อย” ชายหนุ่มนั่งลงบนโซฟาแล้วกดเปิดรีโมททีวีจอยักษ์

“งั้นเหรอคะ แล้วคุณทานอะไรแล้วหรือยังคะ... จะให้ฉันทำอะไรให้คุณทานไหม”

“ก็ดีครับ ผมอยากจะทานอาหารไทยเผ็ดๆ คุณช่วยทำให้ผมหน่อยได้ไหมครับ” โลเวลล์หันไปมองหญิงสาว

“ได้ค่ะ คุณรอแป๊บนึงนะคะ” พัณณิตาเดินเข้าไปในห้องครัว กิซโม่ที่นอนอยู่ข้างๆโลเวลล์รีบกระโดดลงจากโซฟาทันทีแล้วเดินตามหล่อนเข้าไป “อ้าว แกก็หิวเหมือนกันเหรอ... งั้นเราไปหาอะไรทานในห้องครัวกันดีกว่านะจ๊ะ”

พัณณิตาอุ้มเจ้าเหมียวขึ้นมาแล้วเดินหายเข้าไปในครัวโดยที่โลเวลล์ได้แต่มองตามไปด้วยสายตาริษยา ใช้เวลาไม่นานข้าวผัดต้มยำกุ้งทะเลก็ถูกยกมาเสริฟ กลิ่นหอมฉุนจมูกของมันทำให้โลเวลล์ถึงกับน้ำลายสอ

“น่าทานมากครับ” โลเวลล์ตักขึ้นมาทานคำหนึ่ง รสเผ็ดของพริกขี้หนูสับและน้ำพริกเผากระจายอยู่ทั่วทั้งปาก

“เผ็ดมากเกินไปหรือเปล่าคะ” เธอรินน้ำใส่แก้วแล้วส่งให้เขาเพราะกลัวว่ามันจะเผ็ดเกินไปจนเขารับไม่ไหว

“ไม่ครับ มันเผ็ดกำลังดี... อร่อยมากๆเลยล่ะครับ”

“ขอบคุณค่ะ... ว่าแต่คุณทานเผ็ดเก่งจังเลยนะคะ ฉันเคยทำเมนูนี้ให้เพื่อนชาวต่างชาติทานตอนสมัยมัธยม เขาทานไปคำนึงก็วิ่งร้องหาน้ำทันทีเลยล่ะคะ”

“อาหารเผ็ดๆช่วยให้ผมรู้สึกกระปรี้กระเปร่าน่ะครับ ผมเลยชอบมัน” เขาตักข้าวผัดขึ้นมาทานอีกหลายคำจนหมดจานไม่เหลือแม้แต่ข้าวซักเมล็ด

“มิน่าล่ะ ฉันก็สงสัยอยู่ว่าทำไมในครัวของคุณถึงได้มีน้ำพริกเผาอยู่ด้วย” พัณณิตาหยิบจานของเขาไปเก็บแล้วยกผลไม้ที่ปอกเปลือกเรียบร้อยแล้วมาให้เขาทานหลังอาหาร

“เมื่อกี้ก่อนที่ผมจะเข้ามา คุณอ่านอะไรอยู่เหรอครับ” โลเวลล์จิ้มแอปเปิ้ลขึ้นมาทานชิ้นหนึ่ง

“อ๋อ แค่หนังสือนำเที่ยวน่ะค่ะ ฉันเห็นมันอยู่ในตู้หนังสือของคุณเลยถือวิสาสะหยิบออกมาอ่าน... ขอโทษด้วยนะคะ”

“ไม่เป็นไรครับ หนังสือในตู้คุณหยิบออกมาอ่านได้ตามสบาย... คุณอยากจะออกไปเที่ยวเหรอครับ?” โลเวลล์หยิบหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาเปิดดู เขาจำไม่ได้ว่าในชั้นของเขามีหนังสือแบบนี้อยู่ด้วย

“คะ ฉันอยากจะไปที่สะพานทาวเวอร์บริดจ์น่ะค่ะ” สะพานยกกึ่งแขวนแห่งแรกที่มีชื่อเสียงดังไปทั่วโลก มันตั้งอยู่ใจกลางกรุงลอนดอนเพื่อใช้เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเทมส์ สะพานแห่งนี้คล้ายกับเป็นสัญญาลักษณ์ประจำชาติของประเทศอังกฤษไปเสียแล้ว นักท่องเที่ยวส่วนมากนิยมมาเก็บภาพเพื่อเป็นที่ระลึกว่าตนได้มาเหยียบถึงอังกฤษแล้ว

“งั้นเราไปกันเถอะครับ”

“คะ?” เธอถามอย่างแปลกใจ ไม่เข้าใจว่าเขาจะสื่ออะไรกับเธอ

“เราไปเที่ยวที่ทาวเวอร์บริดจ์กันดีกว่านะครับ ผมจะพาคุณไปเอง” โลเวลล์พูดย้ำอีกครั้งแล้วลุกขึ้นจากโซฟา

“จริงเหรอคะ! คุณจะพาฉันไปจริงๆเหรอคะ” หญิงสาวอุทานอย่างตื่นเต้นเมื่อจะได้ไปเที่ยว

“ครับ ยังไงตอนนี้ผมก็เลิกงานแล้ว... แล้วสะพานทาวเวอร์บริดจ์ก็อยู่ใกล้ๆนี่เอง ขับรถไปไม่ถึงสิบนาทีก็ถึงหรือว่าคุณจะเลือกเดินไปก็ได้ผมไม่มีปัญหา”

“ถ้างั้นเราเดินไปดีกว่าค่ะ... ขอเวลาฉันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแป๊บนึงนะคะ” พัณณิตาวิ่งเข้าไปในห้องของเธอแล้วเปลี่ยนชุดอย่างรวดเร็ว หล่อนสวมเสื้อแขนยาวสีขาวตัดน้ำเงินและกางเกงเลคกิ้งสีดำแล้วหยิบกระเป๋าสะพายข้างขึ้นมาสะพายก่อนออกจากห้อง “ไปกันเลยนะคะ”

“ครับ” โลเวลล์ก้าวเข้าไปในลิฟต์พร้อมกับหญิงสาว พัณณิตาตื่นเต้นมากที่จะได้ออกไปเที่ยวซักที ดวงตากลมโตเป็นประกายของเธอจ้องมองวิวลอนดอนจากลิฟต์แก้ว ชายหนุ่มลอบมองใบหน้าน้อยที่มีประกายตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิดพลางยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเลื่อนสายตามามองเรือนร่างของเธอ

แม่ตุ๊กตา!

โลเวลล์แอบคิดในใจ ตัวของพัณณิตาเล็กมากแถมหล่อนยังชอบแต่งตัวคิขุน่ารักเหมือนชาวญี่ปุ่นไม่มีผิด รองเท้าผ้าใบเสริมส้นหนาสีดำทำให้เธอดูสูงขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ยังนับว่าเตี้ยอยู่ดีเมื่อเธอมายืนอยู่ข้างๆเขา ชายหนุ่มจ้องมองไปที่แผ่นหลังของเธออย่างเหม่อลอย จู่ๆหล่อนก็หันหน้ามาแล้วส่งยิ้มหวานให้เขา หัวใจของโลเวลล์ถึงกับเต้นไม่เป็นจังหวะแล้วส่งยิ้มตอบเธอไป

เมื่อลิฟต์เคลื่อนตัวลงมาถึงชั้นล่างสุด โลเวลล์ก็ฉวยโอกาสโอบเอวของเธอซะดื้อๆโดยใช้ข้ออ้างข้างๆคูๆว่าแถวนี้มีโจรกระชากกระเป๋าชุกชุม อยู่ใกล้ๆเขาจะปลอดภัยที่สุดซึ่งหญิงสาวก็หลงเชื่อยอมให้เขาโอบแต่โดยดี เขาพาพัณณิตาเดินเลียบไปตามแม่น้ำเทมส์ผ่านตึกซิตี้ฮอลล์ใช้เวลาประมาณสิบห้านาทีกว่าจะมาถึงแต่เขากลับรู้สึกเหมือนกับว่าผ่านไปแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้นเพราะตลอดทางพัณณิตามักจะชวนเขาพูดคุยถึงเรื่องต่างๆนานาและถามคำถามกับเขาตลอดเวลา

----------------------------------------------------------------------------------------

เฮียโลเวลล์ขา เฮียไปหลอกแต๊ะอั๋งหนูพัณณิตาได้ยังไงฮึ ไม่ดีๆ เดี๋ยวแม่จับตีก้นเลย ฮ่าฮ่า 

เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์ด้วยนะคะ

รักนักอ่านทุกท่านคะ

 
ความคิดเห็น